สถานทูตไทย

“สีหศักดิ์” แจง สถานทูตไทยไม่ได้ช่วย “ฮลุน” ล่าช้า

“สีหศักดิ์” แจง สถานทูตไทยไม่ได้ช่วย “ฮลุน” ล่าช้า

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับข่าวการเสียชีวิตของ นายบวรทัต เป็งสุข หรือที่แฟนคลับรู้จักกันในชื่อ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์ชื่อดังที่เสียชีวิตในประเทศจอร์เจีย ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าสถานทูตไทยอาจทำงานล่าช้า แต่ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้ออกมาไขข้อข้องใจในประเด็นนี้แบบชัดเจนแล้วครับ

ทำความเข้าใจใหม่: ทำไม “สีหศักดิ์” แจง สถานทูตไทยไม่ได้ช่วย “ฮลุน” ล่าช้า

ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาชี้แจงว่า ทางสถานทูตไทยเพิ่งได้รับทราบข่าวการเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28-29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 14 กรกฎาคมแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อได้รับแจ้งข่าว สถานทูตก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและรีบดำเนินการทันที โดยเป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตว่าทำไมทางการจอร์เจียถึงแจ้งข่าวล่าช้าขนาดนั้น ทั้งที่สถานทูตเองก็พร้อมประสานงานอยู่ตลอดเวลา

หากจะพูดถึงประเด็นที่ว่า “สีหศักดิ์” แจง สถานทูตไทยไม่ได้ช่วย “ฮลุน” ล่าช้า นั้น ต้องบอกเลยว่ากระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยมีขั้นตอนและกฎระเบียบระหว่างประเทศที่ต้องปฏิบัติตาม โดยทุกวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการในหลายส่วนดังนี้:

  • เร่งประสานงานกับทางการจอร์เจียเพื่อสอบถามสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
  • ติดต่อโรงแรมที่พักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูล
  • ดำเนินการตามขั้นตอนของนิติวิทยาศาสตร์เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
  • เตรียมพร้อมสำหรับการนำศพกลับประเทศไทยหลังจากผ่านกระบวนการทางกฎหมายของจอร์เจียแล้ว

เป็นเรื่องเข้าใจได้ครับว่าแฟนคลับและครอบครัวต่างมีความกังวลใจและอยากให้กระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด แต่ในแง่การทำงานของรัฐบาล เราต้องคำนึงถึงขั้นตอนระหว่างประเทศที่ซับซ้อนด้วย สำหรับกรณีนี้ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญในการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อให้เกิดความรวดเร็วมากขึ้นในอนาคต

บทเรียนในครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่า การติดตามข่าวสารโดยอ้างอิงข้อมูลที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ สถานทูตไทยในต่างแดนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของคนไทย และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือเสมอเมื่อได้รับแจ้งเหตุอย่างเป็นทางการ หวังว่าครอบครัวของ “ฮลุน” จะได้รับความยุติธรรมและดำเนินการทุกอย่างได้เสร็จสิ้นโดยเร็วครับ

ที่มา – “สีหศักดิ์” แจง สถานทูตไทยไม่ได้ช่วย “ฮลุน” ล่าช้า

เตือนสถานการณ์ตะวันออกกลางยังวิกฤติในอิหร่าน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนักขึ้นอีกครั้ง ล่าสุด เตือนสถานการณ์ตะวันออกกลางยังวิกฤติ จากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน ที่ออกประกาศเตือนคนไทยทุกคนให้ระวังตัว โดยเฉพาะเสี่ยงเกิดการโจมตีระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมในอิหร่าน หากคุณมีคนรู้จักหรือตัวคุณเองที่กำลังอยู่ในพื้นที่นั้น ต้องรีบติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำทันที

เตือนสถานการณ์ตะวันออกกลางยังวิกฤติ

วันที่ 15 เมษายน 2569 กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย ได้แชร์ข้อความจากสถานทูตไทยที่กรุงเตหะรานผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุชัดเจนว่าแม้จะมีการหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่ไม่ใช่สันติภาพถาวร เตือนสถานการณ์ตะวันออกกลางยังวิกฤติ และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการโจมตีรุนแรงยิ่งขึ้นในอิหร่าน สถานการณ์นี้เกิดจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลที่ยังคุกรุ่น โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์โดรนและขีปนาวุธที่ยิงใส่กันไปมา ทำให้ภูมิภาคนี้เปราะบางมาก

เสี่ยงเกิดโจมตีระลอกใหม่แรงกว่าเดิมในอิหร่าน

เจ้าหน้าที่สถานทูตย้ำว่าการหยุดยิงเป็นเพียง tạm thờiเท่านั้น และอาจมีคลื่นใหม่ของการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งและใกล้ทะเลน้ำมัน สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เช่น สงคราม代理ในซีเรียหรือเยเมนที่ลุกลามมาถึงอิหร่าน ทำให้พลเรือนเดือดร้อนหนัก หากไม่เตรียมตัว อาจติดอยู่ในวงล้อมได้ง่ายๆ

พื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุดที่ต้องหลีกเลี่ยง

พื้นที่ที่ถูกระบุว่าเสี่ยงภัยสูงสุด ได้แก่ จังหวัดฮอร์มุซกัน, บูเชร์, คูเซสถาน และเมืองบันดาร์อับบาส ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ สถานทูตสั่งให้เร่งอพยพคนงานไทย 3 คนออกจากบันดาร์อับบาสในวันที่ 17 เมษายน 2569 แล้ว หากคุณอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ต้องออกมาทันทีเพื่อความปลอดภัย

ข้อปฏิบัติสำคัญสำหรับคนไทยในอิหร่าน

สำหรับคนไทยที่ยังอยู่ในอิหร่าน สถานทูตมีคำแนะนำชัดเจน ดังนี้

  • ห้ามเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงเด็ดขาด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
  • อย่าประมาท ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จากช่องทางทางการของสถานทูตและสื่อไทย
  • เตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา จัดกระเป๋าเสบียงน้ำ อาหาร ยา และเอกสารสำคัญ
  • ลงทะเบียนข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ผ่านระบบของกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อให้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที

ส่วนคนไทยในประเทศไทย ควรรอไปก่อน ระงับการเดินทางไปอิหร่านทุกกรณี จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย อย่าคิดว่าปลอดภัยเพราะอยู่ห่างไกล เพราะตะวันออกกลางมีผลกระทบเศรษฐกิจน้ำมันทั่วโลก

บริบทสถานการณ์ตะวันออกกลางและผลกระทบต่อไทย

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับไทย เพราะเรามีคนงานและนักธุรกิจจำนวนมากในอิหร่าน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมก่อสร้างและน้ำมัน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงจากวิกฤตินี้อาจทำให้ค่าครองชีพในไทยแพงขึ้น สถานการณ์แบบนี้เตือนใจให้เราต้องมีแผนสำรอง เช่น การกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน หรือสนับสนุนพลังงานทดแทน ในอดีตไทยเคยประสบปัญหาคล้ายๆ กันตอนสงครามอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ต้องอพยพคนไทยนับพัน ดังนั้นครั้งนี้ต้องเรียนรู้จากอดีต

วิธีเตรียมตัวอพยพอย่างมีประสิทธิภาพ

หากจำเป็นต้องอพยพ ให้เตรียมพาสปอร์ตถ่ายสำเนาไว้หลายชุด, เงินสดสกุลริยาลอิหร่านและดอลลาร์, แผนที่ออฟไลน์, และเบอร์ติดต่อครอบครัว นอกจากนี้ สถานทูตแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ส่วนตัว แต่รอรับการช่วยเหลือจากทางการแทน การติดตั้งแอปแจ้งเตือนภัยพิบัติอย่าง Alert จากกรมอุตุฯ หรือ ThaiEmbassy ก็ช่วยได้มาก

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ตะวันออกกลางยังวิกฤติแบบนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเดินทางต่างประเทศต้องเช็คข่าวดีๆ เสมอ อย่ารอให้สายเกินแก้ แนะนำให้ทุกคนลงทะเบียนกับสถานทูตทันที หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถโทร Hotline สถานทูตไทยที่กรุงเตหะรานได้ตลอด 24 ชั่วโมง: (+98) 912 159 8699 หรือ (+98) 912 500 7933 ติดตามข่าวอัปเดตเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรัก

ที่มา – เตือนสถานการณ์ตะวันออกกลางยังวิกฤติ เสี่ยงเกิดโจมตีระลอกใหม่แรงกว่าเดิมในอิหร่าน

“สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน

ในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจาก“สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและสินค้าจำเป็นในประเทศไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสันติ ปิยะทัต ได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นป้องกันการกักตุนและเก็งกำไรที่อาจทำให้ราคาพุ่งสูง

“สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน

วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายสันติ ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยสั่งการให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดำเนินการทันที มาตรการเหล่านี้ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานที่อาจได้รับผลจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันหลักของโลก

6 มาตรการหลักที่ สคบ. จะเข้มงวด

มาตรการทั้ง 6 ข้อ ได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้องประชาชนโดยตรง โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • เพิ่มสายด่วน 1166 อีก 10 คู่สาย: รับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้บริโภคแจ้งปัญหาได้รวดเร็ว
  • คุมเข้มค่าสาธารณูปโภค: ห้ามหอพักและที่พักเช่าเรียกเก็บค่าไฟ ค่าน้ำเกินจริง โดยจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด
  • ตรวจสอบฉลากทองคำ: กำกับดูแลการขายทองรูปพรรณให้โปร่งใส ในช่วงที่ราคาทองผันผวนจากสถานการณ์โลก
  • รณรงค์สิทธิผู้บริโภค: ส่งเสริมการตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และราคาสินค้าทั้งในร้านค้าออฟไลน์และออนไลน์
  • เพิ่มทางเลือกการชำระเงิน: ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดรับชำระเงินหลายช่องทาง เช่น เงินสดหรือแอปพลิเคชัน
  • ช้อปออนไลน์ปลอดภัย: สนับสนุนการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนกับ สคบ. เช่น “ตลาดแบบตรง” เพื่อลดความเสี่ยง

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสกัดการเอารัดเอาเปรียบ แต่ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในช่วงวิกฤต

สั่งลุยตรวจปั๊มน้ำมัน สกัดกักตุน

นายสันติ ยังให้ความสำคัญกับปัญหาการกักตุนน้ำมัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดพังงา ที่มีรายงานปั๊มน้ำมันบางแห่งอ้างน้ำมันหมดบ่อยครั้ง ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในร่วมกับ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบความถี่สูงขึ้น หากพบพิรุธ เช่น การกักตุนเพื่อเก็งกำไร จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ“สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน ที่มุ่งรักษาเสถียรภาพราคา

ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อประเทศไทย

สงครามในตะวันออกกลางส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่งไทยนำเข้ามากกว่า 80% ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศอาจปรับตัวสูงขึ้น ส่งผล连锁ต่อสินค้าอื่นๆ เช่น อาหาร ขนส่ง และสาธารณูปโภค นอกจากนี้ ยังกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวม มาตรการจาก สคบ. จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรเทาผลกระทบ

ผู้บริโภคควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบราคาสินค้าผ่านช่องทาง官方 เช่น เว็บไซต์ สคบ. หรือแอปพลิเคชันที่เชื่อถือได้ เพื่อหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพ

ความคืบหน้าช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

นอกจากมาตรการภายใน นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังอัปเดตสถานการณ์คนไทย โดยมีคนไทย 68 คนจากเมืองวาน ประเทศตุรกี เดินทางกลับไทยกลุ่มแรกเช้าวันที่ 12 มีนาคม และกลุ่มสองวันที่ 13 มีนาคม คนไทยในอิรัก 14 คน กำลังประสานผ่านจอร์แดน ส่วนกาตาร์ช่วย 24 คนกลับคืนวันที่ 11 มีนาคม ยูเออีมีเที่ยวบินพิเศษจากเอทิฮัดไปกรุงเทพฯ และภูเก็ตจนถึง 12 มีนาคม

กระทรวงฯ เตือนมิจฉาชีพแอบอ้างสถานทูตหลอกโอนเงิน โดยยืนยันไม่เก็บค่าธรรมเนียมอพยพ และมียอดช่วยเหลือสะสมกว่า 381 รายแล้ว

โดยรวมแล้ว “สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน ถือเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์สถานการณ์ได้ดี ผู้บริโภคควรใช้สิทธิ์แจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1166 เพื่อช่วยกันสอดส่อง หากคุณพบปัญหา อย่าลังเลที่จะแจ้งทันที จะช่วยให้สังคมไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ที่มา – “สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน

กต. รับตัว 23 คนไทยกลับจากประเทศอิหร่าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวดีมาอัปเดตให้ฟังกัน สำหรับ กต. รับตัว 23 คนไทยกลับจากประเทศอิหร่าน เป็นล็อตแรกที่ทางกระทรวงการต่างประเทศไทยจัดการอพยพกลับบ้านอย่างปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงมีเหตุการณ์โจมตีเกิดขึ้นทุกวัน นอกจากนี้ยังมีแผนอพยพเพิ่มอีก 69 คนในเร็วๆ นี้ด้วยนะครับ มาดูรายละเอียดกันเลย

กต. รับตัว 23 คนไทยกลับจากประเทศอิหร่าน

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.20 น. นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้การต้อนรับคนไทยกลุ่มที่ 2 จำนวน 23 คน ที่เดินทางกลับจากประเทศอิหร่านผ่านทางประเทศตุรกี โดยกลุ่มนี้รวมกับล็อตแรกที่มาถึงเมื่อวันที่ 9 มีนาคม รวมทั้งสิ้น 52 คนแล้วครับ ทุกคนดูสภาพจิตใจดี แม้จะเหนื่อยจากการเดินทางยาวนาน แต่ทุกคนยิ้มแย้มและดีใจที่ได้กลับบ้าน

เส้นทางการอพยพคนไทยจากอิหร่าน

เส้นทางที่ใช้ในการอพยพคือ จากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เดินทางไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี จากนั้นบินต่อไปยังสนามบินอิสตันบูล แล้วจึงบินตรงกลับประเทศไทยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทางกระทรวงการต่างประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานทูตไทยในเตหะราน กงสุลใหญ่ที่ดูไบ และหน่วยงานในตะวันออกกลาง เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด

  • ประสานกับรัฐบาลอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา เพื่อความปลอดภัยเส้นทาง
  • สถานทูตไทยในตุรกีช่วยส่งคนไทยไปสนามบินอิสตันบูล
  • กงสุลใหญ่ดูไบสำรวจเส้นทางผ่านแดนโอมาน
  • ให้ถุงยังชีพและรถยนต์ช่วยเหลือตลอด

นอกจากนี้ ยังมีคนไทยอีก 69 คนที่กำลังเดินทางด้วยรถยนต์มุ่งหน้ามายังเมืองวานแล้ว คาดว่าจะถึงไทยในเร็ววันครับ ส่วนคนไทยที่เหลืออยู่อิหร่านอีกประมาณ 130 คน ทางสถานทูตติดต่อช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง แต่ขึ้นกับการตัดสินใจของแต่ละคนว่าจะกลับหรืออยู่ต่อ

มุมมองจากนักศึกษาไทยในอิหร่าน

นายอดิน สุขศาสน์กวิน นักศึกษาไทยคนหนึ่งที่ตัดสินใจอพยพกลับ เล่าว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้รับความช่วยเหลือจากสถานทูตไทย เจ้าหน้าที่มาส่งถึงสนามบินเลยครับ การเดินทางจากเตหะรานไปวานไม่ได้ยาก แค่นานหน่อย ตัดสินใจกลับเพื่อความปลอดภัย ตามคำแนะนำให้หลบชั้นใต้ดินช่วงแรก

สถานการณ์ในพื้นที่จริง ไม่น่ากลัวเท่าข่าว มหาวิทยาลัยประกาศหยุดเรียนชั่วคราว นักศึกษาต่างชาติหลายประเทศก็กลับกันหมด มีการปะทะเฉพาะบางจุด มุ่งเป้าที่สถานที่ราชการ ชาวอิหร่านกำลังปกป้องอธิปไตยของตัวเอง ไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อแค่ไหน แต่ตอนนี้ยังโจมตีทุกวัน

การช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลางอื่นๆ

ไม่ใช่แค่อิหร่านนะครับ ทางกต. ยังช่วยเหลือคนไทยใน UAE บาห์เรน และประเทศใกล้เคียง มีเครื่องบินพาณิชย์บินปกติ แต่สถานทูตช่วยเรื่องวีซ่า รถ และเสบียง สถานการณ์ยังไม่หนักเท่าแรก แต่แนะนำให้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

จากที่เห็น การทำงานของกระทรวงการต่างครั้งนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมากครับ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยไม่ทิ้งคนไทยไว้ข้างหลัง แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะซับซ้อน แต่ความช่วยเหลือมาถึงอย่างรวดเร็ว หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีคนรู้จักอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลังเล ติดต่อสถานทูตไทยทันทีเพื่อขอความช่วยเหลือ และติดตามอัปเดตข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัยครับ

ที่มา – กต. รับตัว 23 คนไทยกลับจากประเทศอิหร่าน เผยเตรียมอพยพเพิ่มอีก 69 ชีวิต เร็วๆ นี้

นายกฯ สั่ง ทอ. รับคนไทยอิหร่านด่วน ถกสมช.

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังรุนแรงขึ้น ล่าสุด นายกฯ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทยที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่อันตราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมช่วยเหลือทุกวิถีทาง

นายกฯ ระบุว่า ได้รับรายงานจากหน่วยงานความมั่นคงและการต่างประเทศตั้งแต่เมื่อคืน และสั่งการทันทีให้กองทัพอากาศเตรียมเครื่องบินไปรับคนไทย โดยลำดับแรกคือในอิหร่านที่ถือเป็นจุดเสี่ยงสูงสุด รองลงมาคือประเทศอื่นๆ ที่มีสงคราม ไม่ว่าจะใช้เครื่องบินทหารที่อาจต้องแวะเติมน้ำมัน หรือเช่าเหมาลำให้รวดเร็วที่สุด รัฐบาลยังตรวจสอบน่านฟ้าที่ปิดและแผนอพยพผ่านประเทศที่สามด้วย

นายกฯ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุด

นายกฯ ย้ำว่า เครื่องบินพร้อมตลอด แต่ต้องพิจารณาปลายทางและเส้นทางบิน กระทรวงการต่างประเทศและคมนาคมจะใช้โค้ดการบินรัฐบาลเพื่อบินตรงไม่แวะเติมน้ำมันหากเป็นไปได้ “เราจะทำทุกวิถีทางให้คนไทยปลอดภัย หากอยากกลับ รัฐบาลพร้อมไปรับ” นายกฯ กล่าว

นายกฯ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุดแบบเร่งด่วน

นอกจากนี้ ยังมีคนไทยราว 7 หมื่นคนในพื้นที่สู้รบทั้งหมด รายละเอียดต้องรอแต่ละกระทรวงยืนยัน สถานทูตไทยทุกแห่งเปิดสายด่วนและศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชม. แล้ว

เตรียมถก สมช. พรุ่งนี้ รับมือผลกระทบเศรษฐกิจ

ด้านเศรษฐกิจ นายกฯ มอบหมายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง ดูแลรับมือผลกระทบ ค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน ต้นทุนพลังงาน จะพุ่งแน่นอน แต่ต้องลดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด พรุ่งนี้ 2 มี.ค. เวลา 10.00 น. จะถกศูนย์ประชุมความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมทุกภาคส่วน รวมเอกชน ธนาคาร หอการค้า ผู้ส่งออก-นำเข้า เพื่อพยุงราคาสินค้า

นายกฯ ประเมินสถานการณ์ “ทุกอย่างเป็นไปได้หมด” ไม่ว่าจะลุกลามหรือไม่ ไทยต้องเตรียมพร้อมทุกด้าน ลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด

มาตรการรับมือที่รัฐบาลเตรียมไว้

  • ประสานกองทัพอากาศเตรียมอากาศยานทหารและเช่าเหมาลำ
  • ตรวจสอบน่านฟ้าและเส้นทางอพยพผ่านประเทศที่สาม
  • ประชุมสมช.ถกผลกระทบความมั่นคงและเศรษฐกิจ
  • มอบหมายกระทรวงคลังรับมือค่าครองชีพและพลังงาน
  • สถานทูตเปิดสายด่วนช่วยเหลือคนไทย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังวอนคนไทยในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานทูตอย่างเคร่งครัด เพราะแต่ละประเทศมีมาตรการความปลอดภัยทั้งคนของตนและชาวต่างชาติ

สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ลุกลามส่งผลต่อไทยหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน การขนส่งสินค้าที่อาจสะดุด และความมั่นคงอาหาร รัฐบาลจึงต้องวางแผนเชิงรุก สิ่งสำคัญคือการสื่อสารให้ประชาชนทราบข้อมูลจริงและไม่ตื่นตระหนก

ในมุมมองของผู้เขียน รัฐบาลไทยแสดงความรวดเร็วในการตอบสนองครั้งนี้ได้ดี โดยเฉพาะการใช้กองทัพช่วยเหลือพลเรือน ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย หากสถานการณ์ยืดเยื้อ หวังว่ารัฐจะมีแผนสำรองเพิ่มเติม เช่น สต็อกพลังงานและกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน

เรียกร้องให้ชาวไทยทุกคนติดตามข่าวจากแหล่ง官方อย่างสถานทูต และเตรียมเอกสารเดินทางให้พร้อม หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรสายด่วนสถานทูตได้ทันที

ที่มา – นายกฯ เตรียมถก สมช. พรุ่งนี้ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุด

Scroll to top