ศุลกากร

ชัยชนะ จี้รัฐบาลปั้น ทุ่งสง เป็น ICD ภาคใต้

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของศูนย์กระจายสินค้าทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช กันมาบ้างแล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่าทำไมโครงการนี้ถึงถูกจับตามองอย่างหนักในปัจจุบัน เมื่อล่าสุด นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าที่แท้จริงภายใต้ชื่อ ชัยชนะ จี้รัฐบาลปั้น ทุ่งสง เป็น ICD ภาคใต้ เพื่อปลดล็อกศักยภาพด้านโลจิสติกส์ที่ถูกแช่แข็งมานานหลายรัฐบาล

ทำไมต้อง ชัยชนะ จี้รัฐบาลปั้น ทุ่งสง เป็น ICD ภาคใต้?

ปัญหาสำคัญของศูนย์กระจายสินค้าในปัจจุบันคือความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แม้รัฐบาลหลายยุคสมัยจะทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับสิ่งปลูกสร้าง ระบบราง และลานคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ แต่กลับขาดหัวใจสำคัญคือ “ด่านศุลกากร” ทำให้ตู้สินค้าที่ขนส่งมายังคงต้องถูกตรวจซ้ำซ้อนที่ท่าเรือปลายทาง ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการพุ่งสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

นายชัยชนะจึงมองว่า หากเราเปลี่ยนที่นี่ให้เป็น Inland Container Depot (ICD) หรือศูนย์ตรวจปล่อยตู้สินค้าภายในประเทศที่สมบูรณ์แบบ จะเกิดข้อดีหลายประการ ดังนี้:

  • ลดขั้นตอนความยุ่งยาก: สินค้าสามารถผ่านการซีลและตรวจสอบเอกสารจากต้นทางได้เลย
  • ประหยัดต้นทุนและเวลา: ลดค่าใช้จ่ายในการทำพิธีการศุลกากรซ้ำซ้อนที่ท่าเรือแหลมฉบังหรือท่าเรือต่างๆ
  • เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน: สินค้าจากภาคใต้จะสามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าที่สุด

วิสัยทัศน์การปั้น ชัยชนะ จี้รัฐบาลปั้น ทุ่งสง เป็น ICD ภาคใต้ สู่การเป็นฮับแห่งอนาคต

การขนส่งด้วยระบบราง 1 ขบวนสามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ถึง 20 ตู้ ในขณะที่รถบรรทุกทั่วไปทำได้เพียง 1-2 ตู้เท่านั้น การผลักดันโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ผลิตในพื้นที่ แต่ยังช่วยลดปัญหาการจราจรบนท้องถนนและลดการใช้พลังงานของประเทศ นี่คือโมเดลการพัฒนาแบบครบวงจรที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งมือทำ

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะต้องมองเห็นโอกาสนี้และเข้ามาเป็นหัวเรือใหญ่ในการปลดล็อกเงื่อนไขทางกฎหมายและการบริหารราชการ เพื่อให้ศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าที่รอการใช้งาน

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูว่านโยบายนี้จะถูกหยิบยกมาขับเคลื่อนให้เห็นเป็นรูปธรรมได้เมื่อไหร่ เพราะหากทำได้สำเร็จ นี่จะเป็นการพลิกโฉมเศรษฐกิจภาคใต้ไปสู่จุดสูงสุดใหม่ที่ยั่งยืนกว่าที่เคย หากคุณเห็นด้วยว่าการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ที่ดีคือหัวใจสำคัญของการเติบโต อย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ถึงคนทำงานครับ

ที่มา – “ชัยชนะ” จี้รัฐบาลปั้น “ทุ่งสง” เป็น ICD ภาคใต้ ลงทุนมาหลายรัฐบาลแต่ใช้ไม่คุ้ม

ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้า-เครื่องสำอางไม่ได้มาตรฐานกว่า 1.7 แสนชิ้น

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นสินค้าที่ราคาถูกผิดปกติวางจำหน่ายกันตามแพลตฟอร์มออนไลน์ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงถูกจัง? ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 69 ทางกรมศุลกากรได้ออกมาเผยผลงานการตรวจค้นครั้งใหญ่ เมื่อมีการเข้าทลายโกดังย่านลาดกระบัง และดำเนินการ ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้า-เครื่องสำอาง ไม่ได้มาตรฐาน ลอบนำเข้ากว่า 1.7 แสนชิ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้บริโภคต้องระวังให้มากครับ

ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้า-เครื่องสำอาง ไม่ได้มาตรฐาน ลอบนำเข้ากว่า 1.7 แสนชิ้น

การตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับโกดังต้องสงสัยในเขตทับยาว ลาดกระบัง ผลปรากฏว่าเมื่อบุกเข้าตรวจค้น พบสินค้าจำนวนมหาศาลรวมกว่า 170,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายสูงถึง 16 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นสินค้าที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร และที่น่ากลัวคือสินค้าเหล่านี้ยังไม่มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพจาก สมอ. หรือ อย. อีกด้วย

อันตรายจากสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่คนไทยต้องรู้

ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับการ ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้า-เครื่องสำอาง ไม่ได้มาตรฐาน ลอบนำเข้ากว่า 1.7 แสนชิ้น ในครั้งนี้? คำตอบคือ “ความปลอดภัย” ครับ เพราะสินค้าเหล่านี้นอกจากผิดกฎหมายแล้ว ยังแฝงไปด้วยความเสี่ยง ดังนี้:

  • เครื่องใช้ไฟฟ้า: มักใช้วัสดุด้อยคุณภาพ เสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ หรือไม่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ ทำให้เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  • เครื่องสำอาง: ผลิตโดยปราศจากการควบคุมสารเคมี อาจมีสารปรอท สารตะกั่ว หรือสารต้องห้ามที่ทำลายผิวหน้าและส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว
  • ขาดประกันคุณภาพ: เมื่อเกิดปัญหา ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายหรือติดต่อผู้ผลิตได้เลย

ทางกรมศุลกากรยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราสถานที่จัดเก็บสินค้าและเครือข่ายลักลอบนำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผู้บริโภคให้ห่างไกลจากสินค้าอันตรายเหล่านี้

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และนักช้อปทุกคนว่า การเลือกซื้อสินค้าให้นึกถึงมาตรฐานความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง อย่าเห็นแก่ของถูกเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบเครื่องหมาย อย. และ มอก. ให้มั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวคุณและครอบครัวครับ

ที่มา – ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้า-เครื่องสำอาง ไม่ได้มาตรฐาน ลอบนำเข้ากว่า 1.7 แสนชิ้น

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านร่างงบ DHS ชั่วคราว

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านร่างงบ DHS ชั่วคราว แล้วนะครับ หลังจากที่รีพับลิกันไม่ยอมรับข้อตกลงจากวุฒิสภา สถานการณ์ชัตดาวน์บางส่วนของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ยังคงยืดเยื้อต่อไป ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศของประชาชนชาวอเมริกันอย่างหนัก

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวของตัวเอง คะแนน 213 ต่อ 203 เสียง ร่างนี้จัดสรรงบเต็มจำนวนให้ DHS เป็นเวลา 8 สัปดาห์ แต่ปัญหาคือ วุฒิสภาจะต้องเห็นชอบเวอร์ชันเดียวกันก่อนถึงจะส่งให้ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามได้ ทำให้ชัตดาวน์ยังไม่จบง่ายๆ

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านร่างงบ DHS ชั่วคราว หลังรีพับลิกันปัดข้อตกลงสว.

สาเหตุหลักมาจากการที่รีพับลิกันไม่พอใจร่างจากวุฒิสภา เพราะร่างนั้นตัดงบประมาณของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) และหน่วยตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในนโยบายกวาดล้างผู้อพยพผิดกฎหมายของทรัมป์ ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภา เรียกร่างวุฒิสภาว่า “เรื่องตลก” เลยทีเดียว

ผลกระทบจากการชัตดาวน์ DHS

ภาวะชัตดาวน์นี้ทำให้เจ้าหน้าที่ TSA (Transportation Security Administration) หลายพันคนต้องทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนมาตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้คิวยาวเหยียดที่สนามบินต่างๆ เช่น สนามบินนานาชาติฮิวส์ตัน ที่ผู้โดยสารต้องรอตรวจนานจนเจ้าหน้าที่ต้องแจกน้ำดื่มช่วยเหลือ

  • บริการตรวจคัดกรองผู้โดยสารและสัมภาระล่าช้า
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำงานฟรี สร้างความเดือดร้อน
  • กระทบการบินทั่วประเทศ สายการบินล่าช้า
  • ทรัมป์สั่งชดเชยย้อนหลัง แต่ยังไม่ช่วยบรรเทาในทันที

ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเดโมแครตวุฒิสภา วิจารณ์หนักว่า ร่างของรีพับลิกันเป็นแค่ “ยึดติดสถานะเดิม” และวุฒิสภาจะตีตกทันที เขาย้ำว่าเดโมแครตสนับสนุนงบ DHS แต่ต้องปฏิรูป ICE ก่อน โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุเจ้าหน้า ICE ยิงชาวอเมริกันเสียชีวิต 2 รายในมินนิโซตา ทำให้ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติรุนแรงเกินกว่าเหตุ

ความขัดแย้งทางการเมืองเบื้องหลัง

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านร่างงบ DHS ชั่วคราว นี้ สะท้อนความแตกแยกระหว่างรีพับลิกันกับเดโมแครต รีพับลิกันยืนกรานเรื่องงบ ICE และชายแดน เพื่อนโยบายทรัมป์ ส่วนเดโมแครตต้องการการตรวจสอบและปฏิรูป ร่างของสภาล่างจัดสรรงบเต็มให้ TSA, ICE และชายแดน แต่ต้องรอวุฒิสภา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่งบประมาณกลายเป็นสงครามการเมือง สมัยทรัมป์ ชัตดาวน์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐเกิดขึ้นเพราะกำแพงชายแดน ครั้งนี้กระทบเฉพาะ DHS แต่ผลกระทบต่อประชาชนชัดเจน

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หากไม่หาข้อตกลงเร็วๆ อาจลุกลามชัตดาวน์ทั้งรัฐบาล ส่งผลเศรษฐกิจเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์ แนะนำให้ทั้งสองพรรคเจรจาแบบทวิภาคีเพื่อความมั่นคงชาติ

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ

ในมุมมองของผม ความขัดแย้งนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองสหรัฐฯ กำลังแบ่งขั้วรุนแรง ซึ่งอาจกระทบความมั่นคงสาธารณะ ติดตามต่อไปว่าวุฒิสภาจะทำอย่างไร หรือจะมีข้อตกลงใหม่ไหมครับ

ที่มา – สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านร่างงบฯ ชั่วคราว DHS หลังรีพับลิกันปัดข้อตกลง สว.

จับ! บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ 46,260 ชิ้น

กรมศุลกากรจับมือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจยึด บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 46,260 ชิ้น ลักลอบนำเข้าประเทศไทย โดยปะปนมากับสินค้าเบ็ดเตล็ด คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ณ กรมศุลกากร ได้มีการแถลงข่าวการจับกุม บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม อาทิ รัฐมนตรีประจำสำนักนายก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีกรมศุลกากร และผู้แทนจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การจับกุมครั้งนี้เป็นการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้ง จำนวน 46,260 ชิ้น มูลค่ารวม 10,871,100 บาท ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายในการนำเข้าสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร

สืบเนื่องจากนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมได้เข้าตรวจสอบตู้สินค้าตกค้างจำนวน 7 ตู้ ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ จากการตรวจค้นอย่างละเอียด พบว่ามีการอำพราง บุหรี่ไฟฟ้า คละกลิ่น ซุกซ่อนปะปนอยู่กับสินค้าเบ็ดเตล็ดภายในตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า สถิติการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ในงบประมาณปี 2569 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 11 ธันวาคม 2568) สามารถตรวจยึดของกลางได้แล้วกว่า 123,870 ชิ้น รวมมูลค่าสูงถึง 25,170,659 บาท

กรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้า ณ ด่านชายแดนและท่าเรือทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ทำลายสุขภาพและส่งผลกระทบต่อสังคม

บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์: การจับกุมครั้งใหญ่

การจับกุม บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง การลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ

ผลกระทบของการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า

  • ความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค: บุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบนำเข้ามักไม่มีการควบคุมคุณภาพ อาจมีสารอันตรายที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • การสูญเสียรายได้ของรัฐ: การลักลอบนำเข้าทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษี
  • ผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมาย: การลักลอบนำเข้าทำให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียเปรียบ

การจับกุม บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ จำนวนมากเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย หวังว่าการดำเนินการอย่างต่อเนื่องนี้จะสามารถลดปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าอันตราย และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่สุจริต

การลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้านอกจากจะเป็นภัยต่อสุขภาพ และเศรษฐกิจของชาติแล้ว ยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย การสนับสนุนสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะช่วยให้ประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ดี และสร้างรายได้ให้ภาครัฐนำไปพัฒนาประเทศต่อไป

ที่มา – ตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ 46,260 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

Scroll to top