สอบท้องถิ่น 2568

พร้อมพงศ์ จี้ อนุทิน ล้างโกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่ปลายแถว

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคลากรท้องถิ่น เมื่อนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยเร่งตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการออกมา พร้อมพงศ์ จี้ อนุทิน ล้างโกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่ปลายแถว สาวให้ถึงตัวการใหญ่ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับลูกหลานคนไทยที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบด้วยความสามารถตนเอง

พร้อมพงศ์ จี้ อนุทิน ล้างโกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่ปลายแถว สาวให้ถึงตัวการใหญ่

จากกรณีที่พบผู้มีคะแนนสอบผิดปกติกว่า 5,925 ราย นายพร้อมพงศ์เน้นย้ำว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของศรัทธาต่อระบบราชการไทย การที่กระทรวงมหาดไทยดำเนินการตรวจสอบถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่หากจะให้ประชาชนไว้วางใจ ต้องไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปเฉยๆ หรือจบลงเพียงแค่การตัดรายชื่อคนผิดระดับปลายแถวเท่านั้น แต่ต้องขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการนี้ด้วย

แนวทางการแก้ปัญหาและคืนความเป็นธรรม

เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในระยะยาว นายพร้อมพงศ์ได้เสนอแนวทางที่กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลควรเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:

  • การคืนโอกาสให้คนสุจริต: เร่งจัดการบัญชีผู้สอบผ่านที่ถูกต้องและเป็นธรรมโดยเร็ว เพื่อไม่ให้คนที่ตั้งใจจริงต้องเสียอนาคต
  • สาวให้ครบ 3 เส้นทาง: ต้องตรวจสอบทั้งระบบที่เปิดช่องโหว่, เส้นทางการเงินที่น่าสงสัย และตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะมีตำแหน่งสูงเพียงใดก็ตาม
  • ปิดช่องโหว่ถาวร: ปรับปรุงระบบการสอบให้เป็นมาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต

การที่ พร้อมพงศ์ จี้ อนุทิน ล้างโกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่ปลายแถว ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเรียกร้องความยุติธรรมให้ผู้เข้าสอบ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้มีอำนาจว่า ระบบการคัดเลือกคนเข้าทำงานภาครัฐต้องวัดกันที่สมองและความสามารถ ไม่ใช่เส้นสายหรือกำลังเงิน

ท้ายที่สุดแล้ว ความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องแสดงความเด็ดขาดในการล้างโกง หากหลักฐานสาวไปถึงใครต้องจัดการอย่างไม่ละเว้น เพื่อให้ระบบการสอบท้องถิ่นกลับมาเป็นความหวังของเยาวชนไทยอย่างแท้จริง เพราะความสุจริตต้องชนะ และคนที่ใช้ความพยายามต้องมีที่ยืนในสังคมไทยอย่างภาคภูมิใจ

ที่มา – “พร้อมพงศ์” จี้ “อนุทิน” ล้างโกงสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่ปลายแถว สาวให้ถึงตัวการใหญ่

นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย ลั่นหากถึงใครก็คนนั้น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์และสังคมไทย หลังจากที่มีกระแสข่าวการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดทาง นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย อย่างเด็ดขาด โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการแอบอ้างชื่อนักการเมืองท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทุจริต

นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย เดินหน้าล้างบางทุจริต

เหตุการณ์เริ่มต้นจากเพจชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย ได้มีการเปิดเผยแชตข้อความที่อ้างว่ามี สจ.จังหวัดสตูล เข้ามาเป็นนายหน้าในการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันหนักแน่นว่า นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย และจะดำเนินการตรวจสอบทุกขั้นตอนโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยขณะนี้ได้มีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานหลักเพื่อคลี่คลายคดีนี้

หน่วยงานที่ร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส

เพื่อให้เกิดความกระจ่างและโปร่งใสที่สุด นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่ามีหน่วยงานที่กำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ดังนี้:

  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.): เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.): ดำเนินการตรวจสอบในแง่ของกฎหมายทุจริตประพฤติมิชอบ
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: ร่วมมือในการสอบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐาน

การทำงานร่วมกันของทั้งสามหน่วยงานนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าภาครัฐเอาจริงกับเรื่องนี้ โดยนายกฯ ได้ย้ำอีกครั้งว่า นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลหรือนักการเมืองระดับไหนก็ตาม หากตรวจสอบพบความผิดจริงต้องถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุด

นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้มีการพูดถึงเรื่อง “เพดาน” ในการตรวจสอบหรือการปกป้องผู้กระทำความผิด ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่มีเพดานเหล่านั้นในรัฐบาลนี้ ใครทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม เพราะการสอบคัดเลือกต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมเพื่อคนรุ่นหลัง

ในมุมมองของประชาชนทั่วไป การที่ผู้นำออกมาประกาศจุดยืนที่ชัดเจนเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีและน่าชื่นชม เพราะเป็นการเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับระบบราชการไทย อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคำพูดคือผลลัพธ์ของการตรวจสอบที่ต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้มีใครต้องถูกเอาเปรียบในการสอบเข้าทำงานอีกต่อไป

ที่มา – นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นสาย ชี้ ปปง. – ป.ป.ช. – ตร. กำลังตรวจสอบ ลั่นหากถึงใครก็คนนั้น

ลิซ่า ตั้งคำถามผลสอบโกงสอบท้องถิ่น อย่าตัดตอนความผิด

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงราชการไทย เมื่อมีการเปิดเผยถึงกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ซึ่งสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความโปร่งใสในกระบวนการสรรหาบุคลากรที่ควรจะเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

ลิซ่า ตั้งคำถามผลสอบโกงสอบท้องถิ่น อย่าตัดตอนความผิด

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ หรือ “ลิซ่า” สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างดุเดือดเกี่ยวกับกรณี ลิซ่า ตั้งคำถามผลสอบโกงสอบท้องถิ่น อย่าตัดตอนความผิด โดยเธอมองว่าท่าทีของภาครัฐในขณะนี้ดูเหมือนเป็นการพยายาม “ตุ๋น” มากกว่าการ “ต้มคนดู” ด้วยการพุ่งเป้าไปที่การลงโทษแค่ข้าราชการระดับปฏิบัติการ แต่กลับปล่อยให้ฝ่ายการเมืองที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นลอยนวล

เปิดปมร้อน: ใครคือผู้บงการเบื้องหลังการทุจริต?

นอกจากประเด็นเรื่องคะแนนที่ผิดปกติกว่า 5,924 รายชื่อแล้ว ลิซ่ายังชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในหลายขั้นตอน ตั้งแต่:

  • การกำหนด TOR ที่เอื้อประโยชน์ให้มีการจัดจ้างใหม่
  • กระบวนการโยกย้ายบุคลากรภายในกระทรวงมหาดไทยเพื่อเข้ามาคุมการสอบ
  • คำถามถึง “ที่มา” ของผู้ร้องเรียนมหาวิทยาลัยบูรพาที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการล้มสัญญา

จากข้อสังเกตดังกล่าว สิ่งที่สังคมกำลังเฝ้าจับตาคือการที่หน่วยงานรัฐกำลังพยายามตัดตอนความผิดเหลือแค่ข้าราชการและผู้เข้าสอบหรือไม่ ในขณะที่ ลิซ่า ตั้งคำถามผลสอบโกงสอบท้องถิ่น อย่าตัดตอนความผิด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจจริงในฝ่ายการเมืองจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วย ไม่ใช่แค่การหา “แพะ” มารับผิดแทน

หากเราต้องการเห็นระบบราชการที่สะอาด การตรวจสอบต้องครอบคลุมถึง “ตอ” ใหญ่ ไม่ใช่แค่การเคลียร์บัญชีรายชื่อให้ดูเหมือนเรียบร้อย แต่ต้องคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้เข้าสอบที่ตั้งใจจริงทุกคน นี่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการทุจริต แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นในธรรมาภิบาลของประเทศที่เราทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา

ที่มา – “ลิซ่า” ตั้งคำถามผลสอบโกงสอบท้องถิ่น ชี้อย่าตัดตอนความผิดเหลือแค่ข้าราชการ-ผู้สอบ

มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ

มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการราชการไทย เมื่อนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการจัดการผู้เกี่ยวข้องกับกรณี มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ โดยเน้นย้ำว่านี่คือภารกิจสำคัญเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นให้แก่ระบบการสอบแข่งขันของภาครัฐให้กลับมาศักดิ์สิทธิ์และโปร่งใสอีกครั้ง

เปิดเบื้องลึกการตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น

การดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 5,925 ราย ไม่ได้เป็นเพียงการลงโทษรายบุคคลเท่านั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังขบวนการทุจริตว่า ทางกระทรวงมหาดไทยเอาจริง การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การเอาผิดย้อนหลัง แต่ต้องการสาวไปถึงต้นตอของขบวนการโกงทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าคนที่ตั้งใจสอบด้วยความรู้ความสามารถจริงจะไม่เสียโอกาสไปเพราะการกระทำของคนกลุ่มนี้

นายวรศิษฎ์กล่าวเน้นย้ำว่า มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ โดยต้องแยกแยะระหว่างคนสุจริตและคนทุจริตอย่างเด็ดขาด ระบบราชการไทยต้องไม่มีที่ยืนให้กับคนที่ใช้ทางลัดในการเข้าสู่ตำแหน่ง หากตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่รัฐหรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลัง จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ละเว้น

  • เร่งตรวจสอบหลักฐานและข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
  • แยกผู้ทุจริตและผู้สุจริตออกจากกันเพื่อคุ้มครองสิทธิ์
  • กวาดล้างขบวนการต้นตอการโกงแบบขุดรากถอนโคน
  • ปรับปรุงกลไกการสอบให้ปลอดภัยและโปร่งใส

ในมุมมองของความยั่งยืน การแก้ปัญหาทุจริตนี้ต้องมองครอบคลุมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การควบคุมข้อสอบ การรักษาความลับ ไปจนถึงการจัดระเบียบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีมาตรฐานใหม่ที่ประชาชนไว้วางใจได้ เมื่อมีการจัดการอย่างจริงจังในกรณี มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ ย่อมเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า การโกงไม่ใช่เครื่องมือที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จในชีวิตราชการได้อีกต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว ความเป็นธรรมคือหัวใจสำคัญของการรับราชการ หากปล่อยให้การทุจริตกัดกินระบบไปเรื่อยๆ คนเก่งคนดีก็จะหมดกำลังใจในการสอบแข่งขัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการเด็ดขาดจากกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้สังคมไทยมั่นใจในความยุติธรรมของการสอบแข่งขันภาครัฐได้อีกครั้ง

ที่มา – มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ ลั่นต้องสาวถึงต้นตอขบวนการโกง

โฆษกรัฐบาลแจง คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขยายผลสาวถึงขบวนการ

โฆษกรัฐบาลแจง คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่จบแค่ถอดถอนผู้สอบ เร่งสาวถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีการโฆษกรัฐบาลแจง คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่จบแค่ถอดถอนผู้สอบ เร่งสาวถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด โดยรัฐบาลยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดและครอบคลุมทุกมิติ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้ที่ตั้งใจสอบอย่างสุจริต

ล่าสุด นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากกว่าการถอดถอนรายชื่อผู้สอบ 5,925 รายที่พบว่ามีความผิดปกติออกไปเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการขยายผลเพื่อหาตัวผู้ร่วมขบวนการทุจริตทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมาย

มาตรการเด็ดขาดเพื่อความโปร่งใส

สำหรับการดำเนินการในกรณี โฆษกรัฐบาลแจง คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่จบแค่ถอดถอนผู้สอบ เร่งสาวถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด นั้น แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:

  • การจัดการรายชื่อผู้ทุจริต: กระทรวงมหาดไทยได้ถอดถอนรายชื่อผู้สอบที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจำนวน 5,295 รายเรียบร้อยแล้ว โดยทาง กสถ. กำลังหารือถึงแนวทางเพื่อเยียวยาตำแหน่งที่ว่างลง ทั้งการเรียกบัญชีสำรองหรือการประกาศบัญชีใหม่
  • การดำเนินคดีอาญา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาในหลายกลุ่มความผิด ตั้งแต่ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไปจนถึงการปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยมีอดีตข้าราชการระดับสูงและผู้เกี่ยวข้องรวมอยู่ด้วย ซึ่งคาดว่าจะสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช. ได้ภายในเร็ววันนี้
  • การตรวจสอบเส้นทางการเงิน: ปปง. กำลังเร่งติดตามเส้นทางการเงินของกลุ่มเป้าหมายกว่า 200 ราย เพื่อสาวถึงต้นตอของขบวนการโกงสอบทั้งหมด

นอกจากนี้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังได้เร่งสรุปรายงานเพื่อเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทั้งทางแพ่ง อาญา และวินัยอย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ใครทำผิดต้องได้รับโทษโดยไม่มีข้อยกเว้น การดำเนินการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการลงโทษผู้กระทำผิด แต่ยังเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบสอบเข้ารับราชการให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้โอกาสคนเก่งที่มีความสามารถได้เข้ามาทำงานเพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – โฆษกรัฐบาลแจง คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่จบแค่ถอดถอนผู้สอบ เร่งสาวถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

“วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน

“วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน

วันนี้มีข่าวดีสำหรับผู้ที่รอคอยการประกาศผลสอบ โดยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความคืบหน้าการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไปและภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง สำหรับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า “วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้สมัครทุกภาคส่วน

การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการกลาง (ก.กลาง) ซึ่งได้มีการพิจารณาเพิกถอนรายชื่อผู้สอบผ่านเดิมจำนวน 5,925 รายที่พบปัญหา โดยนายวรศิษฎ์ย้ำว่าการประกาศบัญชีใหม่จำนวน 50,000 รายชื่อในวันนี้ จะช่วยให้ขั้นตอนการบรรจุทดแทนมีความชัดเจนขึ้น โดยกระบวนการหลังจากนี้จะถูกส่งไปยัง ก.จังหวัด เพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งคาดการณ์ว่าทุกอย่างจะเข้าสู่กระบวนการบรรจุจริงในช่วงเดือนตุลาคมนี้

กระบวนการตรวจสอบและแผนการบรรจุทดแทน

สำหรับประเด็นที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนบัญชีเดิม นายวรศิษฎ์ระบุว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้เตรียมทีมกฎหมายไว้พร้อมดูแลทุกขั้นตอน โดยเน้นการยึดถือพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ พร้อมทั้งชี้แจงว่าเป้าหมายหลักคือการทำงานที่ตรวจสอบได้ และการที่ “วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน นั้น คือเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจในการกู้คืนความเชื่อมั่นให้กับระบบการสอบท้องถิ่นไทย

นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงประเด็นดราม่าทางการเมืองที่ถูกตั้งคำถามจากฝั่งกรรมาธิการฯ เรื่องการยกเลิกจ้างมหาวิทยาลัยบูรพา โดยนายวรศิษฎ์ได้ตอบโต้ว่า การดำเนินการทั้งหมดมีไทม์ไลน์ที่ชัดเจนและมีที่มาที่ไป หากไม่มีเจตนาสุจริตจริง คงไม่มีการลงนาม MOU ร่วมกับ 5 หน่วยงานหลัก รวมถึง ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เพื่อเฝ้าระวังการทุจริตอย่างใกล้ชิด

  • ขั้นตอนการประกาศผลเป็นไปตามมติ ก.กลาง
  • การเพิกถอนผู้มีปัญหาจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 31 สิงหาคม
  • กระบวนการบรรจุทดแทนคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนตุลาคม
  • ทางกระทรวงมหาดไทยพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการฯ

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการแสดงความรับผิดชอบและยกระดับมาตรฐานการสอบให้โปร่งใสยิ่งขึ้น การที่ “วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน คือสิ่งที่สะท้อนถึงการแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมา หวังว่าการดำเนินการต่อจากนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมกับผู้สอบทุกท่านที่ตั้งใจจริงครับ

ที่มา – “วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน

มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ ธีรุตม์-เรืองเดช รับจบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนจับตามอง สำหรับกรณีการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ล่าสุดได้มีการประชุมสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยมติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ “ธีรุตม์-เรืองเดช” รับจบ ซึ่งถือเป็นการกู้คืนความยุติธรรมให้กับผู้เข้าสอบทุกคนที่ตั้งใจทำข้อสอบอย่างเต็มที่

มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ ธีรุตม์-เรืองเดช รับจบ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้แถลงถึงผลการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) โดยยืนยันว่าทางคณะกรรมการได้ยึดตามมติของ กสถ. ที่ตรวจพบความผิดปกติของคะแนนสอบจำนวน 5,925 ราย โดยจะมีการประกาศบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ในวันที่ 7 ส.ค. นี้ และขีดเส้นตายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการเพิกถอนชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ส.ค. 2569

กระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใสและยุติธรรม

สำหรับประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ “ธีรุตม์-เรืองเดช” รับจบ นั้น ทางรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าทุกอย่างดำเนินการบนฐานของข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนกรณีของนายธีรุตม์ และนายเรืองเดช ที่ถูกกล่าวหาจากกองบังคับการปราบปรามนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานยุติธรรมและ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยไม่มีนโยบายปกป้องผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน

  • ผลกระทบต่อผู้สอบผ่าน: จะมีการประกาศบัญชีใหม่เพื่อให้เกิดความถูกต้อง
  • แนวทางปฏิบัติ: ส่งคู่มือให้ท้องถิ่นเพื่อดำเนินการถอดถอนอย่างเป็นธรรม
  • ความมั่นใจ: ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบและชี้แจงต่อสังคมได้

ในส่วนของกลุ่ม 97 รายที่มีการปรับคะแนนเพิ่มขึ้น ทางหน่วยงานจะยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่ตามเงื่อนไขเพื่อรอการสอบสวนข้อเท็จจริงร่วมกับตำรวจและ ป.ป.ช. หากพบว่ามีส่วนร่วมในการทุจริตจริง จะต้องได้รับโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุดอย่างไม่มีข้อยกเว้น

ท้ายที่สุดนี้ ผมมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการคืนความเชื่อมั่นให้กับระบบการสอบคัดเลือกของภาครัฐ การปราบปรามการทุจริตในระบบสอบท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่หน่วยงานให้ความสำคัญและกล้าที่จะรื้อระบบใหม่เพื่อความยุติธรรม เป็นสิ่งที่ภาคประชาชนควรสนับสนุน เพื่อให้ลูกหลานของเราเติบโตในสังคมที่ยึดถือระบบคุณธรรมมากกว่าระบบเส้นสายครับ

ที่มา – มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ “ธีรุตม์-เรืองเดช” รับจบ

“ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567–2569 เมื่อล่าสุดมีการเคลื่อนไหวจากฝั่งการเมือง โดยคุณ ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เร่งออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีที่มีการยกเลิกสัญญาและเปลี่ยนผู้จัดสอบอย่างมีเงื่อนงำ

“ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มหาวิทยาลัยบูรพาได้รับเลือกเป็นผู้ชนะการประมูลจัดสอบในเบื้องต้น แต่กลับถูกยกเลิกสัญญาโดย สถ. ในภายหลัง โดยอ้างเหตุผลเรื่องความไม่รัดกุมของ TOR ซึ่งคุณภคมนตั้งข้อสังเกตว่า “ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง โดยมองว่าในฐานะผู้ว่าจ้าง สถ. มีหน้าที่กำหนด TOR ให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใส หาก TOR มีปัญหาจริง นั่นย่อมเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการจากฝั่ง สถ. เอง ไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมาโยนความผิดให้ผู้รับจ้างหรือใช้เป็นข้ออ้างในการเปลี่ยนตัวผู้รับจ้างโดยไม่มีธรรมาภิบาล

เปิดเบื้องลึกทำไมต้องตรวจสอบระบบการจัดสอบ

การตั้งคำถามของ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ มุ่งเน้นไปที่การหาคำตอบว่าการเปลี่ยนกติกาหรือ TOR ในหลายจุดพร้อมกันนั้น เอื้อประโยชน์ให้กับใครหรือไม่ และทำไมต้องมีการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยจากบูรพาเป็นศรีนครินทรวิโรฒ ทั้งที่กระบวนการควรเป็นไปตามมาตรฐานการประกวดราคาอย่างเคร่งครัด สิ่งที่คุณภคมนพยายามย้ำคือ “ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง เพราะถ้าเราไม่จัดการที่ต้นตอของระบบโกง ปัญหานี้ก็จะกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกๆ ปี

  • ความไม่โปร่งใสในการยกเลิกสัญญาจัดสอบท้องถิ่น
  • ข้อสงสัยเรื่องการกำหนด TOR ที่เอื้อผู้ชนะบางราย
  • ความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้ายที่สุดแล้ว การทำงานของ กมธ. ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสืบหาตัวผู้กระทำความผิดในระดับปฏิบัติการเท่านั้น แต่เป็นการตั้งคำถามไปถึงผู้มีอำนาจที่อนุญาตให้ระบบการโกงนี้เกิดขึ้นได้ ประชาชนที่เฝ้ารอการสอบท้องถิ่นด้วยความหวังต้องการความโปร่งใส และจำเป็นต้องได้รับคำตอบว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมในครั้งนี้ เราจะจับตาดูความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าสังคมเองก็จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปอย่างแน่นอน

ที่มา – “ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง

“วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ

“วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดทางด้าน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า การจัดการปัญหา “วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ นั้นกำลังจะสรุปผลให้เป็นที่เรียบร้อยภายในวันนี้ เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้เข้าสอบทุกคน

สรุปมาตรการเด็ดขาดเพื่อความโปร่งใส

ในการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) วันนี้ จะเป็นการตัดสินชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้ายเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมด โดยทางกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นสำหรับผู้ที่ทำผิดกฎการสอบ เพื่อรักษามาตรฐานของข้าราชการไทยให้มีคุณภาพและสุจริตมากที่สุด

รายละเอียดสำคัญที่คุณต้องทราบเกี่ยวกับความคืบหน้า “วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ มีดังนี้:

  • มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดร่วมกับฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล
  • ประธาน กสถ. จะดำเนินการลงนามถอดถอนรายชื่อทั้ง 5,925 รายชื่อในวันนี้
  • วันที่ 6 สิงหาคม จะมีการรายงานผลให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) รับทราบเพื่อดำเนินการต่อไปยังระดับจังหวัด

ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยังได้ย้ำว่า ในวันที่ 6 ส.ค. นี้ ตนเองจะเข้าเป็นประธานการประชุมด้วยตนเอง เนื่องจากได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมมากที่สุด

สำหรับผู้ที่รอคอยความชัดเจนในประเด็น “วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการปฏิรูปการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานรัฐให้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น การจัดการปัญหาการทุจริตอย่างเด็ดขาดจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้ที่มีความสามารถที่ต้องการเข้ามารับใช้ชาติผ่านระบบราชการไทยในอนาคต

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า หลังจากขั้นตอนการถอดถอนรายชื่อเสร็จสิ้นแล้ว จะมีมาตรการป้องกันการทุจริตในรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มเติมอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกในสนามสอบท้องถิ่นทั่วประเทศ

ที่มา – “วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ

Scroll to top