สถานบันเทิง

จับผับเถื่อนฉะเชิงเทรา ปล่อยเด็กเที่ยว ยาเกลื่อน

เหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโซเชียลมีเดียทันที เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ได้สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใจกลางเมือง หลังจากได้รับการร้องเรียนอย่างหนักหน่วงเกี่ยวกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย จับผับเถื่อนฉะเชิงเทรา ปล่อยเด็กเที่ยว ยาเกลื่อน จนนำไปสู่การทลายแหล่งมั่วสุมที่หลายคนคาดไม่ถึง

จับผับเถื่อนฉะเชิงเทรา ปล่อยเด็กเที่ยว ยาเกลื่อน

การบุกเข้าตรวจสอบร้าน “90’s บาร์ & เรสเตอรองท์” ในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่พบเยาวชนต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการตรวจพบยาเสพติดตกกระจายเกลื่อนพื้น ทั้งยาไอซ์และยาเค โดยจากการสุ่มตรวจปัสสาวะพบมีสารเสพติดในร่างกายกว่า 30 คน นี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าการ จับผับเถื่อนฉะเชิงเทรา ปล่อยเด็กเที่ยว ยาเกลื่อน ครั้งนี้ เป็นการล้างบางแหล่งมั่วสุมอย่างแท้จริง

เบื้องหลังสุดอึ้ง ผู้ใหญ่บ้านคุมเองพร้อมหุ้นส่วนข้าราชการ

นอกจากเรื่องของยาเสพติดและเยาวชนแล้ว ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากคือสถานะของเจ้าของร้าน ที่มีการอ้างว่าเป็นถึงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และยังระบุว่ามีหุ้นส่วนเป็นข้าราชการอีกหลายคน ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการเด็ดขาดว่าห้ามละเว้นเด็ดขาด ใครที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นใครต้องได้รับโทษตามกฎหมายสถานหนัก

  • ตรวจสอบพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี กว่า 40 คน
  • ตรวจเจอสารเสพติดในร่างกายนักท่องเที่ยว 30 คน
  • สถานประกอบการเปิดโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
  • เตรียมดำเนินคดีขั้นสูงสุดกับเจ้าของและหุ้นส่วนทุกคน

การบุกเข้า จับผับเถื่อนฉะเชิงเทรา ปล่อยเด็กเที่ยว ยาเกลื่อน ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยไปยังผู้ประกอบการสถานบันเทิงทั่วประเทศ ว่าการปล่อยปละละเลยให้มีการทำผิดกฎหมาย ทั้งเรื่องการปล่อยเด็กเข้าเที่ยวหรือปล่อยให้มีการเสพยาเสพติดนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ และหากสถานบริการใดมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ยิ่งต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาดเพื่อคืนความสงบสุขให้แก่สังคมครับ

หากคุณพบเห็นสถานบันเทิงที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงแบบนี้ในพื้นที่ อย่าลังเลที่จะแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ปกครองหรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันปกป้องลูกหลานของเราให้ห่างไกลจากอบายมุขและยาเสพติดครับ

ที่มา – จับผับเถื่อนฉะเชิงเทรา ปล่อยเด็กเที่ยว ยาเกลื่อน ผู้ใหญ่บ้านเจ้าของ-ข้าราชการหุ้นส่วน

มหาดไทย รับลูก อนุทิน สั่งรื้อใหญ่กฎหมายสถานบันเทิง

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับนโยบายด้านความปลอดภัยในสถานบันเทิงกันมาบ้างแล้ว เมื่อกระทรวงมหาดไทยภายใต้การนำของ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาขยับตัวครั้งสำคัญด้วยการมหาดไทย รับลูก อนุทิน สั่งรื้อใหญ่กฎหมายสถานบันเทิง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ

มหาดไทย รับลูก อนุทิน สั่งรื้อใหญ่กฎหมายสถานบันเทิง

การปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่เรามักพบเจอคือสถานประกอบการหลายแห่งพยายามเลี่ยงบาลีด้วยการจดทะเบียนเป็น “ร้านอาหาร” แต่ในความเป็นจริงกลับเปิดเป็นผับหรือสถานบันเทิงที่มีการเต้นรำและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง การที่มหาดไทย รับลูก อนุทิน สั่งรื้อใหญ่กฎหมายสถานบันเทิง จึงเป็นการปิดช่องโหว่ทางกฎหมายและเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น

ปัญหาหลัก: เมื่อมาตรฐานความปลอดภัยกลายเป็นเรื่องรอง

คุณอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้ให้เห็นถึง “จุดตาย” ที่น่ากังวลที่สุด นั่นคือสถานบันเทิงหลายแห่งขาดมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นทางหนีไฟที่ไม่พร้อม แผนเผชิญเหตุฉุกเฉินที่เป็นศูนย์ หรือโครงสร้างที่ไม่รองรับจำนวนคนมหาศาล ปัญหาเหล่านี้หากเกิดขึ้นจริงจะนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

  • การจัดโซนนิ่งใหม่: มอบหมายให้ผู้มีอำนาจในพื้นที่ ทั้ง ผบช.น. ในกรุงเทพฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดในต่างจังหวัด เร่งเสนอแนวทางเพื่อจัดระเบียบให้ชัดเจน
  • การตรวจสอบที่เข้มงวด: เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบใบอนุญาตและพฤติการณ์จริงของร้านอาหารแฝงผับอย่างจริงจัง
  • การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน: หากใครพบเห็นสถานประกอบการที่ไม่ปลอดภัยหรือทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการได้ทันที

การดำเนินการในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากในการจัดระเบียบสังคมไทยให้มีความน่าอยู่และปลอดภัยขึ้นกว่าเดิม เราต้องยอมรับว่ากิจการบันเทิงจำเป็นต้องมีกฎระเบียบที่ทันสมัยและบังคับใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่การเขียนไว้บนหน้ากระดาษแต่ไร้การปฏิบัติ

ในมุมมองของผม การปรับแก้กฎหมายนี้คือความจำเป็นเร่งด่วน การทำธุรกิจบันเทิงไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องตั้งอยู่บนความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมสังคม หากผู้ประกอบการรักที่จะทำธุรกิจนี้ ก็ย่อมต้องยอมรับกติกาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่รัฐกำหนด เพื่อที่ทุกคนจะได้สนุกกันอย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลถึงความเสี่ยงที่ไม่คาดฝัน

ที่มา – มหาดไทย รับลูก “อนุทิน” สั่งรื้อใหญ่กฎหมายสถานบันเทิง

“พัฒนา” เยี่ยมเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ส่งทีม MCATT เยียวยาจิตใจ

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญเพลิงไหม้สถานบันเทิงชื่อดังย่านลาดพร้าว ล่าสุด “พัฒนา” เยี่ยมเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ส่งทีม MCATT เยียวยาจิตใจ เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์และประคับประคองทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน

“พัฒนา” เยี่ยมเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ส่งทีม MCATT เยียวยาจิตใจ อย่างเร่งด่วน

ในวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายพัฒนาได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลราชวิถีเพื่อตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ซึ่งจากรายงานพบว่ามีความเสียหายรุนแรง โดยมีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรวม 17 แห่ง จำนวน 74 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 28 รายแล้ว การดำเนินการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องการรักษาแผลทางกาย แต่รัฐมนตรียังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตใจเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่มาของการสั่งการให้ทีม MCATT ลงพื้นที่ทันที

มาตรการเยียวยาจิตใจและสุขภาพสิ่งแวดล้อม

นอกจากข่าวที่ “พัฒนา” เยี่ยมเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ส่งทีม MCATT เยียวยาจิตใจ แล้ว ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ดังนี้:

  • การจัดตั้งจุดปฏิบัติการ: ทีม MCATT จากโรงพยาบาลศรีธัญญาได้กระจายกำลังประจำจุด MRT ลาดพร้าว เพื่อคัดกรองสุขภาพจิตผู้รอดชีวิตและญาติ
  • การบริหารจัดการผู้ป่วยวิกฤต: มีการส่งต่อผู้ป่วยสีแดงไปยังหอผู้ป่วยเฉพาะทาง (Burn Unit) ในโรงพยาบาลเครือข่ายที่มีความพร้อมสูงสุด
  • การเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม: ทีม SEhRT เร่งประเมินผลกระทบจากควันไฟในระยะ 100 เมตร เพื่อความปลอดภัยของชุมชน

ผลการสำรวจเบื้องต้นยังไม่พบปัญหามลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้มอบหน้ากาก N95 ให้กับประชาชนเพื่อเฝ้าดูอาการและป้องกันผลกระทบระยะยาว สิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งทำคือการสร้างความมั่นใจให้กับสังคมว่าผู้ประสบเหตุทุกคนจะไม่ถูกทอดทิ้ง ทั้งในเรื่องค่ารักษาพยาบาลและการติดตามอาการต่อเนื่อง

เราขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบและครอบครัวผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี การฟื้นฟูจิตใจคือกุญแจสำคัญไม่แพ้การรักษาทางกาย หากคุณหรือคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา – “พัฒนา” เยี่ยมเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ส่งทีม MCATT เยียวยาจิตใจ

บุกทลายผับเถื่อนบึงกาฬ ปล่อยเด็กต่ำกว่า 20 ปี มั่วสุมยาเสพติด

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวสะเทือนขวัญเกี่ยวกับเหตุการณ์ บุกทลายผับเถื่อนบึงกาฬ ปล่อยเด็กต่ำกว่า 20 ปี มั่วสุมกว่าครึ่งร้อย ยาเสพติดเกลื่อน ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าตกใจอย่างมากสำหรับสังคมไทย โดยเฉพาะการที่มีเยาวชนอายุน้อยที่สุดเพียง 13 ปี เข้าไปวนเวียนอยู่ในแหล่งอบายมุขแบบนี้

สรุปเหตุการณ์บุกทลายผับเถื่อนบึงกาฬ ปล่อยเด็กต่ำกว่า 20 ปี มั่วสุมกว่าครึ่งร้อย ยาเสพติดเกลื่อน

เหตุการณ์การ บุกทลายผับเถื่อนบึงกาฬ ปล่อยเด็กต่ำกว่า 20 ปี มั่วสุมกว่าครึ่งร้อย ยาเสพติดเกลื่อน เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. ได้รับร้องเรียนว่ามีการลักลอบเปิดสถานบันเทิงในพื้นที่ ต.เซกา โดยไม่มีใบอนุญาต และไม่มีมาตรการคัดกรองอายุผู้เข้าใช้บริการ ทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนมากสามารถเข้าไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างอิสระ

รายละเอียดการเข้าจับกุมและการตรวจพบยาเสพติด

จากการปฏิบัติการครั้งสำคัญนี้ เจ้าหน้าที่ได้พบความจริงที่น่าตกใจ ดังนี้:

  • พบนักเที่ยวรวมกว่า 300 คน ภายในร้าน
  • ตรวจพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวนถึง 49 คน
  • เยาวชนที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 13 ปี
  • พบยาเสพติด ไอซ์ และยาบ้า กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นและในห้องน้ำ

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวเจ้าของร้านวัย 27 ปี มาดำเนินคดีในข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายแอลกอฮอล์ให้เยาวชน และส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงของผู้ประกอบการที่เห็นแก่ได้โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมและผลกระทบต่ออนาคตของชาติ

ในฐานะคนในสังคม เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นสถานบริการที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงหรือปล่อยให้เยาวชนเข้าไปมั่วสุม ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาจัดการทันที เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมและสารเสพติดไม่ให้แพร่ระบาดไปมากกว่านี้ เพราะเด็กคืออนาคตของชาติและไม่ควรมาจบชีวิตหรือเสียอนาคตในร้านเหล้าที่ผิดกฎหมายครับ

ที่มา – บุกทลายผับเถื่อนบึงกาฬ ปล่อยเด็กต่ำกว่า 20 ปี มั่วสุมกว่าครึ่งร้อย ยาเสพติดเกลื่อน

จ่อออกหมายจับ หนุ่มชักปืนยิงอริ ในสถานบันเทิง ย่านถนนข้าวสาร เจ็บ 2

จ่อออกหมายจับ หนุ่มชักปืนยิงอริ ในสถานบันเทิง ย่านถนนข้าวสาร เจ็บ 2 ราย เหตุการณ์สุดตึงเครียดเกิดขึ้นกลางดึกที่ผ่านมาในย่านท่องเที่ยวชื่อดังของกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน ปมขัดแย้งส่วนตัวระหว่างคู่กรณีที่มากันเต็มที่ ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ต้องหาอายุ 49 ปี หลังทิ้งปืนไว้หนีรอดไปได้

จ่อออกหมายจับ หนุ่มชักปืนยิงอริ ในสถานบันเทิง ย่านถนนข้าวสาร เจ็บ 2 ราย

รายละเอียดเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ช่วงเช้ามืด บริเวณชั้น 2 ของสถานบันเทิงแห่งหนึ่งบนถนนข้าวสาร ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพัก สน.ชนะสงคราม เพียง 30 เมตรเท่านั้น กลุ่มชายทะเลาะวิวาทกันดุเดือด จนนายประดิษฐ์ แพงกัญญา อายุ 49 ปี ชักปืนยิงใส่อริ ทำให้นายสุริยัน แก้วพันธ์ อายุ 46 ปี พนักงานร้าน ถูกยิงเข้าหน้าแข้งขวากระสุนทะลุ และนายสิริศักดิ์ ฉ่ำบุรุษ อายุ 40 ปี นักท่องเที่ยว ถูกยิงโคนขาซ้ายกระสุนทะลุเช่นกัน ทั้งคู่ถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที อาการปลอดภัยแล้ว

อาวุธที่พบในที่เกิดเหตุ

  • ปืนขนาด .38 ซูเปอร์ 1 กระบอก (ในรังเพลิงมีกระสุน 1 นัด)
  • ซองกระสุน 1 ซอง (มีกระสุน 5 นัด)
  • ปลอกกระสุน 9 มม. 6 ปลอก
  • หัวกระสุนไม่ทราบขนาด 1 หัว
  • มีดพับปลายแหลม 1 เล่ม

ผู้ก่อเหตุหลบหนีไปทันที แต่ตำรวจชุดสืบสวน สน.ชนะสงคราม รู้ตัวผู้ต้องหาแล้ว และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับภายในวันนี้ พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผกก.สน.ชนะสงคราม ระบุว่า ปมเหตุมาจากความขัดแย้งเก่าที่นัดเคลียร์กัน โดยมีการโพสต์ท้าทายในโซเชียลมีเดียก่อนหน้า เหตุการณ์เกิดหน้าทางเข้าโรงแรมที่มีสถานบันเทิง ผู้ก่อเหตุยิงเพื่อนของคู่กรณีก่อน แล้วลูกหลงเข้าพนักงานร้าน

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการถนนข้าวสาร

ผู้ประกอบการในย่านถนนข้าวสารต่างกังวลหนัก เพราะปกติเคยมีแต่ทะเลาะมีด แต่ครั้งนี้ใช้ปืนยิง 6 นัด ถือเป็นครั้งแรกในรอบนาน ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากที่มาเที่ยวกลางคืน พวกเขาจี้ให้ตำรวจและร้านค้าเข้มงวดตรวจอาวุธมากขึ้น เพื่อรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

ผกก.สน.ชนะสงคราม ยอมรับว่าอาจเป็นจุดบอด เพราะไม่มีจุดคัดกรองเหมือนเทศกาล ผู้ก่อเหตุยังไม่เข้าไปในร้าน จึงไม่ถูกตรวจ หลังจากนี้จะเพิ่มมาตรการดูแล เช่น เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และการตรวจสอบอาวุธอย่างเข้มข้น

ถนนข้าวสารเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกด้วยบรรยากาศคึกคัก แต่เหตุการณ์แบบนี้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ได้มาก หากไม่แก้ไขทันที อาจกระทบรายได้จากการท่องเที่ยวในย่านนี้ นักท่องเที่ยวควรระวังตัว หลีกเลี่ยงการมีปมขัดแย้ง และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบสิ่งผิดปกติ

ในมุมมองของเรา เหตุการณ์จ่อออกหมายจับ หนุ่มชักปืนยิงอริ ในสถานบันเทิง ย่านถนนข้าวสาร เจ็บ 2 รายนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ ขอให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้เร็วที่สุด เพื่อเป็นตัวอย่าง และเชิญชวนทุกคนช่วยกันรักษาย่านท่องเที่ยวให้ปลอดภัย หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งตำรวจได้เลย

ที่มา – จ่อออกหมายจับ หนุ่มชักปืนยิงอริ ในสถานบันเทิง ย่านถนนข้าวสาร เจ็บ 2

รัฐบาลขอ งดกิจกรรมรื่นเริง 30 วัน

โฆษกรัฐบาลออกมาเปิดเผยว่า ทางรัฐบาลได้ขอความร่วมมือไปยังภาคธุรกิจบันเทิงและสถานบันเทิงต่างๆ ให้งดหรือลดกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน สืบเนื่องมาจากการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยและความเคารพในช่วงเวลาที่สำคัญนี้

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกรัฐบาล ได้แถลงการณ์ในช่วงเวลา 12.05 น. ว่า ภายหลังจากการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รัฐบาลจึงขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจบันเทิง สถานบันเทิง รวมถึงสถานบริการต่างๆ ให้งดหรือลดกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาแห่งความอาลัยของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ

สำหรับกิจกรรมใดๆ ที่ได้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ทางรัฐบาลขอความกรุณาให้ผู้จัดงานพิจารณาปรับรูปแบบของงานให้มีความเหมาะสมกับกาลเทศะ และสำหรับกิจกรรมที่ยังไม่ได้เริ่มต้นดำเนินการ ขอให้พิจารณาเลื่อนการจัดงานออกไปก่อน จนกว่าช่วงเวลาแห่งความอาลัยนี้จะสิ้นสุดลง ทั้งนี้ ขอให้ทุกภาคส่วนคำนึงถึงความเหมาะสม ความสำรวม และความเคารพต่อพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด

รองโฆษกรัฐบาลยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของข้าราชการและหน่วยงานของรัฐ ได้มีการดำเนินการตามมาตรการไว้ทุกข์อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ประชาชนและภาคเอกชนสามารถร่วมแสดงความอาลัยได้ตามความเหมาะสม และรัฐบาลขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันรักษาบรรยากาศแห่งความสงบเรียบร้อย เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระพันปีหลวง

รัฐบาลขอ งดหรือลดกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน

การตัดสินใจของรัฐบาลในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงความเคารพและความอาลัยอย่างสูงสุดต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นที่รักและเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย การงดหรือลดกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการร่วมกันแสดงความเสียใจและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

ทำไมรัฐบาลจึงขอความร่วมมือให้งดกิจกรรมรื่นเริง?

เหตุผลหลักที่รัฐบาลขอความร่วมมือให้งดหรือลดกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน นั้น สืบเนื่องมาจาก:

  • การแสดงความเคารพและความอาลัย: เป็นการแสดงออกถึงความเคารพและความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่
  • การรักษากาลเทศะ: เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า และเป็นการรักษากาลเทศะที่เหมาะสม
  • การแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ: เพื่อเป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง

ดังนั้น การให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลในการงดหรือลดกิจกรรมรื่นเริงในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเป็นสิ่งที่สมควรและเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคม

การที่รัฐบาลออกมาตรการขอความร่วมมืองดกิจกรรมรื่นเริงนั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก แต่เป็นการคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังอยู่ในความโศกเศร้า การปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ภาคธุรกิจต่างๆ สามารถปรับตัวโดยการจัดกิจกรรมที่แสดงความอาลัย หรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมแทนได้ อีกทั้งยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรอีกด้วย

การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ การร่วมกันแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้

ที่มา – รัฐบาล ของดหรือลดกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน ภายหลังการเสด็จสวรรคต สมเด็จพระพันปีหลวง

บุกตรวจผับจีนห้วยขวาง มั่วสุมยา!


ตำรวจบุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวาง! ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดและสถานบันเทิงผิดกฎหมายย่านห้วยขวาง นำไปสู่การบุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวางชื่อดัง พบนักท่องเที่ยวกว่า 300 ชีวิต ผลตรวจฉี่ม่วงถึง 6 ราย งานนี้มีสิทธิ์โดนสั่งปิดยาว 5 ปี!

เมื่อกลางดึกของวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ทีมสนธิกำลังนำโดย พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกเข้าตรวจผับจีนย่านห้วยขวาง ในซอยประชาอุทิศ 11 แหล่งรวมตัวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีน

สถานบันเทิงดังกล่าวเต็มไปด้วยนักเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 328 คน กำลังสนุกสุดเหวี่ยง เจ้าหน้าที่จึงสั่งยุติกิจกรรมทั้งหมดเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ จากการตรวจสอบเบื้องต้นในโถงใหญ่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่กลับไปเจอสารเสพติดในตัวนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม ชายชาวจีน และหญิงชาวเวียดนาม

บุกตรวจผับจีน ห้วยขวาง

บุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวาง

ทีเด็ดอยู่ที่ชั้นลอย! ที่นี่ถูกแบ่งซอยเป็นห้องวีไอพีถึง 4 ห้องด้วยกัน ในห้องวีไอพี วี888 พบนักท่องเที่ยวชายชาวจีน 8 คน ส่วนห้องวีไอพี วี999 พบนักท่องเที่ยว 17 คน (ชายชาวจีน 10 คน, หญิงชาวจีน 6 คน, ชาวเวียดนาม 1 คน) ที่น่าตกใจคือ พบสารเสพติด (เมทแอมเฟตามีน 2 คน, เคตามีน 2 คน) แถมยังเจอ “แฮปปี้วอเตอร์” อีก 4 ซอง ตกอยู่ใกล้ตู้เก็บแก้ว งานนี้ไม่มีใครปริปากว่าเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่เลยต้องเก็บดีเอ็นเอไปตรวจพิสูจน์หาตัวเจ้าของที่แท้จริง

รายละเอียดการบุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวาง

พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง เผยว่า การบุกเข้าตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีสถานประกอบการลักลอบเปิดให้บริการ จึงได้ทำการสืบสวนจนพบว่าสถานบันเทิงแห่งนี้เป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน และจากการหาข้อมูลเชื่อว่าอาจมีการมั่วสุมเสพยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ให้กวดขันตรวจสอบสถานบันเทิงในพื้นที่อย่างเข้มงวด

ตรวจผับจีน ย่านห้วยขวาง

ผลการตรวจค้นพบนักเที่ยวและพนักงานรวม 328 คน (คนไทย 122 คน, ต่างชาติ 206 คน) และผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกาย 6 คน (นักท่องเที่ยวชาวจีนและเวียดนาม) นอกจากนี้ยังเจอแฮปปี้วอเตอร์อีก 4 ซอง ผู้ที่พบสารเสพติดถูกนำตัวส่ง รพ.นพรัตน์ราชธานี เพื่อยืนยันผลตรวจอีกครั้ง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนทางร้านถูกดำเนินคดีในข้อหาไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการและไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุรา พร้อมเสนอสั่งปิด 5 ปี ตามคำสั่ง คสช. ที่ 22/2558

หากประชาชนพบเห็นสถานที่ใดที่มีชาวต่างชาติรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก สามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันที เพื่อป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรม

การบุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวางครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติด และสถานบันเทิงที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในสังคม

ที่มา – บุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวาง ไม่มีใบอนุญาต แบ่งห้องวีไอพี ปล่อยนักท่องเที่ยวมั่วยา

Scroll to top