สวนลุมพินี

ผกก.บางซื่อ จัดกำลัง 50 นายดูแลความปลอดภัย นัดชิงฟุตบอลโลก 2026

ผกก.บางซื่อ จัดกำลัง 50 นายดูแลความปลอดภัย นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่สวนรถไฟ

คอบอลชาวไทยเตรียมเฮกันให้สุดเสียง! คืนนี้ถือเป็นคืนประวัติศาสตร์ที่แฟนลูกหนังทั่วโลกตั้งตารอ กับการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างทีมชาติสเปน พบกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่งไฮไลท์สำคัญที่ชาวกรุงเทพฯ ไม่ควรพลาดคือการเปิดพื้นที่ให้รับชมผ่านจอยักษ์แบบฟรีๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลที่สวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ และสวนลุมพินี

เพื่อให้ค่ำคืนแห่งความสุขนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น ล่าสุด ผกก.บางซื่อ จัดกำลัง 50 นายดูแลความปลอดภัย นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่สวนรถไฟ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแฟนบอลทุกคนจะได้รับความปลอดภัยสูงสุดตลอดการเชียร์สดในเวลา 02.00 น. ของคืนวันที่ 20 ก.ค. 69 โดยมีการวางมาตรการที่เข้มงวดตั้งแต่ประตูทางเข้า เพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท

รายละเอียดการเข้าชมและมาตรการรักษาความปลอดภัย

สำหรับใครที่วางแผนจะไปร่วมเชียร์ติดขอบจอยักษ์ที่สวนรถไฟ หรือสวนลุมพินี นี่คือข้อมูลสำคัญที่คุณต้องทราบ:

  • สวนรถไฟ: เปิดให้เข้าทางประตู 3 ตั้งแต่เวลา 23.30 น. เป็นต้นไป มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นายคอยดูแลความเรียบร้อยและจัดการจราจร
  • สวนลุมพินี: ประตูเปิดให้แฟนบอลเข้าพื้นที่ตั้งแต่เวลา 23.00 น. โดยมีกองกำลังจาก สน.ลุมพินี ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
  • มาตรการตรวจค้น: ผู้จัดงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจค้นสิ่งของผิดกฎหมายก่อนเข้าพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่ JAS ผู้ถือลิขสิทธิ์และกรุงเทพมหานครตั้งใจมอบให้เป็นของขวัญแก่ชาวไทย การได้มารวมตัวกันส่งเสียงเชียร์ท่ามกลางบรรยากาศสวนสาธารณะจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกับการดูอยู่ที่บ้านอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ในส่วนของ ผกก.บางซื่อ จัดกำลัง 50 นายดูแลความปลอดภัย นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่สวนรถไฟ ยังเน้นย้ำเรื่องการบริหารจัดการจราจรเพื่อให้แฟนบอลที่เดินทางด้วยรถส่วนตัวสามารถหาที่จอดและสัญจรได้อย่างสะดวกอีกด้วย สำหรับแฟนบอลที่วางแผนจะมาชม ผกก.บางซื่อ จัดกำลัง 50 นายดูแลความปลอดภัย นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่สวนรถไฟ ขอแนะนำให้มาถึงก่อนเวลา เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาสำคัญในช่วงคิกออฟ

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเชียร์สเปนหรืออาร์เจนตินา สิ่งสำคัญคือการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยความเป็นมิตรและมีน้ำใจนักกีฬา ขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัยและสนุกกับแมตช์หยุดโลกในคืนนี้ครับ!

ที่มา – ผกก.บางซื่อ จัดกำลัง 50 นายดูแลความปลอดภัย นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่สวนรถไฟ

“ชัชชาติ” ย้ำ “ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ” ปลุกคนกรุงเลือกตั้ง

ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อ “ชัชชาติ” ย้ำ “ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ” ปลุกคนกรุงออกมาเลือกตั้ง เพื่อแสดงพลังเสียงของประชาชนให้ดังที่สุด เพราะทุกคะแนนคืออำนาจต่อรองในการพัฒนาเมืองหลวงของเราให้ดียิ่งขึ้น

“ชัชชาติ” ย้ำ “ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ” ปลุกคนกรุงออกมาเลือกตั้ง

เหตุการณ์ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ลงพื้นที่ทัวร์ทั่วกรุงเพื่อพบปะพี่น้องประชาชน โดยย้ำชัดว่าอย่าประมาทกับคำว่านอนมา เพราะหากประชาชนไม่ออกไปใช้สิทธิ ผลลัพธ์อาจไม่เป็นอย่างที่หลายคนคาดหวัง การออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุดคือทางเดียวที่จะการันตีว่านโยบายที่เราต้องการจะถูกผลักดันต่อ

ผลงานจาก Traffy Fondue ที่พิสูจน์การทำงานจริง

ไม่เพียงแต่ปลุกกระแสการเมือง “ชัชชาติ” ย้ำ “ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ” ปลุกคนกรุงออกมาเลือกตั้ง ยังชูผลงานเด่นอย่างแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ที่กลายเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาเมืองตลอด 4 ปีที่ผ่านมา:

  • จัดการปัญหาที่ประชาชนแจ้งเข้ามาแล้วกว่า 1 ล้านเรื่อง
  • ลดเวลาการแก้ปัญหาจากเดิมเฉลี่ย 2 เดือน เหลือเพียง 1.9 วันต่อเรื่อง
  • ใช้ Data และ AI วิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาเชิงรุกในอนาคต

ระบบ Traffy Fondue ไม่ได้เป็นเพียงแอปแจ้งซ่อม แต่เป็นตัวอย่างของการปฏิรูประบบราชการที่หันหน้าเข้าหาประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้การแก้ไขปัญหาทำได้รวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น

ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ อยากเชิญชวนให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิให้ถล่มทลาย ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก อย่าลืมเตรียมร่มและไปทำหน้าที่ของคนเมืองให้เต็มที่ พร้อมทั้งหยิบบัตรสีเขียวสำหรับผู้ว่าฯ และบัตรสีชมพูสำหรับ สก. ไปกาให้ถูกใบ ใครที่ยังลังเลอยู่ นี่คือโอกาสที่คุณจะได้กำหนดทิศทางกรุงเทพฯ ด้วยมือของคุณเองครับ

ที่มา – “ชัชชาติ” ย้ำ “ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ” ปลุกคนกรุงออกมาเลือกตั้ง

อนุชา นำทีม ปชป. หาเสียงสวนลุมพินี เพิ่มปอดให้ กทม.

อนุชา นำทีม ปชป. หาเสียงสวนลุมพินี เพิ่มปอดให้ กทม.

บรรยากาศยามเช้าที่สวนลุมพินีเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ นายอนุชา บูรพชัยศรี หรือคุณเจมส์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ ควงคู่มากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และทีมงานพรรค ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน โดยการลงพื้นที่ของ อนุชา นำทีม ปชป. หาเสียงสวนลุมพินี เพิ่มปอดให้ กทม. ในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพที่มาออกกำลังกายและรวมตัวกันที่ชมรมไทเก็ก

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทักทายพี่น้องประชาชน แต่ยังเป็นการนำเสนอนโยบายที่จับต้องได้จริง เพื่อพลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น โดยนายอนุชาได้ชูวิสัยทัศน์ใน 3 ประเด็นหลักที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเมืองหลวงให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

นโยบายเน้นพื้นที่สีเขียวและการจัดการเมือง

ไฮไลท์สำคัญที่ อนุชา นำทีม ปชป. หาเสียงสวนลุมพินี เพิ่มปอดให้ กทม. คือการมุ่งเน้นการสร้างสวนหย่อมขนาดเล็กให้กระจายตัวอยู่ทุกมุมเมือง เพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจโดยที่ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกล พร้อมทั้งนำระบบน้ำพุและน้ำตกจำลองกลับมาประดับเมือง เพื่อสร้างบรรยากาศที่สดชื่นและคืนความสวยงามให้กับกรุงเทพฯ อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการปรับปรุงศูนย์อาหารและตลาดชุมชนให้มีความทันสมัย ติดตั้งระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทั้งพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้าทุกคน

  • เพิ่มสวนหย่อมขนาดเล็กตามจัตุรัสและมุมเมือง
  • ฟื้นฟูภูมิทัศน์เมืองด้วยน้ำพุสวยงาม
  • ยกระดับมาตรฐานความสะอาดและการระบายอากาศในตลาดชุมชน

หลังจากจบภารกิจที่สวนลุมพินี ทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ยังได้ลงพื้นที่ต่อเนื่องไปยังชุมชนบ่อนไก่ เพื่อรับฟังปัญหาเรื่องการจัดการขยะที่หมักหมมและส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ซึ่งทีมงานได้รับปากว่าจะเข้าไปบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน ทั้งการเพิ่มความถี่ในการเก็บขยะและการจัดระเบียบจุดทิ้งขยะใหม่ เพื่อคืนสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับคนในชุมชน โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ต้องใช้พื้นที่ลานกีฬาในการทำกิจกรรม

มุมมองทิ้งท้าย: การแก้ปัญหาเมืองกรุงไม่ใช่เรื่องของเมกะโปรเจกต์เพียงอย่างเดียว แต่คือการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประจำวันของคนกรุง การรับฟังเสียงสะท้อนจากชุมชนควบคู่ไปกับการมีนโยบายสีเขียวที่ชัดเจน เป็นสิ่งที่ชาวกรุงเทพฯ ต้องการอย่างแท้จริงเพื่อให้เมืองนี้เป็นบ้านที่น่าอยู่ของทุกคนต่อไป

ที่มา – “อนุชา” นำทีม ปชป. หาเสียงสวนลุมพินี เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ ชูเพิ่มสวนหย่อม-น้ำพุ เพิ่มปอดให้ กทม.

“ชัชชาติ” นำวิ่ง 9 กม. สร้างเส้นทางเลข “๙” และ “9”

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นภาพกิจกรรมดีๆ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา เมื่อ “ชัชชาติ” นำวิ่ง 9 กม. สร้างเส้นทางเลข “๙” และ “9” ซึ่งถือเป็นกิมมิคที่สร้างสรรค์และน่าประทับใจไม่น้อย กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การออกกำลังกายธรรมดา แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการเชื่อมต่อเมืองและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

“ชัชชาติ” นำวิ่ง 9 กม. สร้างเส้นทางเลข “๙” และ “9” ให้กลายเป็นจริง

การวิ่งในครั้งนี้เริ่มต้นที่สวนลุมพินี โดยใช้เส้นทางวิ่งให้เป็นตัวเลขไทย “๙” ก่อนจะเคลื่อนขบวนผ่านสะพานเขียวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของสายวิ่งในเมือง ไปยังสวนเบญจกิติ เพื่อสร้างเลข “9” อารบิก ตลอดเส้นทางเราได้เห็นรอยยิ้มและการทักทายอย่างเป็นกันเองของพี่ชัชชาติกับประชาชน ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าสุขภาพดีคือสิ่งที่หาซื้อไม่ได้ด้วยเงิน แต่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง

ทำไมการที่ “ชัชชาติ” นำวิ่ง 9 กม. สร้างเส้นทางเลข “๙” และ “9” ถึงมีความหมาย?

กิจกรรมนี้นอกจากความสนุกแล้ว ยังเป็นการชูความโดดเด่นของนโยบายพัฒนาพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะโครงการสะพานเขียวที่เชื่อมโยงสวนลุมพินีกับสวนเบญจกิติเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นการสร้างพื้นที่ให้คนกรุงได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพภายใต้การเข้าถึงธรรมชาติได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น:

  • นโยบายสวน 15 นาทีที่เข้าถึงง่ายทุกชุมชน
  • การปรับปรุงทางเท้าและพื้นที่เดินได้ เดินดี
  • การสร้างพื้นที่สีเขียวให้เป็นจุดพบปะสังสรรค์ของคนทุกวัย

การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ผ่านเส้นทางวิ่ง 9 กม. ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนคำมั่นสัญญาที่ทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” พร้อมจะสานต่อความมุ่งมั่นในการพลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้นในทุกๆ วัน ไม่ใช่แค่เรื่องของการวิ่ง แต่คือเรื่องของการสร้าง ‘โครงสร้างเมือง’ ให้เชื่อมต่อชีวิตคนเข้าหากัน

ในฐานะที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวมาโดยตลอด เราเชื่อว่าการเห็นผู้นำลงมาสัมผัสพื้นที่จริงและมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ส่งผลดีต่อสุขภาพแบบนี้ เป็นสัญญาณบวกที่ทำให้คนเมืองรู้สึกมีพลัง เชื่อว่าก้าวต่อไปของการพัฒนาพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพฯ จะต้องเต็มไปด้วยความหวังและความสำเร็จที่จับต้องได้มากกว่าที่เคย

ที่มา – “ชัชชาติ” นำวิ่ง 9 กม. สร้างเส้นทางเลข “๙” และ “9” พร้อมสานต่อพัฒนา กทม.

กทม. พบ น้องแมว สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ ส่งรักษาครบ

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวรักสัตว์ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีจาก กรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งจัดการปัญหาเรื่อง น้องแมว สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ ได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนแล้วนะคะ ใครที่ชอบไปเดินเล่นหรือออกกำลังกายที่สวนลุมพินี คงเคยเห็นฝูงแมวเหมียวน่ารักๆ วิ่งเล่นกันใช่ไหมล่ะ แต่ล่าสุดเกิดเหตุน่าเป็นห่วงขึ้นเมื่อพบเจ้าน้องๆ บางตัวป่วยหนักติดเชื้อรากินเนื้อ ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายมากหากไม่รักษาทันที

น้องแมว สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ

จากรายงานของ กทม. เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักอนามัย สำนักสิ่งแวดล้อม และสมาคมสงเคราะห์สัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ลงพื้นที่เชิงรุกที่สวนลุมพินี เพื่อคัดกรองและช่วยเหลือ น้องแมว สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ โดยเชื้อรากินเนื้อหรือ Sporotrichosis นี้น่ากลัวมากค่ะ มันเป็นเชื้อรา Sporothrix schenckii ที่ชอบอยู่ในดิน เศษไม้ หรือวัสดุอินทรีย์ สามารถติดต่อทางบาดแผลหรือจามใส่กันได้ ทำให้เกิดแผลเป็นหนอง รุนแรงอาจลุกลามไปอวัยวะอื่นๆ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและจับน้องแมวที่ป่วยได้ครบทั้ง 4 ตัว ส่งไปรักษาที่ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) แล้วเรียบร้อย

เชื้อรากินเนื้อในแมวคืออะไร และอันตรายแค่ไหน?

เชื้อรากินเนื้อไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสัตว์จรจัด โดยเฉพาะในพื้นที่ชื้นแฉะอย่างสวนสาธารณะ อาการเริ่มต้นคือบวมแดงที่จมูก ปาก หรือขา แล้วพัฒนาเป็นแผลเน่า กินเนื้อเยื่อไปเรื่อยๆ หากไม่รักษา อาจถึงตายได้ค่ะ ในมนุษย์ก็ติดได้หากสัมผัสโดยตรง ดังนั้น กทม. จึงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังจากนี้จะมีทีมสัตวแพทย์巡查พื้นที่ต่อเนื่อง ป้องกันการระบาดซ้ำ

กทม. ลงมือแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ไม่ใช่แค่รักษาเฉยๆ นะคะ กทม. ยังรุกคืบสำรวจแมวที่ยังไม่ทำหมัน รวบรวมข้อมูล แล้วประสานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มาทำหมันควบคุมประชากรด้วย ปัญหาแมวล้นสวนลุมพินีนี้เรื้อรังมานานกว่า 10 ปีแล้ว แม้เจ้าหน้าที่จะพยายาม แต่ยังมีคนใจร้ายนำ น้องแมว มาปล่อยทิ้งซ้ำๆ รักแต่ไม่รับผิดชอบ สร้างภาระให้สังคมและความทุกข์ให้สัตว์

  • คัดกรองและจับแมวป่วยครบ 4 ตัว
  • ส่งรักษาที่ศูนย์ประเวศ
  • เฝ้าระวังต่อเนื่องด้วยทีมสัตวแพทย์
  • สำรวจแมวทำหมันและควบคุมประชากร
  • วางแผนหยุดวงจรเพิ่มจำนวนแมว

นอกจากนี้ ยังมีแผนทำหมันเพิ่มเติมเพื่อลดปัญหาในระยะยาว สวนลุมพินีเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนพลุกพล่าน การมีแมวจำนวนมากเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งสัตว์และคน หากเจอน้องแมวป่วย อย่าลังเล รายงานเจ้าหน้าที่ทันทีเลยนะคะ

เตือนใจ! อย่านำน้องแมวมาปล่อยทิ้งเด็ดขาด

ใครที่กำลังคิดจะเลี้ยงแล้วทิ้ง ฟังทางนี้ค่ะ การนำสัตว์มาปล่อยในที่สาธารณะผิดกฎหมายชัดๆ ตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 23 โทษปรับสูงสุด 40,000 บาท! ไม่ใช่แค่ปรับเงิน แต่ยังเพิ่มปัญหาโรคระบาดและประชากรล้นแบบนี้ ถ้ารักจริง รับผิดชอบให้สุด ทำหมัน ฉีดวัคซีน หรือหาบ้านใหม่ให้ดีๆ

ปัญหาแมวจรจัดในกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่สวนลุมพินี แต่ทุกสวนสาธารณะ คอนโด ชุมชน การที่ กทม. แสดงให้เห็นแบบนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีมาก หวังว่าทุกคนจะช่วยกันลดการทิ้งสัตว์ สนับสนุนโครงการทำหมันฟรี หากคุณเป็นคนรักสัตว์ ลองบริจาคหรืออาสาสมัครกับสมาคมสัตว์ได้นะคะ มันจะช่วยน้องๆ ได้เยอะเลย

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนตระหนักว่าสัตว์ก็มีชีวิต มีความรู้สึก การเลี้ยงต้องคิดให้ดีก่อนเริ่ม หากเลี้ยงไม่ได้ ปรึกษา shelter หรือหน่วยงานช่วยเหลือ อย่าทำให้เกิดเหตุแบบ น้องแมว สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ ซ้ำอีกเลยนะคะ มาช่วยกันสร้างกรุงเทพฯ ที่น่าอยู่ทั้งคนและสัตว์กันเถอะ!

คำแนะนำ: หากเห็นแมวป่วยในพื้นที่ รายงานได้ที่สายด่วน กทม. 02-105-5555 หรือสำนักอนามัยทันที ช่วยชีวิตน้องได้จริงๆ ค่ะ

ที่มา – กทม. พบ “น้องแมว” สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ ล่าสุดส่งรักษาครบทุกตัวแล้ว

ยศชนัน นำทีมเพื่อไทยวิ่งสวนลุม ประชาชนอวยพร!

ยศชนัน นำทีมผู้สมัคร สส. เพื่อไทย วิ่งในสวนลุมพินี ประชาชนแห่อวยพรให้ได้เป็นนายกฯ! พบปะ ชัชชาติ ชนมือ ทักทายและวิ่งคู่กัน แลกเปลี่ยนนโยบายสวนสาธารณะเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 2 มกราคม 2569 ณ สวนลุมพินี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้นำทีมผู้สมัคร สส. และแกนนำพรรคเพื่อไทย ออกกำลังกายยามเช้าตรู่ โดยมีผู้เข้าร่วมมากมาย อาทิ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค, นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค, นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรค, นพ.ญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 1, นายเดวิด มกรพงศ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2, น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 4, นายสหัสวรรษ วีระมงคลกุล ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 6, นายพุฒิพงศ์ อินทรสุวรรณ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 7, นายกิตติพล รวยฟูพันธ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 25, นายศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 26, นายธงธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร

เมื่อเดินทางถึงสวนลุมพินี นายยศชนันและคณะได้เริ่มอบอุ่นร่างกายบริเวณจุดยืดเหยียด ก่อนจะนำทีมผู้สมัคร สส.กทม. และบัญชีรายชื่อ วิ่งรอบสวนลุมพินีเป็นระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร โดยนายยศชนันสวมเสื้อยืดสีขาวสกรีนหมายเลข 9 ด้านหลัง ซึ่งเป็นหมายเลขหาเสียงของพรรคเพื่อไทย พร้อมกับกางเกงวอร์ม

บรรยากาศตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยความคึกคัก นายยศชนัน ได้ทักทายประชาชนที่มาออกกำลังกายในสวนลุมอย่างเป็นกันเอง ซึ่งประชาชนต่างให้การต้อนรับและอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง และมีหลายคนอวยพรให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ยังได้พบกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายโรเบิร์ต โกเดค อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่มาร่วมออกกำลังกายในสวนลุมด้วยเช่นกัน

ยศชนัน นำทีมเพื่อไทยวิ่งสวนลุม ประชาชนอวยพร!

นายยศชนันได้ชนมือทักทายกับนายชัชชาติ และร่วมวิ่งไปด้วยกัน โดยนายชัชชาติได้ทักทายนายยศชนันด้วยความเป็นกันเองว่า “สบายดีหรือไม่ด็อกเตอร์” จากนั้นทั้งคู่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน และเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจ

ทำไมนโยบายสวนสาธารณะของยศชนันจึงสำคัญ?

นายชัชชาติได้กล่าวสั้นๆ ว่า ยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมืองที่มีนโยบายส่งเสริมให้สวนสาธารณะเป็นพื้นที่สำหรับประชาชนทุกคน เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี

ด้านนายยศชนันกล่าวว่า ปกติตนเองก็เป็นคนที่ชอบวิ่งออกกำลังกายอยู่แล้ว และรู้สึกว่าสวนสาธารณะเป็นสิ่งสำคัญที่กรุงเทพมหานครควรมี และอยากให้จังหวัดอื่นๆ มีสวนสาธารณะที่มีคุณภาพเช่นเดียวกัน

  • การวิ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่เข้าถึงง่าย
  • สวนสาธารณะเป็นพื้นที่สีเขียวที่ช่วยฟอกอากาศและลดมลพิษ
  • การมีนโยบายสวนสาธารณะที่ดีจะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน

การที่นายยศชนัน นำทีมผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย วิ่งในสวนลุมพินี ถือเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจในสุขภาพของประชาชน และเป็นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยตรง การมีนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาสวนสาธารณะจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในสังคม

นอกจากจะได้สุขภาพแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นการเข้าถึงประชาชนที่จับต้องได้ง่ายอีกด้วย ในช่วงการหาเสียง การลงพื้นที่จริง และการทำกิจกรรมร่วมกับประชาชน จึงเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมเสมอมา

ที่มา – “ยศชนัน”นำผู้สมัคร สส.เพื่อไทย วิ่งสวนลุม ปชช. อวยพรให้ได้เป็นนายกฯ เจอ “ชัชชาติ” ชนหมัด-วิ่งคู่

Scroll to top