สถานการณ์หาดใหญ่ วันนี้

หาดใหญ่ธงเขียว! น้ำกลับสู่ปกติ ฝนเล็กน้อย

อัปเดตข่าวดี! “เทศบาลนครหาดใหญ่” ประกาศสถานการณ์ “ธงเขียว” แล้ว ภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่กลับสู่สภาวะปกติ ประชาชนสบายใจได้ แต่ยังคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตรวจพบกลุ่มฝนเคลื่อนจาก อ.นาหม่อม เข้าสู่หาดใหญ่ ซึ่งคาดการณ์ว่าเป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. เฟซบุ๊ก เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้เผยแพร่แถลงการณ์ฉบับที่ 7 เรื่องสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่

จากสถานการณ์ฝนตกหนัก โดยเฉพาะตามแนวเขาคอหงส์ ลุ่มน้ำคลองเรียน และลุ่มน้ำคลองหวะ เทศบาลนครหาดใหญ่ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเพื่อปรับลดระดับจากธงเหลืองเป็นธงเขียว โดยปัจจุบันระดับน้ำในคลองต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ ดังนี้

  1. คลองอู่ตะเภา
    • บ้านม่วงก๊อง ต่ำกว่าตลิ่ง 4.96 เมตร
    • บ้านบางศาลา ต่ำกว่าตลิ่ง 5.66 เมตร
    • บ้านหาดใหญ่ ต่ำกว่าตลิ่ง 4.99 เมตร
  2. คลองหวะ ต่ำกว่าตลิ่ง 2.63 เมตร
  3. คลองเตย ต่ำกว่าตลิ่ง 3.15 เมตร
  4. แก้มลิงคลองเรียน ต่ำกว่าตลิ่ง 2.00 เมตร

โดยสรุปแล้ว ภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ และประกาศใช้ “ธงเขียว”

อย่างไรก็ตาม เทศบาลนครหาดใหญ่ขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด สามารถสอบถามข้อมูลสภาพอากาศและข้อมูลต่างๆ ได้ทางศูนย์วิทยุกุญชร 074-200028, สายด่วนกุญชร 074-200000 ตลอด 24 ชั่วโมง, Facebook: เทศบาลนครหาดใหญ่, Line: @hatyaicity และเว็บไซต์ www.hatyaicity.go.th

สำหรับการรายงานสถานการณ์ฝนในช่วงค่ำคืนนี้ เวลา 19.15 น. ตรวจพบกลุ่มฝนเคลื่อนจากอำเภอนาหม่อมเข้าสู่หาดใหญ่ โดยคาดว่าเป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบต่อไป

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ขณะนี้สถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ ควรติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีสติและเตรียมพร้อมจะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้

เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ธงเขียว” ภาพรวมสถานการณ์น้ำกลับสู่สภาวะปกติ พบฝนเล็กน้อย

สถานการณ์ล่าสุด: เทศบาลนครหาดใหญ่ประกาศ “ธงเขียว”

การที่เทศบาลนครหาดใหญ่ประกาศ “ธงเขียว” ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ประชาชนก็ยังไม่ควรประมาท ควรติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

การรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การเตรียมพร้อมและการวางแผนรับมือที่ดีจะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้

ทั้งนี้ การประกาศ “ธงเขียว” ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติโดยสมบูรณ์ การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ การมีสติและเตรียมพร้อมอยู่เสมอจะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

ที่มา – เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ธงเขียว” ภาพรวมสถานการณ์น้ำกลับสู่สภาวะปกติ พบฝนเล็กน้อย

หาดใหญ่ ยกธงเหลือง เตือนภัยน้ำท่วม

เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ยกธงเหลือง” เตือนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองแม่เรียน-คลองหวะ เพิ่มสูงขึ้น สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ยกธงเหลือง” เตือนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้เผยแพร่แถลงการณ์ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เทศบาลนครหาดใหญ่ ฉบับที่ 6 เรื่อง สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

เนื่องจากในช่วงกลางคืนถึงเช้าวันนี้ เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง วัดปริมาณน้ำฝนสะสม ณ สถานีแก้มลิงคลองเรียนได้ถึง 140 มิลลิเมตร ทำให้ระดับน้ำในคลองแม่เรียน และคลองหวะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดการณ์ว่าในช่วงบ่ายถึงค่ำวันนี้ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่

สถานการณ์น้ำในคลองต่างๆ ณ เวลา 12.00 น. ของวันนี้:

  1. คลองอู่ตะเภา
    • บ้านม่วงก๊อง ต่ำกว่าตลิ่ง 5.22 เมตร
    • บางศาลา ต่ำกว่าตลิ่ง 5.15 เมตร
  2. คลองหวะ ต่ำกว่าตลิ่ง 2.98 เมตร
  3. คลองเตย ต่ำกว่าตลิ่ง 3.00 เมตร
  4. แก้มลิงคลองเรียน ต่ำกว่าตลิ่ง 1.93 เมตร
  5. ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำคลองสะเดา 53.82 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 94.86 ของความจุอ่างฯ)

พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังจากประกาศ เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ยกธงเหลือง” เตือนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังฝนตกหนัก

ทางเทศบาลฯ จึงขอประกาศแจ้งเตือนประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ “ยกธงเหลือง” ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในพื้นที่:

  • ถนนสามสิบเมตร
  • ถนนศุภสารรังสรรค์
  • ถนนธรรมนูญวิถี
  • ถนนประชาธิปัตย์
  • ซอยย่อยของถนนทั้งสามสาย
  • ชุมชนจันทร์วิโรจน์
  • ชุมชนจันทร์ประทีป
  • ชุมชนจันทร์นิเวศน์
  • ชุมชนรัตนวิบูลย์

เทศบาลนครหาดใหญ่มิได้นิ่งนอนใจ ได้มีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ และเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาระบบระบายน้ำ โดยการขุดลอกโคลนเลน และเก็บขยะที่อาจเป็นสาเหตุของการอุดตันทางระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และติดตามข่าวสารจากเทศบาลนครหาดใหญ่อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์

หากต้องการสอบถามข้อมูลสภาพอากาศและข้อมูลอื่นๆ สามารถติดต่อได้ที่:

  • ศูนย์วิทยุกุญชร: 074-200028
  • สายด่วนกุญชร: 074-200000 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
  • Facebook เทศบาลนครหาดใหญ่
  • Line: @hatyaicity
  • เว็บไซต์: www.hatyaicity.go.th

สถานการณ์ เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ยกธงเหลือง” เตือนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังฝนตกหนัก เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และหวังว่าการเตรียมความพร้อมของทางเทศบาลฯ จะช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ได้มากที่สุด

ที่มา – เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ยกธงเหลือง” เตือนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังฝนตกหนัก

FORD ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ลดสูงสุด 40%

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศแคมเปญพิเศษช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยมอบส่วนลดค่าซ่อมสูงสุดถึง 40% พร้อมบริการช่วยเหลือด้านอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้รถยนต์ได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด แคมเปญนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ FORD ในการดูแลลูกค้าเสมือนครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้

FORD ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม ลดสูงสุด 40%

นายสุรวัฒน์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า FORD ประเทศไทย กล่าวว่า “FORD ตระหนักถึงความเดือดร้อนของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายจังหวัด เราจึงได้จัดแคมเปญนี้ขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนให้ลูกค้ากลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วยิ่งขึ้น”

แคมเปญ FORD ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม ลดสูงสุด 40% ประกอบด้วย:

  • บริการตรวจสภาพรถยนต์ทั่วไปฟรี 30 รายการ
  • ส่วนลดค่าอะไหล่และน้ำมันหล่อลื่น 40% (ไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยาง เบรก และแบตเตอรี่)
  • ช่วยเหลือค่าขนส่งรถไปยังศูนย์บริการในพื้นที่ใกล้เคียงสูงสุด 8,000 บาท (สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้า 200 ท่านแรก)

สำหรับลูกค้าที่ไม่มีประกันภัย หรือบริษัทประกันภัยปฏิเสธการคุ้มครอง FORD ยังคงให้ความช่วยเหลือโดยมอบส่วนลดค่าอะไหล่และน้ำมันหล่อลื่น 40% (ไม่ครอบคลุมผ้าเบรก แบตเตอรี่ และยาง) นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่รถยนต์เข้าข่ายประกันคืนทุน (Total Loss) FORD จะช่วยเหลือค่าอะไหล่แท้ 35% สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

การช่วยเหลือค่ารถยกสูงสุดไม่เกิน 8,000 บาท จะเป็นการยกรถไปยังศูนย์บริการ FORD หรือศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน FORD ที่ลูกค้าเลือก โดยค่ารถยกที่ลูกค้าสำรองจ่ายไปก่อนจะถูกนำมาหักเป็นส่วนลดในใบเสร็จค่าซ่อม (ไม่สามารถคืนเป็นเงินสดได้)

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ FORD ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ลูกค้า FORD ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการฟอร์ดใกล้เคียง หรือ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ Ford Call Center โทร. 1383

แคมเปญนี้มีระยะเวลาตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับลูกค้า FORD ที่ประสบภัยน้ำท่วมในการนำรถยนต์เข้ารับการตรวจเช็คและซ่อมแซมในราคาพิเศษ

การที่ FORD ออกมาช่วยเหลือลูกค้าในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและห่วงใยที่ FORD มีต่อลูกค้าอย่างแท้จริง นอกเหนือจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพแล้ว FORD ยังพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์ นี่คือสิ่งที่ทำให้ FORD แตกต่างและเป็นที่รักของผู้บริโภค

อย่ารอช้า! หากรถ FORD ของคุณได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รีบติดต่อศูนย์บริการ FORD ใกล้บ้านท่านเพื่อรับสิทธิ์ FORD ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม ลดสูงสุด 40% ตั้งแต่วันนี้

นอกจากแคมเปญนี้แล้ว FORD ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสร้างความพึงพอใจสูงสุด

ที่มา – FORD ดูแลลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม ให้ส่วนลดงานซ่อมสูงสุด 40% พร้อมค่าขนส่งรถสูงสุด 8,000 บาท

“นายกแป้น” อุบตอบ ไม่ลาออก ขอทำงานให้เสร็จ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกระแสที่ว่า “นายกแป้น” ยืนยันจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง แต่นายกฯ ตอบสั้นๆ ว่ายังไม่ขอคุยเรื่องนี้ ขอทำงานให้เสร็จก่อน

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีประชาชนในหาดใหญ่เรียกร้องให้นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ “นายกแป้น” นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ลาออกจากตำแหน่ง รวมถึงมีการเตรียมการที่จะขับไล่ให้พ้นจากตำแหน่งนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายณรงค์พร หรือ นายกแป้น ว่าจะยืนยันไม่ลาออกใช่หรือไม่ ซึ่งนายกแป้นตอบสั้นๆ ว่า เรื่องนี้ยังไม่ขอพูดคุยในขณะนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของท่าน นายกแป้นกล่าวว่า ไม่เป็นไร ขอทำงานให้เสร็จก่อน เพราะตอนนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ ทั้งเรื่องการเยียวยาประชาชน เรื่องการปรับปรุงถนน และการจัดการปัญหาขยะ หลังจากนั้นค่อยมาว่ากันอีกที

ต่อข้อซักถามที่ว่า ทำไมถึงมีข่าวออกมาว่าท่านจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง นายกแป้นตอบว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

“นายกแป้น” อุบตอบ ไม่ลาออก ขอทำงานให้เสร็จ

สถานการณ์ทางการเมืองท้องถิ่นในหาดใหญ่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากการเคลื่อนไหวของประชาชนที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งนายกเทศมนตรี การอุบตอบของนายกแป้นในครั้งนี้ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยและคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของท่าน

อนาคตของนายกแป้น: จะเป็นอย่างไรต่อไป?

การที่นายกแป้นเลือกที่จะไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับการลาออก ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์กันไปต่างๆ นานา บางส่วนเชื่อว่าท่านกำลังรอเวลาที่เหมาะสมในการตัดสินใจ ในขณะที่บางส่วนมองว่าท่านต้องการที่จะทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะพิจารณาเรื่องอื่นๆ

ประเด็นที่น่าสนใจคือ แรงกดดันจากประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของนายกแป้นในอนาคต การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การแก้ไขปัญหาถนน และการจัดการขยะ ล้วนเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การที่นายกแป้นให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่ท่านละเลยต่อข้อเรียกร้องของประชาชน อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้ การสื่อสารและการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญในการนำพาหาดใหญ่ไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ประเด็นที่น่าติดตาม:

  • การตัดสินใจของนายกแป้นเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่ง
  • ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในเมืองหาดใหญ่
  • การตอบสนองของประชาชนต่อการทำงานของนายกเทศมนตรี

การพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้เจริญก้าวหน้าเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการ การทำงานร่วมกันและการรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับเมืองของเรา

ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และการให้โอกาสทุกฝ่ายในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี เพื่อให้การตัดสินใจที่เกิดขึ้นเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและเมืองหาดใหญ่

ที่มา – “นายกแป้น” อุบตอบ ไม่ลาออกจากตำแหน่ง บอกขอทำงานให้เสร็จก่อน

เร่งด่วน! ปลัด มท. สั่งเวรคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พัน

สถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงสั่งการด่วนให้เร่งดำเนินการคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พันบาทอย่างเต็มที่ เพื่อให้เงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด

ปลัด มท. สั่งจัดเวรคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พัน ตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าการฟื้นฟูพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และติดตามการบันทึกข้อมูลเข้าระบบขอรับเงินเยียวยา 9 พันบาท ที่สำนักงานเทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและจังหวัดสงขลา ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดเวรเจ้าหน้าที่สลับกันคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พันบาทตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

“ปัญหาล่าสุดในขณะนี้ที่ท้องถิ่นสะท้อนมา คือ การคีย์ข้อมูลในระบบที่ไม่เสถียร ซึ่งได้ประสานกระทรวง DEs มาช่วยขยายระบบแล้ว เพื่อให้รองรับการคีย์ข้อมูลที่มีการคีย์เป็นจำนวนมากแล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและจังหวัดสงขลาร่วมกับ อปท. บริหารจัดการเจ้าหน้าที่สลับเวรกันคีย์ข้อมูลกันตลอดทั้งกลางวันกลางคืน ตอนนี้ต้องเร่งระดมสรรพพลังช่วยกันเพื่อให้เงินเข้าถึงพี่น้องประชาชนได้เร็วที่สุด” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

เอกสารประกอบการยื่นขอรับเงินเยียวยา

ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังได้เน้นย้ำถึงการอำนวยความสะดวกประชาชนในการยื่นขอรับเงินเยียวยา โดยลดขั้นตอนและเอกสารที่ไม่จำเป็น เพียงใช้บัตรประจำตัวประชาชนและเลขพร้อมเพย์เท่านั้น

“เราต้องอำนวยความสะดวกประชาชน เอกสารอะไรที่ไม่จำเป็นไม่ต้องแล้ว เพียงมีบัตรประจำตัวประชาชนและเลขพร้อมเพย์ ในกรณีไม่มีบัตรประชาชนหรือเอกสารสูญหาย ทางสำนักทะเบียนท้องถิ่นหรือสำนักทะเบียนอำเภอ จะมีข้อมูลภาพถ่ายประชาชนในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์อยู่แล้ว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบใบหน้าประชาชนที่มาแจ้งกับใบหน้าในฐานข้อมูลได้” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว

สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกในการลงทะเบียนออนไลน์ สามารถเดินทางไปลงทะเบียนได้ที่เทศบาล โดยทางเทศบาลจะส่งข้อมูลไปยังอำเภอเพื่อดำเนินการต่อไป

ช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีพร้อมเพย์

สำหรับประชาชนที่ไม่มีระบบพร้อมเพย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และจังหวัด ร่วมกับ อปท. และธนาคาร จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกในการผูกเลขบัตรประชาชนกับระบบพร้อมเพย์ของบัญชีธนาคาร

การสั่งการให้เร่งคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พันบาทอย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความตั้งใจจริงของภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเงินช่วยเหลือนี้จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ววัน

ที่มา – ปลัด มท. สั่งจัดเวรคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พัน ตลอด 24 ชั่วโมง ย้ำเร่งให้เร็วที่สุด

ทปอ.เลื่อนสอบ TGAT/TPAT พื้นที่น้ำท่วมใต้ เป็น 17-19 ม.ค. 69

จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ กระทรวง อว. และ ทปอ. ประกาศเลื่อนสอบ TGAT/TPAT 2-5 ในบางจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสสอบอย่างเท่าเทียมกัน มาดูรายละเอียดกันเลย

ทปอ.เลื่อนสอบ TGAT/TPAT 2-5 พื้นที่น้ำท่วมใต้ สงขลา-ยะลา-นราธิวาส เป็น 17-19 ม.ค.69

เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและความพร้อมของผู้เข้าสอบ ทำให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จึงได้ตัดสินใจทปอ.เลื่อนสอบ TGAT/TPAT 2-5 พื้นที่น้ำท่วมใต้ สงขลา-ยะลา-นราธิวาส เป็น 17-19 ม.ค.69 เพื่อให้นักเรียนที่ได้รับผลกระทบมีโอกาสเตรียมตัวและเข้าสอบได้อย่างเต็มที่

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบและมีการเลื่อนสอบ

  • สงขลา
  • ยะลา
  • นราธิวาส

สำหรับนักเรียนในจังหวัดดังกล่าว จะทำการสอบในวันที่ 17-19 มกราคม 2569 ที่สนามสอบเดิม (หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงสนามสอบบางส่วน) โดยสามารถตรวจสอบสนามสอบใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

จังหวัดใกล้เคียงยื่นคำร้องขอเลื่อนสอบได้

สำหรับจังหวัดใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน ได้แก่ ปัตตานี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และสตูล นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางมาสอบ สามารถยื่นคำร้องขอเลื่อนสอบได้ตั้งแต่วันที่ 5 – 8 ธันวาคม 2568 โดยจะต้องแสดงหลักฐานประกอบ เช่น รูปภาพหรือคำอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม

หากได้รับการอนุมัติให้เลื่อนสอบ นักเรียนจะไม่สามารถกลับไปสอบที่สนามสอบเดิมได้ และจะต้องไปสอบในวันที่ 17-19 มกราคม 2569 แทน

การเปลี่ยนแปลงปฏิทิน TCAS รอบที่ 1 (Portfolio)

เนื่องจากการเลื่อนสอบในครั้งนี้ ส่งผลให้การประกาศผลรอบ Portfolio (รอบที่ 1) เลื่อนจากเดิมวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันที่ 4 มีนาคม 2569 นักเรียนที่สอบในวันที่ 17-19 มกราคม 2569 สามารถนำคะแนนไปยื่นในรอบ Portfolio ได้ทัน

ข้อสำคัญที่ควรรู้

  • ตรวจสอบสนามสอบใหม่อีกครั้งในวันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
  • ยื่นคำร้องขอเลื่อนสอบ (สำหรับนักเรียนในจังหวัดใกล้เคียง) ภายในวันที่ 5 – 8 ธันวาคม 2568
  • เตรียมหลักฐานประกอบการยื่นคำร้องให้พร้อม

ทาง ทปอ. ยืนยันว่าการสอบที่เลื่อนออกไปนี้ ถึงแม้จะเป็นข้อสอบคนละชุดกัน แต่มีมาตรฐานเดียวกัน และจะไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบอย่างแน่นอน เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน

สรุปคือ ทปอ.เลื่อนสอบ TGAT/TPAT 2-5 พื้นที่น้ำท่วมใต้ สงขลา-ยะลา-นราธิวาส เป็น 17-19 ม.ค.69 ขอให้น้องๆ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบที่จะมาถึงนี้นะครับ สู้ๆ!

ที่มา – ทปอ.เลื่อนสอบ TGAT/TPAT 2-5 พื้นที่น้ำท่วมใต้ สงขลา-ยะลา-นราธิวาส เป็น 17-19 ม.ค.69

หอค้าไทยชี้ “น้ำท่วมใต้” เสียหาย 4 หมื่นล้าน

หอค้าไทยออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ “น้ำท่วมใต้” ที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก รองลงมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 โดยประเมินว่าความเสียหายรวมในเดือนเดียวนั้นสูงถึงกว่า 40,000 ล้านบาท โดยภาคการท่องเที่ยวและบริการได้รับผลกระทบมากที่สุด หอการค้าไทยยังชี้ว่าประชาชนและผู้ประกอบการต้องการเงินเยียวยาโดยตรงมากกว่ามาตรการสินเชื่อ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า สถานการณ์ฝนตกหนักและ “น้ำท่วมใต้” ในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายที่ชัดเจนได้ในขณะนี้ แต่เบื้องต้นกระทรวงการคลังประเมินความเสียหายไว้ที่ประมาณ 500,000 ล้านบาท หากเทียบกับมหาอุทกภัยในปี 2554 ที่มีความเสียหายประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท เหตุการณ์ “น้ำท่วมใต้” ครั้งนี้ถือเป็นอุทกภัยที่มีความเสียหายรุนแรงเป็นอันดับสองของประเทศไทย

หอค้าไทยชี้ “น้ำท่วมใต้” เสียหายหนัก 4 หมื่นล้าน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา “น้ำท่วมใต้” ใน 10 จังหวัดส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 2.19 ล้านคน หรือประมาณ 798,600 ครัวเรือน โดยจังหวัดสงขลาได้รับผลกระทบมากที่สุด คิดเป็น 60% ของความเสียหายทั้งหมด รองลงมาคือนครศรีธรรมราชและพัทลุง เบื้องต้นประเมินว่ามีความเสียหายประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาทต่อวันในช่วงสถานการณ์รุนแรง หรือรวมกว่า 40,000 ล้านบาท คิดเป็นความเสียหาย 0.22% ต่อ GDP ภาคการท่องเที่ยวและบริการได้รับความเสียหายมากที่สุด สูงถึงกว่า 22,000 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวภาคใต้จำนวนมาก ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และโรงแรมต้องปิดกิจการชั่วคราว นอกจากนี้ ผลกระทบจากการยกเลิกการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและโอกาสทางเศรษฐกิจของภาคใต้ รองลงมาคือภาคเกษตรกรรม ประมาณ 10,000 ล้านบาท และภาคการผลิตและสาธารณูปโภค ประมาณ 6,800 ล้านบาท

ผลกระทบจาก “น้ำท่วมใต้” ต่อเศรษฐกิจ

จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ พบว่าการฟื้นฟูอาจต้องใช้เวลานานกว่า 1 เดือน เนื่องจากทรัพย์สินและสต็อกสินค้าเสียหาย ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ได้รับความเสียหาย สิ่งที่ผู้ประกอบการและประชาชนต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเร่งด่วนที่สุดคือ “เงินสด” ไม่ใช่ “หนี้สิน” ภาครัฐควรอัดฉีดเงินเยียวยาโดยตรงหรือเงินชดเชยเพื่อให้ถึงมือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด มาตรการ “สินเชื่อ” ควรเป็นทางเลือกเสริมไม่ใช่มาตรการหลัก นอกจากนี้ ผู้ประกอบการและประชาชนยังต้องการให้รัฐบาลเร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และจัดหน่วยปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาพร้อมใช้งานโดยเร็ว

สถานการณ์ “น้ำท่วมใต้” ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การฟื้นฟูอย่างรวดเร็วและการเยียวยาที่ตรงจุดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดผลกระทบและช่วยให้ภาคใต้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง การให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมและทันท่วงทีจะช่วยให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและธุรกิจได้ตามปกติ

การวางแผนรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการประเมินความเสี่ยงและเตรียมแผนป้องกันที่ครอบคลุม เพื่อลดความเสียหายจากเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – หอค้าไทยชี้ “น้ำท่วมใต้” เสียหายหนัก 4 หมื่นล้าน ภาคท่องเที่ยว-บริการพังหนักสุด

“ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ช่วยชาวบ้าน

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก ล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศปก.กฉ.) ได้รับรายงานว่า การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สามารถจ่ายน้ำประปาในพื้นที่หาดใหญ่ได้แล้วถึง 90% และคาดว่าจะจ่ายได้ครบ 100% ภายในวันพุธที่จะถึงนี้ ข่าวดีนี้มาพร้อมกับการย้ำเตือนจากนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยเน้นย้ำให้งดการออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ในการประชุม ศปก.กฉ. เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายภราดรฯ ได้รับรายงานจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ว่ากำลังเร่งแก้ไขปัญหาไฟฟ้าเพื่อให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ทั้งหมดภายในวันเดียวกัน โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญๆ ได้มีการจ่ายไฟเพิ่มเติมแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดก่อนที่จะจ่ายไฟให้กับบ้านเรือนประชาชนแต่ละหลัง เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากขณะนี้หลายบ้านยังคงมีความชื้นสูง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ฝากความห่วงใยไปยัง กฟภ. ให้พิจารณาถึงความเสี่ยงจากความชื้นในบ้านเรือน และแนะนำให้มีเจ้าหน้าที่เฉพาะรับเรื่องจากประชาชน เพื่อทำการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนจ่ายไฟ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น

“ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ลดภาระชาวบ้าน

ด้านการประปาส่วนภูมิภาค ได้รายงานถึงความคืบหน้าในการจ่ายน้ำประปาในพื้นที่ประสบภัย โดยขณะนี้สามารถจ่ายน้ำได้แล้วกว่า 90% และคาดว่าจะสามารถจ่ายน้ำได้ 100% ในวันพรุ่งนี้ (3 ธันวาคม) โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา ซึ่งมีทั้งหมด 6 โซน ได้มีการจ่ายทั้งไฟฟ้าและน้ำประปาแล้ว และยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

มาตรการช่วยเหลือ! “ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ

ประเด็นสำคัญที่นายภราดรฯ เน้นย้ำคือ การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จึงได้กำชับให้ทั้ง กฟภ. และ กปภ. “ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ในช่วงนี้ เพื่อช่วยลดภาระให้กับประชาชนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากจากสถานการณ์น้ำท่วม การ“ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ถือเป็นมาตรการที่สำคัญในการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤตเช่นนี้

การที่รัฐบาลออกมาตรการ “ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความเดือดร้อนของประชาชน และความตั้งใจที่จะช่วยเหลืออย่างจริงจัง มาตรการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย ให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ การให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและตรงจุด จะช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

นอกจากการงดออกบิลค่าน้ำค่าไฟแล้ว ยังมีมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ที่ภาครัฐกำลังดำเนินการอยู่ เช่น การจัดหาที่พักพิงชั่วคราว การแจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่ม การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ และการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย หน่วยงานต่างๆ กำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย การมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนการจัดการน้ำที่ดี และการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติในอนาคตได้

ที่มา – “ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ลดภาระชาวบ้าน ขณะพื้นที่หาดใหญ่จ่ายน้ำประปาแล้ว 90%

คมนาคม ร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม ที่สงขลา

กระทรวงคมนาคมจับมือ 20 แบรนด์ยานยนต์ จัดตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ที่สงขลา พร้อมอัดโปรโมชั่นซ่อมฟรีและส่วนลดสูงสุด 40% เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม

กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก ร่วมกับภาคเอกชนกว่า 20 องค์กร จัดตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา แห่งที่ 1 โดยระดมทีมช่างเทคนิคจากค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอาชีวศึกษา ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี พร้อมมอบส่วนลดอะไหล่และค่าแรงสูงสุดถึง 40% รวมถึงบริการรถยก เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและฟื้นฟูการเดินทางของประชาชนให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม มีนโยบายเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในเรื่องของ “ยานพาหนะ” ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบอาชีพ กรมการขนส่งทางบกจึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีภารกิจหลักคือการตรวจประเมินความเสียหายฟรี ซ่อมแซมเบื้องต้น และประสานงานส่งต่อรถไปยังศูนย์บริการมาตรฐาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำที่มอบสิทธิพิเศษสำหรับรถที่ประสบภัยน้ำท่วม

สำหรับภาคีเครือข่ายที่ร่วมสนับสนุน ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งจะให้บริการซ่อมแซมเบื้องต้นฟรี

โดย Autobacs: ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง PT Maxnitron ฟรี สำหรับรถยนต์

PTG Energy: สนับสนุนน้ำมันเครื่อง PT Maxnitron เพื่อให้ทางอาชีวะนำไปใช้บริการประชาชน

ส่วนกลุ่มรถยนต์ ทาง Toyota: มอบส่วนลดอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 30% (ถึง 31 ธ.ค. 68), Isuzu / MG / GWM / Suzuki: มอบส่วนลดอะไหล่และค่าแรง 30%

ส่วน Mitsubishi: มอบส่วนลด 30% (อะไหล่/ค่าแรง/เคมีภัณฑ์), ฟรีบริการตรวจเช็กสภาพรอบคันและใต้ท้องรถ

นอกจากนั้นยังมี Honda: ให้ส่วนลดค่าอะไหล่ 30%, ตรวจเช็กฟรี 25 รายการ, มีบริการ Mobile Service นอกจากนี้ Mercedes-Benz: ยังมอบส่วนลดอะไหล่ 30% (1 ธ.ค. 68 – 28 ก.พ. 69), บริการรถยกสำหรับรถในระยะประกัน

นอกจากนี้ ยี่ห้อ BYD ยังมอบส่วนลดอะไหล่ 30% , Nissan: มอบส่วนลดอะไหล่, เคมีภัณฑ์ และน้ำมันหล่อลื่น 30% , Ford: มอบส่วนลดอะไหล่และน้ำมันหล่อลื่น 40% , ฟรีตรวจเช็ก 30 รายการ, บริการยกรถฉุกเฉินฟรี สำหรับรถในระยะประกัน

นอกจากนี้รถยี่ห้อ Mazda: มอบส่วนลดอะไหล่สูงสุด 35% ค่าแรงสูงสุด 10% (ถึง 16 ก.พ. 69) พร้อมฟรีค่าเคลื่อนย้ายรถไปศูนย์ฯใกล้สุด ส่วน GAC AION: มอบส่วนลดอะไหล่ 30%, ฟรีรถยกไปศูนย์ที่ใกล้ที่สุด, ตรวจเช็กฟรี 49 รายการ

และ BMW / MINI: ฟรีบริการรถยกไปยัง Dealer (ติดต่อ Call Center 1286) , Deepal: มอบส่วนลดอะไหล่ 10%, ตรวจเช็กฟรี 22 รายการ

นายสรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มรถจักรยานยนต์ ทางบริษัทรถ Honda ยังให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและน้ำมันเฟืองท้ายฟรี, ตรวจเช็กฟรี 10 รายการ (24 พ.ย. – 31 ธ.ค. 68) และจัดกิจกรรมใหญ่ Big Cleaning ซ่อมฟรี (8-14 ธ.ค. 68)

Yamaha: ให้บริการซ่อมบำรุงพร้อมเปลี่ยนอะไหล่และน้ำมันเครื่องฟรี สำหรับรถที่เสียหายจากน้ำท่วม, ตรวจเช็กฟรี 10 รายการ (ถึง 31 ธ.ค. 68)

Suzuki : ให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องฟรี, ส่วนลดอะไหล่สูงสุด 20%, ตรวจเช็กฟรี 20 รายการ , DECO: มอบส่วนลดชิ้นส่วนอะไหล่ 30%, ส่วนลดแบตเตอรี่และมอเตอร์ 20%

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับรองรับรถยนต์ของผู้ประสบภัยให้นำมาจอดพักได้ฟรี ระหว่างรอการดำเนินการ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา แห่งที่ 1 (อ.เมืองสงขลา): รองรับรถยนต์ได้จำนวน 50 คัน และสำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา แห่งที่ 2 (อ.หาดใหญ่): รองรับรถยนต์ได้จำนวน 20 คัน ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประสานงานฯ จ.สงขลา โทรสายด่วน 1584 หรือ 074 330 251-2 หรือทาง Facebook : สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา

“การร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรภาคีเครือข่ายของศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ในวันนี้คือเครื่องยืนยันว่า ภาครัฐและเอกชนพร้อมยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชน เพื่อให้ทุกครอบครัวกลับมามีรถใช้งานและดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด” อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้าย

คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม

“คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ที่สงขลา ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

โครงการ “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ที่จังหวัดสงขลา แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ นับเป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ

ที่มา – “คมนาคม” จับมือ 20 แบรนด์ยานยนต์ ตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ที่สงขลา

Scroll to top