สภากรุงเทพมหานคร

สภา กทม. ถกงบประมาณปี 2570 วงเงิน 9.39 หมื่นล้านบาท

เชื่อว่าชาวกรุงเทพฯ หลายคนกำลังจับตามองทิศทางการพัฒนาเมือง หลังจากล่าสุดมีการประชุม สภา กทม. ถกงบประมาณปี 2570 วงเงิน 9.39 หมื่นล้านบาท โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แถลงร่างข้อบัญญัติฯ ที่เน้นย้ำถึงความโปร่งใสและคุ้มค่าเป็นหัวใจหลัก เพื่อกระจายความเจริญให้เข้าถึงพี่น้องประชาชนในทุกมิติ ทั้งในแง่ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยในชุมชน

สภา กทม. ถกงบประมาณปี 2570 วงเงิน 9.39 หมื่นล้านบาท เดินหน้าพัฒนาเมือง

ในการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการวางรากฐานการพัฒนาเมืองระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยงบประมาณก้อนนี้ถูกแบ่งออกเป็นงบรายจ่ายจากรายได้ประจำและงบพาณิชย์ ซึ่งมีการกันงบประมาณกว่า 6 พันล้านบาทเพื่อใช้ชำระหนี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวตามภาระผูกพัน ส่งผลให้เหลืองบประมาณกว่า 8.6 หมื่นล้านบาทสำหรับบริหารจัดการเมืองในด้านต่างๆ ต่อไป

รายละเอียดการจัดสรรงบประมาณปี 2570

การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง 9 ด้าน โดยมีสัดส่วนที่น่าสนใจดังนี้:

  • เดินทางดี: งบประมาณ 15,719 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน
  • ปลอดภัยดี: 4,126 ล้านบาท รวมถึงการปรับปรุงระบบ CCTV
  • สิ่งแวดล้อมดี: 5,440 ล้านบาท เพื่อจัดการปัญหาขยะและมลพิษ
  • งบเส้นเลือดฝอย: 6,661 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงซอย ถนน ทางเท้า และระบบระบายน้ำในชุมชน

อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ได้ร่วมกันอภิปรายอย่างดุเดือด โดยเฉพาะข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างที่ล่าช้า การติดตั้งกล้อง CCTV ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่า และการจัดการด้านการศึกษาที่ควรได้รับการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ ซึ่งทางผู้บริหาร กทม. ก็ได้รับฟังและชี้แจงถึงแผนการปรับปรุงระบบตรวจสอบโครงการให้เป็นแบบเรียลไทม์มากขึ้น

นอกเหนือจากตัวเลขงบประมาณ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำงบประมาณไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนกรุง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสาธารณสุข การจัดการน้ำท่วม หรือแม้แต่การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การที่ สภา กทม. ถกงบประมาณปี 2570 วงเงิน 9.39 หมื่นล้านบาท ได้อย่างเข้มข้นเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สะท้อนว่าทุกภาคส่วนกำลังใส่ใจกับการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างระมัดระวังที่สุด

ท้ายที่สุดนี้ ในฐานะชาวกรุงเทพฯ เราคงหวังเห็นโครงการต่างๆ เกิดขึ้นจริงและเห็นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เมืองหลวงของเราน่าอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป หากใครมีข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนพัฒนาเมืองในปีงบประมาณหน้า สามารถร่วมแสดงความเห็นผ่านช่องทางต่างๆ ของ กทม. เพื่อให้เสียงของพวกเราได้ถูกนำไปปรับปรุงให้การพัฒนาเมืองตรงจุดที่สุด

ที่มา – สภา กทม. ถกงบประมาณปี 2570 วงเงิน 9.39 หมื่นล้านบาท “ชัชชาติ” ชูโปร่งใส-คุ้มค่า

สก. ปชป. ยื่นสอบ สก.กดบัตรแทนกัน ลุยดำเนินคดีสร้างมาตรฐานโปร่งใส

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสภากรุงเทพมหานคร เมื่อล่าสุดเกิดเหตุการณ์อื้อฉาวเกี่ยวกับการใช้อำนาจและความซื่อสัตย์ในการปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่การที่ฝ่ายค้านต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อรักษาหลักการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดย สก. ปชป. ยื่นสอบ สก.กดบัตรแทนกัน ลุยดำเนินคดีสร้างมาตรฐานโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของตัวแทนที่เลือกเข้ามา

สก. ปชป. ยื่นสอบ สก.กดบัตรแทนกัน ลุยดำเนินคดีสร้างมาตรฐานโปร่งใส

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ดินแดง โดยนายนภาพล จีระกุล สก.เขตบางกอกน้อย จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้รวมตัวกับทีม สก. ฝ่ายค้าน ออกมาแถลงข่าวแฉพฤติกรรม สก. พรรคประชาชน ที่มีการเสียบบัตรแทนกันในห้องประชุมสภา กทม. ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างร้ายแรงในกระบวนการนิติบัญญัติ

เปิดเบื้องลึก สก. ปชป. ยื่นสอบ สก.กดบัตรแทนกัน ลุยดำเนินคดีสร้างมาตรฐานโปร่งใส

นายนภาพลได้อธิบายเหตุการณ์ว่า ในขณะนั้นมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมเพียง 41 ท่าน แต่กลับมีการโหวตลงคะแนนที่ผิดปกติ เนื่องจากการเสียบบัตรค้างไว้และมีการกดคะแนนแทนกัน ซึ่งในเชิงกฎหมายถือว่ามีความผิดสำเร็จแล้วทั้งทางอาญาและผิดบรรทัดฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เทียบเท่ากับบรรทัดฐานที่ศาลเคยตัดสินในระดับสภาผู้แทนราษฎร

  • ตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนโหวต
  • ยื่นเรื่องต่อประธานสภา กทม. เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง
  • ยืนหยัดรักษาศักดิ์ศรีของสภากรุงเทพมหานคร

ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือ การที่สภา กทม. เพิ่งจะมีการปรับปรุงระเบียบข้อบังคับเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับชม ดังนั้น การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการท้าทายศรัทธาของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ทางกลุ่ม สก. ปชป. จึงยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างถึงที่สุดตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยไม่มีการประนีประนอม เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้การเมืองท้องถิ่นมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม

แม้ว่าจะมีการดำเนินคดีเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ทางสภายังคงต้องเดินหน้าพิจารณาวาระสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ต่อไปเพื่อไม่ให้การทำงานสะดุดลง อย่างไรก็ตาม การที่สมาชิกสภามีพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายเช่นนี้ ย่อมเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องกลับมาทบทวนตนเอง

ท้ายที่สุดนี้ ในฐานะคนกรุงเทพฯ เราคงไม่อยากเห็นการบริหารที่ละเลยต่อความสุจริต แม้จะเป็นปัญหาในสภา แต่ผลกระทบย่อมตกอยู่กับประชาชน หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนให้สภา กทม. ปฏิรูปตนเองสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่การแก้เอกสาร แต่คือการแก้ที่จิตสำนึกของคนทำงาน

ที่มา – สก. ปชป. ยื่นสอบ สก.กดบัตรแทนกัน ลุยดำเนินคดีสร้างมาตรฐานโปร่งใส

สภา กทม. ไฟเขียว เปิดทางถ่ายทอดสดประชุมกรรมการ ยกระดับความโปร่งใส

ถือเป็นข่าวดีของชาวกรุงเทพมหานคร เมื่อสภากรุงเทพมหานครได้มีมติเห็นชอบร่างข้อบังคับใหม่ที่สำคัญ ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานของสภาฯ ไปสู่ยุคใหม่ที่เน้นความตรวจสอบได้มากขึ้น โดยประเด็นหลักที่หลายคนให้ความสนใจคือ สภา กทม. ไฟเขียว เปิดทางถ่ายทอดสดประชุมกรรมการ ยกระดับความโปร่งใส ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลการทำงานให้ประชาชนได้เห็นอย่างชัดเจน

สภา กทม. ไฟเขียว เปิดทางถ่ายทอดสดประชุมกรรมการ ยกระดับความโปร่งใส

การปรับปรุงข้อบังคับการประชุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ สก.พรรคประชาชน ที่ต้องการให้ทุกขั้นตอนการตัดสินใจในระดับคณะกรรมการเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยร่างดังกล่าวได้รับการเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 40 เสียง ต่อการงดออกเสียง 4 เสียง ทำให้ในอนาคตเราจะได้เห็นการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการต่างๆ ของสภา กทม. ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมติดตามการทำงานของตัวแทนของท่านได้อย่างใกล้ชิด

ก้าวต่อไปกับการผลักดันถ่ายทอดสด กมธ.งบ 70

นอกจากนี้ ทางพรรคประชาชนยังได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะ สภา กทม. ไฟเขียว เปิดทางถ่ายทอดสดประชุมกรรมการ ยกระดับความโปร่งใส ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยตั้งเป้าจะผลักดันให้เกิดการถ่ายทอดสดในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณปี 2570 ต่อไป เพื่อให้เงินภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดกับคนกรุงเทพฯ รวมถึงมีการเตรียมเสนอผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเข้ามาร่วมเป็นกรรมาธิการเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้มีความรอบด้านมากที่สุด

สำหรับแผนการดำเนินงานของ สก.พรรคประชาชน หลังจากนี้มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • การตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายปี 2570 อย่างเข้มข้นในวันที่ 3-4 สิงหาคมนี้
  • การเปิดโอกาสให้ สก. หน้าใหม่ทั้ง 16 คน นำเสนอความต้องการของพี่น้องประชาชนในแต่ละเขตพื้นที่
  • เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “Hack งบประมาณ” ในวันที่ 8 สิงหาคม 2569 เพื่อวิเคราะห์และตรวจสอบงบประมาณร่วมกัน

ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่สภาท้องถิ่นให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนและหลักธรรมาภิบาล การเปิดเผยข้อมูลผ่านการถ่ายทอดสดไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความโปร่งใส แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนเมืองหลวงว่า สภา กทม. พร้อมที่จะทำหน้าที่พิทักษ์ผลประโยชน์ของทุกคนอย่างตรงไปตรงมาครับ

ที่มา – สภา กทม. ไฟเขียว เปิดทางถ่ายทอดสดประชุมกรรมการ ยกระดับความโปร่งใส ดันต่อถ่ายทอดสด กมธ.งบ 70

“ชัชชาติ” ย้ำให้ความสำคัญประชุมสภา กทม. แจงไม่อยู่ช่วงแก้ข้อบังคับประชุม

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจเกี่ยวกับกรณีการเข้าร่วมประชุมสภากรุงเทพมหานครของท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่หลายคนอาจจะเห็นภาพข่าวผ่านตากันมาบ้าง ซึ่งล่าสุดทางท่านผู้ว่าฯ ได้ออกมาไขข้อข้องใจถึงประเด็นที่ว่าทำไมถึงไม่อยู่ในช่วงแก้ข้อบังคับการประชุมครับ

“ชัชชาติ” ย้ำให้ความสำคัญประชุมสภา กทม. แจงไม่อยู่ช่วงแก้ข้อบังคับประชุม

ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ชัชชาติ” ย้ำให้ความสำคัญประชุมสภา กทม. แจงไม่อยู่ช่วงแก้ข้อบังคับประชุม มาโดยตลอด โดยในวันเกิดเหตุท่านและคณะผู้บริหารได้เข้าร่วมประชุมตั้งแต่ช่วงเช้า ชี้แจงกระทู้สดและญัตติต่างๆ อย่างครบถ้วนตามหน้าที่ แต่เมื่อเข้าสู่วาระการแก้ไขข้อบังคับการประชุม ซึ่งเป็นเรื่องภายในของสภาฯ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหาร ท่านจึงออกไปปฏิบัติภารกิจอื่นเพื่อความเป็นระเบียบและให้เกียรติสมาชิกสภากรุงเทพมหานครให้ได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่ครับ

ทำความเข้าใจหน้าที่ฝ่ายบริหารในสภา

หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบครับว่า ในทางปฏิบัติแล้วผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและฝ่ายบริหารไม่ได้มีสถานะเป็นองค์ประชุมของสภา กทม. ดังนั้นการที่ผู้บริหารออกไปปฏิบัติภารกิจในระหว่างที่สภาฯ พิจารณาวาระที่ไม่เกี่ยวข้องจึงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ตามระบบงานปกติ

  • ผู้ว่าฯ และผู้บริหารเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงกระทู้และญัตติสำคัญอย่างสม่ำเสมอ
  • เมื่อเป็นวาระภายในของสภาฯ ฝ่ายบริหารจะหลีกทางให้เพื่อให้ สก. ทำงานได้อย่างอิสระ
  • หากมีข้อซักถาม ท่านผู้ว่าฯ ยังคงเตรียมข้อมูลและเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้พิจารณาอยู่เสมอ

จากเหตุการณ์นี้ทำให้เราเห็นถึงทัศนคติของท่านผู้ว่าฯ ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงานแบบมืออาชีพ การแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจนระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเป็นสิ่งที่ช่วยให้การทำงานของกรุงเทพมหานครเดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ

บทเรียนในครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า การทำงานร่วมกันในองค์กรใหญ่อย่างกทม. ต้องอาศัยทั้งการมีส่วนร่วมและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน สำหรับคนที่กังวลว่าท่านผู้ว่าฯ จะเพิกเฉยต่อการประชุม บอกได้เลยครับว่าท่านยังคงมุ่งมั่นกับการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ อย่างเต็มที่แน่นอนครับ

ที่มา – “ชัชชาติ” ย้ำให้ความสำคัญประชุมสภา กทม. แจงไม่อยู่ช่วงแก้ข้อบังคับประชุม

“วิโรจน์” ขอปฏิเสธรับตำแหน่ง เผยผู้ว่าฯ กทม. เชิญเป็นคณะผู้ทรงคุณวุฒิ

“วิโรจน์” ขอปฏิเสธรับตำแหน่ง เผยผู้ว่าฯ กทม. เชิญเป็นคณะผู้ทรงคุณวุฒิ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจในแวดวงการเมืองไทย เมื่อ “วิโรจน์” ขอปฏิเสธรับตำแหน่ง ที่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ให้เกียรติเชิญมาเป็นคณะผู้ทรงคุณวุฒิ แม้จะเป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติ แต่เจ้าตัวก็ได้ออกมาแจกแจงเหตุผลผ่านโซเชียลมีเดียอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาว่าทำไมถึงตัดสินใจเช่นนั้น

เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจที่น่าจับตามอง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าทีมบริหาร กทม. ของพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อขอบคุณผู้ว่าฯ กทม. ที่หยิบยื่นโอกาสนี้ให้ โดยเหตุผลสำคัญที่ “วิโรจน์” ขอปฏิเสธรับตำแหน่ง ในครั้งนี้ คือความต้องการมุ่งเน้นไปที่งานสนับสนุนภารกิจของสภากรุงเทพมหานครเป็นหลัก เพื่อสร้างกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายสภาให้มีความเข้มแข็งและสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น

หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า การกระทำนี้เป็นการแบ่งขั้วหรือปฏิเสธความร่วมมือหรือไม่ ซึ่งนายวิโรจน์ได้ย้ำชัดว่าไม่ใช่เแบบนั้น เพราะแม้จะปฏิเสธตำแหน่ง แต่เขายังคงเปิดกว้างและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในด้านอื่นๆ อยู่เสมอ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • พร้อมเสนอแนะเพื่อแก้ปัญหาให้คนกรุง: หากหน่วยงานไหนเห็นว่าประสบการณ์ของเขาเป็นประโยชน์ เขายินดีให้ข้อมูลเสมอ
  • เน้นการทำงานเพื่อประชาชน: เป้าหมายหลักคือการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน
  • ยึดมั่นในวิถีประชาธิปไตย: การตรวจสอบคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมือง

การตัดสินใจที่ “วิโรจน์” ขอปฏิเสธรับตำแหน่ง ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนในการทำงานการเมืองที่ชัดเจนว่า แม้จะไม่รับตำแหน่งในคณะกรรมการของฝ่ายบริหาร แต่ในฐานะของทีมที่มุ่งเน้นการตรวจสอบสภาก็ถือเป็นหน้าที่สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ทุกนโยบายของกรุงเทพมหานครสามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง

ท้ายที่สุด การทำงานการเมืองในระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะนั่งอยู่ในตำแหน่งไหน แต่มันคือการทำหน้าที่ในบทบาทของตนเองให้ดีที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง หวังว่าในอนาคตเราจะได้เห็นความร่วมมือที่สร้างสรรค์ระหว่างฝ่ายต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ต่อไปครับ

ที่มา – “วิโรจน์” ขอปฏิเสธรับตำแหน่ง เผยผู้ว่าฯ กทม. เชิญเป็นคณะผู้ทรงคุณวุฒิ

สส.กทม. พรรคประชาชน ขอบคุณทุกคะแนนเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. ยินดี “ชัชชาติ”

สส.กทม. พรรคประชาชน ขอบคุณทุกคะแนนเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. ยินดี “ชัชชาติ”

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งที่ทุกคนรอคอย ซึ่งบรรยากาศในอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ทางด้านทีมงาน สส.กทม. พรรคประชาชน นำโดย นายปิยรัฐ จงเทพ และนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งต่อความรู้สึกไปถึงพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครทุกคนที่ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในครั้งนี้

ในฐานะตัวแทนจากพรรคประชาชน ทางทีมงาน สส.กทม. พรรคประชาชน ขอบคุณทุกคะแนนเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. เป็นอย่างสูง โดยถือว่าทุกคะแนนที่มอบให้คือแรงผลักดันสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายที่พรรคได้สัญญาไว้กับคนกรุง โดยเฉพาะนายปิยรัฐและนายศุภณัฐได้ย้ำชัดว่า พวกเขาพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 อย่างเต็มความสามารถ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในเมืองหลวงให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ก้าวต่อไปของการร่วมมือพัฒนา กรุงเทพฯ

สำหรับประเด็นเรื่องการลงพื้นที่เพื่อขอบคุณพี่น้องประชาชนนั้น ทางทีมงานได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ติดภารกิจการประชุมสภาฯ ต่อเนื่องถึง 4 วัน จึงต้องขออภัยที่ยังไม่สามารถลงพื้นที่ได้ทันที อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นได้ว่าในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์นี้ เหล่า สส.กทม. พรรคประชาชน จะเร่งลงพื้นที่เพื่อขอบคุณทุกคะแนนเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. อย่างใกล้ชิดและทั่วถึงแน่นอน เพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจที่ประชาชนได้มอบให้พรรคในครั้งนี้

ทางพรรคยังเน้นย้ำถึงวาระสำคัญเรื่องพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานครฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยพร้อมที่จะผลักดันผ่านกระบวนการนิติบัญญัติร่วมกับสมาชิกสภาท่านอื่นๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง การทำงานร่วมกันระหว่าง พรรคประชาชน และผู้ว่าฯ ชัชชาติ ในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่า กรุงเทพฯ จะก้าวไปในทิศทางใด ท่ามกลางความคาดหวังที่พุ่งสูงของชาวเมือง

หากใครต้องการติดตามผลคะแนนอย่างละเอียด สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่:

  • ผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่นับแล้วกว่า 95%
  • สรุปการครองที่นั่งของ สก. ใน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ

ท้ายที่สุดนี้ การเลือกตั้งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงาน การติดตามการดำเนินงานของทั้ง สส. และ สก. นับจากนี้ไปต่างหาก คือบทพิสูจน์ความตั้งใจจริงที่ผู้ได้รับเลือกตั้งจะต้องพิสูจน์ผ่านผลงานให้ประชาชนเห็นประจักษ์

ที่มา – สส.กทม. พรรคประชาชน ขอบคุณทุกคะแนนเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. ยินดี “ชัชชาติ”

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – สก. คนใช้สิทธิไม่ถึง 50% ชัชชาตินำโด่ง

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงได้ติดตามข่าวสารการเมืองในกรุงเทพฯ ที่เพิ่งผ่านพ้นไปกับการประกาศผล เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – สก. คนใช้สิทธิไม่ถึง 50% ชัชชาตินำโด่ง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมากในแวดวงการเมืองไทยครับ

วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – สก. คนใช้สิทธิไม่ถึง 50% ชัชชาตินำโด่ง 1.4 ล้านคะแนน

จากการแถลงการณ์ของปลัดกรุงเทพมหานคร ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการออกมาแล้วครับ โดยคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สามารถคว้าคะแนนไปได้สูงถึง 1,444,914 คะแนน ซึ่งทิ้งห่างจากอันดับที่ 2 และ 3 ไปอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่ยังคงเหนียวแน่น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือตัวเลขของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้ กลับมีจำนวนไม่ถึง 50% เรียกได้ว่าลดลงจากครั้งก่อนพอสมควรเลยทีเดียวครับ

สถิติที่น่าสนใจจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – สก. คนใช้สิทธิไม่ถึง 50%

หากเรามาดูตัวเลขสถิติกันให้ชัด สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์ในกทม. มีจำนวนกว่า 4.4 ล้านคน แต่มีผู้มาใช้สิทธิ์จริงๆ ประมาณ 49.7% เท่านั้น ซึ่งตัวเลขนี้ถือเป็นจุดที่หลายฝ่ายเตรียมนำไปวิเคราะห์ต่อว่าเกิดจากอะไร ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศวันเลือกตั้ง ปัญหาฐานข้อมูลทะเบียน หรือความตื่นตัวของประชาชนที่อาจจะลดน้อยลง โดยผล 3 อันดับแรกมีดังนี้:

  • อันดับที่ 1: คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ 1,444,914 คะแนน (65.6%)
  • อันดับที่ 2: คุณมัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข ได้ 288,171 คะแนน (13.1%)
  • อันดับที่ 3: คุณชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้ 176,934 คะแนน (8%)

แม้ผลการเลือกตั้งจะดูชัดเจนแล้ว แต่ทางการยังคงต้องรอการตรวจสอบความถูกต้องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการภายใน 30-60 วันตามกรอบกฎหมาย ต่อจากนี้เราคงต้องมาลุ้นกันต่อไปว่าการทำงานของว่าที่ผู้ว่าฯ และ ส.ก. ชุดใหม่จะนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์คนกรุงได้ดีแค่ไหน และจะสามารถดึงความสนใจของประชาชนให้กลับมาตื่นตัวในการเลือกตั้งครั้งหน้าให้มากกว่าเดิมได้อย่างไรครับ

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกใคร หรือไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ในครั้งนี้ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนกรุงเทพฯ คือสิ่งที่พวกเราทุกคนคาดหวังร่วมกัน ฝากติดตามความคืบหน้าเรื่องการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการกันต่อไปด้วยนะครับ

ที่มา – เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – สก. คนใช้สิทธิไม่ถึง 50% “ชัชชาติ” นำโด่ง 1.4 ล้านคะแนน

ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตสะพานสูง อัปเดตคะแนนล่าสุด

สวัสดีครับชาวกรุงเทพฯ ทุกท่าน วันนี้เราจะมาเจาะลึกสถานการณ์การเมืองท้องถิ่นที่น่าสนใจมาก นั่นคือ ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตสะพานสูง อัปเดตคะแนนล่าสุด ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีการขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดเลยทีเดียวครับ สำหรับท่านที่เฝ้าติดตามการนับคะแนนตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันลงคะแนนเสียงผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นไม่น้อยกับตัวเลขที่ขยับขึ้นลงตลอดเวลา

ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตสะพานสูง อัปเดตคะแนนล่าสุด

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่พี่น้องชาวสะพานสูงจะได้เลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่พัฒนาเขตของเราให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดจากทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีการเผยแพร่ ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตสะพานสูง อัปเดตคะแนนล่าสุด อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งในขณะที่นับคะแนนไปแล้วกว่า 95% นั้น มีผลคะแนนสรุป 3 อันดับแรกออกมาดังนี้ครับ:

  • อันดับ 1: นายมธุรส เบนท์ ได้รับคะแนนไปทั้งสิ้น 14,566 คะแนน
  • อันดับ 2: นางสาวเมธิณี หวังพิทักษ์ อยู่ที่ 11,183 คะแนน
  • อันดับ 3: นางสาวอรรถวิทย์ เซะวิเศษ เก็บไปได้ 9,455 คะแนน

สรุปประเด็นสำคัญ ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตสะพานสูง อัปเดตคะแนนล่าสุด

จะเห็นได้ว่าคะแนนในเขตสะพานสูงมีความเข้มข้นมาก สะท้อนถึงความตื่นตัวของประชาชนในพื้นที่ที่ออกไปใช้สิทธิ์กันอย่างล้นหลาม เพื่อกำหนดทิศทางของกรุงเทพมหานครให้ก้าวไปข้างหน้า สำหรับท่านที่ต้องการตรวจสอบคะแนนแบบเรียลไทม์หรือดูผลการนับคะแนนในเขตอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เสมอครับ

ในมุมมองของผม การเลือกตั้ง สก. ไม่ใช่แค่การเลือกตัวแทนเข้าไปในสภาฯ แต่คือการเลือกคนที่จะมาดูแลคุณภาพชีวิต ปัญหาน้ำท่วม ขยะ หรือสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในละแวกบ้านเราโดยตรง ดังนั้น ไม่ว่าใครจะชนะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่พวกเขาทุกคนต้องทำงานตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนครับ

เราคงต้องรอลุ้นผลการรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ว่าตัวเลขสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร และใครที่จะได้เข้าไปเป็นตัวแทนเสียงของเราในสภากรุงเทพมหานครต่อไป หวังว่าหลังจากนี้เขตสะพานสูงของเราจะได้รับการพัฒนาอย่างที่ชาวบ้านคาดหวังไว้ครับ

ที่มา – ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตสะพานสูง อัปเดตคะแนนล่าสุด

ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตคลองเตย อัปเดตคะแนนล่าสุด

ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตคลองเตย อัปเดตคะแนนล่าสุด

สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครทุกคน วันนี้เรามาเกาะติดสถานการณ์สำคัญทางการเมืองท้องถิ่นกันอีกครั้ง กับการรายงาน ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตคลองเตย อัปเดตคะแนนล่าสุด หลังจากที่การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ทั้ง 6,628 หน่วยเลือกตั้งทั่วกรุงได้ปิดหีบลงเป็นที่เรียบร้อยและก้าวเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนที่เข้มข้น

บรรยากาศที่หน่วยเลือกตั้งเขตคลองเตยตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ด้วยบัตรสีเขียว และเลือก สก. ด้วยบัตรสีชมพูอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งปิดหีบในเวลา 17.00 น. ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่คลองเตยให้ดียิ่งขึ้น

บรรยากาศการนับคะแนนและการรายงาน ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตคลองเตย อัปเดตคะแนนล่าสุด

สำหรับความคืบหน้าของการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 21.31 น. โดยมีการนับคะแนนไปแล้วกว่า 94.99% ของเขตคลองเตย พบว่าคะแนนมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยอันดับคะแนนมีรายละเอียดดังนี้:

  • อันดับ 1: นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ ได้รับคะแนนไปทั้งสิ้น 17,594 คะแนน
  • อันดับ 2: นางสาวพลอย เตลาน ได้รับคะแนน 9,261 คะแนน
  • อันดับ 3: นางสาวศวนงชภรณ์ เงินดี ได้รับคะแนน 460 คะแนน

หากคุณต้องการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดตามผลการนับคะแนนในภาพรวมทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร สามารถคลิกติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านช่องทางของไทยรัฐได้เลยครับ เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกข้อมูลสำคัญจากการเลือกตั้งครั้งนี้

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการตัดสินใจเลือกตัวแทน แต่ยังสะท้อนถึงพลังของชาวคลองเตยที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในเขตพื้นที่ของตนเองอย่างแท้จริง มาร่วมกันจับตามองว่าว่าที่ สก. คนใหม่จะเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายที่ได้รับปากไว้กับพี่น้องประชาชนอย่างไรบ้าง นี่ถือเป็นก้าวที่สำคัญต่อถนนสายประชาธิปไตยท้องถิ่นของบ้านเรา หากใครที่ต้องการติดตามรายงาน ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตคลองเตย อัปเดตคะแนนล่าสุด อย่างใกล้ชิด สามารถตรวจสอบได้จากลิงก์ด้านล่างนี้เลยครับ

ที่มา – ผลเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ รายเขตคลองเตย อัปเดตคะแนนล่าสุด

Scroll to top