สวัสดิการผู้สูงอายุ

เจาะลึกงบฯไร้อนาคตปี 70 หนี้ทะลุ 70% เตือน 5 ปีแตะ 80%

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในรัฐสภา เมื่อคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อย่างดุเดือด โดยขนานนามว่าเป็น “งบฯไร้อนาคต” เนื่องจากมองว่าโครงสร้างงบประมาณปีนี้สะท้อนถึงปัญหาที่หมักหมมมานาน และรัฐบาลยังไม่สามารถหาทางออกที่ยั่งยืนให้กับประเทศได้

สถานการณ์งบฯไร้อนาคตปี 70 ที่น่ากังวล

เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณอภิสิทธิ์มองว่างบประมาณฉบับนี้เป็นงบฯไร้อนาคต คือการที่งบลงทุนถูกตัดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการจัดเก็บรายได้ที่ทำได้เพียงแค่ประคับประคองงบประจำและการใช้หนี้เก่าเท่านั้น ทำให้ประเทศขาดแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการเติบโตในระยะยาว

เปิดปมหนี้สาธารณะทะลุ 70% ชี้ชัดอีก 5 ปีเสี่ยงแตะ 80%

นอกจากเรื่องของงบลงทุนแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่สร้างความสั่นสะเทือนคือตัวเลขหนี้สาธารณะ คุณอภิสิทธิ์ชี้ให้เห็นว่าหากรวมภาระหนี้ตามมาตรา 28 แห่งกฎหมายวินัยการเงินการคลังเข้าไปด้วย หนี้สาธารณะของไทยในปัจจุบันได้ทะลุเพดาน 70% ไปแล้ว และหากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า มีโอกาสสูงที่หนี้สาธารณะจะพุ่งกระฉูดไปแตะระดับ 80% หรือ 90% ซึ่งจะกลายเป็นภาระหนักอึ้งของคนไทยทั้งประเทศ

  • วิกฤตงบลงทุน: งบลงทุนลดลง -13.1% ขณะที่งบบุคลากรและงบอุดหนุนกลับเพิ่มสูงขึ้น
  • ความล่าช้าด้านการปฏิรูป: การจัดเก็บภาษีต่อ GDP ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้สวัสดิการประชาชนไม่ทั่วถึง
  • การลงทุนที่ไม่ชัดเจน: งบประมาณด้าน AI หรือดิจิทัลถูกมองว่าเป็นการวิ่งตามกระแสโดยขาดกลยุทธ์สร้างมูลค่าที่แท้จริง

ในมุมมองของคุณอภิสิทธิ์ สิ่งที่รัฐบาลนำเสนอภายใต้แนวคิด 5T นั้น ดูเหมือนจะห่างไกลจากความจริง เนื้อในของ งบฯไร้อนาคต ฉบับนี้ไม่ได้สะท้อนถึงการทำงบประมาณฐานศูนย์หรือการมุ่งเป้าที่แท้จริง แต่มันคือการใช้งบประมาณแบบ “หาเช้ากินค่ำ” ที่เน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ เท่านั้น

ท้ายที่สุดแล้ว หากรัฐบาลยังไม่มีความกล้าหาญพอที่จะผ่าตัดโครงสร้างงบประมาณ และปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยกำลังติดหล่มและยากที่จะก้าวข้ามผ่านวิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้ไปได้ นี่คือโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า จะสร้างอนาคตให้ประเทศได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การใช้จ่ายที่ไร้ทิศทางอย่างที่เป็นอยู่

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ตั้งชื่องบประมาณปี70 “งบฯไร้อนาคต” ปูดหนี้สาธารณะทะลุ70% อีก5 ปีหวั่นทะลุ80%

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ชูข้าวตันละ 15,000 บาท

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพิษณุโลกและเกษตรกรทั่วไทยครับ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวการเมืองที่กำลังมาแรงกันหน่อยดีกว่า นายพีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลกแบบเต็มตัว เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวบางระกำที่กำลังเดือดร้อนหนักจากราคาข้าวตกต่ำและค่าครองชีพแพงปรี๊ด นโยบายเด็ดๆ ที่ชูออกมาอย่างข้าวตันละ 15,000 บาท ลดราคาน้ำมันและค่าไฟ ก็ทำให้หลายคนเริ่มหันมองพรรครวมไทยสร้างชาติกันเยอะเลยนะ

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 (แก้จาก 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกอย่างอบอุ่น เพื่อช่วยนางสาวณัฏฐปีญา แครบทรี ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 เบอร์ 6 หาเสียงเลือกตั้ง ประชาชนมารอต้อนรับเพียบเลยครับ ก่อนลงพบปะนายพีระพันธุ์แวะไหว้พระพุทธชินราชที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นไปกราบหลวงพ่อสำลี ที่วัดราชบูรณะ พระอารามหลวงด้วย บรรยากาศคึกคักมาก เห็นแล้วรู้สึกได้ถึงพลังของประชาชน

ประชาชนต้อนรับ พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก

จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังตลาดบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ที่นี่พ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรรุมเล่าปัญหาให้ฟังแบบไม่ยั้ง หนี้สินพอกพูน ราคาข้าวหายเหือดเกวียนละแค่ไม่กี่พัน ปุ๋ยแพง ข้าวถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา คุณลองคิดดูสิครับ ชาวนาไทยต้องลำบากขนาดไหนในยุคนี้

พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลก ชู นโยบายแก้ปากท้อง

พีระพันธุ์ พูดคุยกับเกษตรกรบางระกำ พิษณุโลก

นายพีระพันธุ์ตอบรับปัญหาเต็มๆ ด้วยนโยบายพรรคที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องข้าว พรรครวมไทยสร้างชาติจะวางระบบให้ชาวนาได้ราคาข้าวตันละ 15,000 บาท ผ่านการให้รัฐร่วมลงทุนตั้งโรงสี รับซื้อข้าวเปลือก แปรรูปเป็นข้าวสารขายกิโลละ 30 บาท คำนวณแล้วต่อรอบผลิต ชาวนาได้ข้าวสารกว่า 200,000 บาท บวกแกลบรำข้าวอีก 75,000 บาท รวมเกือบ 300,000 บาท! เปลี่ยนจากชาวนาเป็นผู้ประกอบการเลยครับ น่าสนใจมากใช่มั้ย

นอกจากนี้ยังมีนโยบายพลังงานเด็ด ลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซลเหลือลิตรละ 25 บาท ค่าไฟไม่เกินหน่วยละ 3.30 บาท สวัสดิการถ้วนหน้า 1,500 บาท/เดือนทุกวัย หากเคยเสียภาษีได้เพิ่มอีก 500 บาท รวม 2,000 บาท ช่วยลดค่าครองชีพ ยกระดับชีวิตให้มั่นคง

  • ข้าวตันละ 15,000 บาท ผ่านโรงสีรัฐ
  • น้ำมันลิตรละ 25 บาท
  • ค่าไฟหน่วยละ 3.30 บาท
  • เบี้ยยังบำนาญ-พิการ 1,500-2,000 บาท/เดือน
  • ยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการ

นโยบายเหล่านี้ตอบโจทย์ปัญหาจริงของชาวบางระกำและพิษณุโลกมากๆ ครับ ที่ผ่านมาเกษตรกรต้องเผชิญราคาผันผวน ค่าน้ำมันแพง ค่าไฟพุ่ง ทำให้รายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ ถ้าพรรคนี้ได้บริหารจริง คงเห็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ลองนึกภาพชาวนาขายข้าวได้ราคาดี ไม่ต้องกังวลหนี้สิน มีเงินออม มีเวลาพักผ่อน น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้คึกคักขึ้นเยอะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวเลือกตั้ง การที่พีระพันธุ์ ลุยหาเสียงพิษณุโลกแบบนี้ แสดงถึงความตั้งใจจริงจัง ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูปเฉยๆ แต่ลงพื้นที่ฟังปัญหาและเสนอทางแก้ชัดเจน คุณลองเปรียบเทียบกับพรรคอื่นดูสิครับ ว่าใครตอบโจทย์ชีวิตจริงมากที่สุด

ส่วนตัวผมมองว่านโยบายนี้มีโอกาสสำเร็จสูง ถ้ารัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับเกษตรกรซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของไทย มันไม่ใช่แค่ช่วยชาวนา แต่ช่วยทุกคนเพราะข้าวคืออาหารหลัก ลดราคาน้ำมันค่าไฟก็ช่วยทุกครัวเรือน ถ้าคุณเห็นด้วย ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดไลค์แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้จักกันนะครับ และอย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่ออนาคตที่ดีกว่า!

ที่มา – “พีระพันธุ์” ลุยหาเสียงพิษณุโลก ขอแก้ปัญหาชาวบางระกำ ชูข้าวตันละ 15,000 บาท ลดราคาน้ำมัน-ค่าไฟ

พีระพันธุ์ ชูนโยบายรวมไทยสร้างชาติ ลุยอุบลฯ-ศรีสะเกษ



พีระพันธุ์ ชูนโยบายรวมไทยสร้างชาติ ลุยอุบลฯ-ศรีสะเกษ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าลุยพื้นที่อุบลราชธานีและศรีสะเกษ ชูนโยบายสำคัญของพรรค รวมไทยสร้างชาติ ย้ำชัดไม่มีวันทรยศต่อแผ่นดิน พร้อมเสนอนโยบายลดราคาพลังงาน เพิ่มเบี้ยคนชรา และฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยคณะ ได้แก่ นายวิทยา แก้วภราดัย, พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรค และนายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร (เคนโด้) รองโฆษกพรรคฯ ลงพื้นที่ชุมชนราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อพบปะประชาชนและนำเสนอนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายพีระพันธุ์ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการเข้าสู่การเมือง โดยได้รับคำสอนจากบิดาให้ใช้ความรู้ช่วยเหลือผู้อื่น และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจลาออกจากอาชีพผู้พิพากษา มาสมัคร สส. ในปี 2539 ด้วยความเชื่อมั่นว่า “หากคนดีไม่เข้าสู่การเมือง ประเทศชาติจะพังเพราะนักการเมืองที่ไม่ดี”

พีระพันธุ์ ชูนโยบายรวมไทยสร้างชาติ ปกป้องผลประโยชน์ประชาชน

ในการปราศรัย นายพีระพันธุ์เน้นย้ำนโยบายหลักของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ได้แก่

  • รื้อระบบพลังงาน: มุ่งลดภาระค่าครองชีพและค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน
  • ปราบปรามทุจริต: กวาดล้างการคอร์รัปชันอย่างจริงจังและเด็ดขาด
  • ปกป้องอธิปไตย: ยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติและแผ่นดินเป็นสำคัญ
  • ยกระดับเกษตรกร: สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
  • สร้างสวัสดิการถ้วนหน้า: ดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม

“ผมหวังว่าในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พรรครวมไทยสร้างชาติจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องชาวราชธานีอโศก ผมสัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และจะไม่มีวันทรยศต่อแผ่นดินนี้อย่างแน่นอน” นายพีระพันธุ์กล่าว

หลังจากนั้น นายพีระพันธุ์และคณะได้เดินทางไปยังตลาดสดกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า นำเสนอนโยบายของพรรคเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้อง โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนที่มาร่วมถ่ายรูปและให้กำลังใจ

นายพีระพันธุ์ได้ทักทายกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ พร้อมทั้งแนะนำนโยบายเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุและผู้พิการเป็น 1,500 บาท เพื่อสร้างสวัสดิการที่มั่นคงและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

รวมไทยสร้างชาติ ฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าชายแดน

นอกจากนี้นายพีระพันธุ์ยังได้รับฟังปัญหาของพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ โดยปัญหาหลักที่ได้รับฟังคือ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าจากระยะทางไกล รวมถึงจำนวนลูกค้าที่ลดน้อยลงในปัจจุบัน พ่อค้าแม่ค้ายังสะท้อนปัญหาเรื่องการค้าขายบริเวณชายแดนที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้การทำมาหากินเป็นไปอย่างลำบาก พร้อมฝากความหวังให้นายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาความไม่สงบตามแนวชายแดนให้ยุติลง เพื่อให้การค้าขายกลับมาคึกคักเป็นปกติอีกครั้ง

พรรครวมไทยสร้างชาติมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

จากการลงพื้นที่อุบลราชธานีและศรีสะเกษแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติในการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะนำเสนอนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทุกคน

ที่มา – “พีระพันธุ์” ลุยอุบลฯ-ศรีสะเกษ ชูนโยบายรวมไทยสร้างชาติ ย้ำ ไม่มีวันทรยศต่อแผ่นดิน

Scroll to top