สิทธิประโยชน์

ศิริกัญญา ติงดราม่าปรับเกณฑ์ประกาศผล บัตรคนจน รอบใหม่

ศิริกัญญา ติงดราม่าปรับเกณฑ์ประกาศผล บัตรคนจน รอบใหม่ แข็งตัวเกินไป

กลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูในโลกออนไลน์ หลังจากมีการประกาศผลผู้ลงทะเบียนรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งล่าสุด จนเกิดเสียงสะท้อนว่าการคัดกรองมีความเข้มงวดและแข็งตัวจนเกินไป ล่าสุด ศิริกัญญา ติงดราม่าปรับเกณฑ์ประกาศผล บัตรคนจน รอบใหม่ ว่าอาจเป็นการผลักไสคนที่เดือดร้อนจริงๆ ออกไปเพียงเพราะต้องการควบคุมงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมาย

ทางด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้วิเคราะห์สถานการณ์นี้ไว้ว่า รัฐบาลดูเหมือนจะมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อลดจำนวนผู้รับสิทธิให้เหลือเพียง 9-10 ล้านคน เนื่องจากงบประมาณที่ตั้งไว้มีจำนวนจำกัดเพียง 42,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับอดีตที่เคยใช้สูงถึง 50,000 ล้านบาท ส่งผลให้เกณฑ์การคัดกรองถูกปรับให้เข้มข้นจนเกิดปัญหาในทางปฏิบัติจริง

ผลกระทบจากการคัดกรองที่เข้มงวดจนเกินไป

ปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้มีหลากหลายรูปแบบ ทำให้เกิดคำถามว่ากลไกที่รัฐบาลวางไว้นั้นครอบคลุมความเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งนี่คือข้อสังเกตสำคัญ:

  • ข้อมูลความผิดพลาดเชิงเอกสาร: หลายคนถูกตัดสิทธิทั้งที่ไม่เป็นจริง เช่น กรณีชื่อไปผูกกับรถจักรยานยนต์หรือที่ดินที่เกินเกณฑ์โดยไม่ทราบมาก่อน
  • ปัญหาการอุทธรณ์: ระบบการอุทธรณ์ยังไม่พร้อม เจ้าหน้าที่และหน่วยงานรับเรื่อง เช่น กรมการขนส่งทางบก ประสบปัญหาโทรศัพท์สายไหม้จนติดต่อได้ยาก
  • ดีกรีความเดือดร้อนไม่เท่ากัน: ผู้ที่มีรายได้น้อยแต่มีที่ดินเกิน 10 ไร่ที่ทำประโยชน์ไม่ได้ หรือผู้ที่มีหนี้สินกู้ยืมเกิน 1 แสนบาท กลับหลุดจากเกณฑ์ทั้งหมด

ศิริกัญญา ติงดราม่าปรับเกณฑ์ประกาศผล บัตรคนจน รอบใหม่ ว่ารัฐบาลควรรีบเร่งแก้ไขความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้น การทุ่มเทคัดกรองคนออกมากเกินไปโดยละเลยความเดือดร้อนพื้นฐานอาจกลายเป็นการซ้ำเติมประชาชนมากกว่าความตั้งใจเดิมที่รัฐบาลต้องการ

ในมุมมองของผู้ติดตามนโยบายสาธารณะ เห็นได้ชัดว่าการแก้ปัญหาในอดีตที่เคยมีผู้รับสิทธิแบบไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายนั้นเป็นเรื่องที่สมควรทำ แต่การปรับเกณฑ์ให้แข็งตัวจนมองข้ามความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชน ก็อาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปรับจูนกลไกการคัดกรองให้มีความยืดหยุ่นและเข้าถึง ‘คนจนจริง’ ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้สวัสดิการของรัฐไปถึงมือผู้ที่ควรได้รับอย่างแท้จริง

ที่มา – “ศิริกัญญา” ติงดราม่าปรับเกณฑ์ประกาศผล “บัตรคนจน” รอบใหม่ เข้มงวด-แข็งตัวเกินไป

ประกันสังคมดูแลผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง ปลูกถ่ายไขกระดูกฟรี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกันตนทุกคน วันนี้เรามีข่าวดีและข้อมูลที่สำคัญมากสำหรับใครที่กำลังกังวลเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะกรณีโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งครับ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ประกันสังคมดูแลผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง ให้สามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาที่ทันสมัยและค่าใช้จ่ายสูง อย่างการปลูกถ่ายไขกระดูกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยครับ

ประกันสังคมดูแลผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง เข้าถึงสิทธิปลูกถ่ายไขกระดูกฟรี

การเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากทั้งในด้านร่างกายและค่าใช้จ่าย ทางสำนักงานประกันสังคมจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและมอบสิทธิพิเศษนี้ให้กับผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคทางระบบเลือดและไขกระดูก โดยเฉพาะการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ซึ่งหากต้องจ่ายเองจะมีราคาสูงมาก แต่ภายใต้สิทธินี้ ประกันสังคมดูแลผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง อย่างเต็มที่ครับ

เงื่อนไขและโรคที่ครอบคลุมภายใต้สิทธิ

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ ประกันสังคมดูแลผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง ในกรณีการปลูกถ่ายไขกระดูก จะต้องเข้าหลักเกณฑ์ตามที่กำหนด โดยเน้นในกลุ่มโรคหลักๆ ดังนี้ครับ:

  • มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ (มัยอีลอยด์และลิมโฟบลาส)
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • ไขกระดูกฝ่อชนิดรุนแรง
  • ไขกระดูกผิดปกติระยะก่อนเป็นมะเร็ง
  • มะเร็งไขกระดูกชนิดมัยอีโลม่า
  • ไขกระดูกผิดปกติชนิดเป็นพังผืด

หากคุณหรือคนใกล้ชิดได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเหล่านี้ สามารถยื่นคำร้องที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สะดวกได้เลย หลังจากได้รับอนุมัติแล้ว คุณจะได้รับการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่ทำความตกลงไว้ 13 แห่งทั่วประเทศ อาทิ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, รามาธิบดี, ศิริราช, และโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ระดับจังหวัดที่ได้มาตรฐาน เพื่อเข้ารับการรักษามีคุณภาพโดยที่คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหลักแสนหรือหลักล้านบาท

ในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้จ่ายค่ารักษาในส่วนนี้ไปมากกว่า 111 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสำนักงานประกันสังคมพร้อมยืนเคียงข้างผู้ป่วยมะเร็งอย่างแท้จริง การเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างเท่าเทียมคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ประกันตนทุกคนพึงได้รับ ดังนั้นหากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการป่วย อย่าละเลยสิทธิประโยชน์ของตัวเองนะครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ที่มา – “ประกันสังคม” ดูแล “ผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง” เข้าถึงสิทธิปลูกถ่ายไขกระดูกฟรี

“เท้ง” ไม่รับปากขอโทษ สว. ปมระบอบสีน้ำเงิน

“เท้ง” ไม่รับปากขอโทษ สว. ปมระบอบสีน้ำเงิน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อ “เท้ง” ไม่รับปากขอโทษ สว. ปมระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งถือเป็นแผลใจและความขัดแย้งที่ก่อตัวขึ้นใหม่ภายในรัฐสภา โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมายืนยันหนักแน่นว่าเจตนาที่แท้จริงของการตั้งคำถามเรื่องนี้ ไม่ใช่การบ่อนทำลายวุฒิสภา แต่เป็นการมุ่งหวังให้รัฐสภามีความยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง ผ่านการผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

เบื้องลึกวิพากษ์ “เท้ง” ไม่รับปากขอโทษ สว. ปมระบอบสีน้ำเงิน

หลังจากที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาได้นัดกันแถลงข่าวโต้กลับพรรคประชาชน โดยมีการขีดเส้นตายให้ทางพรรคออกมาขอโทษภายใน 3 วัน “เท้ง” ไม่รับปากขอโทษ สว. ปมระบอบสีน้ำเงิน อย่างชัดเจนในทันที โดยเขามองว่าควรดูรายละเอียดและที่มาของบุคคลที่ออกมาเรียกร้องก่อนว่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีอิทธิพลในการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุดอย่างไรบ้าง

  • จุดยืนของพรรคประชาชน คือการทำให้รัฐสภาทำงานเพื่อประชาชน
  • การวิพากษ์วิจารณ์ระบอบสีน้ำเงิน เป็นการตั้งคำถามถึงกระบวนการผูกขาดอำนาจ
  • เรียกร้องให้ สว. ยึดโยงกับประชาชน แทนการรักษาอำนาจหรือสิทธิพิเศษ

นายณัฐพงษ์ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปัญหาระบอบสีน้ำเงินที่เขากล่าวถึงนั้นมีความซับซ้อนและใหญ่กว่าที่หลายคนคิด เขาตั้งข้อสังเกตว่าพรรคภูมิใจไทยและกลุ่มอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกันอาจกำลังผูกขาดอำนาจรัฐ ทั้งในส่วนฝ่ายบริหารและกลไกวุฒิสภา ซึ่งส่งผลให้การตรวจสอบและการถ่วงดุลอำนาจของประเทศล้มเหลว นำไปสู่ปัญหาดัชนีคอร์รัปชันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในมุมมองของพรรคประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเพิ่มหลักการที่ไม่เอื้อสิทธิพิเศษให้ สว. กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกประเทศไทยจากวงจรเดิมๆ แม้ สว. บางส่วนจะมองว่าคำแถลงการณ์ของพรรคประชาชนเป็นการบ่อนทำลาย แต่อีกด้านหนึ่ง นี่คือโอกาสที่จะพิสูจน์ความจริงใจว่า สว. ต้องการเห็นบ้านเมืองโปร่งใส หรือเพียงต้องการรักษาฐานอำนาจของตนไว้เพียงเท่านั้น

สุดท้ายแล้ว การเมืองไทยต้องการการยอมรับความจริงและการก้าวไปข้างหน้า การที่หัวหน้าพรรคประชาชนยืนหยัดในอุดมการณ์เดิม พร้อมเชิญชวนให้ทุกฝ่ายร่วมกันจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชน จึงเป็นทางออกที่สำคัญที่สุดสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องจับตาดูกันต่อไปว่าความขัดแย้งนี้จะคลี่คลายอย่างไร และรัฐสภาไทยจะสามารถก้าวข้ามผ่านข้อพิพาทเพื่อประโยชน์ของคนทั้งประเทศได้หรือไม่

ที่มา – “เท้ง” ไม่รับปากขอโทษ สว. ปมกล่าวหาระบอบสีน้ำเงิน ยันไม่ได้บ่อนทำลายวุฒิสภา

ประกันสังคมย้ำสิทธิค่าทดแทนรายเดือนเจ็บป่วยงาน

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างทุกคนต้องรู้จักกันดีเลยนะคะ โดยเฉพาะ ค่าทดแทนรายเดือน จากกองทุนเงินทดแทนของสำนักงานประกันสังคม ที่ช่วยเหลือเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ประชาสัมพันธ์สิทธิ์นี้เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่าถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน จะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

สิทธิ ค่าทดแทนรายเดือน นี้ ลูกจ้างจะได้รับเงินชดเชยจำนวน 70% ของค่าจ้างรายเดือนปกติ โดยมีขั้นต่ำไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายในพื้นที่ที่ทำงาน และสูงสุดไม่เกิน 14,000 บาทต่อเดือน ถ้าคุณเป็นลูกจ้างที่จ่ายประกันสังคมอยู่ ก็เตรียมรับสิทธิ์นี้ได้เลยถ้าเข้าหลักเกณฑ์

ค่าทดแทนรายเดือน ประกันสังคม ลูกจ้างเจ็บป่วย

ค่าทดแทนรายเดือน

สิทธิ ค่าทดแทนรายเดือน แบ่งออกเป็น 4 กรณีหลักๆ ที่ลูกจ้างสามารถรับได้ ดังนี้เลยค่ะ มาดูรายละเอียดกันเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์สำคัญ

กรณีที่ 1: หยุดพักรักษาตัวตามใบรับรองแพทย์

ถ้าแพทย์ให้หยุดงานเพื่อรักษาตัวจากอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน คุณมีสิทธิได้รับ ค่าทดแทนรายเดือน 70% ของค่าจ้าง ตั้งแต่วันแรกที่หยุด แต่ไม่เกิน 1 ปี นะคะ ต้องมีใบรับรองแพทย์ชัดเจน และหยุดตามที่หมอสั่งเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณล้มในที่ทำงาน บาดเจ็บขา แพทย์ให้พัก 3 เดือน ก็รับเงินชดเชยเต็มๆ ไปเลย

กรณีที่ 2: สูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน

หลังรักษาเสร็จ ถ้าสมรรถภาพร่างกายลดลง เช่น มือไม่ค่อยดีเท่าเดิม จะประเมินหลังสิ้นสุดการรักษา หรือ 1 ปีหลังเกิดเหตุ แล้วรับ ค่าทดแทนรายเดือน 70% ไม่เกิน 10 ปี ช่วยให้คุณมีรายได้ต่อเนื่องแม้ไม่สามารถทำงานเต็มที่

กรณีที่ 3: ทุพพลภาพถาวร จะได้เงิน 70% ตลอดชีวิตเลยค่ะ สิทธิ์นี้สำคัญมากสำหรับคนที่บาดเจ็บหนัก

กรณีที่ 4: ถ้าถึงแก่ความตายหรือสูญหาย ครอบครัวจะได้รับแทนเป็นเวลา 10 ปี

  • หยุดพักรักษา: ไม่เกิน 1 ปี
  • สูญเสียสมรรถภาพ: ไม่เกิน 10 ปี
  • ทุพพลภาพ: ตลอดชีวิต
  • ถึงแก่ความตาย: 10 ปี

นอกจากนี้ การสมัครสิทธิ์ทำได้ง่ายๆ ที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้าน หรือส่งเอกสารทางออนไลน์ ต้องเตรียมใบรับรองแพทย์ เอกสารนายจ้างยืนยัน และบัตรประชาชน อย่าลืมตรวจสอบว่าตัวเองอยู่ในระบบประกันสังคมด้วยนะคะ

สิทธิ ค่าทดแทนรายเดือน นี้ไม่ใช่แค่เงินชดเชย แต่เป็นเกราะป้องกันให้ลูกจ้างกล้าทำงานโดยไม่กลัวเสี่ยง โดยเฉพาะอาชีพเสี่ยงสูงอย่างก่อสร้าง โรงงาน หรือขับรถ ถ้าคุณเป็นนายจ้าง ก็ควรแจ้งลูกน้องให้รู้สิทธิ์นี้ด้วย จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน

ในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน สิทธิประกันสังคมแบบนี้ยิ่งสำคัญ ช่วยลดภาระครอบครัวได้มาก เราเห็นเคสจริงหลายคนที่ได้รับเงินนี้แล้วลุกขึ้นมาใหม่ได้ อย่าปล่อยให้สิทธิ์หลุดมือ ถ้าคุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ

ชวนทุกคนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือไปที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้าน รู้สิทธิ์ = มีความมั่นใจในการทำงานมากขึ้น!

ที่มา – “ประกันสังคม” ย้ำสิทธิ “ค่าทดแทนรายเดือน” เมื่อลูกจ้างเจ็บป่วยจากการทำงาน

พรรคประชาชน ยื่นร่าง ปฏิรูปประกันสังคม จี้สภาโหวต

พรรคประชาชน ยื่นร่าง ปฏิรูปประกันสังคม ในวันแรงงานสากล 1 พฤษภาคม 2567 โดยมีผู้ประกันตนและเครือข่ายแรงงานจำนวนมากมาร่วมเดินขบวนจากแยกบางโพไปยังรัฐสภา เพื่อยื่นร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม และเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองโหวตผ่าน หากรักประชาชนจริง กิจกรรมนี้เน้น 4 ด้านหลักคือ ความโปร่งใส ประสิทธิภาพการบริหาร ความยึดโยงกับผู้ประกันตน และความยั่งยืนของกองทุน

พรรคประชาชน ยื่นร่าง ปฏิรูปประกันสังคม

นายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวในเวทีปราศรัยที่ลานประชาชน รัฐสภา ว่า วันแรงงานไม่ใช่แค่วันหยุด แต่เป็นวันรำลึกถึงการต่อสู้ของแรงงานรุ่นก่อน ที่ใช้เวลา 30-40 ปีกว่าจะมีประกันสังคมในปี 2533 แม้ปัจจุบันจะมีแล้ว แต่ยังมีปัญหามากมาย พรรคประชาชนจึงยื่นร่างเพื่อปฏิรูป พรรคประชาชน ยื่นร่าง ปฏิรูปประกันสังคม ให้ดีขึ้น โดยขอพลังประชาชนช่วยกดดัน ส.ส.ทุกพรรคให้โหวตผ่าน

พรรคประชาชน ยื่นร่าง ปฏิรูปประกันสังคม

ปัญหา 4 ด้านใหญ่ของประกันสังคม

นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ชี้แจงปัญหาที่สะสมมานาน โดยกองทุนประกันสังคมเกิดจากแรงงานเรียกร้องเอง แต่ถูกข้าราชการและการเมืองแทรกแซง เช่น ซื้อตึก 3,000 ล้านแต่จ่าย 7,000 ล้าน ซื้อหุ้นมั่วซั่ว ปัญหาหลักมี 4 ด้าน:

  • ความโปร่งใส: ไม่รู้เงินที่ส่งทุกเดือนไปไหน บริหารสำนักงานปีละ 5,000-6,000 ล้าน ขอข้อมูลก็ไม่เคยได้ บอร์ดทำงานอะไรไม่เคยเห็นหน้า
  • ความเป็นมืออาชีพ: ลงทุนกำไรเฉลี่ยแค่ 3% ต่อปี เพราะผู้บริหารขาดความเชี่ยวชาญ มาจากกระทรวงอื่น
  • ความยึดโยงกับผู้ประกันตน: เลือกบอร์ดแค่ครั้งเดียว บอร์ดแพทย์และตรวจสอบแต่งตั้งโดยรัฐมนตรี ไม่เคยจับทุจริตได้
  • ความยั่งยืน: ผู้เชี่ยวชาญเตือนกองทุนอาจล่มใน 25-30 ปี จากปัญหาข้างต้น

น.ส.ธนพร วิจันทร์ หรือ “ไอซ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า ผู้ประกันตนปล่อยให้บริหารมานาน มีการโกงลงทุนเสียหาย แต่เราสามารถทวงคืนได้ โดยร่างกฎหมายนี้จะปฏิรูปออกจากระบบราชการ จี้รัฐมนตรีแรงงานเร่งเลือกตั้งบอร์ดจากผู้ประกันตน และจัดการทุจริต

การเดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม

น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า สิทธิรักษาพยาบาลด้อยกว่าบัตรทอง และขาดความมั่นใจจากความไม่โปร่งใส แต่ตอนนี้ทุกพรรคเริ่มพูดถึงเรื่องเดียวกัน แม้พรรคเพื่อไทยจะมีร่างตัวเอง แต่ต้องกดดันต่อเนื่อง มิเช่นนั้นจะไม่ผ่านสภา

เวทีปราศรัยปฏิรูปประกันสังคม

กิจกรรมนี้แสดงพลังประชาชนที่ช่วยพลิกโครงสร้างได้ หากสภาโหวตผ่าน ร่างกฎหมายจะยกระดับประกันสังคมให้เป็นของผู้ประกันตนจริงๆ

คุณที่เป็นผู้ประกันตนหรือแรงงาน อย่ารอช้า ช่วยแชร์ข่าวนี้ กดดัน ส.ส.พรรคคุณให้โหวต พรรคประชาชน ยื่นร่าง ปฏิรูปประกันสังคม ให้ผ่าน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุกคน พลังประชาชนจะเปลี่ยนสังคมได้!

ที่มา – พรรคประชาชน ยื่นร่างฯ ปฏิรูปประกันสังคม จี้ทุกพรรคหากรักประชาชน หวังสภาฯ โหวตให้ผ่าน

รมว.แรงงานเสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งช่วยเหลือ

รมว.แรงงาน เสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งตรวจสอบผู้ประกันตน

จากเหตุการณ์สุดสลดใจ เครนถล่มทับรถไฟที่จังหวัดนครราชสีมา นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนตามกฎหมาย

เหตุการณ์ รมว.แรงงาน เสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งตรวจสอบผู้ประกันตน ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ณ โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง บริเวณถนนบ้านคด ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ปั้นจั่นที่ใช้ยกซีเมนต์ของรถไฟความเร็วสูงได้หล่นลงทับโบกี้รถไฟ ทำให้เกิดเพลิงไหม้และมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

การดำเนินการของกระทรวงแรงงาน

หลังทราบข่าว รมว.แรงงาน เสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งตรวจสอบผู้ประกันตน นางสาวตรีนุช ได้สั่งการให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 3 ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เพื่อประเมินสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังได้เร่งตรวจสอบสถานะของผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยลูกจ้างที่เสียชีวิตจะได้รับเงินจากกองทุนเงินทดแทน เป็นค่าทำศพ ค่าทดแทนกรณีตายรายเดือน ส่วนลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ และค่าทดแทนกรณีหยุดงาน

นางสาวตรีนุช กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ญาติของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมั่นใจได้ว่า กระทรวงแรงงานจะให้การคุ้มครอง ดูแล และเร่งให้การช่วยเหลือสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามกฎหมายโดยด่วนที่สุด พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด

สำหรับญาติของลูกจ้างที่เสียชีวิต สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือโทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 1 สำนักงานประกันสังคม เพื่อขอรับคำแนะนำและความช่วยเหลือ

เหตุการณ์ รมว.แรงงาน เสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งตรวจสอบผู้ประกันตน ถือเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ และเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการทำงานมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีกในอนาคต

ที่มา – รมว.แรงงาน เสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งตรวจสอบผู้ประกันตน ดูแลสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย

ประกันสังคมเตือน! ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน

สำนักงานประกันสังคม ออกมาเตือนนายจ้างให้รีบดำเนินการยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่รับลูกจ้างเข้าทำงาน หากละเลยมีโทษทั้งจำทั้งปรับ!

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้กล่าวถึงความสำคัญของการขึ้นทะเบียนลูกจ้าง เพื่อให้ลูกจ้างทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน ซึ่งจะช่วยดูแลลูกจ้างเมื่อประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต อันเนื่องมาจากการทำงาน ดังนั้น นายจ้างจึงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มงานวันแรก

ประกันสังคม เตือนนายจ้างยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน

สำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษ ขอให้นายจ้างทุกท่านตรวจสอบและดำเนินการยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างให้ถูกต้องและครบถ้วนตามกำหนด

ช่องทางการยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้าง

สำนักงานประกันสังคมได้อำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง โดยมีช่องทางการยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้าง 2 ช่องทาง ดังนี้

  1. ยื่นเอกสารด้วยตนเอง: ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ จังหวัด หรือสาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่
  • สำหรับลูกจ้างสัญชาติไทย
    • กรอกรายละเอียดในแบบฟอร์ม สปส.1-03 ให้ครบถ้วน
    • ไม่ต้องมีเอกสารแนบ
    • ไม่ต้องใช้แบบเลือกสถานพยาบาล สปส.9-02
  • สำหรับลูกจ้างชาวต่างชาติ/ต่างด้าว
    • กรอกแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน สปส.1-03
    • สำเนาหนังสือเดินทาง หรือเอกสารแสดงตัวแทนหนังสือเดินทาง
    • สำเนาใบอนุญาตทำงาน
    • สำเนาเอกสารการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวกรณีพิเศษ
  1. ยื่นผ่านระบบออนไลน์: ผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th (ระบบ e-Service)

ขั้นตอนการยื่นแบบออนไลน์:

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ www.sso.go.th
  2. ลงทะเบียนและพิมพ์แบบ สปส.1-05
  3. นำเอกสารไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคม
  4. รอเจ้าหน้าที่อนุมัติ User Password

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วน 1506 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง), LINE: @ssothai หรือเว็บไซต์ www.sso.go.th

การยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้าง เป็นหน้าที่สำคัญของนายจ้าง เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน และยังเป็นการสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นให้กับลูกจ้างอีกด้วย อย่าลืมดำเนินการให้ถูกต้องและทันเวลา!

ที่มา – ประกันสังคม เตือนนายจ้างยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน ที่รับเข้าทำงาน

Scroll to top