สงครามอิสราเอล

อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม

อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม เกือบ 200 รายเป็นเด็ก สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนัก เมื่อการโจมตีจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในอิหร่าน ข่าวนี้ไม่เพียงสะเทือนใจ แต่ยังจุดประกายความกังวลเรื่องสงครามโลกครั้งใหม่ด้วย

อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม เกือบ 200 รายเป็นเด็ก

ตามรายงานล่าสุดจากสำนักข่าวนักสิทธิมนุษยชน หรือ HRANA ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 จำนวนผู้เสียชีวิตพลเรือนในอิหร่านจากการโจมตีที่เริ่มมาตั้งแต่วันเสาร์ก่อนหน้านี้ พุ่งสูงถึง 1,172 ราย และเมื่อรวมกับบุคลากรทางทหารที่เสียชีวิตอีก 176 ราย รวมทั้งหมด 1,348 ศพแล้ว ที่น่าเศร้าที่สุดคือ ในจำนวนนี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีถึง 194 ราย ซึ่งคิดเป็นเกือบ 200 ราย สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามที่ไม่เลือกหน้า

การโจมตีขยายวงกว้างทั่ว 28 จังหวัด

ไม่ใช่แค่กรุงเตหะรานและภาคตะวันตกเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่การโจมตีได้กระจายไปทั่วประเทศ ในช่วง 24 ชั่วโมงจนถึง 17.00 น. วันศุกร์ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ มีเหตุการณ์โจมตีอย่างน้อย 136 ครั้ง สร้างความเสียหายจากการโจมตีถึง 664 ครั้ง นับว่ารุนแรงกว่าหลายวันที่ผ่านมาแบบเท่าตัว ความรุนแรงนี้ทำให้อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม เกือบ 200 รายเป็นเด็ก อย่างรวดเร็ว

เป้าหมายหลักยังคงอยู่ที่กรุงเตหะรานและพื้นที่ภาคตะวันตก แต่การโจมตีแบบกระจายนี้แสดงถึงกลยุทธ์ที่กว้างขวางมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอาจเป็นการตอบโต้ต่อการสนับสนุนกลุ่มฮูธีและฮามาสของอิหร่าน ซึ่งลุกลามมาจากความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์

สถานที่สำคัญที่ถูกโจมตีละเมิดกฎมนุษยธรรม

สิ่งที่น่าตกใจคือ มีสถานที่ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศถูกทำลายด้วย ระหว่างวันพฤหัสบดีถึงเย็นวันศุกร์ เช่น ศูนย์สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน ที่พักอาศัย 3 แห่งในกรุงเตหะราน และอาคารบริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน (NIOC) การโจมตีจุดเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียทางชีวิต แต่ยังทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

  • พลเรือนเสียชีวิต: 1,172 ราย รวมเด็ก 194 ราย
  • ทหารเสียชีวิต: 176 ราย
  • จำนวนเหตุการณ์: 136 ครั้ง โจมตี 664 ครั้ง
  • จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ: 28 จังหวัดทั่วประเทศ
  • สถานที่เสียหาย: สภาเสี้ยววงเดือนแดง, ที่พักอาศัย, บริษัทน้ำมัน

ตัวเลขเหล่านี้มาจาก HRANA ซึ่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้จะมีสำนักงานในสหรัฐฯ แต่กลุ่มนี้มีเครือข่ายนักเคลื่อนไหวในอิหร่านที่รายงานข้อมูลเรียลไทม์

บริบทและผลกระทบระยะยาว

ความขัดแย้งนี้เริ่มต้นจากอะไร? อิหร่านถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่อต้านอิสราเอล เช่น ฮิซบอลเลาะห์และฮูธี สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ (จากข้อมูลล่าสุด) จึงเข้ามาเสริมอิสราเอลด้วยการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธ ผลที่ตามมาคือ ผู้ลี้ภัยนับล้าน ระบบเศรษฐกิจอิหร่านยิ่งพังทลายจากราคาน้ำมันผันผวน และความเสี่ยงสงครามภูมิภาค

นอกจากนี้ การเสียชีวิตของเด็กเกือบ 200 รายยังจุดชนวนการประณามจากนานาชาติ สหประชาชาติเรียกร้องให้หยุดยิงทันที ขณะที่อิหร่านขู่ตอบโต้แบบสมมาตร

ในมุมมองของเรา สถานการณ์อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่มนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าสงครามไม่มีผู้ชนะ การเจรจาคือทางออกเดียว คุณคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวอัพเดทต่างประเทศเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ

ที่มา – อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม เกือบ 200 รายเป็นเด็ก

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนัก หาเป้าใหม่

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก ชี้กำลังหาเป้าหมายใหม่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดสุดขีด เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโพสต์ข้อความดุเดือดผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของตัวเอง ประกาศกร้าวว่าจะยกระดับการโจมตีอิหร่านในวันนี้เลยทีเดียว เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวต่างประเทศคงต้องตั้งตัวกันให้ดี เพราะนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก ชี้กำลังหาเป้าหมายใหม่

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 หรือวันนี้เอง ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความที่ชัดเจนมาก โดยบอกว่า “วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก” และกำลังพิจารณาเป้าหมายใหม่ๆ ที่ไม่เคยถูกโจมตีมาก่อน เพื่อให้การโจมตีครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ทรัมป์ยังเขียนต่อด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า “พื้นที่และกลุ่มบุคคลที่ไม่เคยถูกพิจารณาให้เป็นเป้าหมายจนถึงขณะนี้ กำลังอยู่ภายใต้การพิจารณาอย่างจริงจังเพื่อการทำลายล้างอย่างสิ้นซากและความตายที่แน่นอน เนื่องจากพฤติกรรมที่เลวร้ายของอิหร่าน”

ไม่ใช่แค่ขู่เฉยๆ นะครับ ทรัมป์ยังอ้างถึงคำพูดของประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ที่เพิ่งออกมาแถลงข่าวขอโทษประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง โดยบอกว่าอิหร่านจะไม่ยิงใส่พวกเขาอีก ทรัมป์มองว่านี่คือการ “ยอมจำนน” และเกิดขึ้นเพราะการโจมตีอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ และอิสราเอลเท่านั้น เขายังเหน็บอิหร่านด้วยว่า จาก “อันธพาลแห่งตะวันออกกลาง” กลายเป็น “ผู้แพ้แห่งตะวันออกกลาง” และจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน จนกว่าจะล่มสลายไปเลย!

รายละเอียดคำขู่จากทรัมป์

  • วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก โดยเลือกเป้าหมายใหม่ที่ไม่เคยถูกแตะมาก่อน
  • มุ่งทำลายล้างสิ้นซากและความตายแน่นอน เพื่อตอบโต้พฤติกรรมเลวร้าย
  • อ้างว่าประธานาธิบดีอิหร่านยอมจำนนต่อเพื่อนบ้านเพราะแรงกดดันจากสหรัฐฯ-อิสราเอล
  • อิหร่านกลายเป็นผู้แพ้ และอาจล่มสลายในอนาคตอันใกล้

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก ชี้กำลังหาเป้าหมายใหม่ แบบนี้ ทำให้ชาวเน็ตและนักวิเคราะห์การเมืองทั่วโลกต้องจับตา สถานการณ์อาจลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบได้ทุกเมื่อ

บริบทความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน

ย้อนกลับไป ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไม่ได้เพิ่งเกิด ทรัมป์เคยสั่งสังหารนายพลกาเซม โซไลมานี ในปี 2563 ซึ่งทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก ปัจจุบัน อิหร่านถูกกล่าวหาว่าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายอย่างฮูติในเยเมน และฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน รวมถึงโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง สหรัฐฯ และอิสราเอลจึงเพิ่มการโจมตีฐานที่มั่นของอิหร่านและพันธมิตร

การที่ทรัมป์กลับมาด้วยนโยบาย “อเมริกาพร้อมก่อน” ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะใช้กำลังทหาร ตอนนี้กองทัพสหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินและเครื่องบินรบประจำการในภูมิภาค พร้อมโจมตีได้ทันที นักวิเคราะห์บางคนบอกว่านี่เป็นกลยุทธ์กดดันให้อิหร่านเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ใหม่ แต่บางคนกังวลว่าจะนำไปสู่สงครามใหญ่

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ถ้า โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก จริงๆ ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งทะลุฟ้า เพราะอิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก ตลาดหุ้นอาจปั่นป่วน ประเทศในตะวันออกกลางอย่างซาอุฯ อิสราเอล อาจต้องเตรียมรับมือ ขณะที่จีนและรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรอิหร่าน อาจเข้าแทรกแซง

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังห่างไกลจากสันติภาพ ทรัมป์อาจกำลังเล่นเกมโป๊กเกอร์การเมืองเพื่อบีบอิหร่าน แต่ถ้าผิดพลาด ผลเสียจะมหาศาล เราในฐานะคนไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า ก็ต้องรับภาระราคาน้ำมันแพงตามไปด้วย

คุณคิดอย่างไรกับคำขู่ของทรัมป์? สงครามจะลุกลามหรืออิหร่านจะยอมจำนน? คอมเมนต์มาบอกกันด้านล่าง และอย่าลืมกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวต่างประเทศล่าสุดนะครับ!

ที่มา – โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก ชี้กำลังหาเป้าหมายใหม่

อิหร่านลั่น ยังมีสิทธิ์โจมตีตอบโต้ หลัง ปธน.ขอโทษเพื่อนบ้าน

อิหร่านลั่น ยังมีสิทธิ์โจมตีตอบโต้ หลัง ปธน.ขอโทษเพื่อนบ้าน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของโลก หลังจากทางการอิหร่านออกมาประกาศชัดเจนถึงสิทธิ์ในการป้องกันตัวเอง แม้ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน จะเคยขอโทษประเทศเพื่อนบ้านไปก่อนหน้านี้ก็ตาม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

อิหร่านลั่น ยังมีสิทธิ์โจมตีตอบโต้ หลัง ปธน.ขอโทษเพื่อนบ้าน

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ทางการอิหร่านได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ระบุว่าพวกเขายังคงมีสิทธิ์ตอบโต้การโจมตีใดๆ ที่มาจากฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคตะวันออกกลาง แม้ว่าประธานาธิบดีเปเซชเคียนจะได้กล่าวขอโทษต่อประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของกลุ่มพันธมิตรที่สนับสนุนอิหร่าน โดยยืนยันว่าจะไม่โจมตีพวกเขาต่อไป เว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น รองหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดีอิหร่านได้ออกคำชี้แจงเพื่อขยายความ โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อ้างว่าคำพูดของเปเซชเคียนเป็นหลักฐานว่าอิหร่าน “ยอมจำนน” แล้ว รองหัวหน้าสำนักงานย้ำชัดว่า “เราจะตอบโต้ขั้นเด็ดขาดต่อการโจมตีใดๆ ที่มาจากฐานทัพอเมริกัน” และข้อความของประธานาธิบดีหมายถึง หากประเทศในภูมิภาคไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐในการโจมตีอิหร่าน อิหร่านก็จะไม่โจมตีพวกเขา

ประธานาธิบดีเปเซชเคียนขยายความบนโซเชียลมีเดีย

ประธานาธิบดีเปเซชเคียนเองก็ได้โพสต์ข้อความบน X (ทวิตเตอร์เดิม) เพื่อยืนยันจุดยืน โดยระบุว่าอิหร่านแสวงหาความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านเสมอ แต่สิ่งนี้ “ไม่ได้ลบล้างสิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง” ต่อการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล เขากล่าวว่า “เราจะยืนหยัดและต่อต้านจนหยดสุดท้ายของชีวิตเพื่อปกป้องประเทศของเรา” และเน้นว่าอิหร่านมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพ สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเท่านั้น ไม่ใช่ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอิหร่านมักถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่างๆ แต่ทางการอิหร่านยืนยันว่าพวกเขามีสิทธิ์ป้องกันตัวเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง

คำประกาศนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิรัก ซีเรีย และอื่นๆ ที่มีฐานทัพสหรัฐประจำการอยู่ ความตึงเครียดอาจนำไปสู่การตอบโต้ลูกโซ่ หากมีการโจมตีเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการท้าทายนโยบายของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ที่พยายามกดดันอิหร่านให้ยอมจำนน

  • อิหร่านยืนยันสิทธิ์ตอบโต้ฐานทัพสหรัฐ
  • ประธานาธิบดีขอโทษเพื่อนบ้าน แต่ไม่ยอมแพ้
  • ทรัมป์ตีความผิด ทางการอิหร่านชี้แจงทันที
  • เน้นป้องกันตัวเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ นี่อาจเป็นกลยุทธ์ของอิหร่านในการลดแรงกดดันจากเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็เตือนสหรัฐฯ ว่าพวกเขาพร้อมตอบโต้ สถานการณ์ยังคงน่าจับตา

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

ความเห็นส่วนตัว: เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังห่างไกลจากจุดสิ้นสุด ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรติดตามใกล้ชิด เพราะอาจกระทบราคาน้ำมันและเสถียรภาพโลก คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – อิหร่านลั่น ยังมีสิทธิ์โจมตีตอบโต้ หลัง ปธน.ขอโทษเพื่อนบ้าน

สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” ลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง

สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ถือเป็นสัญญาณชัดเจนในการแสดงแสนยานุภาพทางทหาร เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากกลุ่มกบฏฮูตีและอิหร่าน

สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน

วันที่ 7 มีนาคม 2569 กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาได้ประกาศแผนการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช (USS George H.W. Bush) ซึ่งย่อว่า “ยูเอสเอส บุช” ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก มุ่งตรงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเรือลำนี้จะกลายเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ลำที่ 3 ที่ประจำการใกล้ชายฝั่งอิหร่าน สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อรัฐบาลเตหะราน

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) ลำใหม่ล่าสุดได้ผ่านคลองสุเอซและเข้าสู่ทะเลแดงไปแล้วก่อนหน้านี้ ปัจจุบันสหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินอย่างน้อย 2 ลำในพื้นที่ ได้แก่ USS Dwight D. Eisenhower และ USS Ford หากยูเอสเอส บุชเดินทางมาถึงตามแผน จะทำให้กองเรือสหรัฐฯ มีพลังโจมตีทางอากาศที่เหนือชั้นอย่างมาก โดยแต่ละลำสามารถบรรทุกเครื่องบินรบได้กว่า 70 ลำ รวมถึง F/A-18 Super Hornet, EA-18G Growler และเครื่องบินไร้คนขับ

ยูเอสเอส บุช: ยักษ์ใหญ่แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ

ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินรุ่น Nimitz-class ลำสุดท้ายที่สร้างขึ้น ตั้งชื่อตามอดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช ผู้เป็นนักบินในสงครามโลกครั้งที่ 2 เรือลำนี้มีความยาว 333 เมตร หนักกว่า 100,000 ตัน สามารถลอยตัวด้วยพลังนิวเคลียร์นานกว่า 20 ปีโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง มีกำลังพลประจำการราว 5,000-6,000 นาย และติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธขั้นสูงอย่าง Aegis

  • ความสามารถหลัก: บรรทุกเครื่องบินรบ 75 ลำ, เฮลิคอปเตอร์ 20 ลำ
  • อาวุธ: ขีปนาวุธ Tomahawk กว่า 100 ลำ, ปืนใหญ่ 30 มม.
  • ความเร็ว: สูงสุด 30+ นอต (56 กม./ชม.)
  • บทบาท: โจมตีทางอากาศ, สนับสนุนกองกำลังบก, ควบคุมทะเล

บริบทความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน เนื่องจากกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการค้าโลกกว่า 12% ที่ผ่านคลองสุเอซ สหรัฐฯ และพันธมิตรอย่างอังกฤษได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานที่มั่นฮูตีมาแล้วหลายครั้ง นอกจากนี้ สงครามระหว่างอิสราเอล-ฮามาสยังลุกลาม ทำให้อิหร่านถูกมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความไม่สงบ

การประจำการเรือบรรทุก 3 ลำพร้อมกันในพื้นที่นี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบหลายปี แสดงถึงกลยุทธ์ ” deterrence ” หรือการข่มขู่เพื่อป้องกันการรุกล้ำ โดยเฉพาะจากอิหร่านที่ขยายโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีป

นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังมีเรือพิฆาตและเรือクローズซ์หลายลำคุ้มกัน สร้างกองเรือข้าศึกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก การเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน แต่ยังปกป้องเส้นทางการค้าและพันธมิตรอย่างอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การส่งยูเอสเอส บุช อาจนำไปสู่การซ้อมรบร่วมกับชาติพันธมิตร หรือเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการโจมตีหากฮูตีไม่หยุดยิง สถานการณ์นี้ทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางอยู่ในภาวะตึงเครียดสูงสุด

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของสหรัฐฯ ครั้งนี้? มันจะช่วยลดความขัดแย้งหรือยิ่งทำให้รุนแรงขึ้น? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางทหารและการเมืองระหว่างประเทศจากบล็อกของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด!

ที่มา – สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน

รมว.แรงงาน เผย แรงงานไทยในตะวันออกกลางขอกลับ 200 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก นั่นคือเรื่อง แรงงานไทยในตะวันออกกลาง ที่กำลังเผชิญสถานการณ์ความไม่สงบ ล่าสุด น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า มีแรงงานไทยในตะวันออกกลางประมาณ 200 คนที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยแล้วครับ รัฐบาลยืนยันพร้อมอำนวยความสะดวกเต็มที่ เพื่อให้พี่น้องแรงงานปลอดภัย

แรงงานไทยในตะวันออกกลาง ขอกลับประเทศไม่เกิน 200 คน

จากข้อมูลที่ รมว.แรงงานแจ้งมา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางอย่างอิสราเอลและอิหร่าน ที่มีความตึงเครียดจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ทูตแรงงานได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศไทยในพื้นที่ เพื่อดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลางที่อยากกลับบ้าน รัฐบาลมีความห่วงใยมาก และมีการประชุมต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือ

ตอนนี้มีแรงงานไทยทยอยกลับมาบ้างแล้ว แม้จำนวนไม่มาก ในอิสราเอลมีคนอยากกลับไม่ถึง 100 คน แต่ในอิหร่าน แรงงานส่วนใหญ่ขอเดินทางกลับทั้งหมด ตามที่นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใย หากรวมทุกพื้นที่ในตะวันออกกลาง ก็ไม่เกิน 200 คนครับ แรงงานไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรมและก่อสร้าง ซึ่งโชคดีที่พื้นที่ทำงานไม่ใช่โซนทหารที่ถูกโจมตีหนัก จึงทำให้จำนวนที่อยากกลับยังไม่เยอะนัก

แรงงานเหล่านี้จะเริ่มเดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 7 และ 10 มีนาคมนี้ กระทรวงแรงงานเตรียมมาตรการรับมือหากสถานการณ์ลุกลาม โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ การประสานทูตแรงงานช่วยเหลือในพื้นที่ และหาพื้นที่ปลอดภัยให้แรงงานหลบภัย

มาตรการดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง เมื่อกลับถึงไทย

เมื่อแรงงานไทยในตะวันออกกลางกลับมาถึงบ้าน รัฐบาลมีแผนดูแลครบวงจรเลยครับ ไม่ปล่อยให้ลำบาก เริ่มจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่จะช่วยฝึกทักษะใหม่ๆ ให้แรงงานมีอาชีพที่มั่นคงขึ้น เช่น ทักษะดิจิทัลหรือช่างเทคนิคที่ตลาดไทยต้องการ

  • กรมการจัดหางาน จะช่วยจับคู่งานกับโรงงานหรือธุรกิจที่ขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและบริการ
  • ประสาน “5 เสือแรงงาน” กับครอบครัวของแรงงาน เพื่อให้ข้อมูลอัพเดทและคลายกังวล
  • ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น ที่พัก ค่าอาหาร และตรวจสุขภาพฟรี
  • สนับสนุนเงินช่วยเหลือชั่วคราว หากแรงงานยังไม่พบงานใหม่

นอกจากนี้ ยังมีบริการปรึกษาฟรีสำหรับแรงงานไทยที่ทำงานต่างประเทศทั่วโลก สามารถโทร hotline กระทรวงแรงงานได้ตลอด 24 ชม. เพื่อรายงานสถานการณ์หรือขอความช่วยเหลือ

สถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลาง: พื้นหลังและบทเรียน

ทำไมแรงงานไทยในตะวันออกกลางถึงมีจำนวนมาก? เพราะที่นั่นมีโอกาสรายได้ดี โดยเฉพาะในอิสราเอลที่เงินเดือนแรงงานเกษตรสูงถึงเดือนละ 5-6 หมื่นบาท และอิหร่านที่งานก่อสร้างให้ค่าจ้างน่าสนใจ แต่สถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียด เช่น ความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส หรือปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน ทำให้ทุกคนต้องระวัง

จากประสบการณ์ครั้งนี้ เราเห็นว่ารัฐบาลไทยตอบสนองเร็วมาก สร้างความมั่นใจให้แรงงานและครอบครัว บทเรียนสำคัญคือ แรงงานไทยควรเลือกประเทศที่มั่นคง และติดตามข่าวสารจากสถานทูตเสมอ หากสนใจไปทำงานต่างประเทศ แนะนำตรวจสอบผ่านกรมการจัดหางานที่ถูกกฎหมายเท่านั้น

กระทรวงแรงงานยังวางแผนระยะยาว เช่น เพิ่มการฝึกอบรมก่อนไปทำงานต่างแดน และขยายตลาดใหม่ในยุโรปหรือออสเตรเลีย ที่ปลอดภัยกว่า เพื่อลดความเสี่ยงแบบนี้

โอกาสใหม่สำหรับแรงงานไทยหลังกลับจากตะวันออกกลาง

การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่! ทักษะที่ได้จากต่างประเทศ เช่น ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หรือก่อสร้างโครงสร้างใหญ่ สามารถนำมาใช้ในไทยได้เลย ภาคเกษตรสมัยใหม่ในไทยกำลังบูม และรัฐมีโครงการสนับสนุน SME ที่ต้องการแรงงานมีประสบการณ์

ตัวอย่างเช่น ใน EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) มีงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและโรงงาน EV ที่ขาดคนเก่งๆ แรงงานที่ผ่านการฝึกจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะได้เปรียบแน่นอน

สุดท้ายนี้ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยใส่ใจประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หากคุณหรือคนใกล้ตัวเป็นแรงงานต่างประเทศ แนะนำติดตามข่าวจากช่องทาง官方 และเตรียมตัวพัฒนาทักษะเพื่ออนาคตที่ดีกว่า สนใจข้อมูลเพิ่มเติม คอมเมนต์ด้านล่างหรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ กันนะครับ!

ที่มา – รมว.แรงงาน เผยยอดแรงงานไทยในตะวันออกกลางขอกลับประเทศประมาณ 200 คน ยันพร้อมอำนวยความสะดวก

ด่วน ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก ฐานทัพ พริ้นส์ สุลต่าน

ด่วน ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก ที่พุ่งเป้ามายังฐานทัพอากาศสำคัญ “พริ้นส์ สุลต่าน” สำเร็จเรียบร้อย! สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดสุดๆ เลยครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และทำไมถึงเสี่ยงให้สงครามลุกลามไปทั่วภูมิภาค

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ทางการซาอุดีอาระเบียประกาศอย่างเป็นทางการว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศสามารถดักจับและทำลายขีปนาวุธวิถีโค้งได้ถึง 3 ลูก ซึ่งถูกยิงตรงมาที่ฐานทัพอากาศ “พริ้นส์ สุลต่าน” (Prince Sultan Air Base) ฐานทัพนี้เป็นหนึ่งในฐานสำคัญของซาอุฯ และเคยเป็นที่ประจำการของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ด้วยนะครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปะทะกันระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนโดยอิหร่าน กับฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล-ซาอุฯ ที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก เล็งฐานทัพอากาศ “พริ้นส์ สุลต่าน”

รายละเอียดของเหตุการณ์ ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก นี้ มาจากระบบป้องกันขั้นสูงอย่าง Patriot หรือ THAAD ที่ซาอุฯ นำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งพิสูจน์ประสิทธิภาพได้อีกครั้ง ขีปนาวุธที่ถูกยิงมาน่าจะมาจากกลุ่มฮูธีในเยเมน ที่ได้รับการสนับสนุนอาวุธจากอิหร่าน แหล่งข่าวระบุว่ามันเป็น ballistic missile แบบโค้งที่อันตรายมาก แต่ซาอุฯ จัดการได้ทันเวลา ไม่มีรายงานความเสียหายหรือบาดเจ็บ

ก่อนหน้านี้ ซาอุฯ และชาติเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียอย่าง UAE ก็ถูกโจมตีคล้ายๆ กันหลายครั้งแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2019 ที่ Aramco โรงกลั่นน้ำมันถูกโดรนโจมตี จนราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุฟ้า ครั้งนี้เลยยิ่งน่ากังวลเพราะมันเล็งฐานทัพทหารโดยตรง

บริบทสงครามตัวแทนที่กำลังลุกลาม

เหตุการณ์ ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลที่สถานกงสุลอิหร่านในซีเรียเมื่อไม่กี่วันก่อน สหรัฐฯ ก็เข้ามามีส่วนด้วยการโจมตีฐานฮูธีในเยเมน สถานการณ์เลยร้อนแรงแบบ chain reaction ไปทั่ว กลุ่มฮูธีประกาศว่าจะโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงต่อไป ส่งผลให้เส้นทางค้าขายโลกสะดุด

  • การโจมตี Aramco ปี 2019: โดรน 18 ลูกจากอิหร่าน?
  • ขีปนาวุธใส่ Abu Dhabi สนามบิน UAE ปี 2022
  • โดรนโจมตีเรือในทะเลแดงช่วงสงครามกาซา
  • ล่าสุด: สหรัฐโจมตีฮูธี หลังโดรนโจมตีเรือ US

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าอิหร่านกำลังใช้ proxy war ผ่านกลุ่มติดอาวุธเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะตรงๆ กับซาอุฯ และสหรัฐฯ แต่ถ้าซาอุฯ โดนหนักกว่านี้ อาจตอบโต้เยเมนเต็มรูปแบบได้นะครับ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย

ตะวันออกกลางคือแหล่งน้ำมัน 30% ของโลก ถ้าสงครามลุกลาม ราคาน้ำมันเบนซินดีเซลในไทยพุ่งแน่นอน จากปัจจุบัน 35-40 บาท/ลิตร อาจแตะ 50 ได้ง่ายๆ ส่งผลให้ค่าครองชีพแพงขึ้น Inflation พุ่ง ส่งออกไทยที่พึ่งพาน้ำมันก็เดือดร้อน นอกจากนี้ หุ้นพลังงานโลกอย่าง Exxon, Aramco ก็ผันผวนหนัก

ในมุมการทูต ซาอุฯ เพิ่งคืนดีกับอิหร่านผ่านจีนไกล่เกลี่ยปีที่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้แสดงว่าความเชื่อมั่นยังเปราะบาง สหรัฐฯ ภายใต้ไบเดนเน้น diplomacy แต่ถ้าทรัมป์กลับมา ปีหน้าอาจ hardline กว่านี้

ส่วนตัวผมมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนใหญ่ ถ้าทุกฝ่ายไม่ยับยั้ง สงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบอาจเกิดขึ้นจริง ลุ้นกันยาวๆ เลยครับ แต่ระบบป้องกันของซาอุฯ แข็งแกร่งขนาดนี้ ก็นับว่าสบายใจขึ้นบ้าง

คุณคิดยังไงกับสถานการณ์นี้? คิดว่าจะกระทบไทยหนักแค่ไหน ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน ติดตามเพจเราเพื่ออัพเดทข่าวต่างประเทศแบบเรียลไทม์!

ที่มา – ด่วน ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก เล็งฐานทัพอากาศ “พริ้นส์ สุลต่าน” เสี่ยงสงครามตะวันออกกลางลุกลาม

ตำรวจยืนยัน พร้อมดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชั่วโมง

ในสถานการณ์ที่โลกกำลังตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตำรวจยืนยัน พร้อมดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชั่วโมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมายืนยันความพร้อมเต็มที่ เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะการดูแลบุคคลสำคัญ สถานทูต สถานกงสุล และสนามบินทั่วประเทศแบบไม่หยุดพัก

ตำรวจยืนยัน พร้อมดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชั่วโมง

เมื่อเวลา 18.05 น. วันที่ 6 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยอ้างอิงคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีที่ให้เร่งช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง และสั่งการให้ทุกหน่วยงานพร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.อ.กิตติ์รัตน์ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ขานรับนโยบายทันที โดยส่งคำสั่งด่วนไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของชาติ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

มาตรการหลักที่ตำรวจยืนยัน พร้อมดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชั่วโมง

  • เพิ่มการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ: ครอบคลุมบุคคลสำคัญ เอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุล และสถานที่ราชการ โดยประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เหล่าทัพ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง
  • สืบสวนและเฝ้าระวังคนต่างด้าว: ติดตามบุคคลที่อาจก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะจากประเทศเฝ้าระวัง พร้อมเพิ่มจุดตรวจ จุดสกัดตามชายแดนและช่องทางธรรมชาติ
  • เตรียมรับคนไทยกลับประเทศ: รองรับท่าอากาศยานทุกแห่ง หากมีผู้เดินทางกลับจากตะวันออกกลาง โดยประสานข้อมูลกับกระทรวงการต่างประเทศ องค์การตำรวจสากล และช่องทางทูตตำรวจ
  • เฝ้าระวังสื่อสังคมออนไลน์: ตรวจสอบข้อมูลปลอมหรือข่าวบิดเบือนที่อาจก่อความตื่นตระหนก ปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายที่กระทบความมั่นคง

นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับคำกำชับให้เข้มงวดการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ต่อ โดยเฉพาะผู้ที่อ้างผลกระทบจากตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันการใช้เป็นข้ออ้างอยู่เกินกำหนดหรือแฝงตัวกระทำผิด

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้านความมั่นคง รับผิดชอบควบคุมภาพรวมทั้งหมด โดยศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ภายนอก แต่ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนชาวไทยรู้สึกปลอดภัยในบ้านเกิด การยกระดับแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของตำรวจไทยในการปกป้องชาติและประชาชนอย่างครบวงจร

ในฐานะประชาชน เราควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจ 191 เพื่อร่วมมือกันรักษาความสงบสุข

ที่มา – ตำรวจยืนยัน พร้อมดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชั่วโมง

อิหร่านจัดหนัก ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ระลอกที่ 22

อิหร่านจัดหนัก ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ระลอกที่ 22 ของปฏิบัติการตอบโต้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุยิ่งขึ้น เมื่ออิหร่านระดมยิงขีปนาวุธพิสัยไกลจำนวนมากโจมตีอิสราเอล ถือเป็นระลอกที่ 22 ภายใต้ปฏิบัติการ “True Promise 4” ซึ่งเกิดขึ้นครบหนึ่งสัปดาห์ของความขัดแย้งที่ลุกลามไม่หยุดยั้ง

อิหร่านจัดหนัก ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ระลอกที่ 22 ของปฏิบัติการตอบโต้

วันที่ 6 มีนาคม 2569 สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ โดยปล่อยขีปนาวุธหลายสิบลูกพุ่งตรงไปยังเป้าหมายทางทหารของอิสราเอล ภาพวิดีโอที่เผยแพร่แสดงขีปนาวุธทะยานขึ้นฟ้าจากฐานยิงในอิหร่าน สร้างความตึงเครียดให้กับภูมิภาคทั้งหมด

ปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ต่อการโจมตีจากอิสราเอลที่ผ่านมา โดยอิหร่านประกาศว่าจะไม่ยอมให้มีการรุกรานดินแดนของตน ปฏิบัติการ True Promise 4 เริ่มต้นมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และนี่คือระลอกที่ 22 ที่หนักหน่วงที่สุด

ขีปนาวุธที่ใช้ในปฏิบัติการ

อิหร่านใช้ขีปนาวุธรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งมีพิสัยไกลและความแม่นยำสูง โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ไคบา (Kheibar): ขีปนาวุธข้ามทวีป พิสัย 2,000 กิโลเมตร ความเร็วเหนือเสียง
  • คอร์รามชาห์ร (Khorramshahr): รุ่นปรับปรุง พิกัดเป้าหมายได้แม่นยำ ระบบนำวิถีขั้นสูง
  • ฟัตตาห์ (Fattah): ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก หลบหลีกระบบป้องกันได้ดี

ขีปนาวุธเหล่านี้ถูกพัฒนาโดยหน่วยงานทหารอิหร่าน เพื่อรับมือกับระบบป้องกันฟ้าอากาศ Iron Dome ของอิสราเอล

การตอบโต้จากอิสราเอลและสหรัฐฯ

ในขณะเดียวกัน กองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องไปยังกรุงเตหะรานและฐานทัพสำคัญของอิหร่าน รวมถึงพื้นที่ในเบรุตของเลบานอน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบุลลาห์ สหรัฐฯ เข้ามามีส่วนร่วมโดยโจมตีเรือบรรทุกโดรนของอิหร่านในทะเลแดง เพื่อตัดกำลังสนับสนุน

สงครามครั้งนี้เริ่มจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮามาส และขยายวงสู่กลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน เช่น ฮูติในเยเมนและฮิซบุลลาห์ สถานการณ์ลุกลามจนกระทบราคาน้ำมันโลกและเส้นทางการค้า

ผลกระทบและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

การโจมตีอิหร่านจัดหนัก ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ระลอกที่ 22 ของปฏิบัติการตอบโต้ สร้างความเสียหายจำนวนมาก โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ประชาชนในเทลอาวิวและเตหะรานต้องหลบภัยในที่กำบัง นานาชาติเรียกร้องให้หยุดยิง แต่ทั้งสองฝ่ายยังยืนกราน

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าปฏิบัติการนี้อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ หากสหรัฐฯ หรือรัสเซียเข้าแทรกแซงมากขึ้น ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น 10% ในวันเดียว ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก สถานการณ์นี้อาจยืดเยื้อหากไม่มีการเจรจาสันติภาพ

บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ

  • ระบบป้องกันของอิสราเอลสกัดกั้นได้ 90% แต่บางลูกทะลุถึงเป้าหมาย
  • อิหร่านแสดงศักยภาพทางทหาร เพิ่มน้ำหนักในการเจรจา
  • ความเสี่ยงนิวเคลียร์เพิ่มขึ้น หากอิสราเอลโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เตือนใจให้โลกตระหนักถึงอันตรายของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจลุกลามเป็นวิกฤตโลกได้ทุกเมื่อ

CTA: ติดตามข่าวสารอัปเดตสถานการณ์อิหร่าน-อิสราเอลแบบเรียลไทม์ และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – อิหร่านจัดหนัก ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ระลอกที่ 22 ของปฏิบัติการตอบโต้

อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการและคนที่สนใจเรื่องเศรษฐกิจไทย วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแสเดือดๆ เลย นั่นคือ อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งปรี๊ด ส่งผลกระทบตรงๆ ต่อต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ของเรา กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ไม่รอช้า รีบออกมาตรการเร่งด่วน 4 ด้าน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการอย่างเราปรับตัวได้ทัน

อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง สถานการณ์เป็นยังไง?

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม บอกว่ากำลังจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซเมื่อ 28 ก.พ. 2569 ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญถึง 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งจาก 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ข้อมูล 6 มี.ค. 2569) อาจแตะ 150 ดอลลาร์ ถ้าสงครามยืดเยื้อ ต้นทุนเชื้อเพลิงในโรงงานพุ่ง แถมค่าระวางเรือและประกันสินค้าขึ้น 50-140% เลยทีเดียว

กระทรวงฯ วิเคราะห์แล้ว พบว่าอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงจะโดนหนักสุด เช่น

  • การผลิตปูนซีเมนต์และคอนกรีต
  • การผลิตแก้ว/กระจกแผ่น
  • การผลิตกระเบื้องและเซรามิก
  • การผลิตก๊าซและปิโตรเลียม
  • การผลิตสิ่งทอและเสื้อผ้า
  • การผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษ
  • ปิโตรเคมี (เรื่องวัตถุดิบ)

ส่วนอุตสาหกรรมอย่างอิเล็กทรอนิกส์ อัญมณี เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ ยังรับมือได้ในระยะสั้น แต่ต้องเฝ้าระวังถ้าสถานการณ์ยาว แต่ก็มีอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์นะครับ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม รถ EV/Hybrid ป้องกันประเทศ ยางพารา และบรรจุภัณฑ์กระดาษ

อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม อัด 4 มาตรการเร่งด่วนช่วยยังไง?

จากเสียงสะท้อนผู้ประกอบการ อก. รวบรวมปัญหา 2 กลุ่มใหญ่ คือ การบริหารความเสี่ยงวัตถุดิบ/โลจิสติกส์ และการปรับตัวธุรกิจ จากนั้นอัด 4 มาตรการเร่งด่วน ดังนี้

  • ปรับกระบวนการผลิต: ส่งเสริมลงทุนเทคโนโลยีทันสมัย ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม สำรองวัตถุดิบ ปรับแผนผลิต
  • ลดต้นทุน: สนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป พลังงานชีวมวล SAF จากกากน้ำตาล/น้ำมันปาล์ม ช่วยเกษตรกรด้วย
  • แหล่งเงินทุน: สินเชื่อ SME จากกองทุนพัฒนา SMEs, SME Green Productivity จาก SME D Bank, Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำ
  • สิทธิประโยชน์: ภาษีลดหย่อนสำหรับธุรกิจยั่งยืน ลดใช้พลังงาน
ภาพประกอบ อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ยังมีแผนระยะกลาง-ยาว ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ลดพึ่งพานำเข้า ส่งเสริม Local Content และ Made in Thailand ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ

“เราไม่ได้มองแค่ระยะสั้น แต่เตรียมระบบทั้งหมด เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยยืดหยุ่น รักษาความแข่งขันท่ามกลางความผันผวนโลก” รัฐมนตรีฯ กล่าว

สรุปนะครับ อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลใส่ใจภาคเอกชน ถ้าคุณเป็นเจ้าของโรงงาน ลองเช็คดูว่าธุรกิจตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม แล้วรีบใช้มาตรการเหล่านี้ปรับตัว เช่น ติดโซลาร์ ลดพึ่งนำเข้า หรือหาตลาดใหม่ จะช่วยให้ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน แนะนำติดตามข่าวอัพเดทจากกระทรวงฯ และปรึกษาที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อวางแผนล่วงหน้า ธุรกิจไทยต้องสู้ต่อไปครับ!

ที่มา – อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง อัด 4 มาตรการเร่งด่วนช่วยผู้ประกอบการ

Scroll to top