สถานการณ์วิกฤต

มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว

เชื่อว่าหลายคนที่ใช้เส้นทางบริเวณวงเวียนใหญ่อาจจะกำลังงงว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมการจราจรถึงดูติดขัดผิดปกติ วันนี้เรามีอัปเดตสำคัญจากกระทรวงมหาดไทยมาฝากกันครับ เกี่ยวกับกรณีเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณใกล้วงเวียนใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วนที่สุดเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว

เหตุการณ์สุดระทึกใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีปัญหาน้ำท่วมอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ส่งผลให้เกิดรอยร้าวและถนนทรุดตัวในพื้นที่ถนนประชาธิปก ช่วงแยกบ้านแขกมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จึงได้ลงพื้นที่ทันทีเพื่อตรวจสอบความเสียหายและสั่งการซ่อมแซม โดยสิ่งที่น่าสนใจและเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างทันท่วงที คือการที่ภาครัฐเลือกใช้การแจ้งเตือนแบบ มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว เข้าสู่สมาร์ทโฟนของประชาชนโดยตรง เพื่อที่ทุกคนจะได้วางแผนหลีกเลี่ยงเส้นทางได้อย่างแม่นยำครับ

รับมือเหตุฉุกเฉินด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย

การที่ มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการแจ้งเตือนภัยในประเทศไทย เพราะระบบ Cell Broadcast สามารถส่งข้อความเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านแอปพลิเคชันใดๆ ทำให้ผู้ขับขี่ที่กำลังจะเดินทางผ่านจุดนั้นได้รับทราบข่าวสารและเลี่ยงเส้นทางได้ก่อนจะไปติดอยู่ในสภาพการจราจรที่หนาแน่นครับ

  • ทีมงานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เตรียมชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤตไว้พร้อมสรรพ
  • มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลและอุปกรณ์กู้ภัยในจุดเกิดเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
  • เจ้าหน้าที่กำลังเร่งประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างถนนและอาคารโดยรอบ

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งปฏิบัติการซ่อมแซมอย่างเต็มกำลัง ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ เราอยากฝากให้ทุกคนตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้านเสมอ และขอบคุณการดำเนินงานอย่างรวดเร็วของหน่วยงานภาครัฐที่ มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง หวังว่าถนนสายนี้จะกลับมาใช้งานได้ตามปกติในเร็ววันนะครับ

ที่มา – มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว

“ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจปัญหาน้ำมันสภา

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันกำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วประเทศ ล่าสุด “ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมา

“ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ

วันที่ 26 มีนาคม 2567 ที่สำนักงานพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ได้แถลงข่าวถึงกรณีราคาน้ำมันปรับขึ้นสูงถึง 6 บาทต่อลิตรในช่วงคืนที่ผ่านมา สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนน้ำมันที่ทำให้ประชาชนต้องต่อคิวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมัน สร้างความทุกข์ร้อนให้กับทุกภาคส่วน

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติด่วนเรื่องนี้แล้ว แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไม่ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา พรรคประชาชนได้เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยความจริงและแสดงหลักฐานการบริหารจัดการที่โปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ข้อสงสัยผลประโยชน์ทับซ้อนจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นายณัฐพงษ์ชี้ให้เห็นคือ การแต่งตั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์ป้องกันโจรกรรมน้ำมัน (ศบก.) โดยอ้างความเชี่ยวชาญ แต่นายณัฐพงษ์ตั้งคำถามว่ารัฐบาลทราบล่วงหน้าการปรับราคาน้ำมันหรือไม่ และนายพิพัฒน์ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงาน จะทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ “ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ โดยเฉพาะในเวทีสภาที่เป็นกลไกหลักในการตรวจสอบ

  • รัฐบาลอ้างว่าน้ำมันไม่ขาดแคลน แต่ประชาชนต้องรอคิวหลายชั่วโมง
  • จับกุมเฉพาะผู้กักตุนรายย่อย ไม่พบตัวการใหญ่
  • หลีกเลี่ยงการชี้แจงโดยนายกรัฐมนตรีและนายพิพัฒน์ในสภา
  • ชี้แจงผ่านสื่อที่รัฐบาลควบคุม แทนเวทีสาธารณะ

วิกฤตความเชื่อมั่นและผลกระทบต่อประชาชน

ที่ผ่านมารัฐบาลยืนยันว่าน้ำมันไม่เคยขาดแคลน แต่ความเป็นจริงคือประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ขาดแคลน ตำรวจนายจับกุมผู้กระทำผิดรายย่อยเท่านั้น โดยยังไม่สามารถตามหา “ไอ้โม่ง” ตัวใหญ่ได้ สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่ามีผู้ได้ประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแน่นอน การขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรกะทันหัน ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าส่วนต่างราคาจะตกไปถึงใคร และมีการกักตุนล่วงหน้าก่อนขึ้นราคาหรือไม่

ในที่ประชุมสภา พรรคประชาชนพยายามเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ ลุกขึ้นชี้แจงโดยตรง แต่ทั้งสองไม่ปรากฏตัว มีเพียง ส.ส. รัฐบาลบางส่วนตอบแทน สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงวิกฤตความเชื่อมั่นที่ใหญ่กว่าวิกฤตน้ำมันเสียอีก รัฐบาลยังไม่สามารถกอบกู้ใจประชาชนได้ และยังมองไม่เห็นทางออกชัดเจนในการคลี่คลายสถานการณ์

ปัญหาน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ขาดความโปร่งใส การกักตุนน้ำมัน การขึ้นราคาแบบไม่ทันตั้งตัว และการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในสภา ล้วนเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาเชิงระบบที่รัฐบาลต้องแก้ไขโดยด่วน ประชาชนต้องการคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่คำแก้ตัวผ่านสื่อ

จากมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องปรับปรุงการสื่อสารและการตรวจสอบภายในให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาในอนาคต หากปล่อยไว้ ความเชื่อมั่นของประชาชนจะยิ่งเสื่อมถอย

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความเพื่อให้ข้อมูลนี้แพร่กระจายสู่สาธารณะ เพื่อกดดันให้รัฐบาลโปร่งใสมากขึ้น!

ที่มา – “ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ

เพื่อไทย จี้ “อนุทิน” อย่ายุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“อนุสรณ์” ดักคอ “อนุทิน” อย่าชิงยุบสภาฯ หนีเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แนะเวลานี้ควรเร่งฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วม กับแก้ปัญหาดราม่าซีเกมส์

วันที่ 7 ธ.ค. 2568 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ออกมาบอกว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อย เตรียมความพร้อมที่จะยุบสภาทุกเมื่อ หากพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่าพรรคเพื่อไทยจัดเตรียมขุนพลอภิปรายในการประชุมร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระสอง แต่นายอนุทิน กลับส่งสัญญาณหลายครั้งถึงการเตรียมการยุบสภา หากพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ความกลัวทำให้เสื่อม นายอนุทิน ไม่ควรยุบสภา หนีการตรวจสอบ แต่เวลานี้ควรจะเร่งฟื้นฟูเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ เร่งแก้ปัญหาดราม่าการจัดซีเกมส์ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รวมถึงปัญหาทุนเทา สแกมเมอร์ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นภารกิจหลักที่ฝ่ายค้ำใน MOA ต้องการให้รัฐบาลผลักดันให้เต็มที่ นายอนุทิน ไม่ต้องกลัวว่า พรรคเพื่อไทย จะใช้โอกาสในการอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญ อภิปรายความล้มเหลวของรัฐบาล สิ่งที่นายอนุทินในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเสียงข้างน้อยพึงทำ คือเร่งประสานขอความร่วมมือจากพรรคฝ่ายค้ำใน MOA ให้การันตีพร้อมค้ำรัฐบาลนายอนุทินทุกสถานการณ์ ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะอภิปรายถล่มรัฐบาลหนักหนาสาหัสขนาดไหนก็ตาม พรรคเพื่อไทยมีหลายฉากทัศน์ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่หัวใจสำคัญ ต้องเป็นการยื่นอภิปรายที่ประชาชนได้ประโยชน์ ปัญหาความเดือดร้อนต้องได้รับการแก้ไข รัฐบาลเสียงข้างน้อย อย่าชิงยุบสภาหนีปัญหา หนีการตรวจสอบ เร็วเกินไปจนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไม่ได้รับการแก้ไข

เพื่อไทย จี้ “อนุทิน” อย่ายุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจ

สถานการณ์ทางการเมืองกำลังร้อนระอุ เมื่อพรรคเพื่อไทยออกมาจี้ “อนุทิน” เรื่องการยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประเด็นนี้สร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคน

ทำไมเพื่อไทยถึงจี้ “อนุทิน” เรื่องนี้

เหตุผลหลักที่พรรคเพื่อไทยออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ คือความกังวลว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน อาจตัดสินใจยุบสภาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งพรรคเพื่อไทยมองว่าการกระทำเช่นนี้ไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรมต่อประชาชนที่ควรจะได้รับทราบข้อเท็จจริงและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการบริหารประเทศ

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังมองว่าในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาและความท้าทายมากมาย เช่น ปัญหาน้ำท่วม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และปัญหาเศรษฐกิจ การที่รัฐบาลมุ่งแต่จะรักษาอำนาจของตนเองโดยการยุบสภาหนีการตรวจสอบนั้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

การที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ออกมาให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ ก็เป็นการแสดงออกถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการเห็นการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาของประชาชนเป็นสำคัญ การอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเป็นช่องทางให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

พรรคเพื่อไทยย้ำว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ จะเน้นที่ประเด็นปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ และต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างจริงจัง แทนที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบโดยการยุบสภา

การออกมาจี้ “อนุทิน” อย่ายุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น และเป็นปากเสียงให้กับประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

สถานการณ์ทางการเมืองหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามดูกันอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ๆ คือประเด็นการยุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจกลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจ และต้องการคำตอบจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

การที่พรรคเพื่อไทยออกมาเคลื่อนไหวอย่างแข็งขันในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคมไทย การอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และร่วมกันตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของประเทศ

การออกมาจี้ “อนุทิน” อย่ายุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย เป็นการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลว่า การหลีกเลี่ยงการตรวจสอบไม่ใช่ทางออก และการแก้ไขปัญหาของประชาชนควรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

หากรัฐบาลตัดสินใจยุบสภาจริง ก็ต้องเผชิญกับการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออกถึงความต้องการและทิศทางที่ต้องการให้ประเทศเดินไป

ดังนั้น การติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด และการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทุกคน

การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกระบวนการสำคัญในระบอบประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเปิดเผยและโปร่งใส การที่รัฐบาลหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ อาจทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการบริหารประเทศ

การออกมาจี้ “อนุทิน” อย่ายุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทยจึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

การเมืองไทยในช่วงนี้มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของประเทศ

ที่มา – เพื่อไทย จี้ “อนุทิน” อย่ายุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจ

Scroll to top