สถานการณ์น้ําในเขื่อน

ด่วน! **สอบท้องถิ่น 68** เลื่อนสอบศูนย์ภาคใต้

อัปเดตล่าสุด “สอบท้องถิ่น 68” คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติเลื่อนสอบเฉพาะศูนย์สอบภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 ออกไปจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเข้าสู่สภาวะปกติ สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 68 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้เผยแพร่ข่าวสำคัญเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่น 68 โดยระบุว่าในการประชุมครั้งที่ 11/2568 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ได้มีมติให้เปลี่ยนแปลงศูนย์สอบจากจังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดพัทลุงและจังหวัดตรังแทน เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งบ้านเรือน โรงเรียน ส่วนราชการ และถนนหนทางได้รับความเสียหาย ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันและการเดินทางของผู้เข้าสอบ นอกจากนี้ ผู้เข้าสอบในศูนย์สอบภาคใต้ เขต 1 ส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งอาจประสบปัญหาในการเตรียมตัวสอบแข่งขันที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568

**สอบท้องถิ่น 68** เลื่อนจริง!

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในการประชุมครั้งที่ 12/2568 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นจึงมีมติให้เลื่อนกำหนดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ข) เฉพาะศูนย์สอบภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 ออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

แล้วกำหนดการใหม่ของ **สอบท้องถิ่น 68** คือเมื่อไร?

คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นจะประกาศกำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบใหม่ให้ทราบต่อไป ผู้ที่สมัครสอบในเขตพื้นที่ดังกล่าวโปรดติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากช่องทางทางการของ กสถ.

ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการใหม่สำหรับการสอบในพื้นที่ภาคใต้ เขต 1 และ 2 การเลื่อนสอบครั้งนี้เป็นผลมาจากเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการเตรียมตัวของผู้เข้าสอบ การตัดสินใจดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความรับผิดชอบของ กสถ. ต่อผู้เข้าสอบทุกคน

สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การสอบจะยังคงดำเนินต่อไปตามกำหนดการเดิม อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและประกาศจาก กสถ. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

เตรียมตัวอย่างไรในช่วงเลื่อนสอบ:

  • ใช้เวลาที่เพิ่มขึ้นทบทวนเนื้อหา
  • ฝึกทำข้อสอบเก่าเพิ่มเติม
  • ติดตามข่าวสารจาก กสถ. อย่างใกล้ชิด
  • รักษาสุขภาพกายและใจให้พร้อมสำหรับการสอบ

การสอบท้องถิ่น 68 เป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการรับราชการในหน่วยงานท้องถิ่น ขอให้ทุกคนใช้ช่วงเวลาที่เลื่อนสอบนี้ให้เป็นประโยชน์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้เต็มที่ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการสอบ

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน การเลื่อนสอบครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เข้าสอบเป็นสำคัญ ขอให้ทุกคนเข้าใจและให้ความร่วมมือกับ กสถ. ในการดำเนินการต่างๆ

ที่มา – อัปเดตล่าสุด “สอบท้องถิ่น 68” ประกาศเลื่อนสอบ “ศูนย์สอบภาคใต้” เขต 1 และเขต 2

ม.อ.หาดใหญ่ งดเรียนสอบ ถึง 7 ธ.ค. 68

ประกาศด่วน! มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (ม.อ.หาดใหญ่) ประกาศขยายเวลา งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68 อันเนื่องมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่ยังคงส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ทางเพจเฟซบุ๊ก Prince of Songkla University ได้เผยแพร่ประกาศสำคัญจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ใจความสำคัญคือ การขยายเวลา งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของนักศึกษาและบุคลากรทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68

ทางฝ่ายทะเบียนและประมวลผล สำนักการศึกษาและนวัตกรรมการเรียนรู้ จะทำการปรับเปลี่ยนปฏิทินการศึกษาของภาคการศึกษาที่ 2/2568 และจะแจ้งรายละเอียดให้นักศึกษาและบุคลากรทราบอีกครั้งหนึ่ง ขอให้นักศึกษาติดตามข่าวสารจากทางมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด

สำหรับรายละเอียดในประกาศ เรื่องการเรียน การสอน และการสอบในช่วงอุทกภัย (ฉบับที่ 5) ได้ระบุไว้ว่า ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ออกประกาศฉบับที่ 4 โดยให้มีการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ และงดการสอบไปจนถึงวันที่ 8 ธันวาคม 2568

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยจึงขอยกเลิกประกาศฉบับที่ 4 และประกาศให้ งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2568 โดยจะมีการปรับเปลี่ยนปฏิทินการศึกษาและแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้แทนประกาศฉบับก่อนหน้าที่มีเนื้อหาขัดแย้งกัน

ผลกระทบต่อนักศึกษาและแนวทางการปรับตัว

การประกาศ ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของตารางการเรียนและแผนการสอบที่ต้องมีการปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยได้พยายามอย่างเต็มที่ในการหาแนวทางแก้ไขและลดผลกระทบให้น้อยที่สุด

สิ่งที่นักศึกษาควรทำในช่วงนี้คือ การติดตามข่าวสารจากทางมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด หมั่นตรวจสอบอีเมลและประกาศต่างๆ บนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนปฏิทินการศึกษาและแนวทางการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์พิเศษเช่นนี้ นอกจากนี้ นักศึกษาควรใช้เวลาว่างในช่วงที่งดการเรียนการสอน ทบทวนบทเรียน และเตรียมตัวสำหรับการสอบที่จะมาถึง เพื่อให้พร้อมสำหรับการกลับมาเรียนอีกครั้ง

สถานการณ์อุทกภัยเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือการปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์อย่างมีสติ ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จะพยายามอย่างเต็มที่ในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนนักศึกษาและบุคลากรทุกคน ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี

ขอเป็นกำลังใจให้นักศึกษาและบุคลากร ม.อ. หาดใหญ่ ทุกท่าน ปลอดภัยจากอุทกภัย และกลับมาเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

ที่มา – ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ ประกาศงดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68

หาดใหญ่น้ำท่วมเช้านี้ ลดแล้ว! พบความเสียหาย

เช้าวันนี้ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สถานการณ์ น้ำท่วม เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยระดับน้ำในหลายพื้นที่ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตามมาคือภาพความเสียหายที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งปริมาณขยะจำนวนมหาศาลที่ถูกกระแสน้ำพัดพามา และรถยนต์จำนวนมากที่จอดเสียอยู่ริมถนน หลังจากถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

เมื่อเวลา 08.45 น. ของวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา ได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า ระดับน้ำในพื้นที่หาดใหญ่ลดลงเกือบทั้งหมดแล้ว และหน่วยงานต่างๆ กำลังเร่งเข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ถึงแม้สถานการณ์ น้ำท่วม จะเริ่มบรรเทาลง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นค่อนข้างหนักหน่วง เราจะเห็นได้จากภาพที่เผยแพร่ออกมาว่ามีขยะจำนวนมากเกลื่อนถนน และรถยนต์หลายคันจอดเสียเรียงรายอยู่ริมทาง ซึ่งเป็นผลมาจาก น้ำท่วม ที่สูงและกินเวลานานหลายวัน

หาดใหญ่น้ำท่วมเช้านี้ ลดแล้ว! พบความเสียหาย

สถานการณ์ น้ำท่วม ครั้งนี้ถือเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างผลกระทบต่อชาวหาดใหญ่อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน บ้านเรือน หรือแม้แต่การดำเนินชีวิตประจำวัน หลายคนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทาง การทำมาหากิน และการดำรงชีพ

นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนและทรัพย์สินแล้ว ผลกระทบทางด้านจิตใจก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ หลายคนต้องสูญเสียสิ่งของอันเป็นที่รัก ต้องเผชิญกับความเครียดและความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคต

การช่วยเหลือและฟื้นฟูหลังน้ำลด

หลังจากน้ำลด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา ต่างร่วมมือกันในการทำความสะอาดพื้นที่ เก็บกวาดขยะ ซ่อมแซมบ้านเรือน และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน

นอกจากนี้ การให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและสิ่งของจำเป็น ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ในเบื้องต้น การเยียวยาจิตใจก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การให้คำปรึกษา การสนับสนุนทางด้านจิตใจ จะช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

แม้ว่าสถานการณ์ น้ำท่วม จะสร้างความเสียหายและความยากลำบากให้กับชาวหาดใหญ่อย่างมาก แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ให้กลับมาสวยงามและน่าอยู่ได้อีกครั้ง

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต การวางแผนป้องกัน การสร้างระบบเตือนภัย และการให้ความรู้แก่ประชาชน จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติได้

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับชาวหาดใหญ่ทุกคน ขอให้ทุกท่านเข้มแข็งและก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างรวดเร็วครับ

ที่มา – บรรยากาศหาดใหญ่เช้านี้ “น้ำท่วม” ส่วนใหญ่ลดลงแล้ว พบความเสียหายโผล่หลายจุด

“เปิ้ล นาคร” โพสต์ 5 ร่างลอยในบ้าน

“เปิ้ล นาคร” โพสต์ข้อความสะเทือนใจบอก 5 ร่างลอยอยู่ในบ้าน เกินกำลังที่จะเอาออกมาได้ ทำโซเชียลหดหู่ ภาวนาให้เหตุการณ์วิกฤตผ่านพ้นไปได้โดยเร็ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความหดหู่ใจให้กับผู้ที่ได้ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

วันที่ 27 พ.ย. 68 การช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา ยังคงดำเนินไปต่อเนื่อง ทีมงานเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ ก็พากันเข้าช่วยเหลือเต็มความสามารถ

โดยเมื่อเวลา 03.42 น. เปิ้ล นาคร ศิลาชัย หนึ่งในจิตอาสากู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือเหตุน้ำท่วม ได้โพสต์ภาพข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Ple Nakorn ระบุว่า “5 ร่างลอยอยู่ในบ้าน เกินกำลังที่จะเอาออกมาได้… 1 ขาโผล่ออกมาจากหลังคาที่ปริ่มน้ำ…” ตี 2.51 น. กลับจากลงพื้นที่ ถึงที่พักแล้ว ขอนอนก่อนนะ พรุ่งนี้มีเรื่องมากมายจะเล่าให้ฟัง

ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างก็มีคนเข้ามาแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก และรู้สึกหดหู่กับข่าวความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ หลายคนได้แต่ส่งกำลังใจให้ เปิ้ล นาคร และทีมงานกู้ภัยทุกคนที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

“เปิ้ล นาคร” โพสต์ 5 ร่างลอยในบ้าน

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง และข่าวการพบ“เปิ้ล นาคร” โพสต์ 5 ร่างลอยในบ้าน ยิ่งตอกย้ำถึงความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ การทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากอุปสรรคต่างๆ ทั้งจากระดับน้ำที่สูง และความเสี่ยงจากซากปรักหักพังต่างๆ

เรื่องราวสะเทือนใจ “เปิ้ล นาคร” กับ 5 ร่างลอยในบ้าน

ข้อความที่ เปิ้ล นาคร โพสต์ ทำให้หลายคนจินตนาการถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากและอันตรายที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเผชิญในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย การที่ต้องเผชิญกับภาพความสูญเสีย และความยากลำบากในการเข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เป็นสิ่งที่ท้าทายทั้งทางร่างกายและจิตใจ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก การมีจิตอาสาและความเสียสละของเจ้าหน้าที่กู้ภัย และประชาชนทั่วไปที่ร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและเป็นกำลังใจให้เราก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับการวางแผนผังเมืองและการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในอนาคต การเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนำมาปรับปรุงแก้ไข จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้ดีขึ้น

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่กำลังประสบกับความยากลำบากจากสถานการณ์น้ำท่วม และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกท่านที่เสียสละแรงกายแรงใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ววัน

การที่ “เปิ้ล นาคร” โพสต์ 5 ร่างลอยในบ้าน เป็นการสะท้อนภาพที่เจ็บปวดของสถานการณ์ แต่ก็เป็นสิ่งกระตุ้นให้เราไม่ละเลยและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ เราหวังว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในการจัดการภัยพิบัติในอนาคต และขอให้กำลังใจแก่ทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ ไม่ว่าจะด้วยการบริจาคสิ่งของจำเป็น การสนับสนุนทางการเงิน หรือการให้กำลังใจผ่านช่องทางต่างๆ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำ อาจมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก

ที่มา – “เปิ้ล นาคร” โพสต์ข้อความสะเทือนใจ 5 ร่างลอยอยู่ในบ้าน เกินกำลังที่จะเอาออกมาได้

“ไชยชนก” ประสาน SpaceX แก้ปัญหาสื่อสารล่มในสงขลา

จากเหตุการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ล่าสุด นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เร่งประสาน SpaceX เพื่อนำเทคโนโลยี Starlink เข้ามาแก้ปัญหา โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ.ส่วนหน้า

เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ทำให้ระบบสื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้ การวางระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในการให้ความช่วยเหลือและอพยพประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยนายไชยชนกได้ดำเนินการประสานงานกับ บริษัท SpaceX เพื่อขอความร่วมมือในการวางระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูง (satellite internet broadband) โดยใช้อุปกรณ์ดาวเทียม Starlink ในการเชื่อมต่อระบบ

ผลจากการหารือร่วมกันระหว่าง บริษัท SpaceX และ กสทช. ได้ข้อสรุปว่า SpaceX ยินดีสนับสนุนดาวเทียม Starlink เพื่อใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ และ กสทช. จะดำเนินการออกใบอนุญาตนำเข้า พร้อมเงื่อนไขหลักเกณฑ์การใช้งานเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น หลังจากที่นายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามอนุญาตนำเข้าแล้ว

นายไชยชนกกล่าวเพิ่มเติมว่า “รัฐบาล และกระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ที่ยังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่ติดขัดอุปสรรคระบบการสื่อสารในภาคพื้นดินล่ม ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการให้กระทรวงดีอี ดำเนินการกู้ระบบสื่อสารอย่างเร่งด่วน เพื่อให้หน่วยงานช่วยเหลือและทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลืออพยพประชาชนผู้ประสบภัยได้ โดยกระทรวงดีอีขอขอบคุณความร่วมมือจากบริษัท SpaceX และ กสทช. ในการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink เฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน พื้นที่ จ.สงขลา เท่านั้น ตามอำนาจของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่ง ศป.กฉ.ส่วนหน้า จะดำเนินการกำหนดจุดติดตั้งต่อไป”

“ไชยชนก” ประสาน SpaceX ใช้งาน Starlink แก้ปัญหาระบบเครือข่ายสื่อสารล่ม ในสงขลา

การแก้ไขปัญหาระบบสื่อสารที่ล่มในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชน การที่ “ไชยชนก” ประสาน SpaceX เพื่อนำ Starlink มาใช้งาน ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจและอาจเป็นต้นแบบสำหรับการรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตได้อีกด้วย การมีระบบสื่อสารสำรองที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น และทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที

Starlink ช่วยแก้ปัญหาสื่อสารล่มในสงขลา

การนำเทคโนโลยี Starlink มาใช้แก้ปัญหาสื่อสารล่ม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้ในสถานการณ์ต่างๆ ที่มีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีอวกาศในการเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือมนุษย์ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ผมมองว่าการที่รัฐบาลและภาคเอกชนร่วมมือกันในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้แก้ปัญหา ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องและควรได้รับการสนับสนุนต่อไป การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่มีความทันสมัย จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่นาย “ไชยชนก” ประสาน SpaceX เพื่อให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน และเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ

การประสานงานของ “ไชยชนก” กับ SpaceX ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทย การแก้ไขปัญหาระบบสื่อสารล่มในสงขลาด้วย Starlink ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับระบบสื่อสารสำรองที่มีประสิทธิภาพในระยะยาวอีกด้วย

ที่มา – “ไชยชนก” ประสาน SpaceX ใช้งาน Starlink แก้ปัญหาระบบเครือข่ายสื่อสารล่ม ในสงขลา

ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ สั่งช่วยเหลือ!

“ไชยชนก” ตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ประสาน กสทช. กระจายสัญญาณ สั่งการ NT-ปณท. ระดมโดรนกู้ภัย เปิดบริการส่งสิ่งของช่วยเหลือฟรี พร้อมรวมพลังเอกชนช่วยเหลือประชาชน

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่าจากกรณีสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตนได้สั่งการระดมความช่วยเหลือจากหน่วยงานในสังกัดไปยังพื้นที่ประสบภัย โดยให้ใช้ศักยภาพของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งการสนับสนุนด้านระบบการสื่อสาร และการขนส่งถุงยังชีพ และสิ่งของเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้จัดตั้ง War Room เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ-น้ำ และศูนย์กลางระบบสื่อสารโทรคมนาคม เตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. รายงานสถานการณ์สภาวะอากาศและสถานการณ์น้ำได้ตลอด 24 ชม. โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่

ขณะเดียวกันตนได้มอบหมายให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือ โดยประสานงานร่วมกับ กสทช. ผู้ให้บริการเครือข่าย และหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่ร่วมบูรณาการข้อมูลและการทำงาน ดังนี้

  1. การบริหารจัดการระบบสื่อสารและเครือข่าย ให้ดำเนินการย้ายหน่วยโครงสร้างเครือข่าย (Node) ที่มีปัญหาไปยัง Node ที่ใช้งานได้ (branching) และเตรียมการเรื่องเครื่องปั่นไฟ พร้อมกับการเตรียมความพร้อมติดตั้งระบบสื่อสารในพื้นที่ศูนย์พักพิง โดยประสาน กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย ตรวจสอบเสาสัญญาณที่มีศักยภาพ เพิ่มความแรงสัญญาณ และปรับทิศทางของเสาสัญญาณจากพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อปล่อยสัญญาณให้ประชาชนในพื้นที่สามารถรับสัญญาณได้โดยไม่จำกัดเครือข่าย
  2. การปฏิบัติงานและการเตรียมพร้อมรับมือของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยกำหนดหน้าที่ พร้อมการสนับสนุนหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการจัดทำแผนฉุกเฉินบูรณาการการรับมือ
  3. การพัฒนาระบบงานกู้ภัยและการสื่อสาร เร่งจัดทำระบบการรับข้อมูล พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูล เนื่องจากบริการ Digital Trunk Radio Service DTRS ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ยังสามารถให้บริการ จึงมอบหมายให้ NT นำรถโมบายของบริการ DTRS จาก จ.สุราษฎร์ธานี ไปสนับสนุนเพิ่มเติม และเตรียมเครื่องลูกข่ายไว้สนับสนุนการประสานงานของ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นจำนวน 50 เครื่อง เพื่อใช้ในการประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชน

นอกจากนี้ NT จะดำเนินการประสานงานเครือข่ายอาสาสมัครผู้ใช้งานโดรนเข้าร่วมให้ความช่วยเหลือใน 2 รูปแบบ คือ 1) การใช้โดรนสำรวจ ค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ และต้องการความช่วยเหลือ 2) ใช้โดรนเพื่อการขนส่งสิ่งของ อาหาร และน้ำดื่ม เข้าสู่พื้นที่ซึ่งเข้าถึงได้ยาก

ด้านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) จะสนับสนุนการขนส่งสิ่งของให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง โดยสามารถติดต่อได้ที่ THP Contact Center 1545 เพื่อประสานรายละเอียดการรวบรวมและรับส่งสิ่งของเพื่อส่งต่อให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด

“ขณะนี้กระทรวงดีอี จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่หาดใหญ่ และใกล้เคียงตลอด 24 ชม. เพื่อบูรณาการข้อมูลให้กับหน่วยงานรัฐ และหน่วยงานที่ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยตนได้ร่วมหารือ และประสานงานกับภาคเอกชน อาทิ SpaceX เรื่องการเชื่อมต่อสัญญาณในพื้นที่ผ่านดาวเทียม Starlink และ Line Thailand ซึ่งเบื้องต้น Line ได้เปิดบริการ LineAlert แจ้งเตือนสถานการณ์ฉุกเฉิน และ Open Chat หัวข้อ “ประสานงานน้ำท่วมหาดใหญ่” เพื่อให้ประชาชน หรือญาติของผู้ประสบภัย ได้ระบุพิกัด “ที่อยู่ และจำนวนคน” ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานกู้ภัยได้ดำเนินการอย่างทันท่วงที” นายไชยชนก กล่าว

ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

NT ใช้โดรนกู้ภัย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

หนึ่งในมาตรการสำคัญของการ ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ คือการใช้เทคโนโลยีโดรนในการกู้ภัย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้ระดมโดรนเพื่อสำรวจพื้นที่ ค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังติดค้าง และขนส่งสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก การใช้โดรนช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเปิดบริการส่งสิ่งของช่วยเหลือฟรี เพื่อให้ประชาชนสามารถส่งมอบความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างสะดวก การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามยากลำบาก

การดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ เป็นการดำเนินการที่ทันท่วงทีและเหมาะสมกับสถานการณ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ได้ในเร็ววัน

ร่วมกันเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจในการช่วยเหลือครั้งนี้

ที่มา – “ดีอี” ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ สั่ง NT ใช้โดรนกู้ภัย-ไปรษณีย์ไทย ส่งของฟรี

เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดในบ้าน 4 วัน แม่สิ้นลม

เรื่องราวสุดสะเทือนใจจากเหตุการณ์น้ำท่วม เมื่อครอบครัวหนึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส กลายเป็น เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์

เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Prasit Sunamthaworn ได้โพสต์ภาพและข้อความเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทีมกู้ภัยของเขาได้เข้าไปช่วยเหลือครอบครัวหนึ่งที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างหนักหน่วง โดยระบุว่า “เคสนี้…คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่หนักที่สุดที่ทีมเราเคยพบเจอ” เรื่องราวนี้กลายเป็น เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้รับรู้

ครอบครัวดังกล่าวประกอบด้วย คุณตาอายุ 88 ปี คุณยายอายุ 82 ปี เด็กชายอายุ 11 และ 12 ปี และคุณแม่อายุเพียง 30 กว่าปี พวกเขาติดอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วมสูงมิดหลังคาเป็นเวลาถึง 4 วันเต็ม โดยไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำ ไม่มีแรงที่จะขยับไปไหน คุณตาซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ต้องเจาะหลังคาบ้านเป็นรูเล็ก ๆ เพื่อตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่แทบไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่แล้ว

ในช่วงค่ำคืนที่มืดมิดและน้ำเชี่ยวแรง ทีมกู้ภัยได้รับสัญญาณจากเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือแผ่วเบาจากบ้านหลังดังกล่าว ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือทุกชีวิต ทีมกู้ภัยได้ฝ่าความมืดและความเชี่ยวกรากของกระแสน้ำ จนกระทั่งเดินทางไปถึงบ้านหลังนั้น

ทีมกู้ภัยจำเป็นต้องพังหลังคาบ้านเพื่อเข้าไปช่วยเหลือทุกคนออกมา คุณตา คุณยาย และเด็กชายทั้งสองคนปลอดภัย แต่สิ่งที่ทำให้ทีมกู้ภัยรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากคือ คุณแม่ของเด็ก ๆ ได้หมดแรงและเสียชีวิตไปก่อนที่ทีมจะเข้าไปถึงได้ไม่นานนัก เธอต้องทนทุกข์ทรมานจากความหนาว ความหิว และความอ่อนล้ามาเป็นเวลาหลายวัน

Prasit Sunamthaworn เล่าว่า “ตอนที่เราอุ้มร่างเธอออกมา ทุกคนในทีมเงียบสนิท ผมเอง…ยอมรับว่า กลั้นน้ำตาไม่ไหวจริง ๆ มันคือความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากเห็น แต่เราทำดีที่สุดแล้ว ทุกวินาทีเราวิ่งแข่งกับเวลาอย่างสุดกำลัง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวนี้ ขอให้คุณแม่ผู้จากไป…ได้ไปสู่ภพภูมิที่สงบ”

ความสูญเสียในเคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความยากลำบากและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความสำคัญของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก ทีม HART (กู้ภัยพระครูอ๊อด) ISARA TH และทีม Ultra Life Team ทีมกู้ภัยสันกำแพงเชียงใหม่ และกู้ภัยสยามนครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันไว้อาลัยและส่งกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย

เรื่องราวของ เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย นี้แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญของทีมกู้ภัยที่พร้อมจะเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น และความสำคัญของความสามัคคีและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคม เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้ ไม่ว่าจะด้วยการบริจาคสิ่งของ การช่วยเหลือด้านแรงกาย หรือการให้กำลังใจ

แม้ว่าเรื่องราวนี้จะจบลงด้วยความสูญเสีย แต่ก็ยังมีความหวังและความดีงามที่เกิดขึ้นจากน้ำใจของผู้คน ขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย และขอบคุณทีมกู้ภัยทุกท่านที่เสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

ที่มา – เคสบีบหัวใจ 5 ชีวิตติดอยู่ในบ้าน 4 วันเต็ม สุดท้ายแม่สิ้นลม ก่อนกู้ภัยเข้าช่วย

เปิดปฏิบัติการ! ฮ. เรือหลวงจักรีฯ ช่วยผู้ประสบภัย

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ของประเทศไทย กองทัพเรือได้ส่ง “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” พร้อมเฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการลำเลียงเสบียงและสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงยากลำบาก

“โฆษกกองทัพเรือ” เปิดเผยถึงนาทีปฏิบัติภารกิจสำคัญของเฮลิคอปเตอร์จาก “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ในการลำเลียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 2 เครื่อง ไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ไปยังพื้นที่ประสบภัยในอำเภอหาดใหญ่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก

การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพเรือในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ การที่เฮลิคอปเตอร์จาก “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ยากลำบากได้ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เปิดนาที เฮลิคอปเตอร์จาก “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ลำเลียงเสบียงส่งให้ผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.08 น. เพจเฟซบุ๊ก โฆษกกองทัพเรือ Naval Spokesperson ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงปฏิบัติการของเฮลิคอปเตอร์จากเรือหลวงจักรีนฤเบศร ในการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยระบุข้อความว่า เฮลิคอปเตอร์ได้ออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนั้น

ภารกิจหลักคือการลำเลียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 2 เครื่องไปส่งมอบให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังมีภารกิจในการลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ เข้าสู่พื้นที่ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และพื้นที่บางส่วนยังคงถูกน้ำท่วมสูง แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของเจ้าหน้าที่ทุกนาย ทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ความสำคัญของ “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

“เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรือบรรทุกเครื่องบิน แต่ยังเป็นเรือที่สามารถใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อีกด้วย ด้วยศักยภาพในการบรรทุกเฮลิคอปเตอร์และสิ่งของจำนวนมาก ทำให้เรือหลวงจักรีนฤเบศร สามารถเป็นฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่เข้าถึงยากได้เป็นอย่างดี

ในสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญในการเป็นกำลังสนับสนุนที่สำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย การที่เรือสามารถลอยลำอยู่ในทะเลและส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่ที่หลากหลาย

นอกจากนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศรยังสามารถใช้เป็นโรงพยาบาลสนามเคลื่อนที่ในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยลดภาระของโรงพยาบาลในพื้นที่และทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

กองทัพเรือยังคงยืนยันที่จะให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และพร้อมที่จะสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความสามัคคีของคนไทย ที่พร้อมจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก และเป็นกำลังใจให้เราก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

เป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม ขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

ที่มา – เปิดนาที เฮลิคอปเตอร์จาก “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ลำเลียงเสบียงส่งให้ผู้ประสบภัย

ยัน! อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ไม่แตก น้ำลดแล้ว

จากกระแสข่าวลือที่สร้างความตื่นตระหนกในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า “อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน” แตก ทำให้หลายคนกังวลว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะรุนแรงขึ้นไปอีก กรมชลประทานได้ออกมายืนยันแล้วว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง สถานการณ์จริงคือ น้ำได้ล้นทางระบายน้ำล้น หรือ สปิลเวย์ (Spillway) เนื่องจากมีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่แก้มลิงจำนวนมากในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

ยัน! อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ไม่แตก

เหตุการณ์น้ำล้นสปิลเวย์เกิดขึ้นในช่วงประมาณเที่ยงคืนถึงตี 2 ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับน้ำท่วมหนักในขณะนี้ เมื่อเวลา 07.00 น. ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ พบว่าระดับน้ำลดลงแล้ว แต่ยังคงมีขยะจำนวนมากที่ถูกกระแสน้ำพัดพามาสะสมอยู่ รถเล็กสามารถสัญจรได้ตามปกติ หลังจากที่เมื่อช่วงเช้ามืดระดับน้ำสูงประมาณเอว

บริเวณคลองเรียนและด้านหน้าตลาดคลองเรียน พบว่าน้ำในคลองเรียนยังไหลแรง เนื่องจากรับน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำแก้มลิง ม.อ. เมื่อคืนที่ผ่านมา มวลน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมถนนหน้าตลาดคลองเรียน บ้านเรือน และร้านค้าที่อยู่ริมทางได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

ชาวบ้านเผย น้ำลดแล้ว แต่ยังกังวลสถานการณ์

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่าเมื่อคืนน้ำท่วมหนักมาก แต่เช้านี้น้ำลดลงแล้ว นางละมัย อนุตรพันธ์ ชาวบ้านในซอยทุ่งรี เล่าว่า น้ำจากอ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ทะลักเข้าท่วมซอยอย่างรวดเร็วในช่วงเที่ยงคืน ตนเองต้องอพยพออกจากบ้านมาอยู่บริเวณหน้าปากซอยเพื่อหนีน้ำ กลางดึกที่ผ่านมา ระดับน้ำในซอยสูงถึงเอว แต่เช้านี้น้ำลดลงแล้ว แต่ยังคงกังวลว่าหากฝนตกหนักอีก น้ำในอ่างเก็บน้ำอาจจะล้นสปิลเวย์และเข้าท่วมพื้นที่อีกครั้ง

นางนราวัลย์ ม่วงประเสริฐ เจ้าของร้านเช่าชุดครุยหน้าปากซอยทุ่งรี เล่าว่าน้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านของเธอเมื่อกลางดึก ระดับน้ำสูงเกือบเอว น้ำมาเร็วและลงเร็ว ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่บ้านของเธอถูกน้ำท่วม โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนและสร้างความเสียหายมากกว่า

อย่างไรก็ตาม นางนราวัลย์บอกว่าครั้งนี้เธอเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว หลังจากที่ได้ยินเสียงชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์เตือนภัย ทำให้เธอสามารถเก็บข้าวของขึ้นไปไว้บนชั้นสองได้ทัน ทำให้ความเสียหายไม่มากนัก หลังจากน้ำลด เธอและเพื่อนบ้านได้ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน แต่ก็ยังคงกังวลว่าน้ำจะหลากท่วมอีก และกลัวว่าสถานการณ์จะรุนแรงเหมือนในเขตเทศบาลเมืองนครหาดใหญ่

นอกจากนี้ ในพื้นที่ทุ่งรี ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันเก็บขยะที่อุดตันท่อระบายน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถระบายได้สะดวก และเก็บขยะที่ถูกน้ำพัดพามาออกจากถนน ซึ่งพบว่าถนนบริเวณหน้าปากซอยทุ่งรีเต็มไปด้วยขยะเกลื่อน

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นนี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก การเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย รวมถึงวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ยังคงเป็นส่วนสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ การดูแลรักษาและตรวจสอบสภาพของอ่างเก็บน้ำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

ที่มา – ยัน “อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน” ไม่แตก สถานการณ์น้ำล้นสปิลเวย์ คลี่คลายแล้ว

Scroll to top