สถานที่ท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวอย่าพลาด ดวงตาพญานาคา หลุมหินธรรมชาติต้องแสงช่วงฤดูฝน

นักท่องเที่ยวอย่าพลาด ดวงตาพญานาคา หลุมหินธรรมชาติต้องแสงช่วงฤดูฝน

หากคุณกำลังมองหาพิกัดท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจในช่วงหน้าฝนนี้ ต้องไม่พลาดการมาเยือนที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดบึงกาฬ เพราะล่าสุดทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกมาเผยภาพความงดงามของปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า ดวงตาพญานาคา ซึ่งเป็นหลุมหินธรรมชาติที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากกระบวนการทางธรณีวิทยาอันน่าทึ่ง

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่จะเผยความสวยงามให้เห็นชัดเจนที่สุดในช่วงฤดูฝน โดยน้ำฝนจะเข้าไปขังตัวอยู่ในหลุมหินที่เกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำมานานนับล้านปี เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาในมุมที่พอดี น้ำที่อยู่ภายในแอ่งจะเกิดการสะท้อนแสงเป็นประกายวับวาวคล้ายกับดวงตาขนาดใหญ่บนพื้นหิน ซึ่งผู้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างขนานนามว่า ดวงตาพญานาคา จนกลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมที่สายธรรมชาติไม่ควรพลาด

ทำไมต้องไปชม ดวงตาพญานาคา ในช่วงหน้าฝน?

การจะชมความงามนี้ให้ได้อรรถรสที่สุด ต้องอาศัยจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เนื่องจาก:

  • ระดับน้ำที่เหมาะสม: ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาทำให้แอ่งน้ำมีความเต็มและใสสะอาด
  • มุมแสงที่สวยงาม: ช่วงฤดูฝนจะมีองศาของแสงแดดที่ตกกระทบลงมาในหลุมหินได้พอดี
  • มิติทางธรณีวิทยา: นักท่องเที่ยวจะได้เห็นลวดลายของหินทรายที่โดดเด่นตัดกับสีเขียวของป่าไม้

ทางด้านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวทุกคนเที่ยวชมด้วยความสำรวม ไม่สัมผัส หรือขีดเขียนลงบนหิน เพื่อเป็นการรักษาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน เพราะ ดวงตาพญานาคา ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นสมบัติทางธรรมชาติที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยาและจิตใจของคนในพื้นที่อีกด้วย

สำหรับการเดินทางขึ้นมาชมนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติของถ้ำนาคาได้ตามปกติ แอ่งหินนี้มีความลึกประมาณ 1.5–2 เมตร ซึ่งถือเป็นความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมาอย่างประณีต หากใครที่มีแพลนจะไปเยือนบึงกาฬในช่วงนี้ อย่าลืมปักหมุดไปชมปรากฏการณ์สุดพิเศษนี้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง รับรองว่าภาพความสวยงามที่เห็นจะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำไปอีกนาน

เราหวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และร่วมกันเป็นหูเป็นตาดูแลธรรมชาติให้คงความงดงามไว้ให้คนรุ่นหลังต่อไป แล้วพบกันที่อุทยานแห่งชาติภูลังกานะครับ!

ที่มา – นักท่องเที่ยวอย่าพลาด “ดวงตาพญานาคา” หลุมหินธรรมชาติต้องแสงช่วงฤดูฝน

พายุฤดูร้อนถล่ม 2 ตำบลชัยภูมิ พังบ้าน 17 หลัง

ครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ พายุฤดูร้อนถล่ม 2 ตำบลชัยภูมิ อย่างรุนแรง พัดพาหลังคาบ้านประชาชนปลิวพังเสียหายกว่า 17 หลัง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567 ช่วงเย็น ทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวตกใจสุดขีด พายุมาพร้อมลมแรง ฝนกระหน่ำ และลูกเห็บขนาดใหญ่ ซัดโหมโรงทั้งในพื้นที่ ต.โคกสะอาด และ ต.โสกปลาดุก จ.ชัยภูมิ

พายุฤดูร้อนถล่ม 2 ตำบลชัยภูมิ

พายุฤดูร้อนถล่ม 2 ตำบลชัยภูมิ ในครั้งนี้ สร้างความเสียหายอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในหมู่บ้านห้วยทับนาย หมู่ 8 ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว ที่มีบ้านเรือนถูกพัดหลังคาปลิวไปกว่า 8 หลัง นอกจากนี้ยังมีต้นมะพร้าวล้มทับบ้าน 1 หลัง โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง ทางด้าน ต.โสกปลาดุก ก็ไม่รอด บ้านท่าบอน มีบ้านเสียหายอีก 7 หลัง หลังคาปลิวว่อนไปกับสายลม

สถานที่ท่องเที่ยวเขื่อนโป่งขุนเพชรเสียหายหนัก

ไม่ใช่แค่บ้านเรือนธรรมดา แต่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างวิสาหกิจชุมชนบ้านห้วยทับนาย ริมเขื่อนโป่งขุนเพชร ก็โดนพายุเล่นงานเต็มๆ ห้องน้ำที่สร้างไว้ให้นักท่องเที่ยวใช้ ถูกแรงลมพัดปลิวไปไกลกว่า 100 เมตร พังยับเยิน ขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวกำลังนั่งเรือชมวิวเขื่อน ต้องรีบจอดเรือที่เกาะกลางน้ำ หวิดจมเรือล่ม โชคดีที่พายุสงบลงเร็ว จึงกลับฝั่งได้อย่างปลอดภัย ทางวิสาหกิจชุมชนจึงประกาศปิดพื้นที่ชั่วคราว เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมให้กลับมาสวยงามดังเดิม

คำบอกเล่าจากชาวบ้านนายชวลิต

นายชวลิต พุทธบุรี อายุ 39 ปี ชาวบ้านห้วยทับนาย หมู่ 8 เล่าถึงเหตุการณ์สุดระทึกว่า “ตอนนั้นผมกำลังดูแลพื้นที่วิสาหกิจท่องเที่ยวริมเขื่อน จู่ๆ พายุก็พัดเข้ามา ลมแรงมาก ฝนตกหนัก ลูกเห็บกระหน่ำ ผมรีบวิ่งหลบฝน จับขาเต็นท์ไว้แทบไม่ไหว หวิดปลิวตามลมไปด้วย ห้องน้ำปลิวหายไปไกลเลย เรือท่องเที่ยวต้องจอดเกาะ รอพายุสงบ” เขายังบอกอีกว่า พายุรุนแรงขนาดนี้ ไม่เคยเจอมาเกิน 10 ปีแล้ว น่ากลัวมาก ชาวบ้านในหมู่บ้านเสียหายหนัก แต่ทุกคนปลอดภัยดี

นี่คือตัวอย่างของพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นบ่อยในภาคอีสาน โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม สภาพอากาศแปรปรวน ลมพายุหมุนวน ลูกเห็บ และฝนตกหนัก สามารถก่อให้เกิดความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว

สรุปความเสียหายจากพายุ

  • บ้านเรือนเสียหายรวมกว่า 17 หลัง ส่วนใหญ่หลังคาปลิว
  • หมู่บ้านห้วยทับนาย: 8 หลัง + ต้นมะพร้าวล้มทับ 1 หลัง
  • บ้านท่าบอน ต.โสกปลาดุก: 7 หลัง
  • วิสาหกิจชุมชนบ้านห้วยทับนาย: ห้องน้ำปลิว 100 เมตร พื้นที่ปิดชั่วคราว
  • นักท่องเที่ยวติดเกาะชั่วคราว แต่ปลอดภัย

เบื้องต้น ผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รีบสำรวจความเสียหาย รายงานอำเภอ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ เช่น งบประมาณซ่อมแซม เครื่องนอนชั่วคราว และอาหาร

จากเหตุการณ์ พายุฤดูร้อนถล่ม 2 ตำบลชัยภูมิ นี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เตรียมรับมือภัยธรรมชาติ เช่น ตรวจสอบหลังคาบ้านให้มั่นคง ติดตั้งโครงสร้างป้องกันลมแรง ฟังพยากรณ์อากาศ และมีแผนอพยพฉุกเฉิน สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความเสียหายได้มาก

คุณคิดว่าพายุฤดูร้อนจะรุนแรงขึ้นจาก climate change หรือไม่? แชร์ความเห็นและประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง สมัครรับข่าวสารอัปเดตภัยพิบัติเพื่อความปลอดภัยของทุกคนด้วยนะครับ!

ที่มา – พายุฤดูร้อนถล่ม 2 ตำบลชัยภูมิ พัดหลังคาบ้านประชาชน ปลิวพังเสียหายกว่า 17 หลัง

รัฐบาลคุมเข้มวันหยุดยาวปีใหม่ แจ้งเบาะแสได้ที่ 1374

รัฐบาลคุมเข้มความปลอดภัยทั่วประเทศ ช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ ดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวและจุดที่มีคนหนาแน่น ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแส “บุคคลน่าสงสัย – บินโดรนผิดปกติ” ผ่านสายด่วน 1374 ตลอด 24 ชั่วโมง

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางและจัดกิจกรรมจำนวนมาก โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ขณะนี้ต่อเนื่องไปจนถึงหลังสิ้นสุดเทศกาล ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเพิ่มความเข้มข้นของการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและความปลอดภัย

โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับพื้นที่เสี่ยง ชุมชนเมือง แหล่งท่องเที่ยว สถานที่จัดงานรื่นเริง รวมถึงจุดที่มีประชาชนรวมตัวเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อความสงบสุขของประชาชน โดยจะบูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ หน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานด้านความมั่นคงอื่น ๆ รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างการเฝ้าระวัง แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดภายในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการป้องกันเหตุล่วงหน้าและการตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

รัฐบาลคุมเข้มวันหยุดยาวปีใหม่ แนะแจ้งเบาะแส “บุคคล-โดรน” ผิดปกติ ผ่านสายด่วน 1374 ตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐบาลเน้นย้ำให้ประชาชนร่วมมือกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยในช่วงรัฐบาลคุมเข้มวันหยุดยาวปีใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแจ้งเบาะแสสิ่งผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

แจ้งเบาะแสอย่างไร หากพบสิ่งผิดปกติในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่?

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า “ขอประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลความปลอดภัย หากพบเห็นพฤติกรรม บุคคล หรือ สิ่งของที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น การใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ในพื้นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต การเคลื่อนไหวที่เข้าข่ายสอดแนมหรือแฝงตัวของบุคคลต้องสงสัย หรือเหตุผิดปกติอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน ขอให้แจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่โดยเร็ว ผ่านสายด่วนความมั่นคง 1374 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที”

ในช่วงรัฐบาลคุมเข้มวันหยุดยาวปีใหม่ การแจ้งเบาะแสที่รวดเร็วและแม่นยำจากประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ข้อมูลที่ได้รับจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยให้กับทุกคน

ดังนั้น หากท่านพบเห็นสิ่งผิดปกติใดๆ ที่อาจเป็นภัยคุกคาม อย่าลังเลที่จะโทรแจ้งสายด่วน 1374 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ความร่วมมือของท่านคือส่วนสำคัญในการทำให้ช่วงวันหยุดยาวปีใหม่นี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและปลอดภัยสำหรับทุกคน

ระมัดระวังทรัพย์สินและดูแลตัวเองให้ปลอดภัยในช่วงรัฐบาลคุมเข้มวันหยุดยาวปีใหม่นี้นะคะ

ที่มา – รัฐบาลคุมเข้มวันหยุดยาวปีใหม่ แนะแจ้งเบาะแส “บุคคล-โดรน” ผิดปกติ ผ่านสายด่วน 1374 ตลอด 24 ชั่วโมง

สลด! ผู้เฒ่าญี่ปุ่นตกวิหารแพนธีออนดับ

เรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อผู้เฒ่าญี่ปุ่นตกจากกำแพงวิหารแพนธีออนเสียชีวิต นักท่องเที่ยววัย 69 ปีรายนี้ ประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากกำแพงสูง 7 เมตร ทำให้เสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุ สร้างความตกใจและเสียใจให้กับผู้ที่ทราบข่าว

ตามรายงานจากสำนักข่าว ลา รีพับบลิกา (la Repubblica) ของอิตาลี ผู้เสียชีวิตคือ นายโมริมาสะ ฮิบิโนะ เหตุการณ์ ผู้เฒ่าญี่ปุ่นตกจากกำแพงวิหารแพนธีออนเสียชีวิต เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21:50 น. ของวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยบาทหลวงที่เดินผ่านมาพบร่างของนายนอนอยู่ในคูและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เจ้าหน้าที่บริการฉุกเฉินและหน่วยดับเพลิงเร่งรุดมายังที่เกิดเหตุ พวกเขาต้องใช้กำลังเปิดประตูที่อยู่ด้านนอกวิหารโรมันโบราณ เพื่อเข้าถึงร่างของชายผู้เคราะห์ร้ายที่เสียชีวิตอยู่ในคูน้ำ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว

ขณะนี้ ตำรวจกำลังดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงและหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายโมริมาสะอย่างละเอียด ลา รีพับบลิกา รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากตำรวจว่า ผู้เสียชีวิตนั่งอยู่บนขอบกำแพง ก่อนที่จะเสียการทรงตัวและตกลงมากระแทกพื้น มีรายงานเพิ่มเติมว่า ตำรวจได้ตรวจสอบภาพและวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ซึ่งบันทึกภาพขณะที่ผู้เสียชีวิตนั่งอยู่บนกำแพงไว้ได้

วิหารแพนธีออนเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีผู้เข้าชมมากที่สุดในอิตาลี ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลกในแต่ละปี ความนิยมนี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้เข้าชม และมีการเรียกร้องให้มีการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

สลด! ผู้เฒ่าญี่ปุ่นตกจากกำแพงวิหารแพนธีออนเสียชีวิต

เหตุการณ์ ผู้เฒ่าญี่ปุ่นตกจากกำแพงวิหารแพนธีออนเสียชีวิต ครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องเศร้าที่กระตุ้นเตือนให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ที่มีลักษณะทางกายภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้

มาตรการความปลอดภัยที่ควรพิจารณา

  • การติดตั้งรั้วกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันเพิ่มเติมบริเวณขอบกำแพงหรือพื้นที่เสี่ยง
  • การเพิ่มป้ายเตือนและคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย
  • การจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลและให้คำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด
  • การปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรอบให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เช่น การติดตั้งไฟส่องสว่างที่เพียงพอ และการดูแลรักษาพื้นผิวให้เรียบและไม่ลื่น

การป้องกันอุบัติเหตุและการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ควรเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและปลอดภัยสำหรับทุกคน

เหตุการณ์ ผู้เฒ่าญี่ปุ่นตกจากกำแพงวิหารแพนธีออนเสียชีวิต เป็นอุทาหรณ์ที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระมัดระวังและความตระหนักถึงความปลอดภัยส่วนบุคคลเมื่อเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อควรระวังต่างๆ ที่ทางสถานที่กำหนดไว้ และคอยสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบอยู่เสมอ

การท่องเที่ยวควรเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานและเติมเต็มชีวิต แต่ก็ต้องไม่ละเลยความปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนสามารถเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

ที่มา – สลด ผู้เฒ่าญี่ปุ่นตกจากกำแพงวิหารแพนธีออนในกรุงโรม เสียชีวิต

Scroll to top