สงครามอิสราเอล

ปลัด มท. สั่งด่วนกำกับราคาสินค้าพลังงานตะวันออกกลาง

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก และประเทศไทยก็ไม่เว้น! ล่าสุด ปลัด มท. สั่งด่วนทุกจังหวัด กำกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค-พลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะราคาน้ำมันและสินค้าจำเป็นที่อาจผันผวนจากความขัดแย้ง เช่น สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง ส่งผลโดยตรงต่อไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 80% หากไม่เตรียมพร้อม ประชาชนอาจเจอราคาน้ำมันแพงขึ้น สินค้าอุปโภคก็ตามไปด้วย

ปลัด มท. สั่งด่วนทุกจังหวัด กำกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค-พลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันที่ 3 มีนาคม 2567 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งเร่งดำเนินการทันที เน้นย้ำถึงการเตรียมแผนรองรับผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน สถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกสะดุด โดยเฉพาะพลังงานและสินค้าอาหาร ทำให้ราคาพุ่งชั่วคราว รัฐบาลจึงออกมาตรการเข้มเพื่อรักษาเสถียรภาพ

3 มาตรการหลักที่ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดต้องทำ

ปลัด มท. สั่งการชัดเจน 3 มาตรการ เพื่อให้การกำกับดูแลราคาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดช่องโหว่ให้พ่อค้าฉวยโอกาส โดยสรุปดังนี้

  • มาตรการที่ 1: แจ้งหน่วยงานในพื้นที่บริหารจัดการราคาสินค้าและบริการ ป้องกันการฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ และราคาพลังงานอย่างน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ ตรวจสอบใกล้ชิดปั๊มน้ำมันและตลาดสด
  • มาตรการที่ 2: สร้างการรับรู้ประชาชน ไม่ให้ตื่นตระหนก โดยประชาสัมพันธ์ว่าสินค้ายังมีเพียงพอในสต็อก รัฐบาลดูแลค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย วิทยุชุมชน และป้ายประชาสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่นว่าราคาจะเป็นธรรม
  • มาตรการที่ 3: กำกับดูแลส่วนราชการในจังหวัดให้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลอย่างเคร่งครัด รวมถึงประสานงานระหว่างหน่วยงาน เช่น กรมการค้าภายใน สำนักงานพลังงานจังหวัด เพื่อรายงานสถานการณ์ real-time

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอเป็นศูนย์กลางรับแจ้งร้องเรียน หากประชาชนพบการขึ้นราคาผิดปกติหรือกักตุน สามารถแจ้งได้ทันทีทางโทรศัพท์ 1567 หรือแอปพลิเคชันดำรงธรรม

ปลัดมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด

มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยควบคุมราคา แต่ยังแสดงถึงความรวดเร็วของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตโลก ในอดีตไทยเคยเจอสถานการณ์คล้ายๆ กัน เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง แต่ด้วยการกำกับที่ดี สามารถควบคุมได้ไม่ให้ลุกลาม ปัจจุบันไทยมีสต็อกน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองกว่า 45 วัน และสินค้าอุปโภคในคลังเอกชนเพียงพอ ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลน

สำหรับประชาชน แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หลีกเลี่ยงการกักตุนเองเพราะอาจทำให้ราคาพุ่งตามอุปสงค์ หากพบปัญหาราคาแพง โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อให้รัฐบาลจัดการได้รวดเร็ว

เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลไทยตื่นตัวสูง มาตรการ ปลัด มท. สั่งด่วนทุกจังหวัด กำกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค-พลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง นี้จะช่วยให้ประชาชนอุ่นใจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก หากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาก็น่าจะกลับเข้าที่ในเร็ววัน

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือแจ้งเบาะแสราคาผิดปกติได้เลย!

ที่มา – ปลัด มท. สั่งด่วนทุกจังหวัด กำกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค-พลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ทรัมป์ประหลาดใจ อิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ชี้ความชั่วร้าย

ทรัมป์ประหลาดใจ อิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ชี้แสดงให้เห็นความชั่วร้าย ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางกำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง หลังจากที่อิหร่านตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลด้วยการหันไปโจมตีประเทศเพื่อนบ้านแทน ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจน

ทรัมป์ประหลาดใจ อิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ชี้แสดงให้เห็นความชั่วร้าย

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ระหว่างการพบปะกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ซ ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาและประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายต่างประหลาดใจกับการกระทำของอิหร่าน “เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่พวกเขาโจมตีประเทศที่เราเรียกได้ว่าเป็นกลาง พวกเขาอยู่ด้วยกันมานาน ผมคิดว่าทุกคนประหลาดใจ รวมถึงผมด้วย ตอนนี้ประเทศเหล่านั้นหันมาต่อสู้กับอิหร่านอย่างรุนแรง” ทรัมป์ระบุ

ทรัมป์ชี้แจงเพิ่มเติมว่าการโจมตีของอิหร่านแสดงให้เห็นถึง ระดับความชั่วร้าย ที่โลกกำลังเผชิญ พวกเขาโจมตีแม้แต่ประเทศที่เคยเป็นมิตร โจมตีพื้นที่พลเรือน โรงแรม และอาคารพักอาศัย ในขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ และอิสราเอลเลือกเป้าหมายทางทหารอย่างแม่นยำ “เรากำลังเล่นงานพวกเขาอย่างหนักหน่วง” เขากล่าว

พื้นหลังความขัดแย้งที่นำไปสู่ทรัมป์ประหลาดใจ

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีฐานที่มั่นของอิหร่าน อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเดิมทีเป็นกลางในความขัดแย้งนี้ การกระทำดังกล่าวทำให้พันธมิตรในภูมิภาคหันมาร่วมมือกับสหรัฐฯ ต่อต้านอิหร่าน

  • อิหร่านโจมตีพลเรือนโดยตรง แสดงถึงการขาดมนุษยธรรม
  • ประเทศเพื่อนบ้านที่เคยร่วมมือทางการค้าต่างถูกดึงเข้าสู่สงคราม
  • ทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ จะปกป้องพันธมิตรอย่างเด็ดขาด
  • เยอรมนีและยุโรปเริ่มแสดงท่าทีสนับสนุนสหรัฐฯ มากขึ้น

คำกล่าวของทรัมป์สอดคล้องกับการสัมภาษณ์ CNN เมื่อวันจันทร์ก่อนหน้า ที่เขาเรียกการโจมตีประเทศอาหรับว่า “ความประหลาดใจครั้งใหญ่ที่สุด” สถานการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ภูมิภาคตึงเครียด แต่ยังกระทบราคาน้ำมันทั่วโลก โดยราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นกว่า 10% ในวันเดียว

ผลกระทบและมุมมองจากทรัมป์

ทรัมป์ประหลาดใจ อิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ชี้แสดงให้เห็นความชั่วร้าย ที่ซ่อนอยู่ในรัฐบาลเตหะราน นักวิเคราะห์เห็นว่าการกระทำนี้เป็นกลยุทธ์เพื่อกระจายความเสี่ยง แต่กลับยิ่งทำให้อิหร่านโดดเดี่ยวมากขึ้น สหรัฐฯ เพิ่มกำลังทหารในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่อิสราเอลเตรียมตอบโต้รอบใหม่

จากมุมมองของทรัมป์ นี่คือตัวอย่างของการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว เขาย้ำว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบงำภูมิภาค และเรียกร้องให้ชาติอาหรับรวมตัวกัน สถานการณ์นี้ยังกระทบเศรษฐกิจไทย โดยราคาน้ำมันแพงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่ง

ในฐานะผู้ติดตามข่าวต่างประเทศ คุณควรจับตาการพัฒนาเหตุการณ์นี้ เพราะอาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ได้ ติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ และแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับคำกล่าวของทรัมป์

ที่มา – ทรัมป์ประหลาดใจ อิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ชี้แสดงให้เห็นความชั่วร้าย

CAAT แนะเช็กเที่ยวบินตะวันออกกลางติดขัด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้เดินทางทุกท่าน ในช่วงนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุ ส่งผลกระทบต่อการบินหลายเส้นทางเลยทีเดียว CAAT แนะผู้โดยสารเช็กเที่ยวบิน วางแผนเผื่อเวลา เส้นทางบินตะวันออกกลางยังติดข้อจำกัด เพื่อให้คุณเดินทางได้อย่างปลอดภัยและไม่พลาดเครื่องนะครับ วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลล่าสุดและเคล็ดลับการเตรียมตัวกันแบบละเอียดยิบเลย

CAAT แนะผู้โดยสารเช็กเที่ยวบิน วางแผนเผื่อเวลา เส้นทางบินตะวันออกกลางยังติดข้อจำกัด

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กำลังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยหลายประเทศในภูมิภาคนี้ได้ปิดห้วงอากาศและสนามบินหลักๆ เช่น ในอิสราเอล อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และคูเวต ทำให้สายการบินต้องปรับเส้นทางบินอ้อมหรือหยุดบริการชั่วคราว ส่งผลให้ผู้โดยสารที่ต้องต่อเครื่องในพื้นที่เหล่านี้อาจลำบากหน่อย

แต่ดีใจด้วยนะครับ การบินภายในไทยและเส้นทางหลักๆ ยังปกติ แต่เพื่อความชัวร์ CAAT แนะให้เช็กข้อมูลล่าสุดก่อนออกจากบ้าน โดยเฉพาะถ้าคุณจะบินไปยุโรปหรือตะวันออกกลาง

สถานการณ์เส้นทางบินปัจจุบัน

เส้นทางบินตรงไปตะวันออกกลางหลายที่ยังจำกัด เช่น:

  • อิสราเอล: หยุดบริการทั้งหมด
  • อิหร่าน: ไม่มีเที่ยวบินปกติ
  • ดูไบ (UAE), โดฮา (กาตาร์), ริยาด (ซาอุฯ): มีเฉพาะเที่ยวบินช่วยเหลือผู้ติดค้าง
  • คูเวต: ยังไม่เปิดปกติ
  • โอมาน: เกือบปกติ แต่ต้องติดตาม

สำหรับบินไปยุโรปที่ไม่ต่อเครื่องตะวันออกกลาง สายการบินไทยและยุโรปมีแผนสำรองเส้นทางอ้อมแล้ว แต่อาจนานขึ้น 1-2 ชม. และที่นั่งราคาถูกอาจหมดเร็วเพราะคนแห่จองทางเลือก

คำแนะนำจาก CAAT สำหรับผู้โดยสาร

CAAT แนะผู้โดยสารเช็กเที่ยวบิน วางแผนเผื่อเวลา เส้นทางบินตะวันออกกลางยังติดข้อจำกัด แบบชัดๆ เลยครับ นี่คือเคล็ดลับที่ไม่ควรพลาด:

  • เช็กสถานะเที่ยวบิน: ดูกับเว็บหรือแอปสายการบินทุกวัน ก่อนไปสนามบินอย่างน้อย 24 ชม.
  • เผื่อเวลาเดินทาง: เที่ยวบินต่างประเทศเผื่อ 3 ชม. ขึ้นไป เผื่อรถติดหรือเช็กอินนาน
  • ซื้อตั๋วล่วงหน้า: อย่ารอใกล้วัน ที่นั่งอาจแพงหรือเต็ม
  • ติดต่อสายการบินทันที: ถ้าต้องเปลี่ยนหรือคืนเงิน ซื้อผ่านเอเย่นต์ก็ถามตัวแทนได้
  • ติดตามประกาศ: เช็กเว็บ CAAT หรือสนามบินสุวรรณภูมิ/ดอนเมือง

ถ้าเที่ยวบินยกเลิก สายการบินต้องดูแลตามกฎหมาย เช่น คืนเงิน จัดที่นั่งใหม่ หรือชดเชยค่าอาหาร/โรงแรม โดยเฉพาะเที่ยวบินประจำทั้งในและนอกประเทศ ตามข้อบังคับ ฉบับที่ 101

สิทธิประโยชน์ผู้โดยสารที่ควรรู้

CAAT กำชับสายการบินให้ทำตามกฎเคร่งครัด ถ้าพบปัญหา ร้องเรียนได้ที่ https://complaint.caat.or.th เลยครับ ไม่ต้องกลัวโดนเอาเปรียบ

สรุปนะครับ แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่ด้วยการวางแผนดีๆ คุณก็บินได้สบายใจ ในยุคนี้ข้อมูลอัปเดตไว ใช้แอปเช็กกันเถอะ จะได้ไม่พลาดวันสำคัญ อย่างทริปวันหยุดหรือประชุมงาน

เคล็ดลับเพิ่มเติม: ลองเช็กประกันการเดินทางด้วย เผื่อกรณีล่าช้าหรือยกเลิก จะได้คุ้มครองเต็มที่ แนะนำให้วางแผนล่วงหน้าเสมอ มีชัยไปกว่าครึ่งแน่นอน!

คุณมีแผนบินช่วงนี้ไหม? ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือเช็กสถานะเที่ยวบินของคุณวันนี้เลยที่เว็บสายการบิน!

ที่มา – CAAT แนะผู้โดยสารเช็กเที่ยวบิน วางแผนเผื่อเวลา เส้นทางบินตะวันออกกลางยังติดข้อจำกัด

ห้ามขึ้นราคาสินค้า กรมการค้าภายใน คุมเข้มตะวันออกกลาง

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังเป็นที่กังวลของคนไทยทุกคน เพราะอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค ล่าสุด กรมการค้าภายใน ได้ออกมาตรการเข้มข้น ห้ามขึ้นราคาสินค้า กรมการค้าภายใน คุมเข้มรับเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยันน้ำมัน 4 ค่ายไม่ขยับ เพื่อปกป้องค่าครองชีพของประชาชน ไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาแบบไม่เป็นธรรม

ห้ามขึ้นราคาสินค้า กรมการค้าภายใน คุมเข้มรับเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยันน้ำมัน 4 ค่ายไม่ขยับ

วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หลังจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด กรมฯ จึงเร่งมาตรการดูแลราคาสินค้าและบริการทั่วประเทศ ป้องกันผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่อาจผันผวน เนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 80% ของการบริโภค หากราคาน้ำมันพุ่ง สินค้าอื่นๆ อย่างอาหาร ขนส่ง และพลังงานจะตามมา

อธิบดีฯ ย้ำชัดว่าประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะได้ประสานกับกระทรวงพลังงานและผู้ค้าน้ำมันหลัก 4 ราย ได้แก่ พีทีที พีที บางจาก และซัสโก้ ซึ่งทุกค่ายยืนยันไม่ปรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบกับมาตรการตรึงราคาน้ำมันของรัฐบาล ทำให้ต้นทุนยังคงเดิม ผู้ผลิตและผู้ค้าไม่มีเหตุผลขึ้นราคา และห้ามเด็ดขาดหากฉวยโอกาสจากสถานการณ์โลก

สถานการณ์ตะวันออกกลางกระทบไทยอย่างไร

ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และความตึงเครียดในทะเลแดง ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญเสี่ยงขัดขวาง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นกว่า 5% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หากยืดเยื้อ อาจกระทบราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทย แต่ตอนนี้รัฐบาลควบคุมได้ดี ช่วยให้ราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน และแก๊สโซฮอล์คงที่

  • น้ำมันดีเซล: ตรึงราคาไม่เกิน 32 บาท/ลิตร
  • เบนซิน 95: คงที่ 38.59 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: ไม่ปรับเพิ่ม
  • E20: ส่งเสริมราคาถูกสุด

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังประสานผู้ผลิตสินค้าจำเป็น เช่น ข้าวสาร เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ และน้ำมันพืช ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบต้นทุน และสั่งเจ้าหน้าที่กลาง-จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจร้านค้า ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า เน้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและขนส่ง เช่น อาหารแปรรูป ผักผลไม้ และสินค้าอุตสาหกรรม

กฎหมายและโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน

ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด โดยห้าม:

  • ขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
  • กักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร
  • ไม่ปิดป้ายราคาชัดเจน
  • เรียกเก็บเกินราคาที่กำหนด

หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าหน้าที่พร้อมลงโทษทันที กรมฯ กำชับให้ทุกจังหวัดรายงานสถานการณ์รายวัน เพื่อความโปร่งใส

มาตรการนี้ไม่เพียงคุมราคา แต่ยังสร้างความมั่นใจให้ประชาชน สะท้อนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานราก ในยุคที่เงินเฟ้อโลกสูง การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าจำเป็นคือกุญแจสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

คำแนะนำสำหรับประชาชน: ซื้อสินค้าตามปกติ ตรวจสอบป้ายราคาเสมอ หากสงสัยแจ้งได้ทันที เพื่อช่วยกันปราบปรามพฤติกรรมไม่เป็นธรรม

สรุปแล้ว มาตรการ ห้ามขึ้นราคาสินค้า กรมการค้าภายใน คุมเข้มรับเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยันน้ำมัน 4 ค่ายไม่ขยับ เป็นข่าวดีที่ช่วยบรรเทาค่าครองชีพ ถือเป็นการตอบสนองรวดเร็วต่อวิกฤตโลก หวังว่ารัฐจะรักษาสถานการณ์ได้ยาวนาน หากคุณพบการขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล โทรแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดใกล้บ้านทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินคดีโดยเร็ว ช่วยกันรักษาความเป็นธรรมในตลาด!

ที่มา – ห้ามขึ้นราคาสินค้า กรมการค้าภายใน คุมเข้มรับเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยันน้ำมัน 4 ค่ายไม่ขยับ

สีหศักดิ์ ชี้อพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนักหลังจากเกิดการสู้รบที่ลุกลามไปหลายประเทศ ทำให้รัฐบาลไทยต้องเร่งมาตรการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในอิหร่านที่ถูกมองเป็นจุดร้อน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญ เน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องคนไทยทุกคนให้ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

สีหศักดิ์ ชี้อพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี ก่อนหาเที่ยวบินกลับไทย ยันสถานทูตไทยปลอดภัย

ตามที่ สีหศักดิ์ ชี้อพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี นั้น ในวันที่ 3 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ ได้กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์เหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงการต่างประเทศไทยได้ประสานงานกับสถานทูตใน各国อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนไทย รัฐบาลย้ำชัดว่าจะเร่งนำคนไทยทั้งหมดในอิหร่านกลับประเทศให้ได้ หากมีใครอยากกลับก็รีบแจ้งทันที โดยจะหาเส้นทางที่เหมาะสม เช่น ผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือบาห์เรนที่อาจเปิดน่านฟ้าและมีสายการบินบริการ รัฐบาลจะจัดหาตั๋วเครื่องบินให้เพียงพอ พร้อมดูแลให้ทุกคนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ห่างจากฐานทัพสหรัฐที่อาจเป็นเป้า

แผนอพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกีอย่างเร่งด่วน

นายสีหศักดิ์ เน้นว่า สีหศักดิ์ ชี้อพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี เป็นแผนหลัก โดยจะนำคนไทยออกจากอิหร่านไปยังตุรกีก่อน เพื่อรอตรวจสอบเที่ยวบินกลับไทย หรืออาจเช่าเหมาลำจากอียิปต์เข้าไปรับ สำหรับพื้นที่อื่นๆ มีแผนรองรับครบแล้ว ไม่ต้องตื่นตระหนก ในอิสราเอล คนไทยส่วนใหญ่กว่า 65,000 คน จากทั้งหมด หลักแสน เลือกอยู่ต่อเพราะเชื่อมั่นระบบป้องกันขีปนาวุธ

  • อพยพคนไทยจากอิหร่านเป็นลำดับแรก ไปยังตุรกีเพื่อความปลอดภัย
  • หาเที่ยวบินจาก UAE, บาห์เรน หรือเช่าเหมาลำ
  • ดูแลคนไทยในอิสราเอล กาตาร์ คูเวต จอร์แดน ไซปรัส
  • ประเมินจำนวนคนไทยหลักแสนคน เทียบกับ 40,000 คนในเหตุการณ์ปี 2567

สถานทูตไทยในอิหร่านยังปลอดภัยแม้เป็นเป้าหมายโจมตี

สำหรับสถานทูตไทยในอิหร่านที่มีเจ้าหน้าที่ 10 คน แม้อยู่ในพื้นที่เป้าหมายโจมตี แต่นายสีหศักดิ์ยืนยันว่ายังปลอดภัย ไม่มีผลกระทบ เนื่องจากมีมาตรการระมัดระวังสูง แต่สถานการณ์คาดเดาไม่ได้ จะติดตามใกล้ชิด และประเมินหลังส่งประชาชนเสร็จ หากจำเป็นค่อยอพยพเจ้าหน้าที่ตาม

การสู้รบครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าปี 2567 มาก ตั้งแต่อิหร่าน อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน จนถึงไซปรัส ทำให้ต้องวางแผนครอบคลุมมากขึ้น รัฐบาลไทยจึงเร่งทุกภาคส่วนเพื่อปกป้องคนไทยในต่างแดน

จากข้อมูลนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยมีแผนรับมือที่รอบคอบ ไม่ปล่อยให้คนไทยตกอยู่ในความเสี่ยง รัฐมนตรีสีหศักดิ์แสดงความมุ่งมั่นชัดเจนในการนำพี่น้องกลับบ้าน ซึ่งเป็นจุดแข็งของการทูตไทย

สำหรับคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลางหรือมีญาติพี่น้องที่นั่น ขอให้ติดต่อสถานทูตไทยใกล้เคียงทันทีเพื่อลงทะเบียนและรับความช่วยเหลือ ติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการอย่างกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อข้อมูลที่ถูกต้องและอัปเดต

ที่มา – “สีหศักดิ์” ชี้อพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี ก่อนหาเที่ยวบินกลับไทย ยันสถานทูตไทยปลอดภัย

ทรัมป์ลั่นสหรัฐมีอาวุธพอทำสงคราม “ตลอดกาล”

ทรัมป์ลั่นสหรัฐมีอาวุธพอทำสงคราม “ตลอดกาล” โวคลังแสงพร้อมชนะครั้งใหญ่ เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของตัวเอง ก่อนเที่ยงคืนตามเวลากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยระบุว่าสหรัฐอเมริกามีคลังอาวุธและยุทโธปกรณ์ระดับกลางไปจนถึงระดับสูงจำนวนมหาศาล แบบไม่จำกัด สามารถทำสงครามได้ตลอดกาล และพร้อมที่จะชนะครั้งใหญ่

ทรัมป์ลั่นสหรัฐมีอาวุธพอทำสงคราม “ตลอดกาล” โวคลังแสงพร้อมชนะครั้งใหญ่

คำพูดนี้ของทรัมป์มาท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ รวมถึงสงครามในยูเครนที่สหรัฐฯ สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานว่าคลังอาวุธขั้นสูงบางส่วนของสหรัฐฯ เริ่มลดลงจากการส่งมอบให้พันธมิตร ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความพร้อมทางทหาร แต่ทรัมป์กลับมั่นใจเต็มเปี่ยม ยืนยันว่าสหรัฐฯ มีของดีเพียบ ไม่ต้องกังวล

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังไม่พลาดที่จะพาดพิงโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีคนก่อน โดยกล่าวหาว่าไบเดนส่งอาวุธชั้นเลิศไปให้ยูเครนจำนวนมาก โดยเฉพาะขีปนาวุธ ATACMS ที่ยิงไกลได้ถึง 300 กิโลเมตร ซึ่งอนุญาตให้ใช้ในช่วงปลายวาระของไบเดน เพื่อโจมตีเป้าหมายรัสเซีย การตัดสินใจนี้ถูกมองว่าเป็นการยกระดับสงครามอย่างมาก

ผลกระทบจากการประกาศทรัมป์ลั่นสหรัฐมีอาวุธพอทำสงคราม “ตลอดกาล”

คำประกาศนี้ไม่เพียงสะท้อนท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ แต่ยังส่งสัญญาณถึงนโยบายความมั่นคงที่เน้นความเหนือชั้นทางทหารของสหรัฐฯ ในยุคที่เทคโนโลยีอาวุธล้ำสมัยอย่างโดรน ขีปนาวุธนำวิถี และระบบป้องกันภัยทางอากาศ กำลังเป็นหัวใจสำคัญ

  • คลังอาวุธสหรัฐฯ: มีจำนวนมหาศาล รวมทั้งเครื่องบินรบ F-35, ขีปนาวุธ Tomahawk และระบบ THAAD
  • บริบทตะวันออกกลาง: สงครามอิสราเอล-ฮามาส ทำให้ความต้องการอาวุธเพิ่มขึ้น
  • การเมืองภายใน: ทรัมป์ใช้โพสต์นี้โหมโรงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง

หลายนักวิเคราะห์มองว่าคำว่า “สงครามตลอดกาล” อาจเป็นการพูดเกินจริงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่ก็จุดประกายคำถามใหม่เกี่ยวกับงบประมาณกลาโหมที่พุ่งสูงกว่า 800 พันล้านดอลลาร์ต่อปีของสหรัฐฯ จะเพียงพอต่อการเผชิญหน้าทั่วโลกจริงหรือไม่

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สหรัฐฯ ยังคงเป็นมหาอำนาจเบอร์หนึ่งด้านทหาร ด้วยโรงงานผลิตอาวุธที่ทำงานเต็มสูบ แต่การพึ่งพาการส่งออกอาวุธให้ชาติอื่นๆ อาจเสี่ยงทำให้สต็อกภายในลดฮวบ หากเกิดสงครามใหญ่จริง

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเคยพูดถึงการเพิ่มกำลังผลิตอาวุธนิวเคลียร์และระบบป้องกันขีปนาวุธ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “America First” ที่เน้นความเข้มแข็งภายใน

สำหรับคนไทยที่ติดตามข่าวโลก คำพูดนี้ชวนคิดถึงบทบาทของไทยในภูมิภาคเอเชีย ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย โดยไทยมีกองทัพที่ทันสมัยแต่ยังพึ่งพาอาวุธนำเข้าจากสหรัฐฯ เป็นหลัก

สุดท้ายแล้ว คำโววายของทรัมป์อาจเป็นแค่การเมือง แต่ก็ย้ำเตือนให้โลกตระหนักถึงพลังทหารที่ซ่อนอยู่ในคลังแสงของสหรัฐฯ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญระดับโลก

ที่มา – ทรัมป์ลั่นสหรัฐมีอาวุธพอทำสงคราม “ตลอดกาล” โวคลังแสงพร้อมชนะครั้งใหญ่

เนทันยาฮูหลุดขำ ข่าวลืออิสราเอลลากสหรัฐเข้าสงครามไร้สาระ

ในสถานการณ์ตึงเครียดของตะวันออกกลาง เนทันยาฮูหลุดขำ ข่าวลืออิสราเอลลากสหรัฐเข้าสงครามไร้สาระ กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามอง เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อชั้นนำของสหรัฐฯ ซึ่งกลายเป็นไวรัลทันที เพราะการตอบโต้ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเสียงหัวเราะที่หลุดออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว

เนทันยาฮูหลุดขำ ข่าวลืออิสราเอลลากสหรัฐเข้าสงครามไร้สาระ

เหตุการณ์เกิดขึ้นในการสัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ Fox News กับผู้ดำเนินรายการชื่อดัง ฌอน แฮนนิตี ที่ถามตรง ๆ ว่า "อิสราเอลเป็นฝ่ายดึงดูดหรือลากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าสู่ความขัดแย้งทางทหารหรือไม่?" เนทันยาฮูไม่ตอบแบบจริงจัง แต่กลับหัวเราะออกมาดัง ๆ ก่อนกล่าวว่า "นั่นมันไร้สาระสิ้นดี! โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เขาต้องทำในสิ่งที่เขาเชื่อว่าถูกต้องเพื่อประโยชน์ของอเมริกาเท่านั้น"

คำตอบนี้ไม่เพียงทำให้บรรยากาศในสตูดิโอผ่อนคลาย แต่ยังสะท้อนถึงมุมมองของเนทันยาฮูที่มองข่าวลือดังกล่าวเป็นเรื่องตลกขบขัน เขายังเน้นย้ำว่า ตนตระหนักดีถึงต้นทุนมหาศาลของสงคราม ไม่ว่าจะเป็นชีวิต ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ หรือผลกระทบระดับโลก แต่ในบางสถานการณ์ การตอบโต้อย่างเด็ดขาดคือหนทางเดียวในการปกป้องชาติจากภัยคุกคามร้ายแรง โดยเฉพาะจากอิหร่านที่ถูกมองว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจ

เนทันยาฮูหลุดขำ ข่าวลืออิสราเอลลากสหรัฐเข้าสงครามไร้สาระ ยันชัด!

ก่อนหน้านี้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า การโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นการดำเนินการแบบ "ป้องกันล่วงหน้า" (preemptive strike) เพราะสหรัฐฯ ได้รับทราบล่วงหน้าว่าอิสราเอลกำลังเตรียมเปิดปฏิบัติการ หากไม่ลงมือก่อน อาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ใหญ่หลวงกว่านี้ รูบิโอชี้แจงว่าการตัดสินใจนี้มาจากการประเมินสถานการณ์ของรัฐบาลวอชิงตันเอง ไม่ใช่แรงกดดันจากภายนอก

พื้นหลังความขัดแย้งที่นำไปสู่เหตุการณ์นี้

ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านไม่ได้เกิดขึ้นใหม่ แต่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านที่อิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อการมีอยู่ของชาติ ล่าสุด สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ ได้เข้ามามีบทบาทโดยการสนับสนุนอิสราเอลอย่างเปิดเผย ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามในเวทีการเมืองสหรัฐฯ ที่กล่าวหาว่าอิสราเอลกำลัง "ลาก" สหรัฐเข้าสู่สงครามที่ไม่จำเป็น

  • ไทม์ไลน์สำคัญ: สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านวันเสาร์ เพื่อป้องกันล่วงหน้า
  • อิสราเอลเตรียมปฏิบัติการตอบโต้ภัยคุกคาม
  • เนทันยาฮูให้สัมภาษณ์ Fox News ยืนยันทรัมป์ตัดสินใจเอง
  • รูบิโออธิบายเหตุผลเชิงกลยุทธ์

นอกจากนี้ เนทันยาฮูยังใช้โอกาสนี้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ โดยยกย่องทรัมป์ว่าเป็นประธานาธิบดีที่เข้าใจปัญหาตะวันออกกลางดีที่สุดคนหนึ่ง การตอบโต้ข่าวลือ เนทันยาฮูหลุดขำ ข่าวลืออิสราเอลลากสหรัฐเข้าสงครามไร้สาระ จึงไม่เพียงปัดเป่าความสงสัย แต่ยังเสริมสร้างภาพลักษณ์ของผู้นำทั้งสองในฐานะผู้ตัดสินใจอิสระ

ผลกระทบและมุมมองจากนานาชาติ

เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดกระแสวิเคราะห์หลากหลายในสื่อโลก บางฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ พร้อมยืนเคียงข้างอิสราเอลอย่างเต็มที่ ขณะที่บางประเทศในตะวันออกกลางอย่างซาอุดีอาระเบียและ UAE อาจแอบชื่นชอบเพราะเกลียดชังอิหร่านเช่นกัน ในทางตรงกันข้าม กลุ่มชาติอาหรับบางส่วนและรัสเซีย จีน วิจารณ์ว่าอาจนำไปสู่สงครามใหญ่

สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลกระทบหลักคือราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และค่าครองชีพ นักวิเคราะห์แนะนำให้รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

จากมุมมองของผู้เขียน คำให้สัมภาษณ์ของเนทันยาฮูแสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดทางการเมือง เขาไม่เพียงป้องกันตัวเองจากข่าวลือ แต่ยังยกย่องพันธมิตรไปในตัว สร้างภาพลักษณ์บวกทั้งคู่ สงครามตะวันออกกลางยังคงเป็นปริศนา แต่สิ่งที่ชัดเจนคือผู้นำเหล่านี้รู้ดีว่าการตัดสินใจต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก

CTA: คุณคิดอย่างไรกับ เนทันยาฮูหลุดขำ ข่าวลืออิสราเอลลากสหรัฐเข้าสงครามไร้สาระ ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง กดไลค์ แชร์ และ subscribe เพื่อรับข่าวอัพเดทสงครามตะวันออกกลางแบบเรียลไทม์!

ที่มา – เนทันยาฮูถึงกับหลุดขำ ข่าวลืออิสราเอลลากสหรัฐเข้าสงครามไร้สาระ ยันทรัมป์ตัดสินใจเอง

สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที

สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที หลังจากสถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดหนัก จากการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่ลุกลามจนกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ชาวอเมริกันจำนวนมากกำลังเผชิญความเสี่ยงสูงสุด

สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศไทยสหรัฐอเมริกา ได้ออกประกาศเตือนอย่างเร่งด่วน โดยเรียกร้องให้พลเมืองชาวอเมริกันที่พำนักอยู่ใน 12 ประเทศของตะวันออกกลาง เดินทางออกจากพื้นที่ดังกล่าวทันที สาเหตุหลักมาจากความรุนแรงที่ทวีขึ้น หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ทำให้เตหะรานตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่ประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง ซึ่งมีฐานทัพสหรัฐฯ กระจายอยู่

น.ส.โมนา นัมดาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการกงสุล เป็นผู้ประกาศคำเตือนนี้ โดยระบุว่าพลเมืองอเมริกันควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว และรีบออกจากที่นั่นโดยเร็วที่สุด เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาไม่ได้

รายชื่อ 12 ประเทศที่สหรัฐฯ เตือนพลเมืองให้ออกจากทันที

ประเทศที่ถูกระบุในคำเตือน สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที ได้แก่:

  • บาห์เรน
  • อียิปต์
  • อิหร่าน
  • อิรัก
  • อิสราเอล
  • เขตเวสต์แบงก์และกาซา
  • จอร์แดน
  • คูเวต
  • เลบานอน
  • โอมาน
  • กาตาร์
  • ซาอุดีอาระเบีย
  • ซีเรีย
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • เยเมน

แม้รายชื่อจะเกิน 12 แต่คำเตือนครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดเหล่านี้ เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีฐานทัพ ทูตสถานกงสุล และพลเรือนอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะคูเวต บาห์เรน และดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ถูกโจมตีหนักจนมีทหารอเมริกันเสียชีวิตหลายนาย

สงครามครั้งนี้เริ่มต้นจากความขัดแย้งเก่าแก่ แต่ลุกลามหนักหลังอิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังฐานทัพในอิรัก คูเวต และซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้เกิดการปิดน่านฟ้า สนามบินหลายแห่ง และการประท้วงใหญ่ในหลายเมือง นอกจากนี้ กลุ่มติดอาวุธในเลบานอนและเยเมนยังเข้าร่วมโจมตี ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย

สำหรับพลเมืองสหรัฐฯ ที่ยังติดค้าง สถานทูตแนะนำให้ลงทะเบียนกับโปรแกรม STEP (Smart Traveler Enrollment Program) เพื่อรับแจ้งเตือนฉุกเฉิน และหลีกเลี่ยงพื้นที่ชายแดน สถานที่ราชการ และตลาดสาธารณะ นอกจากนี้ ยังมีเที่ยวบินช่วยเหลือพิเศษจากรัฐบาลสหรัฐฯ จัดขึ้นจากหลายเมืองหลัก

ไม่เพียงชาวอเมริกันเท่านั้น ชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในตะวันออกกลางก็ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลกระทบอาจลามมาถึง โดยเฉพาะในประเทศที่มีฐานทัพอเมริกัน เช่น คูเวตและบาห์เรน ซึ่งไทยมีแรงงานไปทำงานจำนวนมาก ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีชาวไทยกว่า 300,000 คน ในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้ สงครามยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 20% ภายในวันเดียว สายการบินหลายแห่งยกเลิกเที่ยวบิน และการขนส่งสินค้าทางทะเลในอ่าวเปอร์เซียหยุดชะงัก ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าความขัดแย้งนี้อาจยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน หากไม่มีการเจรจาสันติภาพ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที นี้เป็นสัญญาณอันตรายที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่าภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังเข้าสู่ยุคสงครามเย็นรอบใหม่ ชาวไทยที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่เหล่านี้ควรเลื่อนออกไปก่อน และเตรียมแผนสำรอง หากคุณมีญาติหรือเพื่อนในพื้นที่ แนะนำให้ติดต่อตรวจสอบความปลอดภัยทันที

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวต่างประเทศ ไทยรัฐ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

ที่มา – สหรัฐฯ เตือนพลเมือง ออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางทันที

อิหร่านประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ขู่เผาเรือทุกลำที่แล่นผ่าน

อิหร่านประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ขู่เผาเรือทุกลำที่แล่นผ่าน เป็นข่าวร้อนที่กำลังสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดน้ำมันและการขนส่งทางทะเล เมื่อกองทัพอิหร่านออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวเพื่อตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล

อิหร่านประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ขู่เผาเรือทุกลำที่แล่นผ่าน

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569 เว็บไซต์ Times of Israel รายงานว่า ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและน้ำมันดิบที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ช่องแคบแห่งนี้เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ และรองรับการขนส่งน้ำมันราว 20-30% ของปริมาณทั้งหมดทั่วโลก

IRGC ยังขู่ด้วยว่าจะ “เผาเรือลำใดก็ตามที่พยายามแล่นผ่าน” ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นรุนแรง หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และผู้นำระดับสูงอีกหลายสิบคนเสียชีวิต

ที่มาของความขัดแย้งและการขู่ปิดช่องแคบ

อิหร่านเคยขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซมาอย่างยาวนาน หากถูกสหรัฐฯ โจมตี แต่ในอดีตไม่เคยลงมือจริงจัง ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังการสูญเสียผู้นำระดับสูงสุด ทำให้อิหร่านประกาศ “ล้างแค้น” อย่างเด็ดขาด

ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างเพียง 21 ไมล์ (ราว 33 กม.) แต่เป็นคอขวดสำคัญสำหรับน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตอย่างซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก และอื่นๆ หากปิดจริง จะกระทบการขนส่งน้ำมันทันที ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากอิหร่านประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ”

  • ราคาน้ำมันพุ่ง**: คาดว่าราคาจะทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที ส่งผลต่อค่าครองชีพทั่วโลก
  • เศรษฐกิจโลกชะงัก**: ประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย จะเผชิญวิกฤตพลังงาน
  • การค้า海ทางหยุดชะงัก**: เรือสินค้าจำนวนมากต้องเลี่ยงเส้นทาง สิ้นเปลืองเวลาและต้นทุน
  • ความตึงเครียดทหารเพิ่ม**: สหรัฐฯ อาจส่งกองเรือรบเข้าป้องกัน สถานการณ์อาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า หากปิดนานเกิน 1 สัปดาห์ อาจทำให้ GDP โลกหดตัว 1-2% ในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทขนส่งน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง Maersk และ Shell ได้สั่งหยุดเรือทั้งหมดในพื้นที่แล้ว

ประวัติศาสตร์และบทเรียนจากอดีต

ในปี 1980s ช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก เคยเกิด “สงครามเรือน้ำมัน” (Tanker War) ที่อิหร่านโจมตีเรือตะวันตก ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาล แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าเพราะเทคโนโลยีขีปนาวุธของอิหร่านพัฒนาขึ้นมาก

สหรัฐฯ ได้เพิ่มกำลังทหารในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอ่าวเปอร์เซีย เพื่อเตรียมรับมือ ขณะที่นาโต้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ

สถานการณ์ยังคงน่าจับตา อิหร่านประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ขู่เผาเรือทุกลำที่แล่นผ่าน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตพลังงานโลกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เตือนใจว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางสามารถส่งผลกระทบ domino ไปทั่วโลกได้ง่ายๆ หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ อย่าลืมติดตามอัปเดตล่าสุดจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – อิหร่านประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ขู่เผาเรือทุกลำที่แล่นผ่าน

Scroll to top