สงครามกลางเมืองเยเมน

กบฏฮูตียิงมิสไซล์ระลอก 2 ใส่อิสราเอล ลั่นจะโจมตีต่อเนื่อง

กบฏฮูตียิงมิสไซล์ระลอก 2 ใส่อิสราเอล ลั่นจะโจมตีต่อเนื่อง สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางให้รุนแรงยิ่งขึ้น กลุ่มติดอาวุธฮูตีจากเยเมนประกาศกร้าวว่าจะไม่หยุดยิงจนกว่าอิสราเอลจะยุติการโจมตีและการรุกราน

กบฏฮูตียิงมิสไซล์ระลอก 2 ใส่อิสราเอล ลั่นจะโจมตีต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 นายยาห์ยา ซารี โฆษกกลุ่มฮูตี ออกแถลงการณ์ผ่านช่องทาง Telegram ระบุว่า กลุ่มได้ยิงขีปนาวุธร่อน (cruise missiles) และโดรนโจมตีฐานทัพทหารสำคัญของอิสราเอลหลายแห่ง เป็นระลอกที่ 2 ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากระลอกแรก เขายืนยันว่าปฏิบัติการนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และจะมีการโจมตีต่อเนื่องในหลายวันข้างหน้า

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรง โดยฮูตีประกาศเข้าร่วมสงครามอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ความตึงเครียดกับอิหร่านปะทุเมื่อ 28 ก.พ. 2569 สื่ออิสราเอลและสหรัฐรายงานว่าอิสราเอลสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธทั้งหมดได้ ไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ

กบฏฮูตียิงมิสไซล์ระลอก 2 ใส่อิสราเอล: พื้นหลังและแรงจูงใจ

กลุ่มฮูตีเป็นกลุ่มกบฏชีอะห์ในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านมาตั้งแต่สงครามกลางเมืองปี 2558 ซึ่งพวกเขายึดครองพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ สงครามนี้ทำให้เยเมนเผชิญวิกฤตมนุษยธรรมรุนแรงที่สุดในโลก มีผู้เสียชีวิตนับล้านและประชาชนอดอยาก

  • การสนับสนุนจากอิหร่าน: ฮูตีใช้ขีปนาวุธและโดรนที่อิหร่านจัดหา เพื่อโจมตีอิสราเอลในฐานะการตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลต่อปาเลสไตน์และกลุ่มพันธมิตร
  • ปฏิกิริยาจากอิสราเอล: กองทัพอิสราเอลใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ Iron Dome สกัดกั้นได้ทั้งหมด
  • การประสานงาน: ฮูตีอ้างว่าปฏิบัติการนี้ประสานกับอิหร่านและฮิซบอลเลาะห์

รัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ (ฐานที่มั่นเอเดน) ประณามอิหร่านว่าพยายามลากเยเมนเข้าสู่สงคราม โดยใช้ฮูตีเป็นเครื่องมือ สภาประธานาธิบดีเยเมนเตือนว่าการกระทำนี้จะยิ่งทำให้วิกฤตมนุษยธรรมเลวร้ายลง

นับตั้งแต่ฮูตีเริ่มโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงเพื่อตอบโต้สงครามกาซา สถานการณ์ในภูมิภาคยิ่งตึงเครียด สหรัฐและพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียได้โจมตีฐานที่มั่นฮูตีหลายครั้ง แต่กลุ่มนี้ยังคงมีขีดความสามารถทางทหารสูง

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า กบฏฮูตียิงมิสไซล์ระลอก 2 ใส่อิสราเอล ลั่นจะโจมตีต่อเนื่อง เป็นกลยุทธ์ของอิหร่านในการเปิดแนวรบหลายด้าน เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในและกดดันอิสราเอล

สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการค้าทางทะเลแดงที่หยุดชะงัก น้ำมันพุ่งสูง และความเสี่ยงสงครามภูมิภาคขยายวง

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของสันติภาพตะวันออกกลาง การโจมตีแบบนี้ไม่เพียงเพิ่มความสูญเสีย แต่ยังยืดเยื้อความทุกข์ทรมานของประชาชนเยเมนที่กำลังเผชิญภัยพิบัติมนุษยธรรม ควรมีกระบวนการเจรจาสันติภาพที่แท้จริงเพื่อยุติวงจรความรุนแรง

ติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุดได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – กบฏฮูตียิงมิสไซล์ระลอก 2 ใส่อิสราเอล ลั่นจะโจมตีต่อเนื่อง

กบฏฮูตีบุกสำนักงาน UN ในเยเมน: เกิดอะไรขึ้น?

สถานการณ์ในเยเมนยังคงน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดเหตุการณ์ กบฏฮูตีบุกสำนักงาน UN ในเยเมน ส่งผลกระทบต่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและตอกย้ำถึงความไร้เสถียรภาพในภูมิภาค

รายงานล่าสุดระบุว่า กลุ่มกบฏฮูตีได้ทำการบุกเข้าไปในสำนักงานขององค์กรสหประชาชาติ (UN) ในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน และจับตัวเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่มีรายงานว่าอิสราเอลได้ทำการโจมตีสังหารนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลกบฏฮูตี

โฆษกของโครงการอาหารโลก (WFP) และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ UNICEF ได้ยืนยันว่า สำนักงานของพวกเขาในกรุงซานาถูกบุกรุกโดยกองกำลังความมั่นคงท้องถิ่น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของทั้งสององค์กรถูกควบคุมตัว เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ UN ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่

กบฏฮูตีบุกสำนักงาน UN ในเยเมน: เหตุการณ์ที่น่ากังวล

ฮานส์ กรุนเบิร์ก ทูตพิเศษสหประชาชาติประจำเยเมน ได้ออกมาประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง และยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ UN จำนวน 11 คนถูกควบคุมตัว เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพสถานะและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ UN ที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนในเยเมน

ผลกระทบจากเหตุการณ์ กบฏฮูตีบุกสำนักงาน UN ในเยเมน

การบุกสำนักงาน UN และจับตัวเจ้าหน้าที่ย่อมส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินงานด้านมนุษยธรรมในเยเมน องค์กร UN เป็นหน่วยงานหลักที่ให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม ยา และสิ่งจำเป็นอื่นๆ แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมือง การที่เจ้าหน้าที่ถูกควบคุมตัวและสำนักงานถูกบุกรุก ทำให้การช่วยเหลือเหล่านี้เป็นไปได้ยากลำบากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นสำหรับองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานในเยเมน หาก UN ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสถานะพิเศษยังถูกโจมตีได้ องค์กรอื่นๆ ก็อาจตกเป็นเป้าหมายได้เช่นกัน

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการบุกสำนักงาน UN มีความเชื่อมโยงกับการโจมตีของอิสราเอลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กลุ่มกบฏฮูตีเคยมีประวัติในการมุ่งเป้าโจมตีองค์กร UN และหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นๆ มาก่อน

ในขณะเดียวกัน นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ประกาศว่าการโจมตีที่สังหารนายอาเหม็ด อัล-ราฮาวี นายกรัฐมนตรีของรัฐบาลฮูตี เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการต่อต้านกบฏฮูตี

สถานการณ์ในเยเมนมีความซับซ้อนและเปราะบางอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ที่กลุ่มกบฏฮูตียึดกรุงซานาในปี 2559 พวกเขาได้จัดตั้งรัฐบาลปกครองพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ ในขณะที่รัฐบาลเยเมนที่นานาชาติให้การยอมรับปกครองภาคใต้ ทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบากและความทุกข์ทรมาน

กบฏฮูตีบุกสำนักงาน UN ในเยเมนเป็นเครื่องเตือนใจว่าวิกฤตการณ์ในเยเมนยังคงดำรงอยู่ และต้องการความสนใจและความพยายามจากนานาชาติในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การเจรจาทางการเมือง และการสร้างสันติภาพเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อยุติความขัดแย้งและบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนเยเมน

เห็นได้ชัดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการบ่อนทำลายความพยายามในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในเยเมน

ที่มา – กบฏฮูตีบุกสำนักงาน UN ในเยเมน หลังนายกรัฐมนตรีถูกสังหาร

ฮูตีเผย อิสราเอลทิ้งบอมบ์สังหารนายกฯ รัฐบาลเยเมน

กลุ่มฮูตีเผย นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลของพวกเขา ถูกสังหารในการโจมตีของอิสราเอลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้านอิสราเอลระบุว่า โจมตีเพื่อตอบโต้ที่ฮูตีใช้มิสไซล์ชนิดใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมนเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 30 ส.ค. 2568 ว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (28 ส.ค.) สังหารนายกรัฐมนตรี อาเหม็ด อัล-ราฮาวี กับรัฐมนตรีอีกหลายคนในรัฐบาลฝ่ายกบฏของพวกเขา

“ศัตรูชาวอิสราเอลมุ่งเป้าหมายไปที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคนระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการตามปกติ ซึ่งจัดโดยรัฐบาลเพื่อประเมินกิจกรรมและผลงานของรัฐบาลในช่วงปีที่ผ่านมา” ประธานาธิบดีของรัฐบาลฮูตีระบุในแถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่โดยสถานีโทรทัศน์ที่กบฏฮูตีควบคุม

ทั้งนี้ นับตั้งแต่กลุ่มกบฏฮูตียึดกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนได้ในปี 2559 พวกเขาก็จัดตั้งรัฐบาลปกครองพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของเยเมน ซึ่งมีประชาชนกว่า 70% ของทั้งประเทศ ในขณะที่รัฐบาลเยเมนที่นานาชาติให้การยอมรับ ปกครองภาคใต้ และทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองมาจนถึงทุกวันนี้

ฝ่ายอิสราเอลยังไม่ออกมายืนยันถ้อยแถลงของกบฏฮูตี แต่เมื่อวันพฤหัสบดี เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่า กองทัพมุ่งเป้าโจมตีผู้นำของกลุ่มฮูตี หลังจากกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ ยิงมิสไซล์ติดตั้งหัวรบลูกปรายชนิดใหม่เข้าใส่อิสราเอล

เหตุการณ์ล่าสุดที่กลุ่มฮูตีเผยว่า อิสราเอลทิ้งบอมบ์สังหารนายกรัฐมนตรีรัฐบาลฝ่ายกบฏเยเมน นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การกล่าวอ้างดังกล่าว ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากอิสราเอล สร้างความกังวลให้กับประชาคมโลกเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพของเยเมนและภูมิภาคโดยรวม

ฮูตีเผย อิสราเอลทิ้งบอมบ์สังหารนายกรัฐมนตรีรัฐบาลฝ่ายกบฏเยเมน

ความขัดแย้งในเยเมนเป็นสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานหลายปี ส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การแทรกแซงจากภายนอก ทั้งทางตรงและทางอ้อม ยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนและรุนแรงมากยิ่งขึ้น การที่ฮูตีเผย อิสราเอลทิ้งบอมบ์สังหารนายกรัฐมนตรีรัฐบาลฝ่ายกบฏเยเมน จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจนำไปสู่การขยายตัวของความขัดแย้งและความไม่มั่นคงในภูมิภาค

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ฮูตีเผย อิสราเอลทิ้งบอมบ์สังหารนายกรัฐมนตรีรัฐบาลฝ่ายกบฏเยเมน

  • การตอบโต้จากกลุ่มฮูตี: หากข้อกล่าวหาเป็นจริง กลุ่มฮูตีอาจตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลหรือพันธมิตร ซึ่งจะนำไปสู่การปะทะกันโดยตรงระหว่างทั้งสองฝ่าย
  • การขยายตัวของสงคราม: ความขัดแย้งอาจขยายตัวไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของตะวันออกกลางโดยรวม
  • วิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงขึ้น: ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นจะทำให้สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเยเมนเลวร้ายลง ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก

นานาชาติต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในเยเมนอย่างสันติวิธี และป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนควบคุมไม่ได้ การเจรจาทางการเมืองเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่สันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในเยเมน

อย่างไรก็ตาม การที่ฮูตีเผย อิสราเอลทิ้งบอมบ์สังหารนายกรัฐมนตรีรัฐบาลฝ่ายกบฏเยเมน อาจทำให้กระบวนการสันติภาพมีความซับซ้อนและยากยิ่งขึ้น การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจระหว่างทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถก้าวข้ามความขัดแย้งและความรุนแรงไปได้

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหาทางออกทางการทูตสำหรับความขัดแย้งที่ยาวนานนี้ และเพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติม การที่กลุ่มฮูตีเผย อิสราเอลทิ้งบอมบ์สังหารนายกรัฐมนตรีรัฐบาลฝ่ายกบฏเยเมน ถือเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลและต้องได้รับการแก้ไขอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น

ที่มา – ฮูตีเผย อิสราเอลทิ้งบอมบ์สังหารนายกรัฐมนตรีรัฐบาลฝ่ายกบฏเยเมน

Scroll to top