สุชาติ ตระกูลเกษมสุข

วัชระ ยื่นสอบเลขาฯ ป.ป.ช. ซ้ำ ปมเลื่อนตำแหน่ง ผอ.สำนักไต่สวนฯ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมไทยกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีที่ นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ในกรณีที่ถูกมองว่ามีการใช้อำนาจมิชอบ

วัชระ ยื่นสอบเลขาฯ ป.ป.ช. ซ้ำ ปมเลื่อนตำแหน่ง ผอ.สำนักไต่สวนฯ

เหตุการณ์ที่เป็นต้นเรื่องคือการออกคำสั่งสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ 455/2569 ซึ่งเป็นการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งนายจรงค์ เกราะเหมาะ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดีพิเศษ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุใดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเมาแล้วขับรถชนคนเสียชีวิต ถึงยังได้รับโอกาสเลื่อนขั้นและเพิ่มเงินตำแหน่งอย่างก้าวกระโดด

ข้อกังขาต่อระบบคุณธรรมและการยื่นสอบเลขาฯ ป.ป.ช. ซ้ำ ปมเลื่อนตำแหน่ง ผอ.สำนักไต่สวนฯ

หลายคนสงสัยว่าคำสั่งนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังหรือไม่ เนื่องจาก:

  • มีการปรับเพิ่มเงินประจำตำแหน่งจาก 18,000 บาท เป็น 40,000 บาทต่อเดือน
  • เป็นการเลื่อนตำแหน่งสู่ระดับที่สูงขึ้นและมีอำนาจมากขึ้นอย่างชัดเจน
  • สร้างความสั่นคลอนให้กับความเชื่อมั่นในระบบคุณธรรมขององค์กรตรวจสอบที่มีหน้าที่โดยตรงในการป้องกันการทุจริต

นายวัชระ ได้ย้ำว่าการที่ตนต้องออกมาดำเนินการ วัชระ ยื่นสอบเลขาฯ ป.ป.ช. ซ้ำ ปมเลื่อนตำแหน่ง ผอ.สำนักไต่สวนฯ อีกครั้ง เพราะเกรงว่าประธาน ป.ป.ช. อาจจะไม่บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมพิจารณา หากปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 8 ท่านที่เหลือ รวมถึงความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์กรอิสระด้วย

บทเรียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใด การตรวจสอบความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญ หากกระบวนการคัดเลือกคนดีคนเก่งถูกตั้งคำถามจากสังคม ผู้มีอำนาจต้องกล้าที่จะเผชิญหน้าและชี้แจงเพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่สังคมไทย เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร และการยื่นสอบในครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน ป.ป.ช. ได้จริงหรือไม่

ที่มา – “วัชระ” ยื่นสอบเลขาฯ ป.ป.ช. ซ้ำ ปมเลื่อนตำแหน่งให้ ผอ.สำนักไต่สวนคดีพิเศษ

25 ธ.ค. ลุ้น! ป.ป.ช. ฟัน 44 อดีต สส.ก้าวไกล

จับตา 25 ธันวาคมนี้! ป.ป.ช. จะฟันคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล หรือไม่? มีรายงานว่าคณะกรรมการไต่สวนสรุปสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อลงมติ

วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถึงความคืบหน้าคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ที่ถูกตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งมีข่าวว่า ป.ป.ช. จะลงมติในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ โดยขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการบรรจุคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล เข้าสู่วาระการประชุม ป.ป.ช. ในวันที่ 25 ธันวาคมหรือไม่ เนื่องจากเป็นอำนาจของนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช. ที่จะบรรจุวาระเรื่องนี้ในฐานะประธานกรรมการไต่สวนคดีดังกล่าว

ลุ้นระทึก! ป.ป.ช. ฟัน 44 อดีต สส.ก้าวไกล 25 ธ.ค. นี้?

ทั้งนี้ คณะกรรมการไต่สวนได้สรุปสำนวนเสร็จสิ้นหมดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อลงมติเท่านั้น กระบวนการพิจารณาเรื่องนี้ใช้เวลานานพอสมควร เกือบ 1 ปี นับตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของ ป.ป.ช. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไทม์ไลน์ทางการเมือง แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจ และเป็นคดีใหญ่ จึงถูกจัดลำดับความสำคัญในการพิจารณาของ ป.ป.ช.

ความคืบหน้าล่าสุด คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองในวันที่ 25 ธันวาคม คือ:

  • การตัดสินใจของประธาน ป.ป.ช. ว่าจะบรรจุวาระการพิจารณาคดีนี้หรือไม่
  • หากบรรจุวาระ จะมีการลงมติในวันดังกล่าวเลยหรือไม่
  • ผลการลงมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะออกมาในทิศทางใด

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองและกฎหมายที่สำคัญ การตัดสินใจของ ป.ป.ช. จะส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของอดีต สส. ทั้ง 44 คน รวมถึงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. เอง

นอกจากนี้ คดีนี้ยังเป็นบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างโปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากอคติทางการเมืองได้หรือไม่ ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

การพิจารณาคดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของกฎหมายและการเมืองในประเทศไทย การแก้ไขมาตรา 112 เป็นประเด็นที่ยังคงมีความเห็นต่างในสังคม การดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อรักษาความยุติธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ในขณะที่การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจในคดีนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางของประเทศในอนาคต การที่ประชาชนให้ความสนใจและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะช่วยสร้างแรงกดดันให้ทุกฝ่ายดำเนินการด้วยความโปร่งใสและรับผิดชอบ

จึงเป็นที่น่าติดตามว่าผลสรุปของคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล จะออกมาเป็นอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อการเมืองไทยในอนาคตอย่างไรบ้าง เราคงต้องรอติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ลุ้น 25 ธ.ค. ป.ป.ช. ฟันคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล เผย คกก.ไต่สวน สรุปสำนวนเสร็จแล้ว

Scroll to top