สมาคมธนาคารไทย

ปกรณ์ ลุยแก้กฎหมายลำดับรอง 7 พันกว่าฉบับ ลดอุปสรรคลงทุน

ในยุคที่เศรษฐกิจไทยต้องการแรงขับเคลื่อนใหม่ๆ การปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมายถือเป็นหัวใจสำคัญที่รัฐบาลให้ความสนใจ ล่าสุด รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ประกาศเดินหน้าภารกิจสำคัญในการ ปกรณ์ ลุยแก้กฎหมายลำดับรอง 7 พันกว่าฉบับ ลดอุปสรรคลงทุน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการประกอบธุรกิจและกระตุ้นการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง

ปกรณ์ ลุยแก้กฎหมายลำดับรอง 7 พันกว่าฉบับ ลดอุปสรรคลงทุน อย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องโฟกัสไปที่กฎหมายลำดับรอง แทนที่จะเป็น พ.ร.บ. หลัก? คำตอบคือจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ากฎหมายหลักมักไม่ได้เป็นอุปสรรคมากนัก แต่ปัญหาที่แท้จริงไปกองอยู่ที่กฎกระทรวงและระเบียบต่างๆ กว่า 7,600 ฉบับ ซึ่งมีความซับซ้อนและเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก การที่ ปกรณ์ ลุยแก้กฎหมายลำดับรอง 7 พันกว่าฉบับ ลดอุปสรรคลงทุน จึงถือเป็น Quick Win ที่เห็นผลเร็วและเป็นรูปธรรมที่สุด

ก้าวต่อไปของการปฏิรูปกฎหมายไทย

แนวทางการทำงานแบ่งออกเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน โดยการร่วมมือกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อคัดกรองกฎระเบียบที่เป็นปัญหาและไม่ทันสมัยออกไป การดำเนินงานนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนก่อนนำเสนอต่อที่ประชุม กรอ. และ ครม. ต่อไป โดยมีสำนักงาน ก.พ.ร. เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งความคืบหน้านี้จะช่วยให้นักลงทุนมั่นใจได้มากขึ้น

  • ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนในกฎกระทรวงต่างๆ
  • ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบให้ทันต่อสถานการณ์โลก
  • เพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย

การดำเนินการครั้งนี้นับเป็นสัญญาณที่ดีว่าภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่ผู้ประกอบการเผชิญ หากการแก้ไขกฎหมายกว่า 7,000 ฉบับนี้สำเร็จลงได้จริง จะเป็นการเปิดประตูโอกาสครั้งใหญ่ให้กับนักลงทุน ช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดไว้ การสนับสนุนความสะดวกในการทำธุรกิจจึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะถ้ากฎหมายไม่เป็นคอขวด อีกไม่นานเราคงได้เห็นเม็ดเงินลงทุนหมุนเวียนในประเทศมากขึ้นอย่างแน่นอน ทุกภาคส่วนจึงควรร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้การแก้ไขนี้เกิดขึ้นจริงและยั่งยืนครับ

ที่มา – “ปกรณ์” ลุยแก้กฎหมายลำดับรอง 7 พันกว่าฉบับ เป็นควิกวิน ลดอุปสรรคการลงทุน

เปิดรายชื่อ 34 เจ้าสัว CEO ร่วมดินเนอร์รัฐบาล

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวเศรษฐกิจที่น่าติดตามมากๆ เลยนะ เปิดรายชื่อ 34 เจ้าสัว – CEO เอกชนยักษ์ใหญ่ ร่วมวงดินเนอร์รัฐบาล ชงข้อเสนอพลิกโฉมเศรษฐกิจประเทศ งานนี้จัดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อเย็นวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะรัฐมนตรี เชิญเหล่าผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนกว่า 34 ท่าน มาร่วมวง “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” เพื่อหาแนวทางพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยกันแบบใกล้ชิด เหมือนดินเนอร์เพื่อนฝูงเลยครับ

เปิดรายชื่อ 34 เจ้าสัว – CEO เอกชนยักษ์ใหญ่ ร่วมวงดินเนอร์รัฐบาล ชงข้อเสนอพลิกโฉมเศรษฐกิจประเทศ

งานนี้ไม่ใช่แค่กินข้าวเย็นธรรมดา แต่เป็นเวทีสำคัญที่ภาคเอกชนจะได้ชงไอเดียเด็ดๆ ให้รัฐบาลฟัง เพื่อพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรมหลักๆ 10 กลุ่ม มาดูกันครับว่ารายชื่อเหล่าเซียนธุรกิจคนไหนบ้างที่มาร่วม

รายชื่อจาก 3 สถาบันหลัก กกร. และสภาท่องเที่ยว

  • นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
  • นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย
  • นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

กลุ่มนี้เป็นหัวใจของเศรษฐกิจเลยครับ หอการค้า สอ. สมาคมธนาคาร และท่องเที่ยว จะช่วยชี้ทิศทางใหญ่ๆ ให้รัฐบาล

กลุ่มสถาบันการเงิน

  • นายชาติศิริ โสภณพนิช (ส่งตัวแทน) ธนาคารกรุงเทพ
  • น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ธนาคารกสิกรไทย
  • นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารยักษ์ใหญ่ทั้งสามแห่งนี้ ถ้าชงเรื่องสินเชื่อหรือเศรษฐกิจดิจิทัล รัฐบาลต้องฟังแน่นอน

กลุ่มธุรกิจการเกษตรและอาหาร

  • นายธนินท์ เจียรวนนท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP)
  • นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ เบทาโกร
  • นายฐาปน สิริวัฒนภักดี (ส่งตัวแทน) ไทยเบฟ
  • นางวราภรณ์ โอสถานุพันธ์ สยามคูโบต้า

เกษตรและอาหารคือฐานเศรษฐกิจไทย การพัฒนาที่นี่จะช่วยเกษตรกรและส่งออกได้มาก

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ พลังงาน

สำหรับอิเล็กทรอนิกส์: นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ เดลต้า, นายนรเชษฐ์ แซ่ตั้ง ซีเกท

ยานยนต์: นายกลินท์ สารสิน โตโยต้า, นายอิสรภาพ อู่โชตนานันท์ ฮอนด้า, นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ เกรทวอลล์, และสยามคูโบต้าอีก

พลังงาน: นายสารัชถ์ รัตนาวะดี กัลฟ์, นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ปตท., นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช บางจาก

กลุ่มเหล่านี้คืออนาคต EV พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมไฮเทคที่ไทยต้องเร่ง

กลุ่มอื่นๆ ที่สำคัญ

  • โรงแรม: นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์, บริษัทดุสิตธานี
  • สุขภาพ: แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ BDMS
  • ก่อสร้าง: น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช, ปูนซิเมนต์ไทย, ช.การช่าง
  • อสังหาฯ: น.ส.จรีพร จารุกรสกุล WHA
  • SMEs: นายณพพงศ์ ธีระวร
  • ค้าปลีก: นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล เซ็นทรัล, น.ส.ศุภลักษณ์ อัมพุช เดอะมอลล์
  • สินค้าอุปโภค: นายเวทิต โชควัฒนา สหพัฒน์, น.ส.ดาลัดย์ ทรัพย์ทวีชัยกุล สหยูเนี่ยน, นายทศ จิราธิวัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัล, นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ดับเบิ้ลเอ

เห็นรายชื่อแล้วตื่นเต้นเลยครับ เปิดรายชื่อ 34 เจ้าสัว – CEO เอกชนยักษ์ใหญ่ ร่วมวงดินเนอร์รัฐบาล ชงข้อเสนอพลิกโฉมเศรษฐกิจประเทศ แบบนี้ แสดงว่ารัฐบาลจริงจังกับการฟังเสียงเอกชน เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังชะงักงัน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนต่างชาติ การลดภาษี หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การรวมหัวกันครั้งนี้ น่าจะนำไปสู่มาตรการเด็ดๆ ในอนาคต

ในมุมผมคิดว่ามันเป็นสัญญาณดีมากสำหรับนักลงทุนและประชาชน เพราะถ้าเจ้าสัวใหญ่ๆ อย่างคุณธนินท์ คุณสารัชถ์ หรือคุณทศ มาร่วม ชงไอเดียแล้วรัฐฟัง ไทยเราจะก้าวกระโดดได้แน่นอน คุณคิดยังไงบ้าง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ จะได้ติดตามพัฒนาการเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – เปิดรายชื่อ 34 เจ้าสัว – CEO เอกชนยักษ์ใหญ่ ร่วมวงดินเนอร์รัฐบาล ชงข้อเสนอพลิกโฉมเศรษฐกิจประเทศ

เช็กด่วน ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ก่อน Mobile Banking

คุณกำลังใช้ เช็กด่วน ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS หรือยังครับ? ถ้ายัง วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่คนใช้แอปธนาคารทุกคนต้องรู้! ใกล้เข้ามาแล้ววันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป ถ้าอุปกรณ์ของคุณใช้ระบบปฏิบัติการเก่าเกินไป จะเข้าใช้งาน Mobile Banking ของธนาคารไทยทุกแห่งไม่ได้เลยนะครับ สมาคมธนาคารไทยร่วมกับ TB-CERT ได้ยกระดับความปลอดภัย เพื่อป้องกันมัลแวร์ ฟิชชิง และการโจมตีไซเบอร์ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ทำไมถึงต้องทำแบบนี้? เพราะระบบปฏิบัติการรุ่นเก่ามีช่องโหว่เพียบ ไม่ได้รับอัปเดตแพตช์ความปลอดภัย ทำให้แฮกเกอร์เจาะข้อมูลบัญชี โอนเงินของคุณได้ง่ายๆ สถิติจากหน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ในไทยบอกว่าปีที่แล้วมีเคสหลอกลวงทางการเงินพุ่งสูงกว่า 20% โดยเฉพาะผ่านมือถือ ถ้าคุณไม่อยากตกเป็นเหยื่อ รีบเช็กเลยครับ!

เช็กด่วน ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ของคุณวันนี้

เกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดชัดเจนคือ iOS เวอร์ชัน 14 ขึ้นไป สำหรับ iPhone และ iPad และ Android เวอร์ชัน 10 ขึ้นไป ถ้าต่ำกว่านี้ แอป SCB, K PLUS, Krungthai NEXT, Bualuang mBanking หรือแอปธนาคารอื่นๆ จะบล็อกไม่ให้เข้าใช้งานทันที อุปกรณ์เก่าอย่าง iPhone 6s หรือต่ำกว่า Android 9 อย่าง Samsung Galaxy รุ่นเก่าๆ จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ามาตรการนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้มหาศาล ลูกค้าธนาคารหลายล้านคนต้องเตรียมตัว ถ้าอัปเดตได้ก็รีบอัปเดตเลย แต่บางเครื่องอัปไม่ได้เพราะฮาร์ดแวร์ไม่รองรับ ก็ต้องคิดถึงการเปลี่ยนเครื่องใหม่ที่รองรับระบบล่าสุด เพื่อความปลอดภัยระยะยาว

วิธีเช็กเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ Android ง่ายๆ 3 ขั้นตอน

  • เปิดแอป การตั้งค่า (Settings)
  • เลื่อนลงไปที่ เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About Phone)
  • ดูที่ ข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software Information) หรือ Android Version ถ้าเป็น 10 หรือสูงกว่า ปลอดภัยครับ!

ถ้าต่ำกว่า รีบไปตั้งค่า > ระบบ > อัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อดาวน์โหลดเวอร์ชันใหม่ทันที เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียรและชาร์จแบตเต็มๆ นะครับ

วิธีเช็กเวอร์ชัน iOS บน iPhone/iPad สุดแสนง่าย

  • เปิด การตั้งค่า (Settings)
  • แตะ ทั่วไป (General)
  • เลือก เกี่ยวกับ (About) แล้วดูเลขเวอร์ชัน iOS ถ้า 14+ ดีเลย!

อัปเดต iOS ทำได้ที่ ทั่วไป > อัปเดตซอฟต์แวร์ เช่นเดียวกัน อย่าลืมสำรองข้อมูล iCloud ก่อนนะ

ผลกระทบและคำแนะนำหากระบบปฏิบัติการเก่าเกินไป

ถ้าเช็กแล้วต่ำเกณฑ์ ธุรกรรมโอนเงิน จ่ายบิล โปรโมชันต่างๆ จะหยุดชะงักทันที สมาคมธนาคารไทยย้ำว่า “เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อความปลอดภัยของทุกคน” แนะนำให้ตรวจสอบล่วงหน้า อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนวันกำหนด

สำหรับคนงบจำกัด ลองเช็ครุ่นเครื่องเก่าที่อัปได้มั้ย หรือมองหาเครื่องมือสองราคาถูกที่รองรับ Android 13+ หรือ iOS 17+ อย่าง iPhone SE รุ่นใหม่ หรือ Samsung A series ล่าสุด นอกจากปลอดภัยแล้ว ยังเร็ว ลื่นกว่าเดิมอีก!

ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ความปลอดภัยต้องมาก่อน ถ้าปล่อยไว้ อาจเสียเงินฟรีจากแฮกเกอร์ นอกจากเช็ก OS แล้ว อย่าลืมตั้งรหัส PIN แข็งแรง เปิด biometric, ไม่คลิกลิงก์แปลกๆ และอัปเดตแอปธนาคารเสมอ

สรุปคือ เช็กด่วน ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS วันนี้เพื่อไม่ให้พลาดการทำธุรกรรม รีบเช็ก อัปเดต หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ซะตอนนี้ ชีวิตทางการเงินของคุณจะปลอดภัยยิ่งขึ้นแน่นอน! ถ้ามีคำถามคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ

ที่มา – เช็กด่วน ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ก่อนเข้าแอปฯ ธนาคาร Mobile Banking ไม่ได้

สมาคมธนาคารไทย ชง 4 นโยบายเร่งด่วน แก้เศรษฐกิจ

รมช.คลัง “วรภัค ธันยาวงษ์” เผย “นายกฯ อนุทิน-เอกนิติ” ถกสมาคมธนาคารไทย ฟังคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ เสนอนโยบาย 4 เร่งด่วน + 4 มาตรการเสริม ดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ แก้หนี้ครัวเรือน ใช้ PromptBiz และเครื่องมือช่วย SMEs

วันที่ 23 กันยายน 2568 นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เช้าวันที่ 22 กันยายน 2568 สมาคมธนาคารไทยเปิดบ้านต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะ ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 58 ปี เพื่อรับฟังข้อมูลปัญหาและคำแนะนำต่างๆ จากสมาคมธนาคารไทย ซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจอีกแห่งหนึ่ง นายกฯ อนุทินและรองนายกฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รู้จัก CEO ของธนาคารไทยแทบจะทุกท่าน บรรยากาศการพูดคุยเลยค่อนข้างผ่อนคลายเป็นกันเองและเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างมีอรรถรส

โดยมีสาระสำคัญ คือ เรื่อง Perfect Storm: ภาพเศรษฐกิจที่สมาคมธนาคารฉายภาพ ในสายตาของสมาคมฯ ไทยกำลังเจอปัญหาหลายด้านพุ่งชนกันพอดี โครงสร้างเดิมที่เปราะบาง เศรษฐกิจนอกระบบยังใหญ่โตถึง 48% ของ GDP เกินกว่าหลายประเทศในเอเชีย ทำให้การจัดเก็บภาษีไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ความเหลื่อมล้ำสูง และค่าเงินบาทถูกโยกด้วยธุรกรรมทอง–คริปโต หนี้ครัวเรือนก็สูงลิ่วกว่า 100% ต่อ GDP รวมทั้งในและนอกระบบ

ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง ไทยเสมือน “เครื่องยนต์ติดขัด” คาด GDP โตเฉลี่ยแค่ 2.1% ใน 5 ปีข้างหน้า ต่ำสุดในอาเซียน ขณะที่ FDI ไหลเข้าน้อย เงินทุนไทยกลับไหลออกไปลงทุนต่างประเทศแทน

ภาครัฐที่ท้าทายไม่แพ้กัน กฎหมายและกฎระเบียบมากกว่า แสนฉบับ กำลังกลายเป็นภาระ ธุรกิจต้องแบกต้นทุนแฝงสูง ข้อมูลหน่วยงานรัฐไม่เชื่อมกันจนถึงขั้น “หาสาเหตุค่าเงินบาทแข็งค่าไม่ได้” ขณะที่หนี้สาธารณะพุ่งขึ้นต่อเนื่อง

Reinvent Thailand: ข้อเสนอใหญ่จากสมาคมธนาคาร สมาคมไม่ได้มาเพียงบ่น แต่แพลตฟอร์ม “Reinvent Thailand” เป็นเวทีร่วมมือระหว่างรัฐ–เอกชน–การเงิน แนวคิดคือ “ไม่ใช่คุยแล้วจบ” แต่ต้องมี ข้อมูลนำทาง (Data-driven), เจ้าภาพชัดเจน, KPI วัดผล, และแรงจูงใจที่ถูกต้อง

ส่วน 3 แนวทางหลักที่สมาคมธนาคารไทยแนะนำ ในด้านภาคประชาชน จัดตั้ง JV-AMC ระหว่างธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อซื้อหนี้เสียรายย่อยมาบริหารใหม่ กำหนดให้ผู้ให้กู้ทุกรายต้องรายงานข้อมูลเครดิต เข้า NCB แล้วสร้าง National Credit Score เพื่อให้ทุกคนถูกประเมินความเสี่ยงด้วยมาตรฐานเดียว

ขณะที่ ภาคธุรกิจ ต้องผลักดันโครงการ “Greenly Made by Thais” (GMBT) เพื่อให้สินค้าส่งออกไทยมีแต้มต่อด้าน ESG และการใช้วัตถุดิบในประเทศ รวมถึงมาตรการ “พี่ช่วยน้อง” ให้บริษัทใหญ่ช่วย SMEs ในห่วงโซ่อุปทาน และใช้เครื่องมือใหม่ เช่น Digital Lending Platform และ PromptBiz เพื่อลดต้นทุนธุรกิจ

ส่วนภาครัฐ ใช้งบจัดซื้อจัดจ้างปีละ 1.7 ล้านล้านบาท เป็นคันโยกหนุน SMEs และสินค้ากลุ่ม GMBT รวมถึงปรับโครงสร้างกฎระเบียบ ลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งด่วน 4+4

ทางสมาคมฯ ได้สรุปเป็น 4 ประเด็นหลัก + 4 มาตรการเสริม

1. ดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ

2. แก้หนี้ครัวเรือนด้วย AMC และ National Credit Score

3. เพิ่มรายได้ครัวเรือน ผ่านการอัพสกิลและค่าตอบแทน

4. กระตุ้นการลงทุนในประเทศ ดึง FDI และหนุน local content

+4 เสริม: ใช้ PromptBiz, ปรับ บสย., เครื่องมือช่วย SMEs

ข้อเสนอของสมาคมธนาคารไทยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงรายงานเชิงเทคนิค แต่คือ สัญญาณเตือนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังถูกล้อมด้วยความเสี่ยงรอบด้าน หากรัฐบาลกล้าลงมือจริงตามแนวทางเหล่านี้ ประเทศไทยยังมีโอกาสสร้างรอบใหม่ของการเติบโตและก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางได้

ซึ่งข้อแนะนำบางอย่างท่านนายกฯ ก็มีแนวทางสั่งการให้ท่านรองนายกฯ เศรษฐกิจ ได้เตรียมนโยบายไว้อยู่แล้ว อาทิเช่น การแก้หนี้ภาคครัวเรือน การเสริมสภาพคล่องธุรกิจเอสเอ็มอี การกระตุ้นเศรษฐกิจแบบทำสั้นแต่ได้ยาว การอำนวยความสะดวกและดึงดูดการลงทุนระยะยาว ในอุตสาหกรรมเป้าหมายจากต่างประเทศ เป็นต้น

สมาคมธนาคารไทย ชง 4 นโยบายเร่งด่วน แก้เศรษฐกิจ

สมาคมธนาคารไทยได้เสนอ 4 นโยบายเร่งด่วนและ 4 มาตรการเสริมเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเน้นไปที่การดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน การเพิ่มรายได้ครัวเรือน และการกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ

รายละเอียดข้อเสนอของสมาคมธนาคารไทย เพื่อแก้เศรษฐกิจ

ข้อเสนอเหล่านี้เป็นผลมาจากการหารือระหว่างสมาคมธนาคารไทยกับรัฐบาล โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นส่วนสำคัญ เนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคและการลงทุน

การผลักดันให้เศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบจะช่วยเพิ่มรายได้ของรัฐบาลและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สมาคมธนาคารไทยยังเสนอให้มีการใช้เครื่องมือทางการเงินดิจิทัล เช่น PromptBiz เพื่อลดต้นทุนในการทำธุรกิจสำหรับ SMEs

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในประเทศและการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) เพื่อสร้างงานและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การปรับปรุงกฎระเบียบและลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนยังเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยรวมแล้ว ข้อเสนอของสมาคมธนาคารไทย ชง 4 นโยบายเร่งด่วน แก้เศรษฐกิจเป็นแนวทางที่ครอบคลุมและมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การนำข้อเสนอเหล่านี้ไปปฏิบัติจริงจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายทางเศรษฐกิจและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนได้

การที่สมาคมธนาคารไทยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน การนำข้อเสนอเหล่านี้ไปปฏิบัติจริงต้องอาศัยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และสมาคมธนาคารไทย ชง 4 นโยบายเร่งด่วน แก้เศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สมาคมธนาคารไทย ชง 4 นโยบายเร่งด่วน แก้เศรษฐกิจ เป็นสัญญาณที่ดีในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

ที่มา – “วรภัค” เผย สมาคมธนาคารไทย ชง 4 นโยบายเร่งด่วน +4 มาตรการเสริมแก้เศรษฐกิจไทย

อนุทินเร่งแก้เศรษฐกิจหลังคุยสมาคมธนาคารไทย

“อนุทิน” เผยหลังหารือร่วมสมาคมธนาคารไทย พร้อมเร่งเครื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนและส่งเสริมศักยภาพ SMEs เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

“อนุทิน” เผยหลังหารือร่วมสมาคมธนาคารไทย พร้อมเร่งเครื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทยว่า ได้นำทีมเศรษฐกิจมาหารือกับสมาคมฯ เพื่อขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาหนี้สินของประชาชนและ SMEs

“วันนี้ได้มาหารือกับสมาคมธนาคารไทยในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องความห่วงใย การขอรับการสนับสนุนจากสมาคม ในการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน เอสเอ็มอี การผ่อนปรนภาระดอกเบี้ย และการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการให้แข่งขันในตลาดโลกได้” นายอนุทินกล่าว

รัฐบาลพร้อมที่จะเร่งดำเนินการเพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยในด้านต่างๆ เช่น ภาคท่องเที่ยว เมดิคัล เวลล์เนส ภาคเกษตร อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมไฮเทค เพื่อขยายขนาดทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงกรณีค่าเงินบาทแข็งค่าและเงินทุนไหลเข้าจำนวนมากว่า สมาคมฯ ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว และกำลังเร่งดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อตรวจสอบที่มาของเงินทุน โดยร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและ ปปง.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้จัดตั้งทีมงานขึ้นมาดูแลเรื่องค่าเงิน โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

ประเด็นสำคัญจากการหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย

  • รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาหนี้สินครัวเรือนและ SMEs
  • สมาคมธนาคารไทยพร้อมให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา
  • มีการหารือเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าและเงินทุนไหลเข้า
  • รัฐบาลเร่งเครื่องเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้ฝากโจทย์ใหญ่เรื่องหนี้ครัวเรือน ซึ่งต้องแก้ไขทั้งระบบ ภาคธนาคารพร้อมร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินมาตรการ “บิ๊กควิกวิน” ภายในระยะเวลา 4 เดือน

สมาคมธนาคารไทยไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทำอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากนายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจมีความเข้าใจในเรื่องการเงินการธนาคารเป็นอย่างดี

นายผยง กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเดินทางมาหารือกับสมาคมธนาคารไทยด้วยตนเอง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 58 ปีของสมาคมฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

สำหรับมาตรการในการเพิ่มสภาพคล่อง ข้อมูลเป็นจุดสำคัญที่ระบบยังขาด เนื่องจาก SMEs จำนวนมากยังอยู่นอกระบบ ทำให้ไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีเข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี

โดยสรุปแล้ว การหารือร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรีและสมาคมธนาคารไทยในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนและ SMEs ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย การเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศในระยะยาว การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงข้อมูลและการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการที่ “อนุทิน” เผยหลังหารือร่วมสมาคมธนาคารไทย พร้อมเร่งเครื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ถือเป็นข่าวดีเเละมีความหวังของประชาชน

ที่มา – “อนุทิน” เผยหลังหารือร่วมสมาคมธนาคารไทย พร้อมเร่งเครื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

Scroll to top