สมศักดิ์ เทพสุทิน

“เพื่อไทย” ดันลูกสาว“สมศักดิ์”นั่งรองหัวหน้าพรรค

พรรคเพื่อไทยกำลังเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ด้วยการ “เพื่อไทย” ปรับโครงสร้าง ดันลูกสาว“สมศักดิ์”นั่งเก้าอี้รองหัวหน้าพรรค คุมภาคเหนือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 วันที่ 24 เมษายนนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การสับเปลี่ยนที่นั่ง แต่สะท้อนถึงกลยุทธ์การสานต่ออิทธิพลในพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะภาคเหนือที่เป็นฐานเสียงเข้มแข็งของพรรค

“เพื่อไทย” ปรับโครงสร้าง ดันลูกสาว“สมศักดิ์”นั่งเก้าอี้รองหัวหน้าพรรค คุมภาคเหนือ

ตามรายงานล่าสุดจากแหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทย การประชุมใหญ่จะมีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยหัวหน้าพรรค เลขาธิการ และโฆษกพรรคยังคงเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคจะปรับบางส่วน โดยดึงบุคคลที่ไปดำรงตำแหน่งบริหารรัฐบาลออก เช่น นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย ที่ขึ้นเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

สำหรับโครงสร้างใหม่ เบื้องต้นมีดังนี้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยังคงเป็นรองหัวหน้าพรรคคุมภาคเหนือตอนบนเหมือนเดิม แต่ที่เปลี่ยนคือรองหัวหน้าพรรคคุมภาคเหนือตอนล่าง ดัน น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลูกสาวของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำรุ่นเก่าของพรรค มาทำหน้าที่แทนนายจเด็ศ จันทรา อดีต ส.ส.พิษณุโลก การเลื่อนขั้นน้องสาวคนนี้ถือเป็นการสืบทอดมรดกทางการเมืองจากพ่อที่เคยมีบทบาทสำคัญในพรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทยมาอย่างยาวนาน

รายละเอียดการปรับโครงสร้าง “เพื่อไทย” ปรับโครงสร้าง ดันลูกสาว“สมศักดิ์”นั่งเก้าอี้รองหัวหน้าพรรค คุมภาคเหนือ

  • ภาคกลาง: นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว ยังคงเดิม
  • ภาคอีสานตอนบน: นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม สลับมาจากเดิมที่คุมอีสานกลาง
  • ภาคอีสานกลาง: น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด เข้ามาแทนนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล
  • ภาคอีสานตอนล่าง: น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อ คงเดิม
  • ภาคใต้: นายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ คงเดิม
  • กรุงเทพมหานคร: น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต ส.ส.กทม. คงเดิม

นอกจากนี้ ตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค คาดว่านายธนรัช จงสุทธานามณี ส.ส.เชียงราย จะเข้ามาทำหน้าที่แทน น.ส.ปิยรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย ที่ไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนการประชุมใหญ่ แกนนำพรรคจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 20 เมษายน เพื่อเคาะรายชื่อให้ลงตัว

การปรับโครงสร้างครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุ พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ต้องเสริมความแข็งแกร่งในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะภาคเหนือที่เคยเป็นฐานเสียงหลักตั้งแต่ยุคทักษิณ ชินวัตร การดันลูกสาวนายสมศักดิ์ซึ่งมีประสบการณ์ในสภาและความสัมพันธ์ในพื้นที่พิษณุโลก-ภาคเหนือตอนล่าง จะช่วยยึดมั่นฐานเสียงและเตรียมพร้อมรับมือการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติในอนาคต

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ถือเป็นนักการเมืองอาวุโสที่มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งพรรคไทยรักไทย และยังคงมีอิทธิพลในพรรคเพื่อไทย ลูกสาวอย่างน.ส.ณัฐธิดาจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการสานต่อ โดยเธอมีภาพลักษณ์ทันสมัยและเข้าใจนโยบายเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นจุดขายของพรรค

ผลกระทบและมุมมองต่อการเมืองไทย

การ “เพื่อไทย” ปรับโครงสร้าง ดันลูกสาว“สมศักดิ์”นั่งเก้าอี้รองหัวหน้าพรรค คุมภาคเหนือ จะส่งผลให้พรรคมีโครงสร้างที่กระชับและมุ่งเน้นพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะการกระจายอำนาจให้ส.ส.ท้องถิ่นดูแลฐานเสียง ในขณะที่บุคลากรหลักไปช่วยงานรัฐบาล นี่อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อรักษาสมดุลระหว่างงานพรรคและรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนนี้ยังต้องจับตาว่าจะได้รับการยอมรับจากสมาชิกพรรคหรือไม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยมีตัวแทนเดิม การสลับตำแหน่งในอีสาน เช่น จิราพร สินธุไพร ที่มีประสบการณ์ยาวนาน จะช่วยเสริมทีมเวิร์คในภาคที่เป็นฐานใหญ่สุดของพรรค

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงถึงความมั่นใจของพรรคเพื่อไทยในการสืบทอดรุ่นใหม่ ขณะเตรียมรับมือคู่แข่งทางการเมือง หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต รีบติดตามบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับการปรับโครงสร้างนี้

ที่มา – “เพื่อไทย” ปรับโครงสร้าง ดันลูกสาว“สมศักดิ์”นั่งเก้าอี้รองหัวหน้าพรรค คุมภาคเหนือ

เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรอง 1 รมช. ยศชนัน อว.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่ติดตามข่าวการเมืองแบบเรียลไทม์! วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรองอีก 1 รมช. “ยศชนัน” นั่งเก้าอี้ อว. เป็นโผครม.ชุดใหม่ที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะแฟนๆ พรรคเพื่อไทยที่กำลังลุ้นกันตัวโก่ง มาดูรายละเอียดกันแบบละเอียดยิบเลยดีกว่า

เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรองอีก 1 รมช. “ยศชนัน” นั่งเก้าอี้ อว.

จากรายงานข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 พรรคเพื่อไทยคว้าโควต้ากระทรวงสำคัญไป 5 ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) แล้ว โดยยังรอต่อรองโควต้ารัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.) อีก 1 ตำแหน่งกับพรรคภูมิใจไทย นี่คือสัญญาณว่ารัฐบาลชุดใหม่กำลังเข้าที่เข้าทาง แม้จะมีดราม่าบ้างแต่ก็เป็นเรื่องปกติของการเมืองไทยใช่มั้ยล่ะ?

รายชื่อตัวเก็งจากพรรคเพื่อไทยในโผครม.

  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ – รองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เก้าอี้เดิมที่แข็งแกร่ง ช่วยดูแลเกษตรกรไทยให้พ้นภัยแล้งแล้ง
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ – รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คนนี้คือไฮไลต์! คาดว่าจะผลักดันนวัตกรรมไทยให้ก้าวไกล
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ – รมว.กระทรวงศึกษาธิการ หวังพลิกโฉมการศึกษาให้เด็กไทยเก่งขึ้น
  • นายสมศักดิ์ เทพสุทิน – รมว.กระทรวงแรงงาน ดูแลคนงานไทยให้มีงานทำ มีสวัสดิภาพ
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง – รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

โผนี้มาจากการเจรจาลับๆ หลังการจัดตั้งรัฐบาลผสม พรรคเพื่อไทยได้โควตาหลักเพราะเป็นพรรคใหญ่สุด สมศักดิ์และสุริยะอยู่ครบทีม แสดงถึงความต่อเนื่องในการทำงาน ด้านยศชนันที่ได้อว. ถือเป็นเซอร์ไพรส์ เพราะกระทรวงนี้สำคัญมากต่ออนาคตไทย เรื่องงบวิจัย นวัตกรรม AI และ biotech จะถูกผลักดันหนักแน่

ทำไมโผนี้ถึงน่าจับตา? เพราะกระทรวงเหล่านี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนโดยตรง เกษตรช่วยชาวนา, การศึกษาช่วยเด็ก, แรงงานช่วยลูกจ้าง, พม.ช่วยคนจน และอว.ช่วยพัฒนาประเทศระยะยาว ถ้าทำดี รัฐบาลอนุทิน 2 อาจอยู่ยาว! แต่ก็มีเสียงวิจารณ์เรื่องสมดุลพรรค การต่อรอง 1 รมช. กับภูมิใจไทยน่าจะจบเร็วๆ นี้ คาดได้กระทรวงมหาดไทยหรือยุติธรรม

ย้อนดูประวัติศาสตร์ พรรคเพื่อไทยเคยได้โควตาครม.เยอะสมัยยิ่งลักษณ์ ตอนนี้ยุคใหม่แต่กลยุทธ์คล้ายๆ กัน การเลือกคนเก่งอย่างยศชนัน แสดงถึงวิสัยทัศน์ทันสมัย ผมคิดว่าดีแล้วนะ เพราะไทยต้องการนวัตกรรมด่วนๆ หลังโควิด

สำหรับแฟนข่าวการเมือง สามารถติดตามอัปเดตโผครม.เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับโผนี้? ชอบใครที่สุด? อย่าลืมแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!

ที่มา – เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรองอีก 1 รมช. “ยศชนัน” นั่งเก้าอี้ อว.

3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ลง สส. มีชื่อลูก“ภูมิธรรม-ทวี”

การเมืองไทยกำลังเข้มข้น! พรรคเพื่อไทยเปิดรายชื่อ สส. บัญชีรายชื่อ 100 คน มีชื่อแคนดิเดตนายกฯ ครบ แถมมีลูก “ภูมิธรรม-ทวี” ลงสมัครด้วย มาดูกันว่าใครบ้างที่มีชื่อในบัญชีนี้ และเบื้องหลังการลาออกของจาตุรนต์คืออะไร

3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ลง สส. ครบ มีชื่อ ลูก “ภูมิธรรม-ทวี” ด้วย

พรรคเพื่อไทยเปิดเผยรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน ซึ่งเป็นไปตามลำดับตัวอักษร โดยมีชื่อของ 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นอกจากนี้ ยังมีแกนนำพรรคคนสำคัญอย่าง นายภูมิธรรม เวชชัย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รวมอยู่ด้วย

ที่น่าสนใจคือ มีบุคคลที่เพิ่งเข้ามาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยก็มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ สส. เช่น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ และนายต่อศักดิ์ อัศวเหม และที่สร้างความฮือฮาคือการปรากฏชื่อทายาทนักการเมืองชื่อดังที่ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อเป็นครั้งแรก ได้แก่ นายธงธรรม เวชยชัย บุตรชายของนายภูมิธรรม และนายรวิ สอดส่อง บุตรชายของ พล.ต.อ. ทวี สอดส่อง ทำให้เห็นถึงการผสมผสานคนรุ่นใหม่เข้ากับประสบการณ์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย

ทำไมต้อง 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย?

การที่พรรคเพื่อไทยส่ง 3 แคนดิเดตนายกฯ ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อนั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมในการนำพาพรรคไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะมาถึง การมีตัวเลือกที่หลากหลายจะช่วยให้พรรคสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างครอบคลุม

  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ: ผู้บริหารมากประสบการณ์
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: นักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์: หัวหน้าพรรคที่มากด้วยความสามารถ

การมี 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ทำให้พรรคมีความแข็งแกร่งและมีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลมากขึ้น หากผลการเลือกตั้งออกมาเป็นที่น่าพอใจ

นอกจากเรื่องรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อแล้ว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังได้ยืนยันถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยว่า ไม่ได้มีปัญหาใดๆ ภายในพรรค และนายจาตุรนต์ยังคงเป็นสมาชิกพรรคและมีบทบาทเหมือนเดิม เพียงแต่จะไปทำหน้าที่ในคณะกรรมการทำประชามติ ซึ่งที่ผ่านมานายจาตุรนต์ได้ทุ่มเทให้กับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด

การลาออกของนายจาตุรนต์อาจทำให้หลายคนสงสัยถึงความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย แต่การยืนยันจากหัวหน้าพรรคทำให้น่าเชื่อได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทเพื่อไปทำงานที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง

การเปิดเผยรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง พรรคได้รวบรวมบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

การมี 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกัน จะเป็นจุดแข็งที่สำคัญในการดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน และทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า

การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ เราหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาและตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุด

ที่มา – 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ลง สส. ครบ มีชื่อ ลูก “ภูมิธรรม-ทวี” ด้วย

“จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูน ประกาศนโยบายไร้จน-ปลดหนี้

“จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูน ประกาศนโยบายไร้จน-ปลดหนี้ ไม่กลัวยุบสภา พร้อมเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อม สส. และว่าที่ผู้สมัคร สส. ลุยลำพูน ประกาศนโยบายไร้จน-ปลดหนี้ เร่งดัน พ.ร.บ.ลำไย และ พ.ร.บ.อสม. ให้จบก่อนยุบสภา ลั่นพร้อมเลือกตั้ง ไม่มีพรรคใดมีผลงานเชิงประจักษ์เท่า

วันที่ 6 ธันวาคม 2568 พรรคเพื่อไทยนำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ สส.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรค นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย และรองโฆษกพรรค นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สส.ลำพูน และนายชัยณรงค์ ภู่พิสิฐ ผู้เสนอตัวลงสมัคร สส.ลำพูน เขต 1 พบพี่น้องประชาชนกว่า 3,000 คน ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกลำไย และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จาก 9 ตำบลในอำเภอป่าซาง ที่เทศบาลตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ซึ่งประชาชนสะท้อนปัญหาราคาลำไยตกต่ำ โดยมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลที่ผ่านมา ทั้งอุดหนุนไร่ละ 1,400 บาท รวมถึงค่าตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อดอก และค่าปุ๋ยรวม 1,400 บาท ล่าช้า ไม่ตอบโจทย์ จึงเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยช่วยแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

นายจุลพันธ์ ปราศรัยว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องลำพูน ผลงานสำคัญของนายรังสรรค์ คือการผลักดัน พ.ร.บ.ลำไย ซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน ขณะนี้รอการพิจารณาของวุฒิสภา หากประกาศใช้ได้จริงจะเป็นกฎหมายแรกที่ช่วยสร้างสวัสดิการ กองทุน หลักประกันราคาผลผลิตให้เกษตรกรลำไยทั่วประเทศ นี่คือกฎหมายที่พรรคเพื่อไทยทำเพื่อชาวสวนลำไยอย่างแท้จริง

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังได้ประกาศนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินเรื้อรัง โดยเฉพาะหนี้ที่พอกพูนหลังรัฐประหาร ว่า พรรคเพื่อไทยมีมาตรการปลดหนี้ให้ประชาชน เช่น กรณีมีหนี้ 100,000 บาท ให้ปิดบัญชีแบบเหมาจ่ายเพียง 10,000 บาท พร้อมมาตรการปลดหนี้ผู้สูงอายุที่ทำงานหนักทั้งชีวิตแต่ยังมีภาระหนี้ติดตัว สำหรับผู้มีรายได้น้อยพรรคเพื่อไทยเตรียมเดินหน้านโยบายไร้จน อุดหนุนรายได้ให้ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ควบคู่กับการยกระดับราคาพืชผลเกษตรและสร้างรายได้แบบก้าวหน้า

“พรรคเพื่อไทยไม่กลัวยุบสภา และพร้อมเลือกตั้งทันที เราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเต็มที่ และพร้อมให้ประชาชนตัดสินใจในคูหาเลือกตั้ง”

ทางด้าน นายสมศักดิ์ ปราศรัยถึงบทบาทของ อสม. ว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับสวัสดิการ อสม. มาโดยตลอด ทั้งการขึ้นค่าป่วยการเป็น 2,000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมตกเบิกย้อนหลัง ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังผลักดัน พ.ร.บ.อสม. ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาของรัฐสภา โดยจะเพิ่มสวัสดิการ อาทิ ค่าป่วยการ 2,000 บาทต่อเดือน, ขยายอายุแรกเข้าสมาชิกจนถึง 65 ปี, สิทธิรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลสังกัด สธ., เพิ่มงบตรวจสุขภาพ, เงินฌาปนกิจ 1,000,000 บาท

พร้อมรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทย เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็ง เน้นย้ำบทบาทสำคัญของ อสม. ในการดูแลสุขภาพประชาชนอีกด้วย ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า ถ้าได้รับความไว้วางใจจะเดินหน้าทุกนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกร ลดหนี้ เพิ่มสวัสดิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ต่อมาที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อำเภอเมืองลำพูน นายจุลพันธ์ นำคณะลงพื้นที่พบประชาชนอำเภอบ้านธิ และอำเภอเมือง ก่อนจะกล่าวว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90% พรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าแก้หนี้ทั้งระบบ ทั้งหนี้ประชาชน หนี้เกษตรกร และหนี้ผู้สูงอายุ พร้อมย้ำว่าไม่มีพรรคใดมีผลงานเชิงประจักษ์เท่าพรรคเพื่อไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การแก้ปัญหายาเสพติด และการสร้างสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

“วันนี้ประชาชนจะตัดสินใจเลือกพรรคที่ทำงานได้จริง พรรคเพื่อไทยถูกขัดขวางมาตลอด แต่เรายังยืนหยัดทำงานเพื่อประชาชน”

ขณะที่นายสมศักดิ์ วิจารณ์รัฐบาลปัจจุบันว่า ทำงานไร้ประสิทธิภาพ ทั้งการจัดซีเกมส์และการบริหารจัดการน้ำท่วม พร้อมตั้งคำถามถึงการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงต่อการยุบสภา ทั้งนี้ ตนในขณะดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ได้กดปุ่มอนุมัติค่าป่วยการ อสม. เดือนละ 2,000 บาททันทีภายในสัปดาห์แรก พร้อมขับเคลื่อนนโยบายนับคาร์บ ลดปัญหา NCDs ที่ใช้งบรักษาพยาบาลปีละกว่า 80,000 ล้านบาท ซึ่งหากลดภาระงบประมาณได้ จะมีเงินเหลือนำมาสนับสนุนสวัสดิการ อสม. อย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ นายอนุสรณ์ ได้กล่าวเชิญชวนพี่น้องลำพูน ร่วมผลักดันให้รัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อสม. วาระ 2–3 ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ ว่า “สภาฯ ควรร่วมกันเร่งมือพิจารณา พ.ร.บ.อสม. วาระ 2–3 ให้เสร็จสิ้นก่อนยุบสภา อย่าให้การยุบสภาเป็นเหตุให้สิทธิประโยชน์ อสม. ต้องหายไปต่อหน้าต่อตา”

“จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูน ประกาศนโยบายไร้จน-ปลดหนี้

“จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูน พร้อมนโยบายที่จับต้องได้

การลงพื้นที่ลำพูนของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง นโยบายที่ประกาศออกมานั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ และรอคอย การผลักดันกฎหมายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และการแก้ปัญหาหนี้สิน จะเป็นสิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของประชาชนอย่างแน่นอน

“จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูนในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะกลับมาเป็นผู้นำในการพัฒนาประเทศอีกครั้ง

ที่มา – “จุลพันธ์” นำเพื่อไทยลุยลำพูน ประกาศนโยบายไร้จน-ปลดหนี้ ไม่กลัวยุบสภา พร้อมเลือกตั้ง

“สมศักดิ์” สั่ง ส.ส. สุโขทัยติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

“สมศักดิ์” กำชับ 2 สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใกล้ชิด ยัน ไม่ทิ้งปัญหาน้ำท่วม เผย กำลังเดินหน้าโครงการยมฝั่งขวา ช่วยระบายน้ำมากขึ้น

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสุโขทัยว่า น้ำจากลำน้ำแม่มอก แม่รำพัน ที่ล้นอ่างเก็บน้ำ จากพายุคัลแมกี ทำให้น้ำล้นสปินเวย์เข้าท่วมชุมชน และพื้นที่การเกษตรในหลายจุด ทั้งในอ.ทุ่งเสลี่ยม และอ.เมืองสุโขทัย ส่งผลให้ต้องปิดเส้นทางจราจรในหลายแห่ง โดยผลกระทบระหว่างวันที่ 1-7 พ.ย.68 มีจำนวน 7 อำเภอ 48 ตำบล 311 หมู่บ้าน 11,752 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 27,728 ไร่ ปศุสัตว์ 4,000 ตัว โรงเรียน 14 แห่ง ถนน 70 สาย รวมถึงมีพี่น้องประชาชน เข้ามาแจ้งความเดือดร้อนในเฟซบุ๊กส่วนตัวตนเป็นจำนวนมาก จึงได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้อย่างเต็มที่

กำชับ 2 สส. สุโขทัยเกาะติด

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสุโขทัย ส่วนใหญ่อยู่ในเขต 1 และ เขต 3 ตนได้กำชับ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ และ น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ ส.ส.สุโขทัย เขต 1 และเขต 3 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ประสานงานร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นการเร่งด่วน ซึ่งตนเข้าใจดีถึงความเดือดร้อนและพยายามแก้ปัญหาน้ำท่วมจังหวัดสุโขทัยมาโดยตลอด ไม่เคยทอดทิ้งปัญหา โดยล่าสุด ตนก็กำลังผลักดันโครงการยมฝั่งขวา ที่เพิ่งได้รับงบประมาณมา ซึ่งจะช่วยทำให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม สู่ทุ่งรับน้ำปากพระ

ฝากผลักดันจุดพักน้ำ

“เรื่องปัญหาน้ำท่วมสุโขทัย มีมาอย่างยาวนานและปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งแพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เป็นพื้นที่รับน้ำของลุ่มน้ำยมก่อนจะถึงภาคกลาง โดยส่วนตัวมองถึงระบบชลประทานในภาพรวม จุดพักน้ำ การเชื่อมโยงแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ซึ่งยังไม่เพียงพอ การศึกษาโครงการมีมากมาย แต่ต้องฝากถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งผลักดันโครงการอย่างจริงจัง รวมถึงการให้การช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรโดยเร่งด่วน นอกจากนั้นยังได้ให้ ส.ส.สุโขทัย ทั้ง 4 เขต ของพรรคเพื่อไทย ประสานงานกับผู้นำท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมเพิ่มประสิทธิภาพชลประทานโดยละเอียด ซึ่งต้องยอมรับว่าในการดำเนินงานนั้นมีขั้นตอนจำนวนมาก กว่าจะได้รับงบประมาณมา ผมจึงได้กำชับให้ศึกษาพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ผลักดันงบให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุด“ นายสมศักดิ์ กล่าว

สถานการณ์น้ำท่วม สุโขทัย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะการผลักดันโครงการยมฝั่งขวา เพื่อช่วยในการระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

โครงการยมฝั่งขวาช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม

โครงการยมฝั่งขวา ถือเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว โดยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำและลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่

การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ที่มา – “สมศักดิ์” กำชับ 2 สส.สุโขทัย ติดตามน้ำท่วมใกล้ชิด เผยกำลังเดินหน้าโครงการยมฝั่งขวา ช่วยระบายน้ำ

สมศักดิ์: การเมืองอย่าจริงจัง ยินดี อนุทิน นายกฯคนที่ 32

“สมศักดิ์” แสดงความยินดี “อนุทิน” เป็นนายกฯ คนที่ 32 ยืนยัน พรรคมีแนวทางจัดการ สส.งูเห่า เชื่อเพื่อไทย ไม่ขับ “เฉลิม” พ้นพรรคเหตุอยู่มานาน บอก การเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจังกันมากไม่ถึงล้มถึงตาย

เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 5 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวทางการทำงานของพรรคเพื่อไทยหลังมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า ตนยังไม่ทราบว่าในพรรคมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง เนื่องจากวันนี้ยังอยู่ที่สภา ซึ่งหลังจากนี้จะไปสอบถามว่าผู้บริหาร และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ทำอะไรไปแล้วบ้าง 

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการอย่างไรกับ สส.ที่โหวตสวนมติพรรค นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ พรรคก็มีบทลงโทษอยู่ แต่คนที่โหวตสวนมติพรรคก็ต้องทำจิตใจของเขาแล้วว่าเขารับสภาพอย่างไร หรือต้องเดินทางในทิศทางที่ต้องย้ายพรรค เพราะเขาเห็นว่ารัฐบาลใหม่มีเวลาแค่ 4 เดือน ไม่ต้องหลบมาก ไม่เครียดมาก เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็ไม่ว่ากัน มันเป็นทิศทางการเมืองและเป็นเอกสิทธิ์ด้วย

เมื่อถามว่า กรณีนายวัน อยู่บำรุง เรียกร้องให้ขับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ออกจากพรรคนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พรรคคงไม่ขับออก เพราะอยู่มาตั้งนานแล้วจะไปขับอะไร ก็อยู่กันไปเถอะ เผื่อวันหน้าวันหลังจะได้มาพูดคุยกัน คนทะเลาะกันส่วนใหญ่โกรธกันหลายปี กว่าจะมาคุยกัน ถ้าทะเลาะน้อยๆ หายโกรธก็คุยกัน เรื่องการเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจังกันมาก ไม่ถึงล้มถึงตาย มันเป็นทิศทางของการบริหารจัดการที่จะต้องเปลี่ยนแนวทาง เป็นสิ่งที่เราต้องเข้าใจว่ามีล้ม มีลุก มียืน มีนั่ง มีวิ่ง เป็นเรื่องของการเมือง และใช้เวลาไม่นานอีก 4 เดือนก็เตรียมการเลือกตั้งได้แล้ว 

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะเตรียมตัวเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้พรรคประชาชนเริ่มเตรียมแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวต้องเตรียมการเพราะต้องไปช่วยทุกแห่ง แต่ในส่วนของพรรคก็มีการเตรียมไว้อยู่แล้ว ซึ่งก็คงต้องทำกิจกรรมให้สำเร็จ นั่นคือการส่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ เราต้องยอมรับในระบบรัฐสภา ต้องขอแสดงความดีใจกับนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เมื่อสภายอมรับแล้วก็ต้องยอมรับ

การเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจัง

สมศักดิ์เตือน: การเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจังมากเกินไป

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำว่า การเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจังกันมากจนเกินไป เพราะท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ได้ถึงขั้นล้มถึงตาย และเป็นเพียงแค่ทิศทางของการบริหารจัดการที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มี สส. โหวตสวนมติพรรคว่า เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละบุคคล และพรรคก็มีบทลงโทษอยู่แล้ว แต่คนที่โหวตสวนมติพรรคก็ต้องยอมรับสภาพที่อาจจะต้องย้ายพรรคไป หากเห็นว่าทิศทางไม่ตรงกัน

ในส่วนของการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนตัวต้องเตรียมการเพราะต้องไปช่วยทุกแห่ง แต่ในส่วนของพรรคก็มีการเตรียมไว้อยู่แล้ว และสิ่งสำคัญที่สุดคือการสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นนายกรัฐมนตรี

ท่าทีของนายสมศักดิ์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในเกมการเมือง และการมองสถานการณ์อย่างเป็นกลาง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประนีประนอม และการยอมรับในความแตกต่าง เพื่อให้การเมืองดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

สถานการณ์ทางการเมืองไทยในขณะนี้มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในสถานการณ์ต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณสนใจที่จะติดตามข่าวสารทางการเมืองอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อช่วยกันพัฒนาการเมืองไทยให้ก้าวหน้าต่อไป

ที่มา – “สมศักดิ์” บอกการเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจัง ยินดี “อนุทิน” นั่งนายกฯ คนที่ 32

สมศักดิ์ ยัน! เลือกตั้งหน้าอยู่เพื่อไทย อย่ามองเป็นตัวชี้วัด

“สมศักดิ์” ย้ำชัดเจน! ขออย่าเอาตัวเองไปชี้วัดว่าอยู่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่อยู่ที่ผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น แจงเหตุที่ไม่ได้ไปร่วมประชุม ครม. สัปดาห์ก่อน เพราะติดภารกิจสำคัญ ยืนยันหนักแน่นว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” อย่างแน่นอน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อสังเกตที่หลายฝ่ายจับจ้องถึงการตัดสินใจทางการเมืองของนายสมศักดิ์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้วจะไปอยู่ในขั้วการเมืองใด นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนเองเข้าใจดีว่าทุกอย่างต้องพิจารณาจากการเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” มากกว่าที่จะตัดสินจากสถานการณ์ระหว่างทาง เพราะในวาระ 4 ปี ย่อมมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกัน

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ยังได้ชี้แจงถึงประเด็นการลาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า เป็นเพราะตนเองมีภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปิดงานตรวจสุขภาพให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัด (อสส.) ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นกำหนดการที่ได้วางไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าการลาประชุมครั้งนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องการเมือง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประวัติทางการเมืองของนายสมศักดิ์ที่ไม่เคยอยู่ฝ่ายค้าน นายสมศักดิ์ตอบว่า “มันเป็นจังหวะพอดี ไม่ได้คิดอะไรมาก การเมืองไทยมันมีอุบัติเหตุทางการเมืองอยู่เสมอ มียุบพรรคบ้างอะไรบ้าง แต่เรื่องการปรับย้ายพรรคมันเกิดจากสาเหตุอื่น ไม่ใช่สาเหตุที่ตนเองจะไปเลือกว่าตรงโน้นจะเป็นรัฐบาลหรือตรงนี้จะเป็นรัฐบาล มันไม่ใช่แบบนั้นหรอก แต่เป็นช่วงจังหวะพอดีที่มีเหตุการณ์ทางการเมือง เช่น ยุบพรรคหรือการตัดสิทธิ์ทางการเมือง”

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า “ดังนั้น อย่าไปคิดว่าตนไปไหนต้องเป็น เพราะตนไม่ได้คิดแบบนั้น ตนคิดแค่ว่าทำอย่างไร เช่นวันนี้หากฝนตกน้ำท่วม โดยเฉพาะลุ่มน้ำที่ไม่มีโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ถ้าน้ำท่วมภาคเหนือสุดท้ายก็จะท่วมกรุงเทพมหานครด้วย บางปีใช้งบประมาณแก้เรื่องนี้เป็นแสนล้านบาท ทำไมเราไม่คิดทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นระบบทางวิศวกรรมที่สามารถทำได้ เพียงแต่ว่าตนก็โชคไม่ดีทางการเมือง ถ้าเราไม่ได้ดูงานตรงนี้ มันก็จะไม่ได้แก้ปัญหาให้กับประเทศ”

ในส่วนของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ประเด็นที่ว่าพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทยใครจะได้เปรียบกว่ากัน นายสมศักดิ์กล่าวว่า “ตนไม่ได้คิดเรื่องนี้ เพราะมองดูแล้วถึงอย่างไรก็คงอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน อย่าไปคิดอะไรมากมาย ไม่ต้องไปคิดเสียเวลากับสิ่งต่างๆตรงนี้ เพียงแต่ในช่วงระยะเวลาที่เราดำรงตำแหน่งอยู่ เราจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์ และเป็นธรรมกับระบบการบริหารจัดการให้ดีที่สุด”

สมศักดิ์ ยันเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” ขออย่ามองเป็นตัวชี้ฝั่งรัฐบาล

ตอกย้ำ! สมศักดิ์ ยัน เลือกตั้งหน้าอยู่เพื่อไทย แน่นอน

สถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่นักการเมืองคนหนึ่งแสดงจุดยืนที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลนั้นคือ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” และขอให้มองการตัดสินใจครั้งนี้ของเขาในมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ตัวชี้วัดว่าพรรคใดจะเป็นรัฐบาล

การตัดสินใจของนายสมศักดิ์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เขามีต่อพรรคเพื่อไทย รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

การที่นายสมศักดิ์ออกมาแสดงจุดยืนเช่นนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังสมาชิกพรรคเพื่อไทยคนอื่นๆ ให้มีความมั่นใจและเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงในอนาคต

การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย การตัดสินใจของประชาชนแต่ละคนมีผลต่อทิศทางของประเทศ การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมและสามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ดีได้

ที่มา – “สมศักดิ์” ยันเลือกตั้งครั้งหน้า อยู่กับ “เพื่อไทย” ขออย่ามองเป็นตัวชี้ฝั่งรัฐบาล

“สมศักดิ์” แจงลา ครม. นัดพิเศษ เหตุมีงานก่อนแล้ว

“สมศักดิ์” เปิดงานตรวจสุขภาพ อสม. สุโขทัย หลังช่วยรณรงค์นับคาร์บ ขอบคุณที่ช่วยยกระดับระบบสุขภาพของประเทศ เผย“สมศักดิ์” แจงลา ครม. นัดพิเศษ เหตุงานกำหนดล่วงหน้าหลายสัปดาห์แล้ว

วันที่ 30 ส.ค. 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการมหกรรมรวมพลอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตรวจสุขภาพชุดสิทธิประโยชน์ใหม่ คนไทยห่างไกล NCDs จังหวัดสุโขทัย ที่วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สส. สุโขทัย พรรคเพื่อไทย นายมนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย และ อสม. เข้าร่วมงาน

นายสมศักดิ์ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า อสม. เป็น “หมอคนที่หนึ่ง” ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด เป็นกำลังสำคัญของระบบสุขภาพไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ตนมีความยินดีที่ได้ทราบว่า มีประชาชนได้รับถ่ายทอดความรู้เรื่องการนับคาร์บแล้ว กว่า 41 ล้านคน ทำให้มีคนหายป่วย ลดการใช้ยา ลดค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลได้เป็นอย่างมาก และด้วยพลังที่เข้มแข็งของพี่น้อง อสม. เชื่อมั่นว่า ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เราจะทำได้ไม่น้อยกว่า 50 ล้านคน ตามเป้าหมาย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พี่น้อง อสม. ในระยะสั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศเพิ่มรายการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับ อสม. อีก 4 รายการ ได้แก่ การเอกซเรย์ปอด ตรวจปัสสาวะทั่วไป ตรวจไขมันในเลือด และตรวจค่าไต มีมูลค่ากว่า 2 เท่าของสิทธิแบบเดิม ผู้ชายจากเดิมได้ค่าตรวจรวม 335 บาท จะปรับเพิ่มเป็น 855 บาท ผู้หญิงจากเดิมได้ค่าตรวจรวม 585 บาท จะปรับเพิ่มเป็น 1,105 บาท ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พี่น้อง อสม. มีสุขภาพที่ดีขึ้น สมกับความทุ่มเทในการทำงานอย่างหนักเพื่อประชาชนในระยะยาว กระทรวงสาธารณสุขได้ผลักดันให้มี พ.ร.บ. อสม. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่าง ๆ สร้างความมั่นคงในการปฏิบัติงาน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการ ก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

“ขอขอบคุณ อสม. และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยกันดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน และยกระดับระบบสุขภาพของประเทศ” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์เปิดเผยด้วยว่า วันนี้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ซึ่งตนลาประชุมแล้วเนื่องจากต้องมาเปิดงานวันนี้และพบปะพี่น้อง อสม. ซึ่งมีกำหนดการล่วงหน้าหลายสัปดาห์แล้ว จึงไม่อยากให้มีการตีความกันไปต่างๆ นานา

“สมศักดิ์” แจงลา ครม. นัดพิเศษ เหตุงานกำหนดล่วงหน้าหลายสัปดาห์แล้ว

เหตุผลที่ “สมศักดิ์” แจงลา ครม. นัดพิเศษ

จากกรณีที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้“สมศักดิ์” แจงลา ครม. นัดพิเศษ เนื่องจากติดภารกิจเปิดงานโครงการมหกรรมรวมพลอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตรวจสุขภาพชุดสิทธิประโยชน์ใหม่ คนไทยห่างไกล NCDs จังหวัดสุโขทัย ทำให้เกิดข้อสงสัยในหลายฝ่าย วันนี้จึงขอสรุปเหตุผลที่รัฐมนตรีสมศักดิ์ต้อง“สมศักดิ์” แจงลา ครม. นัดพิเศษ ดังนี้

  • ภารกิจสำคัญที่กำหนดไว้ล่วงหน้า: งานเปิดโครงการดังกล่าวได้ถูกกำหนดวันและเวลาไว้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ซึ่งมีความสำคัญต่อการสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ อสม. ที่เป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนในระดับชุมชน
  • ความสำคัญของ อสม. ต่อระบบสาธารณสุข: รัฐมนตรีสมศักดิ์ให้ความสำคัญกับบทบาทของ อสม. ในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชุมชน การเข้าร่วมงานนี้เป็นการแสดงความขอบคุณและให้กำลังใจแก่ อสม. ที่ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน
  • ไม่อยากให้เกิดการตีความผิด: เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและการนำไปตีความในประเด็นทางการเมืองต่าง ๆ นายสมศักดิ์จึงได้ชี้แจงเหตุผลของการลาประชุม ครม. อย่างชัดเจน

การตัดสินใจของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการให้ความสำคัญกับงานด้านสาธารณสุขและการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในระดับชุมชน การที่รัฐมนตรีให้ความสำคัญกับ อสม. แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในบทบาทและความสำคัญของพวกเขาในการดูแลสุขภาพของประชาชนในระดับฐานราก

ดังนั้น แม้จะมีการประชุม ครม. นัดพิเศษ แต่การที่รัฐมนตรีเลือกที่จะไปปฏิบัติภารกิจที่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า และมีความสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมและแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

การสนับสนุนและให้ความสำคัญกับ อสม. ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศ การที่ภาครัฐให้การสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทของ อสม. อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ประชาชนในระดับชุมชนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “สมศักดิ์” แจงลา ครม. นัดพิเศษ เหตุงานกำหนดล่วงหน้าหลายสัปดาห์แล้ว

ครม. นัดพิเศษ รมต.แจ้งลา 7 คน: เกิดอะไรขึ้น?

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. นัดพิเศษ รมต.แจ้งลา 7 คน ทำให้เกิดความสงสัยถึงสาเหตุของการลาพร้อมกันครั้งนี้ โดยรัฐมนตรีที่แจ้งลาประกอบด้วย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายอรรถกร ศิริลัทธยากร, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายสุชาติ ชมกลิ่น, นายสุชาติ ตันเจริญ และนายอัครา พรหมเผ่า โดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุม ครม. นัดพิเศษ รมต.แจ้งลา 7 คน เพื่อขอมติ ครม. ในเรื่องสำคัญหลายประการ ได้แก่ การแต่งตั้งรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี (รรท.) และการขอความเห็นชอบแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของ ครม. ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลง ซึ่งส่งผลให้ ครม. พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ การประชุมครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ครม. นัดพิเศษ รมต.แจ้งลา 7 คน

การที่รัฐมนตรีพร้อมใจกันลาประชุมถึง 7 คน ทำให้เกิดคำถามถึงเบื้องหลังของการตัดสินใจครั้งนี้ แม้ว่าจะมีการแจ้งเหตุผลว่าติดภารกิจ แต่หลายฝ่ายก็ตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลาประชุมครั้งนี้ด้วย เนื่องจากรัฐมนตรีที่แจ้งลามาจากหลากหลายพรรคการเมือง ทำให้สถานการณ์ยิ่งดูซับซ้อนมากยิ่งขึ้น การติดตามความคืบหน้าและผลการประชุม ครม. นัดพิเศษ รมต.แจ้งลา 7 คน จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

เหตุผลที่รัฐมนตรีลาประชุม ครม. นัดพิเศษ

  • นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ
  • นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข
  • นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์
  • นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์
  • นายสุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รัฐมนตรีทั้ง 7 ท่านได้แจ้งเหตุผลของการลาประชุมว่าเป็นเพราะติดภารกิจ แต่ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภารกิจดังกล่าว ทำให้เกิดการคาดเดาถึงสาเหตุที่แท้จริงของการลาประชุมในครั้งนี้

การลาประชุมของรัฐมนตรีจำนวนมากเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาและตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรีได้ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ครม. นัดพิเศษ รมต.แจ้งลา 7 คน และดำเนินการประชุมต่อไปเพื่อให้การดำเนินงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปของประเทศและการตัดสินใจของรัฐบาล การประชุม ครม. นัดพิเศษในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าจับตามอง และอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางทางการเมืองในอนาคต

การที่รัฐมนตรีหลายท่านลาประชุมโดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าภารกิจเหล่านั้นมีความสำคัญเร่งด่วนกว่าการเข้าร่วมประชุม ครม. ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการตัดสินใจเรื่องนโยบายและการบริหารประเทศจริงหรือไม่ การเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจของรัฐมนตรีแต่ละท่าน อาจช่วยคลายความสงสัยและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนได้

ที่มา – ครม. นัดพิเศษ รมต.แจ้งลา 7 คน เพื่อไทย 3 กล้าธรรม 3 รทสช. 1

Scroll to top