สมาร์ทโฟน

กกต. แจงติดป้ายหาเสียงผิด ถูกรื้อถอน!

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งแก้ไขระบบลงทะเบียนล่วงหน้า หลังพบปัญหาสมาร์ทโฟนบางรุ่นไม่รองรับ อนุญาตใช้รถแห่ แต่ห้ามจัดมหรสพ–การรื่นเริง แจ้งชัด กกต. แจงติดป้ายหาเสียงผิด ถูกรื้อถอน! มีสิทธิถูกรื้อถอนพร้อมเรียกค่าใช้จ่าย

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการ กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยการเตรียมความพร้อมเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กรุงเทพ ว่า กกต.ได้ประชาสัมพันธ์การรับสมัครรับเลือกตั้ง ไปยังพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่ประสงค์ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ได้ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น และปัจจุบันสอบถามเป็นระยะๆ

นอกจากนี้ได้ตรวจสอบในส่วนของการเป็นสมาชิกพรรค และการเสียสิทธิของผู้สมัคร โดยบางรายนำเอกสารหลักฐานมาให้ตรวจสอบแล้ว สำหรับเรื่องการใช้รถแห่ประชาสัมพันธ์สามารถทำได้ แต่ต้องไม่จัดมหรสพหรือการรื่นเริง ซึ่งได้กำชับในเบื้องต้นแล้ว ส่วนเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียง ทาง กกต.กทม. จะแจ้งให้ผู้สมัครทราบในวันรับสมัคร ซึ่งหากผู้สมัครติดตั้งผิดสถานที่ ทางสำนักงาน กกต.จังหวัด หรือ กรุงเทพมหานคร จะแจ้งให้ผู้สมัครแก้ไขให้ถูกต้อง หากไม่แก้ไข ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการรื้อถอน และนำไปคิดค่าใช้จ่ายกับผู้สมัคร ซึ่งขณะนี้ได้ประสานให้ผู้ที่จะลงสมัครได้ดำเนินการให้ถูกต้อง

ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า ปัญหาการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ที่มีประชาชนร้องเรียนว่า ไม่สามารถลงทะเบียนได้นั้น ทราบว่า สาเหตุมาจากสมาร์ทโฟนบางรุ่นยังไม่รองรับ ทางสำนักงานกำลังแก้ไขอยู่ เนื่องจากเลขาฯ กกต.ได้กำกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนตั้งแต่เมื่อคืน เพราะกระทบต่อประชาชน คาดว่า น่าจะเสร็จภายในวันนี้(22ธ.ค.)

กกต. แจงติดป้ายหาเสียงผิด ถูกรื้อถอน!

ข้อควรรู้! กกต. แจงติดป้ายหาเสียงผิด ถูกรื้อถอน! ทำอย่างไร?

สำหรับผู้สมัคร สส. ที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ การทำความเข้าใจข้อกำหนดและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการติดตั้งป้ายหาเสียง ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่ผู้สมัครใช้ในการประชาสัมพันธ์ตนเองและนโยบายของพรรค

สิ่งที่ผู้สมัครต้องรู้เกี่ยวกับการติดตั้งป้ายหาเสียง:

  • สถานที่ที่อนุญาต: กกต. จะกำหนดพื้นที่ที่อนุญาตให้ติดตั้งป้ายหาเสียงได้อย่างชัดเจน ผู้สมัครควรตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้อย่างละเอียดก่อนทำการติดตั้ง
  • ขนาดและรูปแบบของป้าย: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับขนาดและรูปแบบของป้ายหาเสียงที่อนุญาต ผู้สมัครควรปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้อย่างเคร่งครัด
  • ระยะเวลาในการติดตั้ง: กกต. จะกำหนดช่วงเวลาที่อนุญาตให้ติดตั้งป้ายหาเสียงได้ ผู้สมัครต้องติดตั้งและรื้อถอนป้ายภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • การรื้อถอนป้ายที่ผิดกฎหมาย: หากผู้สมัครติดตั้งป้ายในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืนข้อกำหนดอื่นๆ กกต. มีอำนาจในการรื้อถอนป้ายและเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจากผู้สมัคร

การหลีกเลี่ยงปัญหา กกต. แจงติดป้ายหาเสียงผิด ถูกรื้อถอน! ทำได้โดยการตรวจสอบข้อมูลและข้อกำหนดต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนทำการติดตั้งป้ายหาเสียง หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจ ควรสอบถามจากสำนักงาน กกต. ในพื้นที่ของตนเองเพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • วางแผนการติดตั้งป้ายหาเสียงอย่างรอบคอบ เลือกสถานที่ที่เหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนด
  • ตรวจสอบป้ายหาเสียงอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพดีและไม่กีดขวางทางสัญจร
  • ให้ความร่วมมือกับ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาหรือข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น

การปฏิบัติตามข้อกำหนดและระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการหาเสียงอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ผู้สมัครสามารถหาเสียงได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม รวมถึงหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการฝ่าฝืนกฎหมาย

ดังนั้น ผู้สมัครทุกคนควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนดำเนินการใดๆ เพื่อให้การหาเสียงเป็นไปอย่างราบรื่นเเละมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “กกต.” แจงยิบข้อปฏิบัติผู้สมัคร สส. ติดป้ายหาเสียงผิด มีสิทธิถูกรื้อถอนพร้อมเรียกค่าใช้จ่าย

ญี่ปุ่นเสนอ จำกัดการใช้สมาร์ทโฟนไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง

เมืองโทโยอาเกะในญี่ปุ่นเสนอ จำกัดการใช้สมาร์ทโฟนไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง สำหรับประชาชนกว่า 69,000 คน นับเป็นประเด็นที่กำลังถูกถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ข้อเสนอนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาเมือง หลังจากที่รัฐบาลท้องถิ่นของเมืองโทโยอาเกะ จังหวัดไอจิ ได้ยื่นข้อเสนอไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายมาซาฟุมิ โคกิ นายกเทศมนตรีเมืองโทโยอาเกะ กล่าวว่า ข้อกำหนดนี้ ซึ่งจะบังคับใช้เฉพาะในช่วงนอกเวลาทำงานและเวลาเรียน จะไม่มีการบังคับใช้จริงจัง หรือมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเพียง “แนวทาง” ที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการเวลาการใช้งานหน้าจอของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ข้อจำกัด 2 ชั่วโมงเป็นเพียงแนวทางเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงเวลาที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” นายโคกิกล่าวในการแถลงการณ์ “นี่ไม่ได้หมายความว่าเมืองจะจำกัดสิทธิ หรือสร้างภาระหน้าที่ให้กับประชาชน แต่ผมหวังว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นโอกาสให้แต่ละครอบครัวได้มีเวลาคิดและพูดคุยกันถึงการใช้สมาร์ทโฟน รวมถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้งานในแต่ละวัน”

นายโคกิยังกล่าวเสริมว่า การใช้งานสมาร์ทโฟนในกิจกรรมที่ไม่ใช่เพื่อความบันเทิง เช่น การดูวิดีโอขณะทำอาหาร หรือออกกำลังกาย การเรียนออนไลน์ และการฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันอีสปอร์ต จะไม่ถูกนับรวมในเวลา 2 ชั่วโมงนี้

นายโคกิ ยอมรับว่าสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ และขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน แต่ก็ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น นักเรียนบางคนถึงขั้นไม่ยอมไปโรงเรียนหากไม่ได้พกสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ ผู้ใหญ่ก็ยอมเสียสละเวลานอนหลับ หรือเวลาที่ใช้กับครอบครัว เพื่อที่จะใช้เวลาอยู่กับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

จากข้อมูลของสำนักข่าว Mainichi ของญี่ปุ่น ระบุว่ามีประชาชนกว่า 120 คนที่โทรศัพท์และส่งอีเมลมายังหน่วยงานท้องถิ่นในช่วงที่มีการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งส่วนใหญ่ (80%) ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ ขณะที่บางส่วนก็แสดงการสนับสนุน

ข้อเสนอนี้ยังระบุด้วยว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาควรเลิกใช้อุปกรณ์ในเวลา 21:00 น. ในขณะที่นักเรียนที่โตกว่า และผู้ใหญ่ควรเลิกใช้ในเวลา 22:00 น.

ตามรายงานของเจแปน ไทมส์ ประชาชนจำนวนมากแสดงความไม่พอใจบนโซเชียลมีเดีย โดยผู้ใช้รายหนึ่งกล่าวว่า ในเวลา 2 ชั่วโมงนั้น “แม้แต่จะอ่านหนังสือ หรือดูหนังยังไม่พอ”

เมืองโทโยอาเกะในญี่ปุ่น เสนอจำกัดการใช้สมาร์ทโฟนไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง

ทำไมเมืองโทโยอาเกะถึงเสนอ จำกัดการใช้สมาร์ทโฟนไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง

เหตุผลหลักที่เมืองโทโยอาเกะตัดสินใจเสนอจำกัดการใช้สมาร์ทโฟนไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง มาจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่เพิ่มขึ้นของการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและเยาวชน

  • ปัญหาการติดสมาร์ทโฟน: การใช้งานสมาร์ทโฟนมากเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาการติดสมาร์ทโฟน ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต สมาธิ และการนอนหลับ
  • การละเลยกิจกรรมอื่น ๆ: การใช้เวลาไปกับสมาร์ทโฟนมากเกินไป อาจทำให้ละเลยกิจกรรมที่สำคัญอื่น ๆ เช่น การออกกำลังกาย การทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว และการเรียนรู้
  • ผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน: เด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่เปราะบางต่อผลกระทบของการใช้งานสมาร์ทโฟนมากเกินไป การจำกัดเวลาการใช้งานสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่ดี และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่าข้อเสนอนี้จะไม่ได้รับการบังคับใช้ แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความตระหนัก และกระตุ้นให้ประชาชนพิจารณาถึงพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนของตนเอง และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม

ข้อเสนอของเมืองโทโยอาเกะที่ต้องการจำกัดการใช้สมาร์ทโฟนไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจในการแก้ไขปัญหาการติดสมาร์ทโฟน และส่งเสริมการใช้ชีวิตที่สมดุล การตระหนักถึงเวลาที่เราใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการจัดสรรเวลาให้กับกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีความหมาย เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ที่มา – เมืองโทโยอาเกะในญี่ปุ่น เสนอจำกัดการใช้สมาร์ทโฟนไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง

ญี่ปุ่นแนะ! จำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมง

จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ออกข้อแนะนำให้ประชาชนทุกเพศทุกวัย จำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมงต่อวัน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานมากเกินไป

ญี่ปุ่นเสนอจำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมง หวังแก้ปัญหาสุขภาพกาย-ใจ

เมืองโตโยอาเกะ ในจังหวัดไอจิ ได้เสนอร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นที่แนะนำให้ประชาชนทุกคน จำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมงต่อวัน นอกเหนือจากเวลาทำงานและเวลาเรียน การจำกัดเวลานี้มุ่งเน้นไปที่การป้องกันปัญหาสุขภาพกายและใจ เช่น อาการนอนไม่หลับ ความเครียด และผลกระทบอื่นๆ ที่เกิดจากการติดสมาร์ทโฟน

นายกเทศมนตรีเมืองโตโยอาเกะ มาซาฟูมิ โคกิ ได้เน้นย้ำว่า ร่างข้อบัญญัตินี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายที่ต้องมีบทลงโทษ แต่เป็นเพียงแนวทางเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมยังรวมถึงการกำหนดเวลาที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชนในการหยุดใช้สมาร์ทโฟน โดยแนะนำว่าเด็กประถมศึกษาควรหยุดใช้หลังเวลา 21.00 น. และเด็กมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไปควรเลิกใช้หลังเวลา 22.00 น.

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการเผยแพร่ร่างข้อบัญญัติ ได้มีประชาชนชาวญี่ปุ่นจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็นคัดค้าน โดยหลายคนมองว่าการจำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมงต่อวันนั้นไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่เห็นว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับการจำกัดเวลาการใช้สมาร์ทโฟนควรเป็นเรื่องภายในครอบครัวมากกว่าการที่รัฐบาลจะออกกฎข้อบังคับ

ทำไมต้องจำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นายกเทศมนตรีโคกิต้องออกมาเน้นย้ำอีกครั้งว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อบังคับใช้ทางกฎหมาย แต่เป็นเพียงคำแนะนำเชิงสร้างสรรค์ เขายังยอมรับว่าสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในปัจจุบัน แต่การใช้งานอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้

ร่างข้อบัญญัตินี้จะถูกนำเสนอต่อสภาเทศบาลเพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้า หากได้รับความเห็นชอบ ก็จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคมนี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นพยายามที่จะควบคุมเวลาการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล ก่อนหน้านี้ ในปี 2020 จังหวัดคางาวะได้ออกข้อบัญญัติที่แนะนำให้เด็กเล่นเกมได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงในวันเรียน และไม่เกิน 90 นาทีในช่วงปิดเทอม พร้อมทั้งแนะนำให้เด็กอายุ 12-15 ปีหยุดใช้สมาร์ทโฟนหลัง 21.00 น. และเด็กอายุ 15-18 ปีเลิกใช้หลัง 22.00 น.

จากการสำรวจของ Children and Families Agency ซึ่งเผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2025 พบว่าเยาวชนญี่ปุ่นใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยมากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวันในวันเรียน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตแนะนำ

เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การจำกัดเวลาอาจจะไม่ใช่ทางออกเดียว แต่การตระหนักถึงผลกระทบและสร้างสมดุลในการใช้งาน คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกคน

ที่มา – ญี่ปุ่นเสนอจำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟน 2 ชั่วโมงต่อวัน หวังแก้ปัญหาสุขภาพกาย-ใจ

Scroll to top