สนามบินหาดใหญ่

ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

วันนี้เรามีประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันครับ สำหรับกรณีที่มีผู้โดยสารหลายท่านสังเกตเห็นว่าเที่ยวบินขาเข้าท่าอากาศยานหาดใหญ่มีปัญหา จนเกิดเป็นคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น และทำไมถึงเป็น ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่ จนทำให้เที่ยวบินต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงที่สนามบินกระบี่แทนครับ

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 17 มิ.ย. 2569 โดยในขณะที่มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุภายในท่าอากาศยาน รถบรรทุกน้ำคันหนึ่งได้เกิดเสียหลักพลิกคว่ำกลางรันเวย์ 26 ส่งผลให้ทางสนามบินต้องประกาศปิดทางวิ่งชั่วคราวเพื่อเร่งเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยที่สุดครับ ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องรีบเข้าจัดการอย่างเร่งด่วน

สรุปเหตุการณ์ ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเหตุการณ์ได้ง่ายขึ้น เราสรุปประเด็นสำคัญไว้ดังนี้ครับ:

  • มีการประกาศ NOTAM ปิดทางวิ่ง 26 ตั้งแต่ช่วงบ่าย 13.55 – 16.30 น.
  • เที่ยวบินหลายเที่ยวได้รับผลกระทบ ต้องเปลี่ยนไปลงจอดที่สนามบินกระบี่
  • ไม่มีผู้โดยสารตกค้างแต่อย่างใด มีเพียงเที่ยวบินที่ล่าช้า (Delay) เท่านั้น
  • เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมแผนเผชิญเหตุ ซึ่งรถที่ปฏิบัติงานเกิดเสียหลักพลิกคว่ำจริง

หลายคนอาจจะกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ทางสนามบินยืนยันว่าการบริหารจัดการเป็นไปตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารครับ แม้ว่า ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่ จะสร้างความไม่สะดวกในการเดินทางให้กับผู้โดยสารหลายท่าน แต่ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิบัติงานด้านการบินเสมอครับ

สำหรับใครที่มีแผนเดินทางในอนาคต แนะนำให้คอยติดตามสถานะเที่ยวบินผ่านช่องทางของสายการบินอย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยไขข้อข้องใจให้กับเพื่อนๆ ทุกคนครับ

ที่มา – ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม! รถรับส่งงด

สถานการณ์น้ำท่วมที่น่าเป็นห่วงในจังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปยังรอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง ทำให้รถรับ-ส่งผู้โดยสารไม่สามารถให้บริการได้ในขณะนี้ ผู้ที่กำลังเดินทางไปยังสนามบินควรตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดก่อนออกเดินทาง

รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง รถรับ-ส่ง ไม่สามารถให้บริการได้

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่าระดับน้ำโดยรอบ “สนามบินหาดใหญ่” สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถรับ-ส่งจากหน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถเดินทางไปยังสนามบินได้ชั่วคราว ทางด้านแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ประกาศงดให้บริการรถรับ-ส่งในช่วงเช้า

ทางเพจเฟซบุ๊ก Hat Yai International Airport – HDY ได้แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ว่า “ขณะนี้ รถรับ-ส่ง มายังสนามบิน จากหน่วยสนับสนุนต่างๆ ไม่สามารถให้บริการได้ชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำโดยรอบสูงขึ้นทุกเส้นทาง (26 พฤศจิกายน 2568) หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”

แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ก็ได้แจ้งสถานการณ์เช่นเดียวกันว่า “เนื่องจากระดับน้ำยังท่วมสูง รถรับ-ส่งผู้โดยสารไปยังสนามบิน ยังไม่สามารถวิ่งผ่านได้ จึงของดให้บริการรอบเช้า สำหรับรอบบ่ายจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”

ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อการเดินทางไปสนามบิน

สถานการณ์รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังสนามบิน ทั้งผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางออกจากหาดใหญ่ และผู้ที่เดินทางมาถึงและต้องการเดินทางเข้าเมือง การที่รถรับ-ส่งไม่สามารถให้บริการได้ ทำให้ผู้โดยสารต้องหาทางเลือกอื่นในการเดินทาง ซึ่งอาจต้องเผชิญกับความยากลำบากและความล่าช้า

คำแนะนำสำหรับผู้โดยสาร:

  • ตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดก่อนออกเดินทาง: ติดตามข่าวสารและประกาศจากสนามบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
  • เผื่อเวลาในการเดินทาง: หากจำเป็นต้องเดินทางไปยังสนามบิน ควรเผื่อเวลาให้มากขึ้น เนื่องจากอาจต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าปกติ
  • พิจารณาทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ: หากเป็นไปได้ ให้พิจารณาทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ เช่น การใช้บริการรถแท็กซี่ (หากสามารถเข้าถึงได้) หรือการขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือญาติ

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก การเตรียมตัวและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางไปยังรอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม

ทางสนามบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้การเดินทางกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โปรดอดทนและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกท่าน

สถานการณ์ รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและการวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง รถรับ-ส่ง ไม่สามารถให้บริการได้

อรรถกรสั่งเร่งช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างหาดใหญ่

สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ล่าสุด “อรรถกรสั่งเร่งส่งอาหาร–น้ำดื่มเข้าช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างนับพันที่หาดใหญ่” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้เนื่องจากน้ำท่วมสูง

นายอรรถกรได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยมีการประสานงานเพื่อจัดส่งอาหารและน้ำดื่มให้กับนักท่องเที่ยวที่ติดค้างตามโรงแรมต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับกงสุลเพื่อช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ สนามบินหาดใหญ่ได้จัดตั้งจุดให้ความช่วยเหลือ และตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับเจ้าหน้าที่ TAC คอยรับเรื่องและให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

อรรถกรสั่งเร่งส่งอาหาร–น้ำดื่มเข้าช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างนับพันที่หาดใหญ่

นายอรรถกรกล่าวว่า มีนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนติดค้างตามโรงแรมต่างๆ เนื่องจากระดับน้ำสูงเกินกว่ารถทั่วไปจะเข้าถึงได้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กรมชลประทานจัดรถบรรทุก 10 ล้อเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งอาหาร น้ำดื่ม และรับนักท่องเที่ยวที่ติดค้างไปยังศูนย์พักพิงหรือสนามบิน โดยให้ประสานงานกับตำรวจท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง

“สถานการณ์น้ำไหลมาเร็วและแรง ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เดินทางยากลำบาก เราจึงประสานรถขนาดใหญ่ของกรมชลประทานเข้าช่วยเหลือเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังได้ประสานร้านอาหารหลายแห่งในพื้นที่ให้นำอาหารและน้ำดื่มไปแจกจ่ายแก่ผู้ติดค้างอย่างต่อเนื่อง” นายอรรถกรกล่าว

สำหรับสถานการณ์ที่สนามบินหาดใหญ่ นายอรรถกรคาดว่าจะมีผู้โดยสารตกค้างประมาณ 800–1,000 คน เนื่องจากเดินทางเข้าตัวเมืองลำบาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประสานให้สนามบินจัดจุดช่วยเหลือ จัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และของใช้จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องพักค้าง โดยเฉพาะจุดปฐมพยาบาลและห้องน้ำต้องเพียงพอต่อความต้องการ ตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ TAC ได้จัดเวรผลัดเปลี่ยนดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ความคืบหน้าล่าสุด: อรรถกรสั่งเร่งส่งอาหาร–น้ำดื่มเข้าช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างนับพันที่หาดใหญ่

นายอรรถกรกล่าวเพิ่มเติมว่า “ทุกหน่วยงานเร่งปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง ทั้งจังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ตำรวจท่องเที่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนอาหารและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ผมประเมินว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในช่วง 2–3 วันนี้ หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม”

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ และจะดูแลอย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นายอรรถกรยังได้เดินตรวจเยี่ยมและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ตกค้างภายในสนามบิน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและประชาชนที่ไม่สามารถกลับบ้านได้ โดยได้ขอให้สนามบินจัดจุดบริการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ และให้บริการน้ำและอาหาร

สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ อรรถกรสั่งเร่งส่งอาหาร–น้ำดื่มเข้าช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างนับพันที่หาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในยามยากลำบาก

ที่มา – “อรรถกร” สั่งเร่งส่งอาหาร–น้ำดื่มเข้าช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างนับพันที่หาดใหญ่

AOT ปลื้ม! 9 เดือนการบินโต กำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน

AOT เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปีงบประมาณ 2568 การบินโตต่อเนื่อง ทำกำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้ายกระดับสู่สนามบินระดับโลก

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า จากผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 ที่ AOT บริหารจัดการสนามบิน 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ พบว่ามีจำนวนเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 602,195 เที่ยวบิน

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า พบว่ามีการเพิ่มขึ้นถึง 9.79% โดยแบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศจำนวน 341,523 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศจำนวน 260,672 เที่ยวบิน นอกจากนี้ ยังมีผู้โดยสารมาใช้บริการรวม 97.24 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.87% แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 59.48 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 37.76 ล้านคน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานโดยรวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง

AOT ปลื้ม 9 เดือนการบินโต กำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน

จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้มีรายได้จากกิจการการบินจำนวน 25,645.27 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 2,376.90 ล้านบาท คิดเป็น 10.22% ในขณะที่รายได้รวมของ AOT อยู่ที่ 52,324.21 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 14,262.37 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการทำกำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้านได้อย่างน่าประทับใจ

ล่าสุด ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรกของท่าอากาศยานที่มีการเชื่อมต่อทางอากาศดีที่สุด (Airport Connectivity Ranking) ประจำปี 2567 โดยสภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักเดินทางที่มีต่อท่าอากาศยานของ AOT ในด้านความปลอดภัย การให้บริการ และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

AOT เดินหน้าพัฒนาโครงการรองรับการเติบโต

เพื่อรองรับการขยายตัวของเครือข่ายเส้นทางการบิน AOT ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการและมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น โครงการกระตุ้นตลาดด้านการบิน (Incentive Scheme) ที่มอบให้แก่สายการบินที่เปิดให้บริการเส้นทางการบินใหม่มายังท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT หรือเส้นทางการบินใหม่ของสายการบิน ซึ่งได้มีการขยายระยะเวลาโครงการจากเดิมออกไปอีก 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยให้ส่วนลดด้านการบิน 50% ตลอดระยะเวลาโครงการ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Marketing Fund ที่สนับสนุนงบส่งเสริมการตลาดในอัตรา 300 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งคน ซึ่งจะช่วยจูงใจสายการบินให้เปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศมายังสนามบินหาดใหญ่ และสนามบินเชียงราย อันเป็นการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาค รวมถึงกิจกรรม “FAM Trip” ที่นำผู้แทนสายการบินและบริษัทนำเที่ยวจากต่างประเทศมาสัมผัสและเยี่ยมชมการท่องเที่ยวในพื้นที่จริง ซึ่งเป็นการแนะนำศักยภาพของท่าอากาศยานและสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลาและเชียงราย เพื่อวางรากฐานสำหรับการขยายเส้นทางบินเชิงพาณิชย์ในอนาคต ด้วยเหตุนี้ AOT จึงได้เร่งดำเนินโครงการพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ให้สามารถรองรับผู้โดยสาร 240 ล้านคนต่อปีภายในปี 2575

ขณะเดียวกัน AOT ก็มีแผนที่จะหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนความแข็งแกร่งและความยั่งยืนในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenue) ตัวอย่างเช่น การเปิดโอกาสให้นักลงทุนและผู้ประกอบการทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเข้ามาพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพรอบสนามบินทั้ง 6 แห่ง เพื่อประกอบธุรกิจ เช่น โรงแรม โครงการ MRO โครงการ Private Jet Terminal โครงการ Logistics Hub Training Center ศูนย์ซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า โชว์รูมรถยนต์ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และโครงการ Attraction in Terminal เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดเก็บค่าบริการระบบไฟฟ้า 400 Hz และระบบปรับอากาศ PC-AIR ที่อาคาร SAT-1 สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของสายการบินที่เข้ามาใช้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านแหล่งรายได้ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

บริการเหล่านี้ยังช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษทางอากาศและเสียงรบกวนจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขณะที่เครื่องบินเข้าจอด ณ หลุมจอดอากาศยาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ AOT ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนอันจะนำไปสู่ประสิทธิภาพด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาวขององค์กรไปจนถึงการเตรียมพร้อมให้กับสนามบินสุวรรณภูมิในการเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาคต่อไป การเติบโตของ AOT ที่มีกำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่ออุตสาหกรรมการบินของไทย

การที่ AOT มีผลประกอบการที่เติบโตและมีกำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทย และความสามารถในการบริหารจัดการของ AOT ที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาสนามบินและการบริการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุนให้เข้ามาในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ที่มา – AOT ปลื้ม 9 เดือนการบินโต ทำกำไรทะลัก 1.4 หมื่นล้าน พร้อมยกระดับสู่สนามบินระดับโลก

Scroll to top