สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก และประเทศไทยก็ไม่เว้น! ล่าสุด ปลัด มท. สั่งด่วนทุกจังหวัด กำกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค-พลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะราคาน้ำมันและสินค้าจำเป็นที่อาจผันผวนจากความขัดแย้ง เช่น สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง ส่งผลโดยตรงต่อไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 80% หากไม่เตรียมพร้อม ประชาชนอาจเจอราคาน้ำมันแพงขึ้น สินค้าอุปโภคก็ตามไปด้วย
ปลัด มท. สั่งด่วนทุกจังหวัด กำกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค-พลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง
วันที่ 3 มีนาคม 2567 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งเร่งดำเนินการทันที เน้นย้ำถึงการเตรียมแผนรองรับผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน สถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกสะดุด โดยเฉพาะพลังงานและสินค้าอาหาร ทำให้ราคาพุ่งชั่วคราว รัฐบาลจึงออกมาตรการเข้มเพื่อรักษาเสถียรภาพ
3 มาตรการหลักที่ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดต้องทำ
ปลัด มท. สั่งการชัดเจน 3 มาตรการ เพื่อให้การกำกับดูแลราคาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดช่องโหว่ให้พ่อค้าฉวยโอกาส โดยสรุปดังนี้
- มาตรการที่ 1: แจ้งหน่วยงานในพื้นที่บริหารจัดการราคาสินค้าและบริการ ป้องกันการฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ และราคาพลังงานอย่างน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ ตรวจสอบใกล้ชิดปั๊มน้ำมันและตลาดสด
- มาตรการที่ 2: สร้างการรับรู้ประชาชน ไม่ให้ตื่นตระหนก โดยประชาสัมพันธ์ว่าสินค้ายังมีเพียงพอในสต็อก รัฐบาลดูแลค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย วิทยุชุมชน และป้ายประชาสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่นว่าราคาจะเป็นธรรม
- มาตรการที่ 3: กำกับดูแลส่วนราชการในจังหวัดให้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลอย่างเคร่งครัด รวมถึงประสานงานระหว่างหน่วยงาน เช่น กรมการค้าภายใน สำนักงานพลังงานจังหวัด เพื่อรายงานสถานการณ์ real-time
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอเป็นศูนย์กลางรับแจ้งร้องเรียน หากประชาชนพบการขึ้นราคาผิดปกติหรือกักตุน สามารถแจ้งได้ทันทีทางโทรศัพท์ 1567 หรือแอปพลิเคชันดำรงธรรม

มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยควบคุมราคา แต่ยังแสดงถึงความรวดเร็วของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตโลก ในอดีตไทยเคยเจอสถานการณ์คล้ายๆ กัน เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง แต่ด้วยการกำกับที่ดี สามารถควบคุมได้ไม่ให้ลุกลาม ปัจจุบันไทยมีสต็อกน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองกว่า 45 วัน และสินค้าอุปโภคในคลังเอกชนเพียงพอ ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลน
สำหรับประชาชน แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หลีกเลี่ยงการกักตุนเองเพราะอาจทำให้ราคาพุ่งตามอุปสงค์ หากพบปัญหาราคาแพง โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อให้รัฐบาลจัดการได้รวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลไทยตื่นตัวสูง มาตรการ ปลัด มท. สั่งด่วนทุกจังหวัด กำกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค-พลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง นี้จะช่วยให้ประชาชนอุ่นใจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก หากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาก็น่าจะกลับเข้าที่ในเร็ววัน
คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือแจ้งเบาะแสราคาผิดปกติได้เลย!
ที่มา – ปลัด มท. สั่งด่วนทุกจังหวัด กำกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค-พลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง
