สาวเมา

2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210: ปีใหม่เศร้า

อุบัติเหตุสลดรับปีใหม่! สองสาวเมาซิ่งรถเก๋งกลับจากฉลอง พุ่งชนรถจักรยานยนต์ตกบ่อน้ำ นักศึกษาปี 1 เสียชีวิตสุดเศร้า ตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายคนขับสูงถึง 210 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กลายเป็นข่าวที่สะเทือนใจในช่วงเริ่มต้นปี 2569

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 1 มกราคม 2569 ร.ต.อ.นภนต์ ทองรัตน์ รองสว.(สอบสวน) สน.บางเขน ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้รถทั้ง 2 คันเสียหลักตกบ่อน้ำ และมีผู้เสียชีวิต บริเวณใกล้วัดบางบัว ถนนพลาสิน (เลียบคลองบางบัว) แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช รพ.ภูมิพล และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน ขค 8054 เชียงราย สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน และรถจักรยานยนต์ เวสป้า สีเทา ทะเบียน 3ขฬ3892 กรุงเทพมหานคร สภาพท้ายรถพังยับเยิน ตกอยู่ในบ่อน้ำ ใกล้กันพบศพนายปติเทพ นาคบรรพตกุล อายุ 19 ปี นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยศรีปทุม สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงิน จมอยู่ในบ่อน้ำเสียชีวิต

นอกจากนี้ ยังพบหญิงสาว 2 ราย คือ น.ส.มาลี ก๊อคือ อายุ 28 ปี ผู้ขับขี่รถเก๋ง และ น.ส.สุคนธา บุญเรือง อายุ 30 ปี เพื่อนที่นั่งมาในรถด้วยกัน ทั้งสองคนอยู่ในสภาพเสื้อผ้าเปียกน้ำ และมีกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้ง สามารถหนีออกจากรถได้ก่อนที่รถจะจมน้ำ และได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโลเกษตร

จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า รถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ขับมาด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงช่วงทางโค้ง ได้พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างแรง ทำให้รถทั้งสองคันเสียหลักตกบ่อน้ำ

2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210: ปีใหม่เศร้า

น.ส.มาลี ผู้ขับขี่รถยนต์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปสังสรรค์ฉลองเทศกาลปีใหม่ที่สถานบันเทิงย่านวังหิน หลังจากออกจากร้านได้ขับรถกลับที่พักย่านรามอินทรา โดยใช้ระบบนำทาง (Google Maps) ระบุเส้นทางถนนพลาสิน (เลียบคลองบางบัว) ขณะขับมาด้วยความเร็วปกติ เมื่อถึงช่วงทางโค้ง รู้สึกว่ารถชนกระแทกอะไรบางอย่างอย่างแรง ก่อนที่รถจะพุ่งตกลงไปในบ่อน้ำ ตนและเพื่อนสาวที่มาด้วยกันจึงรีบทุบกระจกรถเพื่อเอาตัวรอดออกมา “ตนไม่ชินทาง และมองไม่เห็นรถจักรยานยนต์จริงๆ” น.ส.มาลีกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของ น.ส.มาลี พบว่ามีปริมาณสูงถึง 210 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และขับรถในขณะเมาสุราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่วนศพของผู้เสียชีวิตได้นำส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลภูมิพลฯ เพื่อให้ญาติรับศพไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

เหตุการณ์ 2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210 ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการงดเว้นการดื่มแอลกอฮอล์ หากจำเป็นต้องเดินทางในช่วงเทศกาล ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

การสูญเสียที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาแห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง การขับขี่ด้วยความประมาท และการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน การป้องกันอุบัติเหตุจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม

ผลกระทบและบทเรียนจากเหตุการณ์ 2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210

เหตุการณ์ 2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210 นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการเมาแล้วขับที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทย แม้ว่าจะมีกฎหมายและมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับ แต่ก็ยังคงมีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายและก่อให้เกิดอุบัติเหตุอยู่เสมอ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้กับทุกคนว่า การดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถ เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่จะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ การตัดสินใจที่ไม่ดีเพียงชั่วขณะ อาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้

  • ความรับผิดชอบต่อสังคม: การตัดสินใจที่จะไม่ดื่มแล้วขับรถ เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นในสังคม
  • การวางแผนการเดินทาง: หากทราบว่าจะมีการดื่มแอลกอฮอล์ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เช่น มอบหมายให้เพื่อนที่ไม่ดื่มเป็นคนขับ หรือใช้บริการรถสาธารณะ
  • การรณรงค์และให้ความรู้: หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ควรมีการรณรงค์และให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของการเมาแล้วขับอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างจิตสำนึกและความตระหนักให้กับประชาชน

เหตุการณ์ 2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210 เป็นโศกนาฏกรรมที่ควรค่าแก่การจดจำ และเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนร่วมมือกันป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ

การแก้ไขปัญหาเมาแล้วขับ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การรณรงค์ให้ความรู้ และการสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับ

ที่มา – 2 สาวเมาซิ่งเก๋งกลับจากฉลองปีใหม่ พุ่งชนจยย. ตกบ่อน้ำ นศ.ปี 1 ดับสลด แอลกอฮอล์ 210

ลูกชาย “ป้ามีนา” โพสต์เศร้า ชาติหน้าขอเป็นแม่ผม

จากกรณีข่าวเศร้าสะเทือนใจ คดีฆาตกรรม “ป้ามีนา” แม่ค้าอาหารตามสั่ง วัย 62 ปี ที่ถูกทำร้ายเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกชายของป้ามีนา ที่ได้โพสต์ข้อความสุดสะเทือนใจบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ไว้อาลัยต่อการจากไปของผู้เป็นแม่อันเป็นที่รัก

ลูกชาย “ป้ามีนา” โพสต์เศร้า “ชาติหน้ามีจริง ขอให้เป็นแม่ของผมทุกชาติเลย”

พลทหาร นิรัช คงตุ้ม อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นทหารประจำการอยู่แนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา ได้โพสต์ภาพคู่กับมารดา พร้อมข้อความสุดเศร้ากินใจว่า “สิ่งที่แม่เคยสอน เคยบอก ผมจะไม่ลืม ยังไม่ได้บวชทดแทนให้เลย ทำไมรีบไปจัง แม่เป็นแม่ที่ดีเสมอมา ไม่เคยตีผมเลยสักครั้งในชีวิต ชาติหน้ามีจริง ขอให้เป็นแม่ของผมทุกชาติเลยยิ่งดี ขอให้แม่ไปสู่สุขคตินะครับ” ข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างแม่ลูก และความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อนางมีนา ปัตถา ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต บริเวณหน้าร้านอาหารตามสั่งของตนเอง ในพื้นที่อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ก่อเหตุคือนางสาวจารุวรรณ โดยให้การอ้างว่าโมโหที่ผู้ตายปล่อยตนเองไปกับผู้ชายขณะเมาสุรา

ความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่: ข้อความสุดซึ้งจากลูกชาย “ป้ามีนา”

โพสต์ดังกล่าวของลูกชาย “ป้ามีนา” ได้ถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก ผู้คนต่างเข้ามาแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งประณามการกระทำอันโหดร้ายของผู้ก่อเหตุ และขอให้กระบวนการยุติธรรมลงโทษผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักและความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่และไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้ ดังนั้นจงทะนุถนอมและดูแลคนที่คุณรักให้ดีที่สุด ก่อนที่จะสายเกินไป

ความสูญเสียครั้งนี้เป็นความเจ็บปวดที่ยากจะบรรเทา แต่เชื่อว่ากำลังใจจากคนรอบข้างและความทรงจำอันดีงามเกี่ยวกับ “ป้ามีนา” จะช่วยให้ครอบครัวสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวปัตถา และขอให้ดวงวิญญาณของป้ามีนาไปสู่สุคติ

การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ย่อมนำมาซึ่งความเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง ไม่มีคำพูดใดสามารถปลอบประโลมความรู้สึกนี้ได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และร่วมกันนำพาความทรงจำอันดีงามเกี่ยวกับผู้ที่จากไป มาเป็นพลังในการดำเนินชีวิตต่อไป

เรื่องราวของ “ป้ามีนา” และข้อความสุดเศร้าของลูกชาย กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ สะท้อนให้เห็นถึงความรักความผูกพันในครอบครัว และความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวปัตถาผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี และขอให้ดวงวิญญาณของ “ป้ามีนา” ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ

ขอให้เรื่องราวของ “ป้ามีนา” เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต และใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เรารักอย่างมีความสุข เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าความตายจะมาพรากคนที่เรารักไปจากเราเมื่อไหร่

ครอบครัวและเพื่อนฝูงเป็นสิ่งสำคัญ จงดูแลรักษาความสัมพันธ์อันดีเหล่านี้ไว้ เพราะพวกเขาจะเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเราในทุกช่วงเวลาของชีวิต ทั้งในยามสุขและยามทุกข์

ดังนั้น จงใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน และทำทุกวันให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ต้องมาเสียใจในภายหลัง

ที่มา – ลูกชาย “ป้ามีนา” โพสต์เศร้า “ชาติหน้ามีจริง ขอให้เป็นแม่ของผมทุกชาติเลย”

เปิดปม! คดีฆ่า “ป้ามีนา” สาวโมโหปล่อยไปกับชาย

คดีฆ่า “ป้ามีนา” เจ้าของร้านอาหารตามสั่งที่กำแพงเพชร กลายเป็นข่าวเศร้าที่สะเทือนใจใครหลายคน ประเด็นสำคัญอยู่ที่พฤติการณ์ของสาวมือแทง ที่โมโหป้ามีนาเพราะปล่อยให้เธอไปกับผู้ชายตอนเมาหนัก เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นอย่างไร และอะไรคือชนวนเหตุที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้ เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดในคดีนี้กัน

คดีฆ่า “ป้ามีนา”: ปมเหตุจากความเมาและความโมโห

เหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เมื่อตำรวจได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายภายในร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ที่เกิดเหตุพบร่างของนางมีนา ปัตถา หรือ “ป้ามีนา” อายุ 62 ปี เจ้าของร้าน ถูกแทงด้วยอาวุธมีดหลายแห่ง อาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ผู้ก่อเหตุคือนางสาวจารุวรรณ ใจใฝ อายุ 32 ปี ซึ่งหลบหนีไปหลังก่อเหตุ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

ลำดับเหตุการณ์ใน คดีฆ่า “ป้ามีนา”

  • ช่วงบ่ายวันที่ 20 ส.ค.68 ตำรวจรับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดทำร้ายภายในร้านอาหารตามสั่ง พื้นที่หมู่ที่ 2 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร
  • ร้านดังกล่าวเป็นอาหารตามสั่งอยู่ริมแม่น้ำปิง ภายในร้านพบรอยเลือดหลายจุด ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บคือ ป้ามีนา หรือ นางมีนา ปัตถา อายุ 62 ปี เจ้าของร้าน ถูกนำตัวส่ง รพ. ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
  • ผลชันสูตรเบื้องต้นจาก รพ.สวรรค์ประชารักษ์ (เขาเขียว) พบบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าอก ลำคอ และแขนนับ 10 แผล เป็นแผลฉกรรจ์ และถูกจุดสำคัญทำให้เสียชีวิต
  • ผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.จารุวรรณ ใจใฝ อายุ 32 ปี หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตามไปจับกุมได้ที่บ้านพัก ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.คลองขลุง นานกว่า 2 ชั่วโมง
  • นักข่าวถามถึงแรงจูงใจ ผู้ก่อเหตุพูดแค่ว่า “หนูยังไม่ได้นอน ไม่ขอพูดอะไร หนูง่วง” ก่อนเดินเข้าห้องขังไป

คำบอกเล่าจากลูกจ้างในร้านป้ามีนาเผยถึงเบาะแสสำคัญ

  • ก่อนหน้า 2 วัน ผู้ก่อเหตุได้มานั่งกินดื่มที่ร้านเพียงลำพัง จนเมาไม่ได้สติ
  • ระหว่างนั้นมีผู้ชายคนหนึ่ง นั่งดื่มอยู่ภายในร้าน แต่คนละโต๊ะ ก่อนจะขอมารวมโต๊ะด้วย
  • ช่วงกำลังปิดร้าน ผู้เสียหายเมาได้สติแล้ว ป้ามีนาพยายามจะบอกให้ไปนอนในห้องของลูกตัวเอง ซึ่งตอนนี้ไม่อยู่ เพราะลูกป้า เป็นทหารแนวหน้าอยู่ชายแดน แต่ผู้เสียหายปฏิเสธ
  • ป้ามีนา ยังบอกด้วยว่า ถ้าไม่ไปนอนในบ้าน ก็นอนตรงนี้ยุงกัดเดี๋ยวก็รู้สึกตัวเอง
  • แต่ผู้ชายคนที่นั่งดื่มอยู่ด้วย อาสาจะไปส่งบ้าน ก่อนที่ผู้หญิงจะขึ้นรถไปกับเขา
  • วงจรปิดจับภาพชายคนดังกล่าว ไปเตรียมรถมอเตอร์ไซค์ จากนั้นก็มาประคองผู้ก่อเหตุไปขึ้นรถ ขี่ออกไป
  • เช้าอีกวัน มีผู้ชายขี่รถจักรยานยนต์มาส่งผู้ก่อเหตุ เพื่อเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ที่ร้าน

คำสารภาพของมือแทงในคดีฆ่า “ป้ามีนา”

  • 2 วันก่อนจะเกิดเหตุ (18 ส.ค.) ตัวเองซึ่งเป็นลูกค้าประจำของร้าน ได้มานั่งกินดื่มจนเมา เพราะมีเรื่องทุกข์ใจ
  • โมโหที่ผู้ตายปล่อยให้ตัวเองไปกับผู้ชายคนอื่น ซึ่งหากถูกทำมิดีมิร้ายขึ้นมา จะทำอย่างไร
  • ผู้ก่อเหตุย้อนกลับมาที่ร้านอีกครั้ง จากนั้นสั่งเบียร์มาดื่ม พร้อมกับระบายความอัดอั้นใส่ป้ามีนา
  • ก่อนใช้มีดที่พกมา ทำร้ายป้ามีนาอย่างโหดเหี้ยม นับ 10 แผล จนเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิต

เหตุการณ์คดีฆ่า “ป้ามีนา” ไม่ได้เป็นเพียงคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและความซับซ้อนในสังคม ทั้งเรื่องความรุนแรง การขาดสติ และความรับผิดชอบ

เรื่องราวที่น่าเศร้าใจยิ่งกว่าคือ ลูกชายของป้ามีนา ซึ่งเป็นทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังเดินทางกลับมาร่วมงานศพของมารดาด้วยความโศกเศร้า

คดีนี้ได้จุดประกายคำถามในสังคมว่า การดูแลลูกค้าที่อยู่ในอาการเมามายเป็นความรับผิดชอบของใครกันแน่? เป็นหน้าที่ของเจ้าของร้านหรือไม่? หรือเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลที่ต้องดูแลตัวเอง? นี่เป็นประเด็นที่น่าขบคิดและหาทางออกร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีกในอนาคต

ที่มา – คดีฆ่า “ป้ามีนา” เปิดพฤติการณ์สาวมือแทง โมโหปล่อยไปกับผู้ชายตอนเมาหนัก

Scroll to top