สถานการณ์อุทกภัย

“ยศชนัน” สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน

สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านกำลังเป็นที่น่ากังวลอย่างมาก หลังจากมีฝนตกหนักสะสมต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมในหลายอำเภอ ล่าสุด “ยศชนัน” สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน เพื่อให้การบริหารจัดการเหตุการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ท่ามกลางระดับน้ำที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ยศชนัน” สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน เพื่อรับมือวิกฤต

เมื่อค่ำวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่สถานีวัดน้ำ N.1 เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้ประกาศยกระดับการจัดการอุทกภัยผ่านแนวทาง “ยศชนัน” สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน เพื่อรวมศูนย์อำนาจการสั่งการไว้ที่จุดเดียว ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งกรมชลประทาน ปภ. และหน่วยงานท้องถิ่น สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นเอกภาพตลอด 24 ชั่วโมง

มาตรการเร่งด่วนและการเฝ้าระวัง

จากการประเมินสถานการณ์ที่สถานี N.1 พบว่าระดับน้ำมีแนวโน้มล้นตลิ่ง โดยคาดการณ์ว่าจะสูงกว่าคันกั้นน้ำประมาณ 60 เซนติเมตรในช่วงกลางดึก จึงได้มีมาตรการเร่งด่วนดังนี้:

  • เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ในจุดเสี่ยง เช่น อ.เมือง และ อ.เวียงสา
  • ใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
  • สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมอพยพประชาชนไปยังจุดปลอดภัยทันที
  • ย้ำให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูงอย่างน้อย 60 เซนติเมตรเพื่อลดความเสียหาย

รองนายกรัฐมนตรีย้ำชัดว่า “ชีวิตของประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุด” ทุกหน่วยงานต้องปักหลักบัญชาการและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังตลอดทั้งคืน นอกจากนี้ ยังได้มีการวางแผนเตรียมการฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลดเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วที่สุด

การผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน

นอกจากภาครัฐแล้ว ยังพบว่าอาสาสมัครและภาคเอกชนต่างเข้ามาร่วมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลืออย่างแข็งขัน ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้จังหวัดน่านก้าวผ่านวิกฤตน้ำท่วมฉับพลันไปได้ เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่าน ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากศูนย์บัญชาการอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของท่านเอง

ที่มา – “ยศชนัน” สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน พร้อมสั่งบัญชาการเหตุการณ์ตลอดคืน

“วันนอร์” เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมยะลา

“วันนอร์” ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมยะลา อ.รามัน โว “ยะลาโมเดล” ช่วยเร่งระบายน้ำลดความสูญเสีย

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ และคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมยะลาในพื้นที่ ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ณ โรงเรียนบ้านโต๊ะปาแก๊ะ โดยมีประชาชนกว่า 300 คน มารับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค

นายจรูญศักดิ์ หมาดเท่ง นายอำเภอรามัน รายงานสถานการณ์ว่า อุทกภัยครั้งนี้เกิดจากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 3,000 คน ใน 16 ตำบล 50 หมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำในปีนี้สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วกว่าปีที่ผ่านมา

ด้านนายซูการ์โน มะทา สส.ในพื้นที่ กล่าวว่า แม้ปริมาณน้ำในปีนี้จะมากกว่าปีที่แล้ว แต่ด้วยการบริหารจัดการน้ำตามรูปแบบ “ยะลาโมเดล” ซึ่งเป็นโครงการที่ประธานรัฐสภามีดำริให้จัดทำขึ้นตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำสายบุรีและคลองที่ขุดลอกไว้ได้อย่างรวดเร็ว จึงช่วยลดความสูญเสียได้

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวขออภัยที่ลงพื้นที่ได้ล่าช้า เนื่องจากติดภารกิจเยือนรัฐกาตาร์ แต่ได้ติดตามสถานการณ์มาตลอด พร้อมแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต 3 ราย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ประธานรัฐสภายืนยันว่าได้พยายามแก้ไขปัญหาอุทกภัยใน จ.ยะลา อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มวางแผนกับหน่วยงานราชการตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำว่า แม้ปัญหาฝนฟ้าจะควบคุมไม่ได้ แต่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าที่ดี เพื่อลดความเสียหายให้ต่ำที่สุด

“วันนอร์” เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมยะลา

สถานการณ์น้ำท่วมยะลาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การมีแผนการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เช่น “ยะลาโมเดล” สามารถช่วยลดผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้เป็นอย่างมาก

ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมยะลา

อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดยะลาส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายด้าน ทั้งในเรื่องของที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิต และทรัพย์สิน หลายครอบครัวต้องประสบกับความยากลำบากในการปรับตัวและฟื้นฟูชีวิตหลังน้ำลด การช่วยเหลือจากภาครัฐและองค์กรต่างๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ความสำคัญของ “ยะลาโมเดล”

“ยะลาโมเดล” เป็นแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่เน้นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย การขุดลอกคลอง การสร้างระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากภัยพิบัติ เป็นองค์ประกอบสำคัญของ “ยะลาโมเดล” ที่ช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น

  • การมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค: เป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารและของใช้จำเป็น
  • การสนับสนุนด้านที่พักอาศัย: จัดหาที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย
  • การดูแลสุขภาพและความปลอดภัย: จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจรักษาและให้คำแนะนำด้านสุขภาพ
  • การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน: เร่งซ่อมแซมถนน สะพาน และระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่ได้รับความเสียหาย

บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์น้ำท่วมยะลา

เหตุการณ์น้ำท่วมยะลาครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในระบบป้องกันน้ำท่วม การให้ความรู้แก่ประชาชน และการมีแผนการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายจากอุทกภัยในอนาคต นอกจากนี้ การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการภัยพิบัติ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้สังคมสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย แสดงให้เห็นถึงความเอื้ออาทรและความสามัคคีของคนในสังคม ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการก้าวข้ามผ่านวิกฤตต่างๆ ไปได้

ที่มา – “วันนอร์” เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมยะลา โวเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าด้วย “ยะลาโมเดล”

น้ำท่วมใต้: ยอดเสียชีวิตทะลุ 145 ศพ

ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงสถานการณ์ น้ำท่วมใต้ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงเกิน 145 ราย โดยจังหวัดสงขลาได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีผู้เสียชีวิตถึง 110 ราย นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือผู้ตกค้างอีกจำนวนมาก และศูนย์พักพิงยังสามารถรองรับผู้ประสบภัยได้อีกกว่า 2 หมื่นคน

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษก ศป.กฉ. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมใต้ โดยเน้นย้ำว่าการประเมินสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

น้ำท่วมใต้: ยอดเสียชีวิตทะลุ 145 ศพ

จากรายงานบูรณาการของกระทรวงสาธารณสุข ตำรวจ และนิติเวช ณ เวลา 15:00 น. ของวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 พบว่ายอดผู้เสียชีวิตสะสมจากสถานการณ์น้ำท่วมใต้ รวมทั้งสิ้น 145 ราย โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • สงขลา: 110 ราย
  • นครศรีธรรมราช: 9 ราย
  • ปัตตานี: 6 ราย
  • สตูล: 5 ราย
  • ยะลา: 5 ราย
  • นราธิวาส: 4 ราย
  • พัทลุง: 4 ราย
  • ตรัง: 2 ราย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการช่วยเหลือผู้ที่อาจตกค้างอยู่ โดยได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือจำนวน 1,934 เคส และสามารถให้ความช่วยเหลือได้แล้ว 1,734 เคส ส่วนที่เหลือยังไม่ได้รับการช่วยเหลือครบถ้วนเนื่องจากบางส่วนได้ย้ายออกไปแล้ว หรือไม่ประสงค์ที่จะย้ายไปยังศูนย์อพยพ

สถานการณ์ศูนย์พักพิงในพื้นที่น้ำท่วม

สำหรับความสามารถในการรองรับผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงทั่วภาคใต้ พบว่ามีผู้เข้าพักรวมยอดสะสม 14,160 ราย และยังสามารถรองรับผู้ประสบภัยได้อีก 20,840 ราย แสดงให้เห็นว่ายังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

สถานการณ์ น้ำท่วมใต้ครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยนอกจากการช่วยเหลือในระยะฉุกเฉินแล้ว การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เราทุกคนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน และขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่าน ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

ที่มา – ศป.กฉ. แถลงยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมใต้ทะลุ 145 คน สงขลาหนักสุด 110 ราย

ศป.กฉ. อัปเดต: ประชาชนร้องเรียน 40,000 เคส Starlink ช่วย!

ศป.กฉ. อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมใต้ นายกฯ สั่ง อส. เสริมทัพ พบว่ามีประชาชนร้องเรียนเข้ามาถึง 40,000 เคส โดยมีเคสสีแดงกว่า 3,000 เคส “สิริพงศ์” เผย Starlink ติดต่อเข้ามาแล้ว เพื่อช่วยเรื่องสัญญาณ แนวโน้มสถานการณ์น้ำคาดว่าจะลดต่ำกว่าตลิ่งใน 1-2 วัน

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) พร้อมนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นโฆษกศูนย์ ศป.กฉ. และ พล.ท.วันชนะ สวัสดี โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ส่วนหน้า แถลงรายงานสถานการณ์อุทกภัยประจำวัน

นายสิริพงศ์ รายงานสถานการณ์ทั้งจากส่วนหน้าและส่วนหลัง ว่า ได้รวบรวมข้อมูลจากการร้องขอของประชาชนรวมทั้งสิ้น 40,000 เคส หรือคิดเป็นจำนวนประชาชนทั้งหมด 77,000 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุ 2,000 คน เด็กเล็กประมาณ 1,000 คน ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ เพราะขณะลงทะเบียนนั้น การใช้ชื่อมีความซับซ้อนและแตกต่างกัน ข้อมูลที่ให้มาอาจมีความคลาดเคลื่อน โดยรัฐบาลจะใส่อัลกอริทึมใหม่เพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุด และจะส่งข้อมูลนี้ให้ส่วนหน้าทุก 1 ชั่วโมง ขณะที่ผลการดำเนินการของส่วนหน้าจะรวบรวมผลช่วงเวลา 19.00 น.ของทุกวัน และรายงานให้ทราบในวันถัดไป

ขณะที่รายงานสถานการณ์ปริมาณฝน 24 ชั่วโมงย้อนหลัง จากการคาดการณ์จากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. (15.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน – 15.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568) 5 อันดับสูงสุดคือ อำเภอนาหม่อม 208 มิลลิเมตร, อำเภอสิงหนคร 159 มิลลิเมตร, อำเภอจะนะ 151 มิลลิเมตร, อำเภอเทพา 148 มิลลิเมตร, อำเภอสะบ้าย้อย 119 มิลลิเมตร แนวโน้มสถานการณ์แบ่งเป็น 3 จุดดังนี้

1. คลองอู่ตะเภา-อำเภอสะเดา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.33 เมตร มีแนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งคืนนี้ ช่วง 20.00-22.00 น.
2. คลองอู่ตะเภา-อำเภอหาดใหญ่ สูงกว่าตลิ่ง 0.99 เมตร แนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งคืนนี้ 24.00-02.00 น.
3. คลองวัดสูง-ตลาดสูง สูงกว่าตลิ่ง 1.43 เมตร แนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งในวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 15.00-17.00 น.

โฆษก ศป.กฉ. เผยต่อไปว่า จากการลงพื้นที่ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้นำกำลังพลของกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เข้าไปสมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพิ่มเติมตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (27 พฤศจิกายน) เป็นต้นไป โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายภราดร ได้รับแจ้งจากกองทัพอากาศว่าจะจัดเครื่องบิน C-130 อำนวยความสะดวกให้ประชาชน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ C-130 จะออกเดินทางเวลา 08.00 น., 09.00 น. และ 11.00 น. รวม 3 เที่ยว

ในส่วนของ 40,000 เคส ได้จำแนกทีมแบ่งตามความต้องการ เช่น อาหาร ยา เพื่อให้ส่งสิ่งของได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยเคสสีแดงมีประมาณ 3,000 เคส ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต้องอพยพ ส่วนสีเหลือง และสีเขียว สามารถทยอยออกได้

เมื่อถามว่ารัฐบาลต้องมีการปรับแผนการปรับอพยพกรณีพบผู้เสียชีวิตหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้วางแผนตั้งแต่วันแรก แต่วันนี้ข้อมูลส่วนหลังที่มีความละเอียดมากขึ้น จะช่วยให้ส่วนหน้าทำงานตรงจุดมากกว่าเดิม จากเดิมที่ต้องตระเวนค้นหาอย่างกว้าง ตอนนี้ใช้ข้อมูลจำเพาะช่วยเจาะพื้นที่ให้แม่นยำขึ้น เช่น เคสช่วยเหลือเร่งด่วนช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะนี้ได้มีการนำเรือส่งอาหารเข้าไปช่วยแล้ว และล่าสุด Starlink ได้ติดต่อเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกด้านสัญญาณ ทีมจึงพยายามนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเพิ่มศักยภาพให้เร็วขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะต้องปรับแผนหรือไม่เนื่องจากการแถลงข่าวของโฆษกรัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้ผิดพลาด ขณะที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นความผิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น นายภราดร กล่าวเสริมว่า วันนี้ไม่ควรโทษใคร หน้าที่หลักของรัฐบาลและทุกศูนย์ทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง คือการช่วยเหลือประชาชน ส่วนข้อผิดพลาดทุกฝ่าย ทั้งประชาชน รัฐบาล และหน่วยปฏิบัติ จะถอดบทเรียนและทบทวนหลังเหตุการณ์ร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำอีก ส่วนกรณีฝ่ายค้านเสนอให้ขอความร่วมมือจากต่างประเทศนั้น นายสิริพงศ์ ระบุว่า รัฐบาลไม่ปิดรับ ถือเป็นข้อเสนอที่ดี แต่ขณะนี้การดำเนินงานของไทยยังเพียงพอ ยังไม่เกินศักยภาพของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา

ทางด้าน พล.ท.วันชนะ แถลงถึงการแบ่งพื้นที่ช่วยเหลือเหตุอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ โดยแบ่งเป็น 4 เขตพื้นที่ คือ เขต 1 รับผิดชอบโดย กองบัญชาการกองทัพไทย, เขต 2 รับผิดชอบโดย กองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 5, เขต 3 รับผิดชอบโดย กองพันที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 และเขต 4 รับผิดชอบโดย กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 42

ทั้งนี้ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือทั้ง 4 เขต ในภาพรวม ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์อพยพชั่วคราวทั้งหมด 9 ศูนย์ ได้แก่

  • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รับได้ 3,000 ปัจจุบัน 5,000)
  • สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านพรุ (รับได้ 100 ปัจจุบัน 600)
  • วัดเทพชุมนุม (รับได้ 600 ปัจจุบัน 1,500)
  • โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองบ้านพรุ (รับได้ 200 ปัจจุบัน 800)
  • วัดชินวงศ์ประดิษฐ์ (รับได้ 400 ปัจจุบัน 100)
  • วัดภูผาเบิก (รับได้ไม่จำกัด ปัจจุบัน 200)
  • บริษัทหาดทิพย์ (รับได้ไม่จำกัด ปัจจุบัน 200)
  • ศูนย์บริการ (ปัจจุบัน 15 เน้นผู้ป่วยติดเตียง)
  • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่สาม (รับได้ 200 ปัจจุบัน 200)

นอกจากนี้ พล.ท.วันชนะ ยังกล่าวถึงจำนวนกำลังพลทหารในการช่วยเหลือครั้งนี้มีทั้งหมด 3,091 นาย, รถสัมภาระ 180 คัน, เรือ 85 ลำ, อากาศยานปีกหมุน 12 ลำ, ชุดแพทย์เคลื่อนที่ 3 ชุด, ชุดสื่อสารดาวเทียม 2 ชุด, รถสนาม 2 คัน, รถสูบน้ำ 3 เครื่อง, เครื่องชีพจร 1 เครื่อง, เครื่องบินลำเลียง C-130 5 ลำ และเรือหลวงจักรีนฤเบศ ด้านพลเรือนได้เข้ามาช่วยมีกำลังพลทั้งหมด 444 นาย มีรถยกสูง 24 คัน เรือทั้งหมด 107 ลำ, เจ็ตสกี 81 ลำ อีกทั้งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังการสัมภาษณ์ว่า อาจจะมีโอกาสในการตั้งศูนย์พักพิงผู้อพยพเพิ่มเติมหากสถานการณ์ที่คลี่คลายลง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเพียง 5 ศูนย์ แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 9 ศูนย์.

ศป.กฉ. อัปเดต ประชาชนร้องรวม 40,000 เคส เผย Starlink ติดต่อช่วยเรื่องสัญญาณ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ศป.กฉ. อัปเดต

จากข้อมูลล่าสุด ศป.กฉ. อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมและรายงานว่าได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากถึง 40,000 เคส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้าง การที่ Starlink เข้ามาช่วยสนับสนุนด้านสัญญาณ ถือเป็นข่าวดีที่จะช่วยให้การสื่อสารและการช่วยเหลือเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างทันท่วงที หากคุณได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อย่าลังเลที่จะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือ

ศป.กฉ. อัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์ล่าสุด และสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

ที่มา – ศป.กฉ. อัปเดต ประชาชนร้องรวม 40,000 เคส เผย Starlink ติดต่อช่วยเรื่องสัญญาณ

Scroll to top