สายการบินอวกาศ

ธนิก นิธิพันธวงศ์ จุดประกายอวกาศไทยยุคใหม่

รู้จัก ธนิก นิธิพันธวงศ์ วิศวกรการบินและอวกาศ ผู้จุดประกายอุตสาหกรรมอวกาศไทยยุคใหม่ รับการเตรียมเปิดตัวสายการบินอวกาศแห่งแรกในเอเชียของไทย

ธนิก นิธิพันธวงศ์ คือคนไทยจำนวนน้อยที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ในฐานะวิศวกรการบินและอวกาศ ระบบที่เขาใช้คือ แบบปล่อยกลางอากาศ (Air-Launch System) ซึ่งยานแม่หรือเครื่องบินบรรทุกจะนำยานอวกาศขึ้นไปที่ความสูงระดับหนึ่งก่อนปล่อยให้ทะยานขึ้นสู่ขอบอวกาศ

หลังจากนั้น ยานแม่จะร่อนกลับลงมาจอดอย่างปลอดภัยบนรันเวย์ ประสบการณ์ระดับโลกของเขานี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขากลับมาสร้างเส้นทางใหม่ให้กับประเทศไทย เส้นทางที่จะเชื่อมฟ้าไทยเข้ากับจักรวาล ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของสายการบินอวกาศไทยในอนาคต

ธนิกได้กล่าวถึง Spaceline หรือ สายการบินอวกาศ ในงาน Thailand Space Expo 2025 มหกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายว่า ถ้า Airline คือสายการบินในโลก ดังนั้น Spaceline ก็คือสายการบินสู่อวกาศ ที่ทำการบินในระดับความสูงไม่น้อยกว่า 100 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นบริเวณที่เรียกว่าเส้นคาร์มาน (Kármán Line)

สายการบินอวกาศจะให้บริการเที่ยวบินสู่อวกาศ ทั้งเพื่อการวิจัย วิทยาศาสตร์ และการท่องเที่ยว โดยมีระบบการดำเนินงานคล้ายกับสายการบินทั่วไป แต่จะใช้ “ท่าอวกาศยาน (Spaceport)” แทนสนามบิน ซึ่งการเดินทางไปนอกโลกมี 2 ประเภทหลัก คือ การบินใต้วงโคจร (Suborbital Flight) และการบินในวงโคจร (Orbital Flight)

การบินใต้วงโคจร (Suborbital Flight) คือการเดินทางสู่อวกาศเป็นเวลาสั้น ๆ ไม่กี่นาที แล้วก็กลับลงมาบนโลกทันที ขึ้นแล้วลง เพื่อที่จะได้สัมผัสอวกาศในส่วนที่ใกล้กับชั้นบรรยากาศของโลก หรือที่เราเรียกกันว่าขอบอวกาศ และการบินในวงโคจร (Orbital Flight) คือการเดินทางสู่อวกาศแล้วโคจรรอบโลกก่อน หรือไปในห้วงอวกาศ โดยไม่ได้กลับทันที ซึ่งรวมถึงการเดินทางไปยังสถานีอวกาศ (Space Station) และดาวดวงอื่น

ระบบการบินจะมีอยู่ 2 แบบที่ สายการบินอวกาศ (Spaceline) ต้องเลือกให้สอดคล้องกับ ท่าอวกาศยาน (Spaceport) ในการรองรับ ไม่ว่าจะเป็นระบบจรวดที่ปล่อยจากพื้นดิน แล้วใช้ร่มชูชีพพยุงแคปซูลลูกเรือตอนกลับ เหมือนของ Blue Origin หรือ ระบบยานที่ปล่อยกลางอากาศ แบบเดียวกับที่ Virgin Galactic ใช้

หากประเทศไทยสามารถวางแผนสร้าง ท่าอวกาศยาน (Spaceport) ควบคู่ไปกับการพัฒนา สายการบินอวกาศ (Spaceline) ได้สำเร็จ ก็จะเป็นการเปิดประตูสู่อุตสาหกรรมอวกาศไทยยุคใหม่เชิงพาณิชย์แห่งแรกของเอเชียอย่างแท้จริง นับเป็นก้าวใหญ่ของไทยกับ GISTDA และพันธมิตรระดับโลกเลยทีเดียว

GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของไทยในด้านอวกาศ ได้เผยวิสัยทัศน์การพัฒนา Spaceport แห่งอนาคตของไทย โดยอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับที่ปรึกษาระดับโลกอย่าง KPMG เพื่อประเมินประโยชน์ทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ถึงแม้ยังคงเป็นการวางแผนงาน แต่โครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ อุตสาหกรรมอวกาศภาคเอกชน ที่หน่วยงานรัฐไม่ต้องแบกรับภาระทั้งหมดเหมือนในอดีตอีกต่อไป

การเกิดขึ้นของ Spaceline และ Spaceport จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสร้างระบบนิเวศด้านการบินอวกาศเชิงพาณิชย์ (Commercial Spaceflight Ecosystem) ไม่เพียงแต่การจัดตั้งสถานีปล่อยจรวดหรือยานอวกาศ แต่ยังมีประสิทธิภาพมากพอที่จะเป็นศูนย์กลางซ่อมบำรุง การผลิตชิ้นส่วน สถานที่ฝึกนักบินอวกาศ และงานวิจัยนวัตกรรมอวกาศ ซึ่งจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลให้ประเทศไทยพร้อมกับการเป็น “ฐานอวกาศเอเชีย”

ธนิกบอกอีกว่า ด้วยความมั่นใจว่า ประเทศไทยมีศักยภาพพร้อม ทั้งด้านภูมิศาสตร์ บุคลากร วิศวกรรม และแรงบันดาลใจ เหลือแต่เพียงการลงมือปฏิบัติ โดยมองว่าไทยตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมกับการปล่อยยานสู่วงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit) อีกทั้งยังมีอุตสาหกรรมการบินที่แข็งแกร่ง ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่อวกาศได้ไม่ยาก หากมีการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมอวกาศทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าภายใน 10 ปีข้างหน้า จะมีมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านล้านบาท ครอบคลุมทั้งการสื่อสาร ดาวเทียม การขนส่ง การท่องเที่ยวอวกาศ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ จึงเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ไทยไม่ควรพลาด หากไทยก้าวทันในวันนี้ จะเกิดการสร้างงานใหม่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการยกระดับศักยภาพบุคลากรด้าน STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไม่ตกขบวนอวกาศ ที่กำลังจะกลายเป็นสนามแข่งขันใหม่ของเศรษฐกิจโลก ภารกิจสำคัญ คือการปลูกฝันคนรุ่นใหม่ สู่ภารกิจอวกาศไทย

“ฝากแรงบันดาลใจถึงเยาวชนไทย อยากเห็นคนไทยรุ่นใหม่กล้าฝัน กล้าทำ และกล้ามองฟ้า เพราะอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สักวันหนึ่ง คนไทยอาจจะได้ขึ้นไปอวกาศ จากผืนดินไทยจริง ๆ”

ธนิก นิธิพันธวงศ์ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวังใหม่ให้กับชาติ เขาไม่เพียงแค่ฝันถึงการเป็นนักบินอวกาศ แต่เขายังจุดประกายให้อุตสาหกรรมอวกาศไทยยุคใหม่เริ่มต้นขึ้นจริง และในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะได้เห็นเที่ยวบินอวกาศลำแรกของเอเชียทะยานขึ้นจากท่าอวกาศยานประเทศไทย และนี่คือจุดเริ่มต้นของโลกยุคใหม่ ที่ขอบฟ้าไร้ขีดจำกัด

ธนิก นิธิพันธวงศ์ วิศวกรการบินและอวกาศ จุดประกายอุตสาหกรรมอวกาศไทยยุคใหม่

ทำไม ธนิก นิธิพันธวงศ์ ถึงจุดประกายอุตสาหกรรมอวกาศไทยยุคใหม่?

อุตสาหกรรมอวกาศไทยยุคใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว และธนิก นิธิพันธวงศ์ คือผู้อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนั้น!

ที่มา – ธนิก นิธิพันธวงศ์ วิศวกรการบินและอวกาศ จุดประกายอุตสาหกรรมอวกาศไทยยุคใหม่

Scroll to top