สนามบิน

ชาวอัฟกันเฮ อินเทอร์เน็ต-โทรศัพท์กลับมาแล้ว

ชาวอัฟกันเฮ อินเทอร์เน็ต-โทรศัพท์กลับมาแล้ว หลังจากที่รัฐบาลตาลีบันได้สั่งตัดสัญญาณไปเป็นเวลากว่า 48 ชั่วโมง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจำนวนมากในอัฟกานิสถาน วันนี้เราจะมาพูดถึงเหตุการณ์สำคัญนี้ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก

ชาวอัฟกันเฮ อินเทอร์เน็ต-โทรศัพท์กลับมาแล้ว หลังเหตุการณ์ตัดสัญญาณ

ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ชาวอัฟกานิสถานออกมาเฉลิมฉลองบนท้องถนน หลังจากที่บริการอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง BBC รายงานว่า การตัดสัญญาณครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเกือบทั้งหมด ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นยืนยันว่าการสื่อสารกำลังฟื้นตัว โดยบริษัท Netblocks ซึ่งติดตามสถานการณ์เครือข่าย ระบุว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้กลับมาใช้งานได้บางส่วนแล้ว

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับรัฐบาลตาลีบันแจ้งกับ BBC ภาษาอัฟกานิสถานว่า การฟื้นฟูบริการนี้เกิดขึ้นตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีตาลีบัน ขณะที่นายซูฮาอิล ชาฮีน โฆษกอาวุโสของกลุ่มตาลีบันในกาตาร์ กล่าวยืนยันว่า “การสื่อสารทั้งหมด” ได้รับการฟื้นฟูภายในช่วงบ่ายของวันพุธนั้น

สาเหตุของการตัดสัญญาณและผลกระทบที่เกิดขึ้น

รัฐบาลตาลีบันยังไม่ให้คำอธิบายอย่างเป็นทางการสำหรับการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ในเดือนที่แล้ว โฆษกของผู้ว่าการตาลีบันในจังหวัดบัลข์ทางตอนเหนือเคยระบุว่า การจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีวัตถุประสงค์เพื่อ “ป้องกันการกระทำชั่วร้าย” นับตั้งแต่ตาลีบันกลับสู่อำนาจในปี 2564 พวกเขาได้บังคับใช้กฎหมายชะรีอะห์ในแบบตีความของตัวเอง ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะต่อสิทธิสตรี เช่น ห้ามสตรีทำงานหรือศึกษาต่อในระดับสูง

การตัดสัญญาณนาน 48 ชั่วโมงนี้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อภาคธุรกิจ การเดินทาง และบริการฉุกเฉิน ชาวอัฟกานิสถานไม่สามารถติดต่อญาติหรือขอความช่วยเหลือได้ ทำให้เกิดความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการกีดกันผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ซึ่งสิทธิของพวกเธอถูกจำกัดอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ตาลีบันยึดอำนาจ

องค์การสหประชาชาติ (UN) ออกแถลงการณ์ว่า การตัดสัญญาณครั้งนี้ทำให้อัฟกานิสถานถูกตีบตันจากโลกภายนอก และมีความเสี่ยงสูงที่จะ “ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชาวอัฟกัน” รวมถึงเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และทำให้วิกฤตมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดในโลกยิ่งทวีความรุนแรง

  • ผลกระทบต่อธุรกิจ: บริษัทต่างๆ ไม่สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจชะงักงัน
  • ผลกระทบต่อการเดินทาง: เที่ยวบินล่าช้าเพราะขาดการสื่อสาร
  • ผลกระทบต่อมนุษยธรรม: ผู้หญิงและเด็กไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพหรือการศึกษา

นอกจากนี้ การจำกัดอินเทอร์เน็ตยังเชื่อมโยงกับนโยบายของตาลีบันที่ต้องการควบคุมข้อมูลข่าวสาร เพื่อป้องกันอิทธิพลจากภายนอกที่ขัดกับหลักศาสนาของพวกเขา แต่การกระทำเช่นนี้กลับถูกประณามจากนานาชาติว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การกลับมาใช้งานของอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณว่าตาลีบันกำลังเผชิญแรงกดดันจากภายในและภายนอก แต่ปัญหาเหล่านี้ยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการพัฒนาของอัฟกานิสถาน

สำหรับชาวอัฟกานิสถาน การมีอินเทอร์เน็ตกลับมาคือแสงสว่างในความมืดมิดที่ยาวนาน หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตเหตุการณ์ล่าสุด

ที่มา – ชาวอัฟกันเฮ อินเทอร์เน็ต-โทรศัพท์กลับมาแล้ว หลังตาลีบันตัดสัญญาณ

สนามบินยุโรปโกลาหล ผู้โดยสารติดค้างหลังถูกโจมตีทางไซเบอร์

เกิดเหตุการณ์สนามบินยุโรปโกลาหล ผู้โดยสารนับพันต้องติดค้าง สืบเนื่องมาจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อระบบเช็คอินและระบบการจัดการการขึ้นเครื่องบินของหลายสนามบินสำคัญในยุโรป ความขัดข้องนี้สร้างความโกลาหลและความล่าช้าอย่างมากแก่ผู้โดยสารที่วางแผนการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว

ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ (London Heathrow Airport) หนึ่งในสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดในยุโรป ได้ออกมาแถลงการณ์ว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นกับบริษัทผู้ให้บริการระบบเช็คอินและระบบบอร์ดดิ้ง โดยบริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ Collins Aerospace ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีการบินชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา บริษัทนี้ให้บริการแก่สายการบินต่างๆ ทั่วโลก

Collins Aerospace ได้ออกมายืนยันว่า การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อซอฟต์แวร์ MUSE (Multi-User System Environment) ที่ใช้ในการจัดการกระบวนการเช็คอินและโหลดสัมภาระอัตโนมัติของสนามบินหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันว่ายังคงสามารถดำเนินการเช็คอินด้วยระบบ manual ได้ และทีมงานกำลังเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อฟื้นฟูระบบกลับสู่การทำงานปกติโดยเร็วที่สุด

เหตุการณ์สนามบินยุโรปโกลาหล ผู้โดยสารจำนวนมากได้รับผลกระทบอย่างหนัก ผู้โดยสารหลายท่านไม่สามารถทำการเช็คอินได้ตามปกติ และได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่สายการบินให้เดินทางกลับที่พักโดยที่ไม่ได้รับข้อมูลหรือคำชี้แจงที่ชัดเจน ทำให้เกิดความไม่พอใจและความสับสนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้โดยสารบางส่วนยังได้แสดงความเห็นว่า การจัดการกับเหตุขัดข้องครั้งนี้ขาดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องออกมาให้ข้อมูลหรือช่วยเหลือผู้โดยสารอย่างทันท่วงที

สนามบินยุโรปโกลาหล ผู้โดยสารติดค้างหลังถูกโจมตีทางไซเบอร์

ผลกระทบจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์เท่านั้น สนามบินสำคัญอื่นๆ ในยุโรป เช่น ท่าอากาศยานบรัสเซลส์ (Brussels Airport) ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยต้องพึ่งพาวิธีการเช็คอินและการขึ้นเครื่องด้วยมือทั้งหมด นอกจากนี้ ท่าอากาศยานเบอร์ลิน-บรันเดนบวร์ก (Berlin Brandenburg Airport) ได้ยืนยันว่าได้ตัดการเชื่อมต่อระบบบางส่วนเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น

ในทางตรงกันข้าม สนามบินหลักในกรุงปารีส เช่น ท่าอากาศยานชาร์ลส์ เดอโกล (Charles de Gaulle Airport), ท่าอากาศยานปารีส-ออร์ลี (Paris-Orly Airport) และท่าอากาศยาน เลอ บรูเกต์ (Le Bourget Airport) ไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้

สำหรับผู้โดยสารที่มีกำหนดการเดินทางจากยุโรปในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ขอแนะนำให้ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินของท่านอย่างใกล้ชิด และเผื่อเวลาในการเดินทางมากกว่าปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากความล่าช้าหรือการยกเลิกเที่ยวบิน

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดเหตุสนามบินยุโรปโกลาหล ผู้โดยสารติดค้าง

  • ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินอย่างสม่ำเสมอผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสายการบิน
  • ติดต่อสายการบินโดยตรงเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอความช่วยเหลือ
  • เตรียมเอกสารการเดินทางให้พร้อมและเผื่อเวลาในการเดินทางมากกว่าปกติ
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากสนามบินและสายการบินอย่างใกล้ชิด
  • หากจำเป็น ให้พิจารณาเปลี่ยนแผนการเดินทางหรือหาทางเลือกอื่น

เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในอุตสาหกรรมการบิน และเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่สนามบินและสายการบินจะต้องลงทุนในการป้องกันและการรับมือกับการถูกโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อปกป้องผู้โดยสารและรักษาความต่อเนื่องของการดำเนินงาน

ที่มา – สนามบินยุโรปโกลาหล ผู้โดยสารนับพันติดค้าง หลังถูกโจมตีทางไซเบอร์

ด่วน! สนามบินอิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรน ปิดน่านฟ้า

สถานการณ์ตึงเครียดยังคงดำเนินต่อไป เมื่อสนามบินอิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรน ส่งผลให้ต้องมีการประกาศปิดน่านฟ้าและยกเลิกเที่ยวบินอย่างเร่งด่วน กองทัพอิสราเอลได้เปิดเผยภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในสนามบินทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการโจมตีด้วยโดรนของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน

หน่วยงานท่าอากาศยานอิสราเอลรายงานว่า กลุ่มฮูตีได้ส่งโดรนหลายลำเข้าโจมตี โดยบางส่วนถูกสกัดกั้นได้ก่อนที่จะเข้าสู่น่านฟ้าอิสราเอล แต่ก็มีอย่างน้อยหนึ่งลำที่สามารถหลุดรอดการป้องกันและพุ่งชนอาคารผู้โดยสารของสนามบินนานาชาติราโมน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองท่องเที่ยวอีแลตทางตอนใต้ของประเทศ

นัสรูดดีน อาเมอร์ รองหัวหน้าสำนักงานสื่อสารของกลุ่มฮูตี ได้ออกมาแสดงความยินดีกับปฏิบัติการครั้งนี้ผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวว่าเป็นปฏิบัติการทางทหารที่มีคุณภาพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมทั้งข่มขู่ว่าสนามบินของศัตรูนั้นไม่ปลอดภัย และเรียกร้องให้ชาวต่างชาติออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของตนเอง นอกจากนี้ เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่าเป้าหมายสำคัญอื่น ๆ ก็กำลังถูกโจมตีเช่นกัน

เหตุการณ์สนามบินอิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรนครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงสองสัปดาห์หลังจากที่อิสราเอลได้ทำการโจมตีกรุงซานา ซึ่งเป็นเหตุให้ นายกรัฐมนตรี อาเหม็ด อัล-ราฮาวี ของรัฐบาลฮูตี เสียชีวิตพร้อมกับรัฐมนตรีอีกหลายราย ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของกลุ่มฮูตีที่ถูกสังหารในปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯ

หลังจากการเสียชีวิตของผู้นำคนดังกล่าว กลุ่มฮูตีได้ประกาศว่าจะเพิ่มระดับการโจมตีต่ออิสราเอล รวมถึงเรือสินค้าที่แล่นผ่านเส้นทางเดินเรือที่สำคัญในทะเลแดงใกล้กับเยเมน

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีอิสราเอลเกือบทุกวัน บางวันอาจมีหลายครั้ง และล่าสุดยังหันมาใช้อาวุธยุทโธปกรณ์แบบลูกระเบิดคลัสเตอร์ ซึ่งกระจายหัวระเบิดย่อยจำนวนมาก ทำให้ระบบป้องกันทางอากาศของอิสราเอลสกัดกั้นได้ยากยิ่งขึ้น

สนามบินนานาชาติราโมน ซึ่งเป็นสนามบินอิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรนในครั้งนี้ เปิดให้บริการเมื่อปี 2019 ตั้งอยู่ห่างจากเมืองอีแลตเพียง 19 กิโลเมตร ให้บริการทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ แม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าสนามบินหลักอย่าง เบน กูเรียน ที่อยู่ใกล้กับกรุงเทลอาวีฟก็ตาม

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ขีปนาวุธของกลุ่มฮูตีเคยตกลงใกล้กับสนามบินนานาชาติหลักของอิสราเอล จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย และส่งผลให้สายการบินจำนวนมากยกเลิกเที่ยวบินมายังอิสราเอลเป็นเวลาหลายเดือน

สนามบินอิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรน

ผลกระทบต่อการเดินทางจากเหตุการณ์สนามบินอิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรน

การโจมตีนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินทางทั้งภายในและภายนอกประเทศอิสราเอล ผู้โดยสารจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินและการปิดน่านฟ้า ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและนักลงทุน

  • เที่ยวบินถูกยกเลิกและเลื่อน
  • นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจได้รับความเดือดร้อน
  • ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น

สถานการณ์สนามบินอิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรนนี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและความขัดแย้งในภูมิภาคยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการเดินทาง

ที่มา – สนามบินอิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรน ปิดน่านฟ้า-ยกเลิกเที่ยวบิน

Scroll to top