สภาทนายความ

กธ. จับมือ มูลนิธิธรรมนัส-สธ.-สภาทนายความ ช่วย 2 ครอบครัวเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ดัง

เชื่อว่าหลายคนคงยังจำเหตุการณ์ระทึกขวัญจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าวได้ ซึ่งนอกจากความเสียหายทางทรัพย์สินแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตซ้ำซ้อน ล่าสุด กธ. จับมือ มูลนิธิธรรมนัส-สธ.-สภาทนายความ ช่วย 2 ครอบครัวเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ดัง ที่กำลังแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลมหาศาล เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

กธ. จับมือ มูลนิธิธรรมนัส-สธ.-สภาทนายความ ช่วย 2 ครอบครัวเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ดัง

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์พรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยตัวแทนจากมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล กระทรวงสาธารณสุข และสภาทนายความ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือ 2 ครอบครัวผู้เสียหาย ซึ่งประกอบด้วยชาวไทยและชาวลาว ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ แต่กลับต้องมาแบกรับภาระหนี้สินค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนร่วมกว่า 500,000 บาท เนื่องจากวงเงินประกันภัยของผู้ประกอบการหมดลง

แนวทางการช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างบูรณาการ

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเมื่อ กธ. จับมือ มูลนิธิธรรมนัส-สธ.-สภาทนายความ ช่วย 2 ครอบครัวเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ดัง ครั้งนี้ ได้มีการวางกรอบการช่วยเหลือที่ชัดเจนไว้ 3 ด้านหลัก ดังนี้:

  • การรักษาพยาบาล: กระทรวงสาธารณสุขจะเข้ามาดูแลเรื่องสิทธิ์การรักษาพยาบาล เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่สะสมมานาน
  • การเยียวยาเบื้องต้น: ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์พรรคกล้าธรรมและมูลนิธิธรรมนัส จะเร่งเจรจากับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเงินเยียวยามาบรรเทาทุกข์โดยเร็ว
  • การดำเนินคดีทางกฎหมาย: สภาทนายความจะเข้ามาดูแลสิทธิ์และดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ

นายกองตรี ดร.ธนกฤต ได้ย้ำชัดเจนว่า เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ผู้ประกอบการจะเพิกเฉยไม่ได้ ทีมงานจะติดตามคดีอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าผู้เสียหายทุกคนได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกัน

เราขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียหายผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว และหวังว่าหน่วยงานรัฐจะสามารถบังคับใช้กฎหมายเพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นบรรทัดฐานว่าความปลอดภัยของชีวิตประชาชนต้องมาก่อนผลกำไรทางธุรกิจเสมอ

ที่มา – กธ. จับมือ “มูลนิธิธรรมนัส-สธ.-สภาทนายความ” ช่วย 2 ครอบครัวเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ดัง

สาวไทย อดีตภรรยา “เควนติน” ยันไม่เกี่ยวการตาย ขอเลี้ยงลูก

ข่าวร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในขณะนี้คือกรณีสาวไทย อดีตภรรยา “เควนติน” ยันไม่เกี่ยวข้องการตาย เรียกร้องขอสิทธิเลี้ยงดูลูก หลังจากมหาเศรษฐีชาวอังกฤษผู้ร่วมก่อตั้ง ASOS เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าที่พัทยา อดีตภรรยาชาวไทยออกมาแถลงข่าวอย่างชัดเจนเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และทวงสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรทั้ง 3 คนที่หายตัวไปแบบไร้ร่องรอย

สาวไทย อดีตภรรยา “เควนติน” ยันไม่เกี่ยวข้องการตาย เรียกร้องขอสิทธิเลี้ยงดูลูก

นายเควนติน จอห์น กริฟฟิธส์ วัย 58 ปี มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่ออนไลน์ ASOS พลัดตกจากระเบียงคอนโดหรูในพัทยาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่พบห้องล็อกจากด้านใน ไม่มีร่องรอยบุคคลอื่นหรือการต่อสู้ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆ่าตัวตาย รอผลชันสูตรยืนยัน ล่าสุด สาวไทย อดีตภรรยา “เควนติน” ยันไม่เกี่ยวข้องการตาย เรียกร้องขอสิทธิเลี้ยงดูลูก โดยน.ส.พลอยนภัส หรือ “พลอย” ได้ไปแถลงที่สภาทนายความจังหวัดพัทยา ร่วมกับนายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภา

ประวัติความสัมพันธ์และข้อพิพาทเดิม

พลอยและเควนตินคบหาตั้งแต่ปี 2548 แยกทางกันเมื่อ 5 ปีก่อนเพราะเควนตินมีครอบครัวใหม่ ทั้งคู่เคยมีข้อพิพาทเรื่องอำนาจปกครองบุตร ศาลสั่งให้บิดาได้สิทธิ์ แต่เด็กอยู่กับภรรยาใหม่และพี่เลี้ยง พลอยเคารพคำสั่งศาลแต่ถูกกีดกันไม่ให้เจอลูก หลังเควนตินตาย พลอยช็อกหนักถึงเข่าทรุด ไปบวชชีพราหมณ์เพื่อระบายความเศร้า แต่กลับถูกสื่อต่างประเทศพาดพิงว่าอาจเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน เธอยืนยันว่าไม่ได้อยู่ด้วยกันมานาน ไม่รู้เรื่องธุรกิจ และอาศัยในกรุงเทพฯ

สถานการณ์บุตรทั้ง 3 ที่หายไป

ตอนนี้บุตรทั้ง 3 ถูกพาไปไม่ทราบที่อยู่ พลอยแจ้งความ สภ.ห้วยใหญ่ แล้ว รายชื่อดังนี้:

  • นางสาวแตงโม อายุ 19 ปี (บุตรจากสามีเก่า เควนตินรับเป็นบุตรบุญธรรม)
  • ด.ช.เจมส์ อายุ 12 ปี (บุตรกับเควนติน)
  • ด.ญ.ลิลลี่ อายุ 11 ปี (บุตรกับเควนติน)

พลอยร้องไห้ทั้งน้ำตาขอให้หน่วยงานช่วยตามหาลูก ตามกฎหมาย เมื่อบิดาตาย สิทธิ์ปกครองควรกลับมาที่แม่ นอกจากนี้ยังถูกบุคคลที่ 3 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ห้ามเจอลูก ทำให้เธอหวาดกลัวและขอความช่วยเหลือจากสภาทนาย

สภาทนายยืนยันว่าพลอยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เควนตินมาประเทศไทยเฉพาะไฮซีซัน ไม่เคยแบ่งปันธุรกิจให้เธอรู้ จุดประสงค์แถลงเพื่อปกป้องชื่อเสียงและตามหาบุตรเท่านั้น ครอบครัวจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอให้สังคมรับฟังข้อเท็จจริงทั้งหมด

กรณีนี้สะท้อนปัญหาสิทธิเด็กและครอบครัวต่างชาติในไทยที่ซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน มารดาควรได้รับการปกป้องสิทธิ์ตามกฎหมายทันที หากคุณเป็นพยานหรือมีข้อมูลบุตรทั้ง 3 โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที หรือติดตามอัปเดตข่าวสารจากบล็อกนี้เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – สาวไทย อดีตภรรยา “เควนติน” ยันไม่เกี่ยวข้องการตาย เรียกร้องขอสิทธิเลี้ยงดูลูก

“สภาทนายความ” จัดพิธีทำบุญวันทนายความ 2569

สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้สร้างความประทับใจให้กับสมาชิกและผู้สนใจจำนวนมาก ด้วยการจัดงานใหญ่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและการพัฒนาวิชาชีพ ในโอกาสพิเศษนี้ สภาทนายความ จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันทนายความประจำปี พ.ศ.2569 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่เพียงแต่ระลึกถึงบุญคุณของผู้บุกเบิกวิชาชีพทนายความเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการก้าวสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย

สภาทนายความ จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันทนายความประจำปี พ.ศ.2569

กิจกรรมหลักเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 5 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ พิธีทำบุญและเจริญพระพุทธมนต์ดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อย โดยมีพระเทพวชิรวิทยานุสิฐ หรือหลวงพ่อวราห์ ปุญญวโร เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำสวดมนต์และให้พรแก่ผู้มาร่วมงาน ขณะที่ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ทำหน้าที่ประธานในพิธี ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร คณะกรรมการมรรยาททนายความ และสมาชิกทนายความนับร้อย

สภาทนายความ จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันทนายความประจำปี พ.ศ.2569
พิธีเจริญพระพุทธมนต์ในวันทนายความ 2569

พิธีนี้จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ทนายความผู้ล่วงลับที่อุทิศตนเพื่อความยุติธรรมมานานนับทศวรรษ ทุกคนที่มาร่วมต่างรู้สึกอบอุ่นใจกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยศรัทธาและความสามัคคีในวิชาชีพ

พิธีมอบโล่เกียรติยศทนายความดีเด่น

ต่อจากพิธีทำบุญ สภาทนายความได้จัดมอบโล่ทนายความดีเด่นประจำปี 2569 แก่ผู้รับรางวัลจำนวน 42 ท่าน ท่านเหล่านี้คือแบบอย่างของการเสียสละและอุทิศตนรับใช้สังคมและประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือคดียาก คดีช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส หรือการรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชน การมอบรางวัลนี้ไม่เพียงยกย่องผู้รับ แต่ยังจุดประกายให้ทนายรุ่นใหม่มุ่งมั่นในหน้าที่

มอบโล่ทนายความดีเด่น สภาทนายความ จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันทนายความประจำปี พ.ศ.2569
พิธีมอบรางวัล Lawyer Ted Talk วันทนายความ 2569

มอบรางวัล Lawyer Ted Talk ส่งเสริมบทบาทสากล

อีกไฮไลต์สำคัญคือพิธีมอบรางวัลผู้ชนะการแข่งขัน Lawyer Ted Talk ในหัวข้อ “บทบาททนายความไทยบนเวทีกฎหมายระหว่างประเทศ” กิจกรรมนี้ช่วยยกระดับศักยภาพทนายความไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก โดยผู้เข้าแข่งขันได้นำเสนอไอเดียสร้างสรรค์เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในกฎหมายนานาชาติ เช่น การเจรจาสนธิสัญญา การคุ้มครองสิทธิข้ามชาติ และการใช้ AI ในคดีระหว่างประเทศ

สัมมนาวิชาการมรรยาททนายในยุค Digital Transformation

ปิดท้ายด้วยสัมมนาวิชาการหัวข้อ “มรรยาททนายความ วิชาชีพในยุค Digital Transformation: ปรับตัวอย่างไรไม่ให้ผิดข้อบังคับ” วิทยากรชั้นนำอย่างนายคณิต วัลยะเพ็ชร์ ประธานกรรมการมรรยาททนายความ ดร.ชัยชีพ ชโลปถัมภ์ อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ และดร.พีรภัทร ฝอยทอง อุปนายกฝ่ายวิชาการ ได้แบ่งปันความรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยี สื่อสังคมออนไลน์ และเครื่องมือดิจิทัล โดยไม่ละเมิดจริยธรรมวิชาชีพ เช่น การโพสต์คดีใน TikTok หรือใช้ ChatGPT ช่วยร่างเอกสารอย่างไรให้ถูกต้องตามระเบียบ

หัวข้อนี้ตอบโจทย์ยุคปัจจุบันที่ทนายความต้องปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ผู้เข้าร่วมกว่า 200 คนได้รับประโยชน์เต็มเปี่ยม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานประจำวันได้ทันที

  • ประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยี: เพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลา แต่ต้องรักษาความลับลูกความ
  • ตัวอย่างกรณีศึกษา: ทนายที่ผิดพลาดจากการโพสต์ข้อมูลคดีในโซเชียล
  • แนวทางปฏิบัติ: ตรวจสอบข้อบังคับสภาทนายก่อนใช้เครื่องมือใหม่
  • อนาคตวิชาชีพ: ทนายไทยต้องเก่งทั้งกฎหมายและดิจิทัล

งาน สภาทนายความ จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันทนายความประจำปี พ.ศ.2569 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของสภาทนายความที่มุ่งพัฒนาสมาชิกให้ทันสมัย ขณะเดียวกันก็รักษาคุณค่าดั้งเดิมของวิชาชีพ การผสมผสานระหว่างพิธีกรรมทางศาสนากับความรู้สมัยใหม่ ทำให้กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ในมุมมองของผู้เขียน การเปลี่ยนแปลงดิจิทัลคือโอกาสทองสำหรับทนายความไทย หากปรับตัวได้ถูกต้อง จะช่วยอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ลองนึกภาพทนายที่ใช้ VR จำลองสถานที่เกิดเหตุ หรือ Blockchain รับรองเอกสาร จะทำให้คดีโปร่งใสและรวดเร็วแค่ไหน หากคุณเป็นทนายความหรือสนใจกฎหมาย อย่าลืมติดตามกิจกรรมจากสภาทนายความครั้งต่อไป เพื่ออัปเดตตัวเองให้ทันโลก!

ที่มา – “สภาทนายความ” จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันทนายความประจำปี พ.ศ.2569

สภาทนายความแจง คดีวัดพระบาทน้ำพุ ช่วยไม่ได้!

สภาทนายความออกประกาศชี้แจงประเด็น “สภาทนายความ ชี้แจงคดี วัดพระบาทน้ำพุ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายได้” ยืนยันว่าไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ “หลวงพ่ออลงกต” ได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และไม่ใช่คดีเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ พร้อมทั้งชี้แจงว่าการถอนตัวของ “ทนายเกิดผล” เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับสภาทนายความ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ได้เผยแพร่ประกาศ โดยระบุว่าตามที่มีข่าวปรากฏว่าทนายความเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อขอถอนตัวจากการเป็นทนายความให้กับวัดพระบาทน้ำพุ โดยให้เหตุผลเรื่องปัญหาสุขภาพ และระบุว่าทางสภาทนายความจะตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายปัญหาดังกล่าว

ทางสภาทนายความขอเรียนชี้แจงว่า ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่หลวงพ่ออลงกต (พระอลงกต ติกขปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุได้ เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์การขอความช่วยเหลือทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ข้อกำหนดของพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดว่าการขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจะต้องเป็นไปเพื่อผู้ยากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่านั้น ซึ่งกรณีของวัดพระบาทน้ำพุนั้นไม่ถือว่าเป็นคดีที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าว อีกทั้งไม่ใช่คดีเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ การถอนตัวของทนายความเกิดผล แก้วเกิด จึงเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับสภาทนายความ

สภาทนายความ ชี้แจงคดี วัดพระบาทน้ำพุ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายได้

ประเด็นสำคัญที่ทางสภาทนายความได้เน้นย้ำก็คือ หลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายนั้นมีข้อจำกัด และต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 เท่านั้น เพื่อให้ความช่วยเหลือตกถึงมือผู้ที่เดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

ทำไมสภาทนายความจึงไม่สามารถให้ความช่วยเหลือในคดีนี้?

เหตุผลหลักคือ คดีนี้ไม่เข้าข่ายเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ที่ระบุว่าการช่วยเหลือต้องมุ่งเน้นไปที่ผู้ยากไร้และผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม นอกจากนี้ คดีนี้ยังไม่ถือว่าเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

การที่สภาทนายความออกมาชี้แจงเรื่อง “สภาทนายความ ชี้แจงคดี วัดพระบาทน้ำพุ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายได้” ในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของสภาทนายความในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

สภาทนายความมีหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน แต่การให้ความช่วยเหลือนั้นก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงขอบเขตอำนาจและหน้าที่ขององค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและเคารพซึ่งกันและกัน

การออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนของสภาทนายความในกรณี สภาทนายความ ชี้แจงคดี วัดพระบาทน้ำพุ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ ถือเป็นการแสดงความโปร่งใสและรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่หน่วยงานอื่นๆ

ที่มา – สภาทนายความ ชี้แจงคดี “วัดพระบาทน้ำพุ” ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายได้

Scroll to top