ศุภมาส อิศรภักดี

ศุภมาส ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV คุมฉลากระยะทางชัด

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนๆ ในวงการรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV กันเลยครับ ศุภมาส ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV อย่างเข้มข้น เพื่อให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้ข้อมูลที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อรถคันใหม่ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโชว์รูม BYD Hi-Class และ OMODA & JAECOO สาขาลาดพร้าว เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เพื่อกำชับผู้ประกอบการให้ติดฉลากสินค้าครบถ้วน โดยเฉพาะระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ต้องระบุมาตรฐานการทดสอบให้ชัดเจน

ศุภมาส ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV คุมเข้มติดฉลากสินค้า

การลงพื้นที่ครั้งนี้ต่อเนื่องจากประชุมเมื่อวานที่เชิญผู้ประกอบการและตัวแทนผู้บริโภคมาหารือ แก้ปัญหาใหญ่ 3 อย่าง ชำรุด ลอยแพ และราคาดิ่ง จากสถิติร้องเรียนกว่า 1,348 ราย "ฉลาก" คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลได้ตั้งแต่แรก นโยบายนี้สอดคล้องกับรัฐบาลนายอนุทิน ที่สนับสนุน EV แต่ต้องคุ้มครองผู้บริโภคด้วย

ศุภมาสได้กำชับ 3 เรื่องหลักที่ผู้ประกอบการต้องทำตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค:

  • การแสดงฉลาก: รถ EV เป็นสินค้าควบคุม ต้องติดฉลากชัดเจนที่ตัวรถ ครบข้อมูลชื่อรุ่น ผู้ผลิต สเปกแบตเตอรี่ ระยะทาง สมรรถนะ วิธีใช้ คำเตือน ราคา และประกัน
  • การโฆษณา: ระยะทางวิ่งต้องบอกมาตรฐานทดสอบ เช่น EPA, WLTP, NEDC, CLTC พร้อมเงื่อนไขความเร็ว อุณหภูมิ เส้นทาง ของแถมและประกันแบตต้องชัดเจน วันเริ่ม-สิ้นสุด
  • สัญญาจอง: ใช้แบบมาตรฐาน สคบ. ระบุรุ่น ปี ราคา วันส่ง สิทธิยกเลิกครบถ้วน

จากการตรวจเบื้องต้น ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือดีมากครับ

ฝ่าฝืนติดฉลากรถ EV โดนคุก 6 เดือน ปรับ 1 แสน

รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามประกาศคณะกรรมการฉลาก ลงราชกิจจาฯ 22 ก.ย. 2568 ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 ผู้ประกอบการต้องแสดงฉลากถูกต้องครบถ้วน หากฝ่าฝืน โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52

ตลาด EV ในไทยกำลังบูม แต่ปัญหาฉลากไม่ชัดทำให้ผู้บริโภคสับสน เช่น ระยะทางโฆษณา 500 กม. แต่ใช้งานจริงเหลือ 300 กม. เพราะมาตรฐานต่างกัน WLTP เข้มงวดกว่า NEDC ที่จีนใช้ (CLTC) ผู้ซื้อต้องเช็กดีๆ

นอกจากนี้ ศุภมาสยังฝากถึงผู้ประกอบการว่า ฉลากคือคำสัญญากับลูกค้า อย่าเกินจริง โดยเฉพาะระยะทาง และแนะผู้บริโภคอ่านฉลากทุกข้อ สอบถามเงื่อนไข เก็บเอกสารทุกชิ้น หากเจอปัญหาเอารัดเอาเปรียบ ร้อง สคบ. ได้เลย

เคล็ดลับซื้อรถ EV ไม่ให้พลาด

  • ตรวจฉลากตัวรถ ดูระยะทางอ้างอิงมาตรฐานไหน
  • ถามประกันแบตเตอรี่ เงื่อนไขการเสื่อม
  • อ่านสัญญาจองละเอียด สิทธิคืนเงิน
  • เทสต์ไดร์ฟจริง อย่าดูแค่งานโชว์
  • เช็กศูนย์บริการใกล้บ้าน

การที่ ศุภมาส ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV แบบนี้ ถือเป็นสัญญาณดีต่อตลาด EV ไทย ที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการรับผิดชอบมากขึ้น ผู้บริโภคมั่นใจได้ ในอนาคต EV จะเป็นทางเลือกหลัก ลดมลพิษ แต่ต้องมีมาตรฐานชัดเจน

หากคุณกำลังมองหารถ EV ลองเช็กข้อมูลจาก สคบ. ก่อนตัดสินใจ สายด่วน 1166 หรือแอป OCPB Connect เว็บ ocpb.go.th สำหรับภูมิภาค ร้องศูนย์ดำรงธรรมได้ อย่าลืมแชร์ประสบการณ์ซื้อ EV ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เราอยากรู้จริงๆ!

ที่มา – “ศุภมาส” ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV คุมเข้มติดฉลากสินค้า ระบุ ระยะทางวิ่ง ให้ชัด ฝ่าฝืนคุก 6 เดือน

สคบ.เผยปัญหารถยนต์ไฟฟ้า รถชำรุด-ไม่มีอะไหล่-ศูนย์ปิด

สคบ. เผยข้อร้องเรียนปัญหารถยนต์ไฟฟ้าพุ่งสูง โดยพบรถชำรุดบกพร่อง ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน และศูนย์บริการปิดตัว สร้างความเดือดร้อนให้ผู้บริโภคจำนวนมาก ล่าสุดนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. นำทีมประชุมหารือมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ

รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อพลังงานทางเลือก แต่ผู้บริโภคกลับเจอปัญหารถยนต์ไฟฟ้าหลัก 3 เรื่อง คือ รถชำรุด บริษัทล้มเหลวทำให้ศูนย์บริการปิด และราคารถตกหลังซื้อไม่นาน สคบ. รับแจ้งร้องเรียนปี 2567-2569 รวม 1,348 ราย จาก สคบ. 556 ราย และสภาองค์กรของผู้บริโภค 792 ราย แก้ไขยุติแล้ว 402 ราย หรือ 72.3%

ปัญหารถยนต์ไฟฟ้าที่พบมากที่สุด 5 อันดับ

  • ความชำรุดบกพร่อง 47.3%
  • ไม่คืนเงินจอง 18.2%
  • ซื้อแล้วราคาปรับลด 14.7%
  • ไม่ส่งมอบของแถม 13.1%
  • อุบัติเหตุหรือซ่อมล่าช้า 2.9%

ปัญหาแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก บริการหลังการขาย 52% (288 ราย), การซื้อขาย 33% (183 ราย), การส่งมอบ 15% (85 ราย) ผู้ใช้ยังกังวลเรื่องศูนย์บริการปิด 41.5% (329 ราย), อุปกรณ์ชำรุด 20.7% (164 ราย), ไม่มีอะไหล่ 11.9% (94 ราย), คืนรถไม่ได้ 6.6% (52 ราย)

สาเหตุหลักของปัญหารถยนต์ไฟฟ้าและแนวทางแก้ไข

สคบ. ดำเนินคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายคืนผู้บริโภคกว่า 103.1 ล้านบาท รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลากตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้ประกอบการต้องแสดงข้อมูลครบถ้วน ฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ที่ประชุมมอบ สคบ. จัดทำ e-Book ฉลากรถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อ ขอข้อมูลจากผู้ผลิต-นำเข้า อธิบายสิทธิผู้บริโภค แนวทางตรวจสอบก่อนซื้อ เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ แอป และเพจ สคบ. พร้อมกำกับโฆษณาและสัญญาจองมาตรฐาน

สภาองค์กรของผู้บริโภคเสนอเพิ่มเติม เช่น กำหนดโฆษณาข้อมูลละเอียด กรอบเวลาซ่อม ศูนย์บริการทุก 150-200 กม. สำรองอะไหล่ ระบบเรียกคืนรถ (Recall) สิทธิซ่อม (Right to Repair) และศูนย์ประสานร้องเรียนเฉพาะทาง ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก

“ขอขอบคุณสภาองค์กรของผู้บริโภคที่นำเสียงของพี่น้องประชาชนมาสะท้อน และขอฝากถึงผู้ประกอบการทุกรายว่า พี่น้องประชาชนที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากท่าน คือ ผู้ที่ฝากความหวังและฝากเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงไว้กับท่าน ขอให้ดูแลเขาเหมือนคนในครอบครัว เร่งรัดแก้ไขปัญหาด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม” – นางสาวศุภมาส กล่าว

ปัญหารถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้สะท้อนว่าตลาด EV ในไทยยังต้องพัฒนาบริการหลังการขายให้ดีขึ้น ผู้บริโภคควรตรวจสอบชื่อเสียงศูนย์บริการ อะไหล่ และการรับประกันก่อนซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หากคุณกำลังมองหารถ EV ลองเปรียบเทียบสเปกจาก e-Book ที่ สคบ. จะปล่อยเร็วๆ นี้

สำหรับผู้ที่เจอปัญหารถยนต์ไฟฟ้าแล้ว รีบร้องเรียน สคบ. ทันที เพื่อรับสิทธิคุ้มครอง สนับสนุนให้รัฐบาลเร่งบังคับใช้มาตรการเหล่านี้ จะช่วยสร้างตลาดรถ EV ที่ยั่งยืนในไทย

ที่มา – สคบ.เผยข้อร้องเรียน “ปัญหารถยนต์ไฟฟ้า” มีทั้งรถชำรุด ไม่มีอะไหล่ ศูนย์บริการปิดตัว

“ศุภมาส” กำชับ จัดฉลากรถไฟฟ้าทุกยี่ห้อ

รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย แต่ปัญหาที่ตามมาก็ไม่น้อย ล่าสุด “ศุภมาส” กำชับ ผู้นำเข้ารถไฟฟ้าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ จัดทำฉลากสินค้า หรือ e-Book ให้ครบถ้วน เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากความเดือดร้อนที่ร้องเรียนเข้ามากว่า 1,000 ราย ไม่ว่าจะเป็นรถชำรุด บริษัทปิดตัว หรือไม่มีอะไหล่ซ่อม แนวทางนี้จะช่วยให้ผู้ซื้อมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

“ศุภมาส” กำชับ ผู้นำเข้ารถไฟฟ้าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ จัดทำฉลากสินค้า หรือ e-Book ให้ครบถ้วน

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. เป็นประธานประชุมมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล มีผู้เข้าร่วมจาก สคบ. สภาองค์กรของผู้บริโภค และผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อพลังงานทางเลือก แต่ผู้บริโภคกลับเจอปัญหาใหญ่ 3 เรื่อง คือ รถชำรุดบกพร่อง บริษัทหรือศูนย์บริการปิดตัวไม่มีที่ซ่อม และราคาตกหลังซื้ออย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้กระทบความปลอดภัย คุณภาพ และบริการหลังการขาย

สถิติร้องเรียนรถยนต์ไฟฟ้า พุ่งกว่า 1,300 ราย

จากรายงาน สคบ. ในปี 2567-2569 มีผู้บริโภคร้องเรียนเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า 556 ราย และสภาฯ อีก 792 ราย รวม 1,348 ราย แก้ไขยุติแล้ว 402 ราย (72.3%) ปัญหาหลัก 5 อันดับ ได้แก่

  • ความชำรุดบกพร่อง 47.3%
  • ไม่คืนเงินจอง 18.2%
  • ซื้อแล้วราคาปรับลง 14.7%
  • ไม่ส่งมอบของแถม 13.1%
  • อุบัติเหตุหรือซ่อมล่าช้า 2.9%

ปัญหาหลักแบ่งเป็น หลังการขาย 52% การซื้อขาย 33% และการส่งมอบ 15% ผู้บริโภคกังวลศูนย์ปิด 41.5% ชำรุด 20.7% รออะไหล่ 11.9% คืนรถไม่ได้ 6.6% สคบ. ดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายกว่า 103.1 ล้านบาท

รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลากตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ต้องแสดงข้อมูลครบถ้วนชัดเจน ฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

มาตรการเร่งด่วนจากที่ประชุม

ที่ประชุมมอบ สคบ. จัดทำ e-Book “ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า” รวบรวมฉลากทุกรุ่นทุกยี่ห้อจากผู้ผลิตและผู้นำเข้า อธิบายสาระสำคัญ สิทธิผู้บริโภค และแนวทางตรวจสอบ เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ แอป และเพจ สคบ. พร้อมกำกับสัญญาจองมาตรฐาน เฝ้าระวังโฆษณา

ข้อเสนอจากสภาองค์กรผู้บริโภค ได้แก่

  • โฆษณาข้อมูลคุณภาพ สมรรถนะ การรับประกัน ข้อจำกัดชิ้นส่วนละเอียด
  • กำหนดกรอบเวลาซ่อมในสัญญา
  • กระจายศูนย์บริการทุก 150-200 กม.
  • สำรองอะไหล่เพียงพอ
  • ระบบเรียกคืนรถ (Recall) สำหรับความบกพร่องด้านความปลอดภัย
  • สิทธิซ่อม (Right to Repair) หลังหมดประกัน
  • ศูนย์ประสานร้องเรียนเฉพาะทาง ร่วม สคบ. – กรมการขนส่งทางบก

นางสาวศุภมาส ขอบคุณสภาฯ ที่สะท้อนเสียงประชาชน และฝากผู้ประกอบการดูแลลูกค้าเหมือนครอบครัว เร่งแก้ปัญหา รองรับอะไหล่ ครอบคลุมศูนย์บริการ กำหนดเวลาซ่อมชัดเจน จะติดตามใกล้ชิด

สำหรับผู้บริโภคที่คิดซื้อรถไฟฟ้า ขอให้ตรวจฉลาก เงื่อนไขประกัน ศูนย์บริการ อะไหล่ สัญญาจอง เก็บเอกสารทุกชิ้นเป็นหลักฐาน หากเดือดร้อนร้องเรียน สคบ. ได้ทันที

สรุปคือ “ศุภมาส” กำชับ ผู้นำเข้ารถไฟฟ้าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ จัดทำฉลากสินค้า หรือ e-Book ให้ครบถ้วน จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและคุ้มครองผู้ซื้อได้ดีขึ้น ก่อนซื้อรถไฟฟ้าคันใหม่ อย่าลืมเช็กข้อมูลจาก e-Book สคบ. และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากเจอปัญหา โทรสายด่วน สคบ. 1166 หรือใช้แอป OCPB Connect, เว็บ ocpb.go.th, แอป “ทางรัฐ” หรือศูนย์ดำรงธรรมท้องถิ่นทันที เพื่อสิทธิของคุณ!

ที่มา – “ศุภมาส” กำชับ ผู้นำเข้ารถไฟฟ้าทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ จัดทำฉลากสินค้า หรือ e-Book ให้ครบถ้วน

“ศุภมาส” ลุยบางลำพู ตรวจราคาชุดนักเรียนรับเปิดเทอม

ใกล้เปิดเทอมแล้ว ผู้ปกครองหลายคนคงกำลังปวดหัวกับเรื่องค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนที่ราคาแพงขึ้นทุกปี ล่าสุดมีข่าวดีเมื่อ “ศุภมาส” ลุยบางลำพู ตรวจราคาชุดนักเรียนรับเปิดเทอม เพื่อคุมเข้มร้านค้าไม่ให้จัดโปรเกินจริงหรือขายสินค้าไม่ได้คุณภาพ วันนี้เรามีรายละเอียดมาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเองเลยนะ

“ศุภมาส” ลุยบางลำพู ตรวจราคาชุดนักเรียนรับเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมงานจาก สคบ. และเลขานุการอย่างนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เดินทางลงพื้นที่ย่านการค้าบางลำพูชื่อดัง ซึ่งเป็นแหล่งขายชุดนักเรียนยอดฮิต พวกเธอตรวจสอบร้านค้าถึง 5 ร้านใหญ่ๆ เช่น ห้างตราสมอ, ร้านศรีภัณฑ์, ร้านท็อป, ร้านสมใจนึกเฮ้าส์ และร้านชัยรัตน์ โดยมุ่งเน้นป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ปกครองที่กำลังหาชุดให้นักเรียนในช่วงใกล้เปิดเทอมสัปดาห์หน้า

สถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้ย่ำแย่จากสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบหนัก นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล จึงมอบหมายให้ศุภมาสดูแลเรื่องนี้โดยตรง เพื่อให้ทุกคนได้สินค้าคุ้มค่า สคบ. รับเรื่องร้องเรียนเพียบ เช่น ราคาแพงเกินจริง ไม่แสดงราคา บังคับซื้อของพ่วง คุณภาพไม่สมราคา หรือฉลากไม่ครบ วันนี้เลยไม่ใช่แค่ตรวจ แต่ยังกำชับผู้ประกอบการให้ทำตามกฎหมาย

กฎหมายและมาตรฐานที่คุมชุดนักเรียนให้ได้คุณภาพ

ชุดนักเรียนเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามประกาศปี 2565 ถ้าผู้ผลิตหรือนำเข้าทำฉลากผิด โทษหนักเลยนะ จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 200,000 บาท ผู้ขายที่ไม่มีฉลากหรือไม่ครบ จําคุกรับไม่เกิน 6 เดือน ปรับ 100,000 บาท นอกจากนี้ยังมีมาตรฐาน มอก. 2137-2559 และ มอก. 2138-2559 ดูแลคุณภาพผ้าและเครื่องแบบ เพื่อให้ชุดทนทาน สวมใส่สบาย ไม่ยับง่าย

ศุภมาสย้ำชัด อยากให้ร้านค้าจัดโปรชุดราคาประหยัดเป็นตัวเลือก ช่วยลดภาระผู้ปกครอง และขอให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจสุจริต ถ้าผิดจะดำเนินคดีเด็ดขาด

  • ตรวจสอบฉลาก: ต้องมีชื่อผู้ผลิต วัสดุ วิธีซัก รหัสมาตรฐาน
  • เปรียบเทียบราคา: อย่าซื้อร้านแรกที่เจอ ลองเช็คร้านอื่นๆ
  • เช็กคุณภาพ: ลองดึงผ้า ดูตะเข็บ กลิ่นเคมีแรงไหม
  • เงื่อนไขคืนสินค้า: ถามให้ชัด เก็บใบเสร็จไว้
  • หลีกเลี่ยงซื้อพ่วง: ไม่ต้องซื้อถุงเท้า กระเป๋า ถ้าไม่จำเป็น

เคล็ดลับเหล่านี้ช่วยให้คุณช้อปปิ้งอย่างชาญฉลาด ลดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย

สำหรับผู้ปกครอง ถ้าพบร้านตั้งราคาเกิน ไม่แสดงราคา บังคับซื้อของแถม หรือชุดไม่ได้คุณภาพ รีบแจ้ง สคบ. สายด่วน 1166 แอป OCPB Connect เว็บไซต์ หรือศูนย์ดำรงธรรมที่ศาลากลางจังหวัด ทีมงานจะเร่งตรวจสอบทันที

ส่วนตัวผมคิดว่านี่เป็นมาตรการดีมาก ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ การคุ้มครองผู้บริโภคสำคัญสุด ผู้ปกครองลองนำไปใช้ดูนะ จะได้เปิดเทอมใหม่โดยไม่เครียดเรื่องเงิน ลองแชร์ประสบการณ์ช้อปชุดนักเรียนของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยสิ ช่วยกันแชร์ข้อมูลดีๆ ให้เพื่อนๆ

ที่มา – “ศุภมาส” ลุยบางลำพู ตรวจราคาชุดนักเรียนรับเปิดเทอม คุมเข้มร้านค้าจัดโปรเกินจริง-สินค้าไม่ได้คุณภาพ

“ศุภมาส” สั่งระงับขายกระติก Thermos 2 รุ่น เตือนประชาชนหยุดใช้งานทันที

“ศุภมาส” สั่งระงับขายกระติก Thermos 2 รุ่น เตือนประชาชนหยุดใช้งานทันที หลังจากเกิดเหตุระเบิดในต่างประเทศที่สร้างความตื่นตระหนก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อปกป้องผู้บริโภคชาวไทย

“ศุภมาส” สั่งระงับขายกระติก Thermos 2 รุ่น เตือนประชาชนหยุดใช้งานทันที

ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านคุ้มครองผู้บริโภคและแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อกำหนดมาตรการเข้มงวดในการกำกับดูแลสินค้าที่มีมาตรฐาน มอก. และยกระดับความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยหารือถึงกรณีกระติกน้ำยี่ห้อ Thermos ที่เกิดเหตุระเบิดระหว่างใช้งานในต่างประเทศ ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก

สินค้าที่เข้าข่ายปัญหาคือกระติกน้ำ Thermos 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น SK-3000 และ รุ่น SK-3020 ซึ่งมีความเสี่ยงสูงจากแรงดันที่สะสมภายในกระติก ทำให้ฝาปิดอาจดีดตัวออกมาอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผู้ใช้งานได้รับบาดเจ็บสาหัสได้

สาเหตุและความเสี่ยงของกระติก Thermos รุ่น SK-3000 และ SK-3020

จากรายงานในต่างประเทศ พบว่าปัญหาเกิดจากการออกแบบที่ทำให้เกิดการสะสมแรงดัน โดยเฉพาะเมื่อใส่น้ำร้อนหรือเครื่องดื่มอุ่นเข้าไป แรงดันที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ฝาไม่สามารถระบายได้ทัน ส่งผลให้เกิดการระเบิด แม้ในประเทศไทยยังไม่พบผู้บาดเจ็บ แต่ สคบ. ไม่รอช้าสั่งระงับการขายทันทีทั้งในหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ทุกแห่ง

นางสาวศุภมาส กล่าวย้ำว่า “เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม” ขอให้ประชาชนที่ครอบครองกระติกทั้ง 2 รุ่นนี้ หยุดใช้งานทันที หากเกิดความเสียหาย สามารถร้องเรียนได้โดยตรงที่ สคบ. ผ่านช่องทาง hotline 1166 หรือเว็บไซต์ www.ocpb.go.th

วิธีตรวจสอบกระติก Thermos ที่คุณมีว่าอยู่ในข่ายเรียกคืนหรือไม่

  • ตรวจดูรหัสรุ่นที่ด้านล่างหรือข้างกระติก ว่าตรงกับ SK-3000 หรือ SK-3020 หรือไม่
  • ดูปีที่ผลิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรุ่นที่วางขายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
  • หากไม่แน่ใจ ถ่ายรูปส่งไปยัง สคบ. เพื่อยืนยัน

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada และอื่นๆ ได้รับคำสั่งให้ถอดสินค้าออกจากระบบทันที และแจ้งผู้ขายให้หยุดจำหน่าย

มาตรการป้องกันและคำแนะนำด้านความปลอดภัยสำหรับกระติกน้ำ

เพื่อป้องกันเหตุร้ายในอนาคต ผู้บริโภคควรเลือกซื้อสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. และตรวจสอบรีวิวจากผู้ใช้จริงเสมอ สำหรับกระติกน้ำร้อน ควรหลีกเลี่ยงการเติมน้ำเดือดเกิน 90 องศา และเปิดฝาครั้งละน้อยเพื่อระบายไอ ความปลอดภัยต้องมาก่อน โดยเฉพาะสินค้าที่ใกล้ชิดชีวิตประจำวัน

การตอบสนองที่รวดเร็วของนางสาวศุภมาส แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลในการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นจุดแข็งของระบบ สคบ. ในประเทศไทย หากคุณมีกระติก Thermos รุ่นนี้ อย่าลังเลที่จะหยุดใช้และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและครอบครัว

คำเรียกร้องให้ดำเนินการ (CTA): ตรวจสอบกระติกน้ำที่บ้านของคุณวันนี้ หากตรงรุ่นที่แจ้ง ให้หยุดใช้งานและติดต่อ สคบ. เพื่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติม ความระมัดระวังเล็กน้อยอาจช่วยชีวิตคุณได้!

ความเห็นส่วนตัว: การสั่งระงับขายทันทีแบบนี้เป็นมาตรการที่ถูกต้องและทันท่วงที ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “ศุภมาส” สั่งระงับขายกระติก Thermos 2 รุ่น เตือนประชาชนหยุดใช้งานทันที

ไม่จบแค่ที่เดียว สั่งสแกนโรงงานปลากระป๋องทั่วไทย

ปัญหาปลากระป๋องไม่ตรงฉลากกำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ ล่าสุด นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการแบบไม่รอช้า สั่งสแกนโรงงานปลากระป๋องทั่วไทย หลังจากพบแหล่งผลิตยัดไส้ปลาไม่ตรงปกเพิ่มเติมที่สมุทรสงคราม ไม่ใช่แค่เคสแรกที่สมุทรสาครเท่านั้นนะคะ เรื่องนี้รัฐบาลเอาจริง ดำเนินคดีเด็ดขาด โทษหนักจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับ 1 แสนบาทเลยทีเดียว

สั่งสแกนโรงงานปลากระป๋องทั่วไทย

สั่งสแกนโรงงานปลากระป๋องทั่วไทย ไม่มีข้อยกเว้น

ตั้งแต่เคสแรกที่ บริษัท ศรีรุ้งงามฟู้ดส์ จำกัด ในจังหวัดสมุทรสาครถูกสั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราว รัฐมนตรีศุภมาสก็กำชับหน่วยงานหลัก 3 แห่งให้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด (สคบ.จังหวัด), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด โดยมุ่งตรวจมาตรฐาน GMP, ฉลากสินค้า, และวัตถุดิบที่ใช้ผลิต โดยไม่ต้องรอเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติม “ดิฉันไม่เคยมองว่าเป็นความผิดพลาดของโรงงานเดียว และได้สั่งตรวจเข้มทั่วประเทศไปก่อนหน้านี้แล้ว” รัฐมนตรีกล่าว

ล่าสุดที่สมุทรสงคราม ก็พบโรงงานเข้าข่ายเดียวกัน ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด, สาธารณสุขจังหวัด, อย., กรมประมง, และสคบ. เข้าตรวจสอบทันที หากใช้ปลาชนิดอื่นแทนที่ระบุบนฉลาก ถือเป็นการผลิตอาหารปลอมตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 โทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี ปรับ 5,000 ถึง 100,000 บาท พร้อมอายัดสินค้าและหยุดกิจการ

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี

ทำไมต้องสั่งสแกนโรงงานปลากระป๋องทั่วไทย?

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะปลากระป๋องเป็นอาหารที่คนไทยบริโภคกันเยอะ โดยเฉพาะในครัวเรือนและร้านอาหาร หากวัตถุดิบไม่ตรงฉลาก อาจส่งผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่แพ้อาหารบางชนิด เช่น ปลาทูน่าปลอมเป็นปลาไส้ไหล่ รัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงให้ความสำคัญสูงสุด โดยทำงานร่วมกับรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อตรวจพิสูจน์สายพันธุ์ปลาด้วยวิธีวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ การตรวจสอบยังครอบคลุมโรงงานอาหารกระป๋องอื่นๆ เพื่อป้องกันปัญหาลุกลาม ผู้ประกอบการที่ได้มาตรฐาน GMP จะปลอดภัย แต่ผู้ที่โกงต้องรับโทษหนัก

ตรวจสอบโรงงาน

ผู้บริโภคตรวจสอบเองได้อย่างไร

  • ดูฉลากให้ชัด: ชื่อปลาต้องตรงกับที่ระบุ ไม่มีคำว่า “ปลาเนื้อขาว” แบบคลุมเครือ
  • เช็คเลขที่รับแจ้ง อย. ที่ด้านล่างกระป๋อง สแกน QR Code ได้
  • ซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ และเก็บหลักฐานใบเสร็จ
  • หากสงสัย ส่งเบาะแสให้หน่วยงานทันที

การ สั่งสแกนโรงงานปลากระป๋องทั่วไทย ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจสิทธิผู้บริโภคจริงจัง ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอาหารให้โปร่งใสมากขึ้น ในฐานะผู้บริโภค เราก็มีส่วนร่วมได้ หากพบผลิตภัณฑ์ต้องสงสัย ร้องเรียนเลยค่ะ จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดกับคนอื่น

ช่องทางร้องเรียน:

  • สายด่วน สคบ. 1166
  • สายด่วน อย. 1556
  • แอป OCPB Connect
  • เว็บไซต์ ocpb.go.th
  • ศูนย์ดำรงธรรมที่ศาลากลางจังหวัด

สุดท้ายนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าไทยระยะยาว ผู้ประกอบการที่ซื่อสัตย์จะได้ประโยชน์ ผู้บริโภคอย่างเราก็ปลอดภัย หากคุณเจอปัญหาคล้ายๆ กัน อย่าลังเล ร้องเรียนทันทีเพื่อปกป้องสิทธิตัวเองและคนอื่นๆ ค่ะ!

ที่มา – ไม่จบแค่ที่เดียว สั่งสแกน “โรงงานปลากระป๋อง” ทั่วไทย หลังพบผลิตไม่ตรงปกเพิ่มอีก

จ่อดำเนินคดี โรงงานปลากระป๋อง ยัดไส้ “ปลานิล” เข้าข่ายอาหารปลอม

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสกันทั่วประเทศ นั่นคือกรณี จ่อดำเนินคดี โรงงานปลากระป๋อง ยัดไส้ “ปลานิล” เข้าข่ายอาหารปลอม ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราต้องระวังตัวมากขึ้นเลยทีเดียว ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ

จ่อดำเนินคดี โรงงานปลากระป๋อง ยัดไส้ “ปลานิล” เข้าข่ายอาหารปลอม

จากข้อมูลที่ได้รับ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ศุภมาส ได้ยืนยันชัดเจนว่าการที่โรงงานผลิตปลากระป๋องใช้ปลานิลแทนปลาแมคเคอเรลนั้น ถือเป็นการผลิตอาหารปลอมร้ายแรงมาก ซึ่งผิดกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา ตอนนี้กำลังรอเอกสารจากกรมประมงเพื่อยืนยันสายพันธุ์ปลาให้ชัดเจน จะได้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการให้ถึงที่สุด ไม่มีละเว้นแน่นอนครับ

ขยายผลตรวจสอบหลายมิติ

ไม่ใช่แค่เรื่องปลาเท่านั้นนะครับ ยังพบปัญหา系统บำบัดน้ำเสียของโรงงานไม่ตรงตามมาตรฐาน ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครสั่งอุตสาหกรรมจังหวัดหยุดผลิตทันที จนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังตรวจหาสารอันตราย โลหะหนัก และปรอทในสินค้าด้วย เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

สำหรับสินค้าที่ออกสู่ตลาดไปแล้ว สั่งให้โรงงานเรียกคืนด่วน สคบ. ผนึกกำลังทุกหน่วยงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบทั่วประเทศ ปูพรมเช็กร้านค้าและโรงงานอื่นๆ ไม่ให้เกิดซ้ำรอย ประชาชนที่ซื้อไปแล้วรีบหยุดกินและส่งคืนโรงงานเลยครับ

ผลกระทบต่อผู้บริโภคและบทเรียนที่ได้

เรื่องนี้ทำให้เราต้องคิดถึงสุขภาพตัวเองและครอบครัวมากขึ้น ปกติเราซื้อปลากระป๋องเพราะสะดวก คิดว่าปลอดภัย แต่ถ้าถูกยัดเยียดปลาไม่ตรงฉลากแบบนี้ อาจเสี่ยงสารปนเปื้อนได้ ลองนึกภาพดูสิครับ กินเข้าไปแล้วมีโลหะหนักสะสม ยาวนานอาจเป็นอันตรายต่อตับไต

  • ตรวจสอบฉลากให้ชัด: ดูชื่อโรงงาน วันผลิต วันหมดอายุ
  • เลือกแบรนด์น่าเชื่อถือ: ที่มีมาตรฐาน GMP หรือ HACCP
  • ถ้าพบผิดปกติ รายงาน สคบ. หรือ สสจ. ทันที
  • สนับสนุนสินค้าท้องถิ่นที่ตรวจสอบได้

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นทางกฎหมายหลายฉบับที่อาจใช้ เช่น พ.ร.บ.อาหาร พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ทำให้คดีนี้รุนแรง รัฐบาลจริงจังมากในการปกป้องผู้บริโภค

ในมุมมองของผม การ จ่อดำเนินคดี โรงงานปลากระป๋อง ยัดไส้ “ปลานิล” เข้าข่ายอาหารปลอม ครั้งนี้เป็นสัญญาณดี แสดงว่ารัฐไม่ยอมให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบประชาชน ช่วยยกระดับมาตรฐานอาหารไทยให้สูงขึ้น

สุดท้ายนี้ ฝากเตือนทุกท่าน หยุดซื้อสินค้าจากโรงงานนี้ทันที ถ้ามีเหลืออยู่ส่งคืนเพื่อความปลอดภัย และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานรัฐเสมอ ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ต่อให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะครับ เพื่อปกป้องกันและกัน!

ที่มา – จ่อดำเนินคดี โรงงานปลากระป๋อง ยัดไส้ “ปลานิล” เข้าข่ายอาหารปลอม

“ศุภมาส” ผนึก บช.ก. ทลายคลังบุหรี่ไฟฟ้า

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวดีที่ทำให้คนไทยโล่งใจกันถอนหายใจได้บ้าง เมื่อ “ศุภมาส” ผนึก บช.ก. ทลายคลังบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ยึดของกลางนับหมื่นชิ้นพร้อมสารอันตรายสุดโหดอย่าง “สารซอมบี้” มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญมากสำหรับการปกป้องเด็กๆ และเยาวชนของเรา

“ศุภมาส” ผนึก บช.ก. ทลายคลังบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ยึดของกลางนับหมื่นชิ้นพร้อม “สารซอมบี้”

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกับ พล.ต.อ.นิรันดร์ เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวใหญ่ประเด็น “ศุภมาส” ผนึก บช.ก. ทลายคลังบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ พวกเขาได้บุกจับกุมเครือข่ายลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านเฟซบุ๊กและติ๊กต็อก ที่จังหวัดสมุทรสาคร ยึดของกลางได้กว่า 5,000 รายการ รวมถึงเครื่องจักรผลิตและซีนบรรจุภัณฑ์เพียบ นอกจากนี้ยังเจอสารเอโทมิเดต (Etomidate) หนัก 28 กิโลกรัม ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของ “บุหรี่ซอมบี้” ที่กำลังฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวและปาร์ตี้สถานบันเทิง สารนี้อันตรายรุนแรงต่อระบบประสาท สุขภาพ และอาจทำให้คนกลายเป็นซอมบี้เดินได้จริงๆ!

อันตรายร้ายจากบุหรี่ไฟฟ้าและสารซอมบี้ที่ไม่ควรมองข้าม

คุณรู้ไหมว่าบุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่งมีนิโคตินสูงเท่าบุหรี่มวนธรรมดา 20 มวน! เสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน ทำลายสมองเด็กที่กำลังพัฒนา และยิ่งถ้ามีสารซอมบี้ผสมเข้าไป ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เพื่อนๆ ลองดูรายการอันตรายหลักๆ ดังนี้

  • นิโคตินสูง: ติดง่าย ทำลายปอดและหัวใจ
  • สารเอโทมิเดต: ยาชาที่ใช้ในโรงพยาบาล แต่ผสมบุหรี่ทำให้มึนงง สูญเสียการควบคุมตัวเอง
  • ผลต่อเยาวชน: สมองพัฒนาไม่เต็มที่ เสี่ยงโรคจิตเภทและการติดยา
  • ระบาดออนไลน์: ขายง่ายผ่านโซเชียล เด็กๆ สั่งได้ในคลิกเดียว

นี่แหละที่ทำให้นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการเด็ดขาด ปราบตั้งแต่ต้นทางจนปลายทาง

แผนระยะยาว: ตั้งศูนย์เฉพาะกิจปราบบุหรี่ไฟฟ้า

นางสาวศุภมาส เตรียมชงนายกฯ ตั้ง “ศูนย์เฉพาะกิจปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า” โดยมีตัวเธอเป็นประธาน บูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุข กรมศุลกากร และตำรวจ ให้ทำงานเป็นทีมเดียวกัน มีกฎหมายหนุนหลังเต็มสูบ นอกจากนี้ยังกำชับ สคบ. ประสานโรงเรียนทั่วประเทศ สร้างความรู้โทษบุหรี่ไฟฟ้า ตัดวงจรความต้องการจากเด็กๆ

ส่วนกระแสข่าวลือเรื่องจับปรับไม่เท่ากันหรือทุจริตนั้น ศุภมาสยืนยันชัด การจับกุมโปร่งใส 100% ไม่มีนโยบายให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายเด็ดขาด ไทยจะไม่ยอมให้ธุรกิจมืดแบบนี้เติบโต!

การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจังกับการปกป้องสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตชาติ สิ่งสำคัญคือเราทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ซื้อมาใช้ ไม่ปล่อยให้เด็กเข้าถึง ถ้าคุณเจอการขายออนไลน์ รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที แชร์บทความนี้เพื่อกระจายความรู้ และช่วยกันสร้างสังคมปลอดบุหรี่ไฟฟ้า ร่วมมือกันเถอะเพื่ออนาคตที่ดีกว่า!

ที่มา – “ศุภมาส” ผนึก บช.ก. ทลายคลังบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ยึดของกลางนับหมื่นชิ้นพร้อม “สารซอมบี้”

สั่งหยุดกิจการชั่วคราว เคสปลากระป๋อง ศุภมาส

กรณีสั่งหยุดกิจการชั่วคราว เคสปลากระป๋องกำลังเป็นประเด็นร้อนที่ผู้บริโภคหลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะหลังจากพบว่าสินค้าบางยี่ห้อไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ ล่าสุด นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตที่จังหวัดสมุทรสาคร และมีคำสั่งเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิผู้บริโภค

สั่งหยุดกิจการชั่วคราว เคสปลากระป๋อง

เหตุการณ์นี้เริ่มจากผู้บริโภคร้องเรียนว่าปลากระป๋องยี่ห้อหนึ่งที่ระบุว่าเป็นปลาแมคเคอเรล แต่เมื่อเปิดดูกลับพบเป็นปลาชนิดอื่น สร้างความไม่พอใจและความเสี่ยงด้านสุขภาพให้กับผู้ซื้อจำนวนมาก วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 นางสาวศุภมาส ได้นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท ศรีรุ้งงามฟู้ดส์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลกาหลง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผลการตรวจสอบพบปัญหาหลายประการ โดยเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม รวมถึงการใช้ปลาชนิดอื่นแทนปลาแมคเคอเรลตามฉลาก ซึ่งถือเป็นการผลิตอาหารปลอม นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร จึงมีคำสั่งสั่งหยุดกิจการชั่วคราวทันที จนกว่าจะปรับปรุงโรงงานให้ได้มาตรฐาน GMP (หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร) และผ่านการตรวจสอบซ้ำ

ศุภมาส สั่ง สคบ. ทุกจังหวัดตรวจสอบ ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังกระทำผิดกฎหมายหลายข้อ เช่น การแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ซึ่งผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี หรือปรับ 5,000 ถึง 100,000 บาท สำหรับการผลิตอาหารปลอม และปรับไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับฉลากไม่ตรงปก

  • ระบบบำบัดน้ำเสียไม่มาตรฐาน
  • ใช้ปลาผิดชนิด ไม่ตรงฉลาก
  • กระบวนการผลิตไม่เป็น GMP
  • เสี่ยงสุขภาพผู้บริโภคจากอาหารไม่ปลอดภัย

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างยิ่ง การบูรณาการระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่นในครั้งนี้ เป็นสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ยอมให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค รัฐบาลพร้อมให้โอกาสผู้ประกอบการแก้ไข แต่ต้องเคร่งครัดต่อคุณภาพสินค้า ดังนั้น จึงสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทุกจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ปัญหาปลากระป๋องไม่ตรงปกไม่ใช่ครั้งแรกในไทย ผู้บริโภคควรระวังในการเลือกซื้อ โดยตรวจสอบฉลากให้ชัดเจน ดูวันผลิต วันหมดอายุ ส่วนผสม และเลขที่ อย. ที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้ เลือกซื้อจากร้านค้าที่มีมาตรฐานหรือแบรนด์ดังที่มีชื่อเสียง เพื่อลดความเสี่ยง การโกงฉลากเช่นนี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น ภูมิแพ้จากปลาผิดชนิด หรือสารปนเปื้อนจากน้ำเสียไม่บำบัด

ในมุมมองของผู้บริโภค การสั่งหยุดกิจการชั่วคราว เคสปลากระป๋องครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจัง หากผู้ประกอบการปรับปรุงได้ ก็สามารถกลับมาผลิตต่อ แต่ต้องโปร่งใส 100% เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมอาหารกระป๋องของไทย

หากคุณเคยซื้อปลากระป๋องแล้วพบปัญหาไม่ตรงปก หรือสินค้าอื่นๆ ที่เอาเปรียบ อย่ารอช้า ร้องเรียนได้ทันทีที่สายด่วน สคบ. 1166 แอป OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th ศูนย์ดำรงธรรมที่ศาลากลางจังหวัด หรือสำหรับอาหารและยา สายด่วน อย. 1556 การร้องเรียนของคุณช่วยปกป้องผู้บริโภคคนอื่นๆ ได้

ความเห็นส่วนตัว: การดำเนินการรวดเร็วครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดี รัฐบาลสมควรขยายการตรวจสอบไปยังสินค้าอื่นๆ ด้วย เพื่อให้ตลาดไทยปลอดภัยยิ่งขึ้น ผู้บริโภคอย่างเรามีพลังในการเปลี่ยนแปลง เพียงแค่กล้าพูดกล้าร้อง!

ที่มา – สั่งหยุดกิจการชั่วคราว เคสปลากระป๋อง “ศุภมาส” สั่ง สคบ.ทุกจังหวัดตรวจสอบ ไม่ให้เกิดซ้ำ

Scroll to top