สิงห์บุรี

บุกปั๊มน้ำมันสิงห์บุรี ขายดีเซล 41 บาท พบต้นทุนสูง

เหตุการณ์ บุกปั๊มน้ำมันสิงห์บุรี ขายดีเซลลิตรละ 41 บาท พบต้นทุนมาสูง สั่งขยายผลตรวจสอบต้นทาง สร้างความฮือฮาในหมู่ประชาชนช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวน ล่าสุดชุดเฉพาะกิจจังหวัดสิงห์บุรีได้บุกตรวจปั๊มน้ำมันท่าช้าง หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านที่พบว่าราคาดีเซลแพงผิดปกติ สูงกว่าราคาตลาดทั่วไปมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 12.30 น. โดยมีนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นผู้สั่งการด่วน

บุกปั๊มน้ำมันสิงห์บุรี ขายดีเซลลิตรละ 41 บาท พบต้นทุนมาสูง สั่งขยายผลตรวจสอบต้นทาง

ทีมชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ นำโดยนายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี, นส.เมธินี นิชรัตน์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด, นายอุกฤษฎ์ ขันติวงค์ พลังงานจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกับพาณิชย์จังหวัด, ศูนย์ดำรงธรรม, ฝ่ายปกครอง และตำรวจ เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบปั๊มน้ำมันท่าช้าง อำเภอท่าช้างทันที ผลการตรวจพบว่าปั๊มจำหน่ายน้ำมันดีเซลจริงในราคาลิตรละ 41 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาอ้างอิงจากกระทรวงพาณิชย์อย่างเห็นได้ชัด

ทางปั๊มได้แสดงหลักฐานการรับซื้อน้ำมันดีเซลจากผู้ค้าส่งในราคาสูงถึงลิตรละ 40.50 บาท ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่เพียงลิตรละ 0.50 บาท เท่านั้น ผู้ประกอบการชี้แจงว่าต้องยอมรับต้นทุนสูงเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่หาซื้อน้ำมันใช้ได้ โดยเฉพาะในช่วงที่น้ำมันขาดแคลนหรือราคาโลกปรับตัวสูงขึ้น

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบการค้ากำไรเกินควร

จากเอกสารที่ตรวจสอบ บุกปั๊มน้ำมันสิงห์บุรี ขายดีเซลลิตรละ 41 บาท พบต้นทุนมาสูง สั่งขยายผลตรวจสอบต้นทาง ยืนยันว่าปั๊มไม่ได้ฉวยโอกาสจากผู้บริโภค แต่ปัญหาอยู่ที่ต้นทุนจากผู้ค้าส่งที่แพงผิดปกติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจึงสั่งให้รวบรวมเอกสารการสั่งซื้อทั้งหมด เพื่อขยายผลตรวจสอบไปยังคลังน้ำมันและแหล่งค้าส่งต้นทาง หากพบการปรับราคาขึ้นโดยไม่มีเหตุผล จะดำเนินคดีเด็ดขาดตามกฎหมาย

สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลในจังหวัดสิงห์บุรี

ในช่วงเวลาดังกล่าว ราคาน้ำมันดีเซลทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 32-35 บาทต่อลิตร แต่ที่สิงห์บุรีบางพื้นที่พบราคาสูงขึ้นเนื่องจากปัญหาการขนส่งหรือการกักตุน เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลท้องถิ่นยังคงจับตาดูแลราคาสินค้าจำเป็นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะน้ำมันที่ประชาชนพึ่งพาในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น การเกษตรและการขนส่งสินค้า

การตรวจสอบครั้งนี้ไม่เพียงช่วยคลายข้อกังวลของประชาชน แต่ยังเป็นการป้องปรามผู้ประกอบการที่อาจฉวยโอกาสจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน อันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและค่าเงินบาทที่อ่อนตัว นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้บริโภคตระหนักถึงสิทธิในการร้องเรียน หากพบราคาไม่เป็นธรรม

  • ราคาดีเซลปกติ: 32-35 บาท/ลิตร
  • ราคาที่ปั๊มท่าช้าง: 41 บาท/ลิตร
  • ต้นทุนรับซื้อ: 40.50 บาท/ลิตร
  • กำไร: 0.50 บาท/ลิตร

ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายจะเข้มงวด โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เพื่อปกป้องประชาชนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความโปร่งใสและรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ หากประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแส จะช่วยป้องกันปัญหาได้ตั้งแต่ต้นทาง แนะนำให้ตรวจสอบราคาน้ำมันผ่านแอป PTT หรือ Bangchak ก่อนเติม และอย่าลังเลที่จะร้องเรียน

เรียกร้องให้คุณช่วยกันเฝ้าระวัง! หากพบการขายแพงหรือกักตุน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือศูนย์ดำรงธรรม 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ราคาสินค้าทุกแห่งยุติธรรม

ที่มา – บุกปั๊มน้ำมันสิงห์บุรี ขายดีเซลลิตรละ 41 บาท พบต้นทุนมาสูง สั่งขยายผลตรวจสอบต้นทาง

“ลุงป้อม” เดินสายทำบุญสิงห์บุรี พร้อมมอบถุงยังชีพ

“ลุงป้อม” เดินสายทำบุญสิงห์บุรี พร้อมมอบถุงยังชีพให้กำลังใจตำรวจ-อพปร. เป็นข่าวที่สร้างความประทับใจให้กับประชาชนหลายคน เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลุงป้อม” ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปยังจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อทำบุญไหว้พระอย่างเรียบง่าย โดยใช้เวลาส่วนตัวหลังจากวางบทบาททางการเมือง

“ลุงป้อม” เดินสายทำบุญสิงห์บุรี พร้อมมอบถุงยังชีพให้กำลังใจตำรวจ-อพปร.

กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ลุงป้อมได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถวายสังฆทานและปัจจัยไทยธรรมที่วัดสำคัญหลายแห่งในสิงห์บุรี เช่น วัดอัมพวัน วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร และวัดพิกุลทอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบและศรัทธา แสดงให้เห็นถึงด้านที่เคร่งครัดในเรื่องศาสนาของท่าน

ลุงป้อมทำบุญสิงห์บุรี
ลุงป้อมไหว้พระวัดดัง

หลังจากทำบุญเสร็จ ลุงป้อมแวะรับประทานอาหารกลางวันที่คอฟฟี่มิลค์ คาเฟ่ ร้านอาหารชื่อดังของชาวสิงห์บุรี ระหว่างนั้นมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูปเซลฟี่ และอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง รวมถึงขอให้ยังคงเป็นที่ปรึกษาชาติบ้านเมืองต่อไป บรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง เหมือนญาติผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมบ้าน

มอบถุงยังชีพให้กำลังใจเจ้าหน้าที่

ไฮไลต์สำคัญของวันนี้คือการมอบถุงยังชีพให้กับข้าราชการตำรวจและอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อพปร.) ในพื้นที่อำเภอท่าช้าง เพื่อขอบคุณที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเสียสละ ถุงยังชีพเหล่านี้เต็มไปด้วยของใช้จำเป็น ช่วยเสริมกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างเต็มที่

มอบถุงยังชีพตำรวจอพปร.
  • วัดอัมพวัน: ถวายสังฆทานอย่างเรียบง่าย
  • วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร: กราบไหว้พระนอนองค์ใหญ่
  • วัดพิกุลทอง: สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
  • ร้านคอฟฟี่มิลค์: พบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด
  • อ.ท่าช้าง: มอบถุงยังชีพให้ตำรวจและอพปร.

กิจกรรม “ลุงป้อม” เดินสายทำบุญสิงห์บุรี พร้อมมอบถุงยังชีพให้กำลังใจตำรวจ-อพปร. แสดงให้เห็นถึงจิตใจเมตตาและความรับผิดชอบต่อสังคมของท่าน แม้จะวางมือจากเวทีการเมือง แต่ยังคงเป็นที่รักของประชาชน การทำบุญเช่นนี้ไม่เพียงเสริมบุญบารมีส่วนตัว แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ หันมาทำความดี

ประชาชนขอถ่ายรูป
ถุงยังชีพกำลังใจ

ในยุคที่สังคมต้องการผู้นำที่มีคุณธรรม การกระทำของลุงป้อมเป็นตัวอย่างที่ดี หากคุณชื่นชอบข่าวการเมืองและกิจกรรมสร้างสรรค์ แนะนำให้ติดตามต่อไป เพราะเรื่องดีๆ แบบนี้มีให้เห็นอีกเพียบ สามารถแชร์ประสบการณ์ทำบุญของคุณในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ

บรรยากาศอบอุ่น

ที่มา – “ลุงป้อม” เดินสายทำบุญสิงห์บุรี พร้อมมอบถุงยังชีพให้กำลังใจตำรวจ-อพปร.

อินทร์บุรีน้ำท่วม: แนวรับน้ำใหม่พัง น้ำทะลักท่วมโรงเรียน

สถานการณ์น้ำท่วมในอินทร์บุรียังคงน่ากังวลใจ หลังจากที่ อินทร์บุรี ตั้งแนวรับน้ำใหม่ เพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่ล่าสุดแนวรับน้ำดังกล่าวกลับพังลงมาอีกครั้ง ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ รวมถึงโรงเรียนอินทร์บุรี

ก่อนหน้านี้ เกิดเหตุการณ์พนังกั้นน้ำบริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรีพังทลายลง ทำให้มวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักเข้าท่วมตลาดฝั่งตะวันตกของอำเภออินทร์บุรี สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก (อ่านข่าว : พนังกั้นน้ำแตก มวลน้ำทะลักท่วม 300 หลังคา มุ่งหน้าที่ว่าการอำเภออินทร์บุรี)

เพื่อแก้ไขสถานการณ์เร่งด่วน องค์การบริหารส่วนตำบลอินทร์บุรีจึงได้ดำเนินการสร้าง อินทร์บุรี ตั้งแนวรับน้ำใหม่ โดยใช้หินคลุกเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำ บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พนังกั้นน้ำเดิมพังประมาณ 1 กิโลเมตร แนวรับน้ำใหม่นี้มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อหวังที่จะสกัดกั้นและชะลอการไหลบ่าของน้ำไม่ให้ขยายวงกว้างออกไป

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับเลวร้ายลงอีกครั้ง เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ด้วยกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและรุนแรง ได้กัดเซาะแนวรับน้ำที่สร้างขึ้นใหม่จนพังทลายลง ส่งผลให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ อย่างรวดเร็ว รวมถึงโรงเรียนอินทร์บุรี ซึ่งเป็นสถานศึกษาสำคัญในพื้นที่ นอกจากนี้ น้ำที่ทะลักเข้ามายังไหลไปยังบริเวณใกล้เคียงกับโรงพยาบาลอินทร์บุรี และคาดว่าจะไหลไปบรรจบกับจุดป้องกันน้ำจากตำบลทับยา

อินทร์บุรี ตั้งแนวรับน้ำใหม่

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำเติมนี้ สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การเดินทาง และทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อสถานศึกษาและโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในการให้บริการแก่ประชาชน

แนวทางการแก้ไขปัญหาและป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในอินทร์บุรีอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนและดำเนินการในระยะยาว โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบระบายน้ำ การสร้างพนังกั้นน้ำที่แข็งแรงและมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ รวมถึงการให้ความรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันและรับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วม

  • การสำรวจและประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ต่างๆ ที่มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วม
  • การปรับปรุงและขยายระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • การสร้างพนังกั้นน้ำที่มีความแข็งแรงและสามารถป้องกันน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นพื้นที่รับน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วม
  • การให้ความรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันและรับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วม

นอกจากนี้ การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน การมีส่วนร่วมของประชาชนในการวางแผนและดำเนินการแก้ไขปัญหา จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและเกิดความยั่งยืนในระยะยาว

อินทร์บุรี ตั้งแนวรับน้ำใหม่แต่กลับพังลงมาอีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาอุทกภัยและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการน้ำ การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการวางแผนป้องกันในระยะยาวจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – อินทร์บุรี ตั้งแนวรับน้ำใหม่ ล่าสุดพังลงมาอีก น้ำทะลักเข้าท่วมถึงโรงเรียนอินทร์บุรี

Scroll to top