สุขภาพจิต

“โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจในวงการการเมืองไทย เมื่อ “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ โดยนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค และน.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือ เอม พร้อมด้วยน.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยา ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ในฐานะตัวแทนครอบครัว พวกเขาเดินทางมาพร้อมทนายความประจำตัวอย่างนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความห่วงใย

“โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

หลังจากใช้เวลาอยู่ในเรือนจำประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.พินทองทา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยอัปเดตสถานการณ์สุขภาพของนายทักษิณว่า อาการป่วยเล็กน้อยที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ดีขึ้นแล้ว ตอนนี้คุณพ่อได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีการเข้าคอร์สเรียนทำอาหารภายในเรือนจำ ซึ่งเป็นคอร์สระยะเวลา 10 วัน ไม่ใช่แค่การทำอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการอบรมหลายเรื่อง เช่น การวาดรูป เพื่อพัฒนาการทางอารมณ์และสุขภาพจิตของผู้ต้องขังให้ดีขึ้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการดูแลผู้ต้องขังอย่างครบด้านของเรือนจำ

รายละเอียดคอร์สเรียนและพัฒนาการของทักษิณ

คอร์สเรียนดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ต้องขังมีกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางอารมณ์ โดยน.ส.พินทองทาเล่าว่าคุณพ่อรู้สึกดีกับกิจกรรมเหล่านี้ มันช่วยให้มีเวลาผ่อนคลายและพัฒนาตัวเอง นอกจากสุขภาพที่ฟื้นตัวแล้ว ยังไม่มีข้อความใดฝากถึง ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย แม้จะใกล้ช่วงเลือกตั้งใหญ่ก็ตาม น.ส.พินทองทายิ้มรับคำถามและบอกว่า “ยังไม่มีค่ะ”

ส่วนประเด็นร้อนเรื่องการยื่นเอกสารพักโทษในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งมีกระแสข่าวว่านายทักษิณอาจได้รับการพิจารณา น.ส.พินทองทาปฏิเสธที่จะตอบ และขอบคุณกำลังใจจากคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ ก่อนยกมือไหว้และขึ้นรถกลับ

  • ขั้นตอนการพิจารณาพักโทษ: เรือนจำกำลังรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังทั้งหมด
  • พิจารณาโดยคณะกรรมการระดับเรือนจำ
  • คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์
  • คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม

ข้อมูลจากเรือนจำกลางคลองเปรมระบุว่า ยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นเท่านั้น ต้องผ่านการพิจารณา 3 ระดับเพื่อความโปร่งใส

เหตุการณ์ “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ นี้ สะท้อนถึงความสามัคคีของครอบครัวชินวัตร และการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากสาธารณชน ในมุมมองของผู้เขียน การพัฒนาตัวเองผ่านคอร์สเรียนในเรือนจำเป็นแนวทางที่น่าชื่นชม ช่วยลดความเครียดและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

แฟนมวยเศร้า! ริกกี้ แฮตตัน เสียชีวิตในวัย 46 ปี

วงการมวยเศร้า! แฟนมวยเศร้า ริกกี้ แฮตตัน อดีตกำปั้นแชมป์โลก เสียชีวิตในวัย 46 ปี โดยร่างของเขาถูกพบภายในบ้านตัวเอง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ และเบื้องต้นตำรวจไม่พบความน่าสงสัยใดๆ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายริกกี้ แฮตตัน อดีตแชมป์โลกมวยสากลอาชีพชาวอังกฤษ เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุ 46 ปี โดยร่างของแฮตตันถูกพบที่บ้านของเขาเองในเมืองไฮด์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ก.ย. 2568 โดยที่ตำรวจเกรเตอร์แมนเชสเตอร์ ไม่พบความน่าสงสัยใดๆ ในการเสียชีวิตของเขา

ตามการเปิดเผยของตำรวจ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากประชาชนให้ไปตรวจสอบที่ถนน โบลเอเคอร์ (Bowlacre) ในเมืองไฮด์ เขตเทมไซด์ เมื่อเวลา 6.45 น. วันอาทิตย์ และพบร่างของชายวัย 46 ปีรายหนึ่ง ซึ่ง ณ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อว่ามีสถานการณ์น่าสงสัยใดๆ

ทั้งนี้ แฮตตันคว้าแชมป์โลกในรุ่นไลต์เวลเตอร์เวตและเวลเตอร์เวต และด้วยสไตล์การชกที่ดุดันทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักมวยชาวอังกฤษที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในยุคของเขา โดยคู่ต่อสู้คนสำคัญของเขา ได้แก่ คอสตย่า ซึยู, ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ และ แมนนี่ ปาเกียว

แฮตตันเปิดเผยเรื่องที่เขาต้องเผชิญปัญหาสุขภาพจิตหลังจากการแขวนนวม และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เขาได้ประกาศว่าจะกลับคืนสังเวียนอีกครั้งในการชกอาชีพกับ ไอซ่า อัล ดาห์ ที่เมืองดูไบในเดือนธันวาคมนี้ แต่เขากลับจากไปอย่างกะทันหัน ทำให้แฟนมวยเศร้าใจกับการจากไปก่อนวัยอันควร

บุคคลในวงการมวยมากมายต่างออกมาร่วมแสดงความเสียใจกับการจากไปของนายแฮตตัน เช่น ไทสัน ฟิวรี อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวตของอังกฤษได้กล่าวคำยกย่องแฮตตันผ่านข้อความบนอินสตาแกรมว่า “ขอแสดงความเสียใจต่อตำนานอย่างริกกี้ แฮตตัน ขอให้เขาไปสู่สุคติ” “ริกกี้ แฮตตัน จะมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจากไปเร็วขนาดนี้”

อาเมียร์ ข่าน อดีตแชมป์โลกชาวอังกฤษอีกคน ได้โพสต์ข้อความผ่าน X (ทวิตเตอร์) ยกย่องแฮตตันว่าเป็น “ทั้งที่ปรึกษา นักสู้ และหนึ่งในนักมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ”

ข่านระบุอีกว่า “ในฐานะนักสู้ เรามักจะบอกตัวเองว่าเราแข็งแกร่ง เราฝึกฝน เราทุ่มเท เราโดนต่อย เราลุกขึ้นสู้ แต่บางครั้งการต่อสู้ที่ยากที่สุดเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ภายในจิตใจ”

“ปัญหาสุขภาพจิตไม่ใช่ความอ่อนแอ มันคือส่วนหนึ่งของการเป็นมนุษย์ และเราต้องพูดคุยถึงเรื่องนี้ เราต้องยื่นมือออกไป เราต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน”

“ริกกี้ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง ทั้งการชก ช่วงเวลาแห่งชัยชนะ และความมุ่งมั่นของคุณ ขอบคุณที่ผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้า และแสดงให้เราเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้”

แฟนมวยเศร้า ริกกี้ แฮตตัน อดีตกำปั้นแชมป์โลก เสียชีวิตในวัย 46 ปี

การจากไปของริกกี้ แฮตตัน สร้างความเสียใจให้กับแฟนมวยเศร้าทั่วโลก เขาเป็นนักชกที่มีสไตล์การชกที่ดุดันและเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ มากมาย นอกจากนี้ เขายังเป็นคนที่เปิดเผยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและควรได้รับการพูดถึงอย่างเปิดเผย

ทำไมริกกี้ แฮตตัน ถึงเป็นที่รักของแฟนมวย?

  • สไตล์การชกที่ดุดันและเร้าใจ
  • ความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการฝึกซ้อม
  • ความเป็นกันเองและเข้าถึงง่าย
  • การเปิดเผยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต

การสูญเสียริกกี้ แฮตตัน เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการมวย หวังว่าเรื่องราวของเขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพจิตของตนเองและคนรอบข้างให้มากขึ้น

แม้ว่าริกกี้ แฮตตัน จะจากไปแล้ว แต่ชื่อของเขาจะยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนมวยตลอดไป ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและเพื่อนของเขา

ที่มา – แฟนมวยเศร้า ริกกี้ แฮตตัน อดีตกำปั้นแชมป์โลก เสียชีวิตในวัย 46 ปี

สภาฯ ห่วงใย สุขภาพจิตกำลังพลพื้นที่ชายแดน

ประธานอนุกรรมาธิการสุขภาพจิต สภาฯ เรียกร้องกองทัพใส่ใจภาวะจิตใจของกำลังพลในพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นระบบ ชี้กองทัพไม่ควรชี้แจงแค่ทหารส่วนน้อย เพราะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตกำลังพลในระยะยาว

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 ส.ค. 2568 ที่รัฐสภา น.ส.สิริภัส กองตระการ สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการปรับปรุงระบบบริการสุขภาพจิตของประชาชนในทุกช่วงวัย สภาผู้แทนราษฎร แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีพลทหารก่อเหตุยิง 2 พลเรือนจนได้รับบาดเจ็บและยิงตัวเองเสียชีวิต โดยระบุว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มทหารชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน หรือพื้นที่มีความตึงเครียดสูง ทำให้เกิดภาวะเครียดสะสมในกำลังพล การสูญเสียชีวิต ทั้งของพลทหารและพลเรือนบาดเจ็บเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการดูแลสุขภาพจิตกำลังพลพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นระบบ แม้ปัจจุบันจะมีทีมแพทย์และทีมสนับสนุน เช่น ทีม MCAT (Mental Health Crisis Assessment and Treatment) ลงพื้นที่ดูแลกลุ่มเสี่ยงทั้งทหารและประชาชน แต่เมื่อเทียบกับความต้องการและจำนวนบุคลากรที่มีอยู่ในพื้นที่จริงแล้ว ยังไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุมเพียงพอที่จะรองรับความต้องการทั้งหมด

สภาฯ ห่วงใย สุขภาพจิตกำลังพลพื้นที่ชายแดน

ย้ำผลกระทบทหารระยะยาว

“อีกปัจจัยสำคัญคือ ทหารที่อยู่ในภาวะเครียดสูงอาจไม่เลือกที่จะปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล แม้จะมีบุคลากรทางการแพทย์ประจำอยู่ในพื้นที่ เพราะขาดความไว้วางใจ หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยในการเปิดเผยความรู้สึกของตน ซึ่งการประเมินสุขภาพจิตไม่สามารถดูได้จากภายนอก แต่ต้องอาศัยการพูดคุย การติดตามจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานอย่างใกล้ชิด แม้ว่ากองทัพจะออกมาชี้แจงว่า มีทหารเพียง “ส่วนน้อย” แต่ตนเห็นว่าปัญหานี้ไม่ควรถูกลดทอนความสำคัญลง และไม่ควรแก้ไขเพียงชั่วคราวเฉพาะหน้าหลังเกิดเหตุเท่านั้น เพราะมีผลกระทบส่งผลระยะยาวต่อคุณภาพชีวิตของกำลังพล

ทั้งนี้อนุกรรมาธิการฯ จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อยกระดับมาตรการด้านสุขภาพจิตกำลังพลพื้นที่ชายแดนอย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้กลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย

ทำไมต้องใส่ใจ สุขภาพจิตกำลังพลพื้นที่ชายแดน?

การที่กำลังพลต้องเผชิญกับความเสี่ยงและความเครียดสูงในพื้นที่ชายแดน ทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะเกิดปัญหาสุขภาพจิตได้มากกว่าคนทั่วไป ปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ ประสิทธิภาพในการทำงาน และคุณภาพชีวิตส่วนตัว ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตกำลังพลพื้นที่ชายแดนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

การดูแลสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน: สิ่งที่กองทัพควรทำ

  • เพิ่มจำนวนบุคลากรทางการแพทย์และทีมสนับสนุน: จัดสรรบุคลากรให้เพียงพอต่อความต้องการในพื้นที่ เพื่อให้ครอบคลุมการดูแลอย่างทั่วถึง
  • สร้างความไว้วางใจและความปลอดภัย: ส่งเสริมให้กำลังพลกล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกและเข้ารับการปรึกษา โดยสร้างบรรยากาศที่เข้าใจและไม่ตัดสิน
  • การฝึกอบรมและให้ความรู้: จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตแก่ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้สามารถสังเกตอาการและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นได้
  • การประเมินสุขภาพจิตอย่างสม่ำเสมอ: จัดให้มีการประเมินสุขภาพจิตเป็นประจำ เพื่อตรวจจับปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ และให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที

การดูแลสุขภาพจิตของกำลังพลไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างกองทัพที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ การใส่ใจสุขภาพจิตของกำลังพลทุกคนจะช่วยลดความเสี่ยงของเหตุการณ์tragic และสร้างขวัญกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ

ที่มา – ประธานอนุกมธ.สุขภาพจิต สภาฯ เรียกร้องกองทัพอย่าปล่อยผ่านสุขภาพจิตกำลังพลพื้นที่ชายแดน

Scroll to top