สุพรรณบุรี

วราวุธ ปลื้ม เมืองสมุนไพร สุพรรณบุรี ดันลูกประคบไทยโกอินเตอร์

วราวุธ ปลื้ม เมืองสมุนไพร สุพรรณบุรี ดันลูกประคบไทยโกอินเตอร์

เมื่อเร็วๆ นี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เป็นประธานเปิดงาน เมืองสมุนไพร สุพรรณบุรี ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับภูมิปัญญาไทยสู่ระดับสากล โดยโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นความภูมิใจของชาวสุพรรณบุรีเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาสมุนไพรไทยมาต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมหาศาล

นายวราวุธได้กล่าวชื่นชมความก้าวหน้าของโครงการ เมืองสมุนไพร สุพรรณบุรี ที่มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชนอย่างเข้มแข็ง ซึ่งหัวใจสำคัญคือการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้มีมาตรฐาน รองรับทั้งการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกไปขายยังต่างประเทศ โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงและทำรายได้ให้ประเทศอย่างไม่น่าเชื่อก็คือ “ลูกประคบไทย” นั่นเอง

ความสำเร็จของลูกประคบไทยในเวทีโลก

รู้หรือไม่ว่าลูกประคบที่เราเห็นกันจนชินตา แท้จริงแล้วเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักกีฬาอาชีพทั่วโลก นายวราวุธได้แบ่งปันประสบการณ์ที่น่าประทับใจว่า ในการแข่งขันระดับโอลิมปิกทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา นักกีฬาต่างชาติมากมายต่างมองหาลูกประคบไทยเพื่อใช้ดูแลร่างกายและบรรเทาอาการบาดเจ็บแทนการใช้สารเคมีจากครีมนวดทั่วไป นี่คือเครื่องยืนยันว่า เมืองสมุนไพร สุพรรณบุรี กำลังเดินมาถูกทางในการผลักดันสินค้าพื้นบ้านให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมในระดับสากล

ประโยชน์ของสมุนไพรไทยที่ได้รับการยอมรับมีดังนี้:

  • บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติ
  • ลดการใช้สารเคมีที่อาจตกค้างในร่างกายนักกีฬา
  • ช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

สำหรับการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ด้านการแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย ในครั้งนี้ ถือเป็นการวางรากฐานให้คนรุ่นหลังได้เห็นคุณค่าของสมุนไพรไทยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปไกลเพียงใด แต่คุณค่าจากธรรมชาติที่บรรพบุรุษไทยได้ทิ้งไว้ให้ ยังคงเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าที่โลกต้องหันมามอง และการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐในครั้งนี้ จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรของเราเติบโตได้อย่างมั่นคงในตลาดโลกอย่างแน่นอน

ในฐานะคนไทย เราควรภาคภูมิใจและร่วมกันสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย เพื่อเป็นกำลังใจให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ตั้งใจพัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐานระดับสากลต่อไป หากเราทุกคนหันมาใช้และบอกต่อถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เชื่อมั่นได้เลยว่าชื่อเสียงของสินค้าไทยจะไปไกลถึงระดับโลกอย่างแน่นอน

ที่มา – “วราวุธ”ปลื้ม “เมืองสมุนไพร สุพรรณบุรี” ทำลูกประคบไทยดังในต่างประเทศ

เลขธูปใหญ่ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ นายกฯ อนุทิน ให้โชค งวด 1 ส.ค. 69

เลขธูปใหญ่ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ นายกฯ อนุทิน ให้โชค ออก 2 ตัวท้าย หวยงวด 1 สิงหาคม 69

สวัสดีครับคอหวยทุกท่าน วันนี้เราจะมาเจาะลึกประเด็นร้อนแรงที่ทำเอาบรรดานักเสี่ยงโชคต้องฮือฮากันทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำงวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้สร้างปรากฏการณ์เลขดังจากเลขธูปใหญ่ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ นายกฯ อนุทิน ให้โชค ออก 2 ตัวท้าย หวยงวด 1 สิงหาคม 69 อย่างแม่นยำจนน่าตกใจครับ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการที่วัดเดิมบาง (คงคาราม) จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสักการะท้าวเวสสุวรรณ เทพหน้าทองที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ โดยในวันนั้นท่านได้จุดธูปใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งปรากฏเป็นตัวเลข 996 อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้นักเสี่ยงโชคหลายคนนำเลขดังกล่าวไปเป็นแนวทางในการซื้อลอตเตอรี่ จนกระทั่งเลขท้าย 2 ตัวที่ออกคือ 69 ทำเอาชาวบ้านที่ติดตามภารกิจท่านนายกฯ ต่างเฮลั่นกันถ้วนหน้า

ความแม่นยำของเลขธูปใหญ่ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ นายกฯ อนุทิน ให้โชค ออก 2 ตัวท้าย หวยงวด 1 สิงหาคม 69

นับเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เลขจากธูปในภารกิจลงพื้นที่ของรัฐมนตรีจะกลายเป็นเลขรางวัลใหญ่ที่สร้างโชคลาภให้กับประชาชนจำนวนมาก การที่ เลขธูปใหญ่ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ นายกฯ อนุทิน ให้โชค ออก 2 ตัวท้าย หวยงวด 1 สิงหาคม 69 ปรากฏออกมาแบบนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้น แต่ยังสะท้อนถึงความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อท้าวเวสสุวรรณ เทพหน้าทองแห่งวัดเดิมบางอีกด้วย

  • การลงพื้นที่ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สร้างสีสันให้คอหวย
  • เลขจากธูป 996 กลายเป็นเลขนำโชค 69 ในงวดนี้
  • ท้าวเวสสุวรรณ วัดเดิมบาง ยังคงเป็นจุดศูนย์รวมใจของนักแสวงโชค

หลายคนมองว่านี่อาจเป็นโชคลาภที่ท้าวเวสสุวรรณประทานให้แก่ประชาชนที่ติดตามข่าวสารและมีความศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดวงหรือความบังเอิญ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพลังของตัวเลขนี้ได้สร้างรอยยิ้มให้กับใครหลายคนไปแล้วในงวดที่ผ่านมา

สำหรับใครที่พลาดโชคในงวดนี้ไป ไม่ต้องเสียใจนะครับ เพราะการเสี่ยงโชคมีความไม่แน่นอนสูง สิ่งสำคัญคือความสนุกและการใช้สติในการเลือกซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล แล้วมาลุ้นกันต่อในงวดหน้าว่าจะมีเลขเด็ดเลขดังจากที่ไหนมาให้เราได้ตื่นเต้นกันอีกครับ

ที่มา – เลขธูปใหญ่ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ นายกฯ อนุทิน ให้โชค ออก 2 ตัวท้าย หวยงวด 1 สิงหาคม 69

อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

กลายเป็นประเด็นที่สร้างสีสันให้กับการเมืองไทยไม่น้อย เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดใจถึงบรรยากาศงานวันคล้ายวันเกิดของ นายประภัตร โพธสุธน สส. สุพรรณบุรี จากพรรคภูมิใจไทย ที่มีแขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะการปรากฏตัวของ นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส. พรรคกล้าธรรม ที่มาร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้

นายอนุทิน ได้กล่าวถึงความประทับใจว่า การที่ นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส. พรรคกล้าธรรม มาร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีและน่าชื่นชม เพราะสะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมือง ซึ่ง อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร อย่างจริงใจ เพราะการเมืองในยุคนี้การแสดงไมตรีจิตต่อกันคือสิ่งที่สังคมต้องการเห็นมากที่สุด

บรรยากาศชื่นมื่น อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

นอกจากเรื่องของน้ำใจ สส. แล้ว นายอนุทินยังได้พูดถึงบารมีของนายประภัตรที่คนสุพรรณบุรีต่างให้ความเคารพรัก ซึ่งท่านนายกฯ ได้กล่าวอย่างอารมณ์ดีเมื่อถูกสื่อมวลชนถามถึงประเด็นการเมืองที่อาจจะดูจั๊กจี้หัวใจไปบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีที่ใครหลายคนกำลังจับตามอง

  • บรรยากาศงานวันเกิดนายประภัตรเป็นไปอย่างอบอุ่น
  • มิตรภาพข้ามพรรคแสดงให้เห็นถึงความสามัคคี
  • นายกฯ อนุทินเน้นย้ำถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นายอนุทินได้ทิ้งท้ายด้วยคำตอบสุดกวนเมื่อถูกถามถึงประเด็นการปรับ ครม. ว่า “ปรับครม.ช้า ๆ นี้” ซึ่งทำเอาสื่อมวลชนถึงกับยิ้มไปตามๆ กัน สะท้อนให้เห็นถึงสไตล์การตอบคำถามที่เป็นเอกลักษณ์และมีความเป็นกันเองสูง

การที่ อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการชื่นชมบุคคล แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณบวกว่าในฐานะนักการเมือง แม้จะอยู่คนละพรรคแต่ก็สามารถรักษาความเป็นเพื่อนมนุษย์และให้เกียรติซึ่งกันและกันได้ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างบรรยากาศทางการเมืองให้สร้างสรรค์ยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ เราต้องมาจับตาดูกันต่อไปว่า การเมืองไทยจะดำเนินไปในทิศทางใด แต่ที่แน่ๆ มิตรภาพที่เกิดขึ้นในวันเกิดของนายประภัตรเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า การมีน้ำใจให้กันคือหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติ

ที่มา – “อนุทิน” ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด “ประภัตร” บอกมีคนรักทั่วสุพรรณบุรี สื่ออย่าถามจั๊กจี้

“อนุทิน” ไหว้ ท้าวเวสสุวรรณ ด้วยธูปใหญ่ อ้อนคนสุพรรณฯ ยก สส.ให้ทั้งจังหวัด

“อนุทิน” ไหว้ ท้าวเวสสุวรรณ ด้วยธูปใหญ่ อ้อนคนสุพรรณฯ ยก สส.ให้ทั้งจังหวัด

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังพูดถึง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการที่ “อนุทิน” ไหว้ ท้าวเวสสุวรรณ ด้วยธูปใหญ่ อ้อนคนสุพรรณฯ ยก สส.ให้ทั้งจังหวัด เพื่อหวังผลักดันการทำงานในพื้นที่ให้มีความคล่องตัวและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศการลงพื้นที่ครั้งนี้เต็มไปด้วยความคึกคัก โดยนายอนุทินได้เดินทางไปที่แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ บ้านท่านางเริง เพื่อพบปะพี่น้องเกษตรกรและย้ำถึงนโยบายที่มุ่งเน้นการยกระดับรายได้ให้ถึงมือชาวนาโดยตรง ไม่ให้ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง โดยท่านนายกฯ ได้กล่าวอย่างเป็นกันเองว่า การที่ตนตัดสินใจลงพื้นที่สุพรรณบุรีครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพราะความเคารพในตัวคุณประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี ที่เปรียบเสมือนพี่น้องร่วมอุดมการณ์

ก้าวต่อไปของ “อนุทิน” ไหว้ ท้าวเวสสุวรรณ ด้วยธูปใหญ่ อ้อนคนสุพรรณฯ ยก สส.ให้ทั้งจังหวัด

นอกจากภารกิจด้านการเกษตรแล้ว นายอนุทินยังได้เดินทางไปยังวัดเดิมบาง (คงคาราม) เพื่อสักการะท้าวเวสสุวรรณ เทพหน้าทอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ โดยการมาเยือนครั้งนี้ “อนุทิน” ไหว้ ท้าวเวสสุวรรณ ด้วยธูปใหญ่ อ้อนคนสุพรรณฯ ยก สส.ให้ทั้งจังหวัด พร้อมกับจุดธูปมงคลปรากฏเป็นเลข 996 ซึ่งถือเป็นเลขเด็ดที่สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านที่มารอรับชมและร่วมขอโชคลาภกันอย่างคึกคัก

ในทางการเมือง นายอนุทินได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า แม้ปัจจุบันภูมิใจไทยจะมี สส. ในสุพรรณบุรี 4 จาก 5 คน แต่หากได้รับความไว้วางใจให้ได้ยกจังหวัดจะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายและการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนทำได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยท่านยังเปรยอย่างติดตลกว่า ถึงแม้ตนจะเป็นหัวหน้าพรรค แต่ก็ถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีของคนสุพรรณบุรีด้วยเช่นกัน

  • เน้นยกระดับรายได้เกษตรกรด้วยเทคโนโลยีต้นทุนต่ำ
  • วางแผนระบบชลประทานภาคกลางเพื่อป้องกันน้ำท่วมซ้ำซาก
  • สานต่อเจตนารมณ์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแบบอย่างอดีตนายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา

ความมุ่งมั่นของนายอนุทินในการลงพื้นที่ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชนคือหัวใจสำคัญของการทำงานในฐานะผู้นำประเทศ การให้ความสำคัญกับทั้งปากท้องและจิตใจของพี่น้องประชาชนผ่านการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถิ่น เป็นการแสดงถึงความเคารพในวัฒนธรรมและความเชื่อของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ท่านผู้อ่านคิดอย่างไรกับการที่นักการเมืองลงพื้นที่เพื่อขอความไว้วางใจให้ได้ สส. ยกจังหวัดแบบนี้? นี่อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พรรคการเมืองขับเคลื่อนนโยบายได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

ที่มา – “อนุทิน” ไหว้ ท้าวเวสสุวรรณ ด้วยธูปใหญ่ อ้อนคนสุพรรณฯ ยก สส.ให้ทั้งจังหวัด

“โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำที่ จ.สุพรรณบุรี เจ็บสาหัส

เชื่อว่าแฟนคลับและลูกศิษย์ลูกหาหลายคนคงตกใจไม่น้อย หลังจากที่มีข่าวใหญ่เรื่อง “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำที่ จ.สุพรรณบุรี เจ็บสาหัส เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนถนนสายสุพรรณบุรี-บางบัวทอง ซึ่งถือเป็นข่าวที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับวงการพระเครื่องเป็นอย่างมาก

เจาะลึกเหตุการณ์ “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำที่ จ.สุพรรณบุรี เจ็บสาหัส

เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อรถกระบะสีดำของโทน บางแค ได้เสียหลักพลิกคว่ำและฟาดกับต้นไม้ข้างทางอย่างรุนแรงจนสภาพรถพังยับเยิน โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเสมอกันสุพรรณบุรีต้องรีบนำเครื่องมือตัดถ่างออกมาช่วยเหลือผู้ติดค้างภายในรถ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคุณโทนทอง สุขแก่น หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “โทน บางแค” นั่นเอง

รายละเอียดอาการของ “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำที่ จ.สุพรรณบุรี เจ็บสาหัส

จากการรายงานล่าสุดพบว่าอาการของโทน บางแค ยังคงมีสติอยู่ แต่มีอาการจุกแน่นหน้าอกและซี่โครงหักอย่างรุนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างโรงพยาบาลบางปลาม้า ก่อนจะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชเพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด

  • สถานที่เกิดเหตุ: ถนน 340 สายสุพรรณบุรี-บางบัวทอง ขาเข้ากทม.
  • สถานะผู้บาดเจ็บ: รู้สึกตัว แต่ได้รับบาดเจ็บที่ซี่โครงและหน้าอก
  • การช่วยเหลือ: เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างออกมาจากรถ

อย่างไรก็ตาม ในนามของแฟนคลับและผู้ที่ติดตามผลงานของเซียนพระชื่อดังท่านนี้ เราทุกคนต่างส่งกำลังใจให้คุณโทน บางแค หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว การขับขี่บนท้องถนนในช่วงเวลาดึกแบบนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนเส้นไหนก็ตาม หากเหนื่อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอควรแวะพัก เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินที่หาค่าไม่ได้

ที่มา – “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำที่ จ.สุพรรณบุรี เจ็บสาหัส

ญาติเศร้า รอรับร่าง สิบโทพิษณุ เหยื่อโรงเบียร์ไฟไหม้

เชื่อว่าข่าวนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนทั้งประเทศ กับเหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าวที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในวีรบุรุษผู้จากไปคือ สิบโทพิษณุ แตงโสภา ชายผู้เสียสละที่ได้รับคำยกย่องถึงความกล้าหาญในวาระสุดท้ายของชีวิต แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง แต่เรื่องราวของเขาก็เป็นบทพิสูจน์ถึงหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักและมิตรภาพที่แท้จริง

ญาติเศร้า รอรับร่าง สิบโทพิษณุ เหยื่อโรงเบียร์ไฟไหม้

เหตุการณ์ ญาติเศร้า รอรับร่าง สิบโทพิษณุ เหยื่อโรงเบียร์ไฟไหม้ เริ่มต้นขึ้นในคืนวันเกิดเหตุครบรอบแต่งงาน 3 ปี สิบโทพิษณุได้พาภรรยาและกลุ่มเพื่อนไปฉลอง ทว่าความสุขกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อไฟโหมกระหน่ำในร้าน วินาทีเฉียดเป็นเฉียดตายนั้น สิบโทพิษณุเลือกที่จะปกป้องคนที่เขารักด้วยการผลักภรรยาให้หนีออกมาได้ทัน แต่ด้วยหัวใจที่เป็นเพื่อนแท้ เขาตัดสินใจวิ่งย้อนกลับเข้าไปกลางกองเพลิงเพื่อช่วยเพื่อนที่ติดอยู่ จนเป็นเหตุให้เขาไม่สามารถกลับออกมาได้อีก

เปิดใจคนใกล้ชิดหลังสูญเสีย สิบโทพิษณุ

ร้อยเอกชัยพร ลุงของผู้เสียชีวิต ได้เล่าถึงความน่ารักของหลานชายว่าเป็นคนกตัญญูและเป็นที่รักของคนในครอบครัว การจากไปครั้งนี้เปรียบเสมือนการสูญเสียหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของมารดาที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ ญาติเศร้า รอรับร่าง สิบโทพิษณุ เหยื่อโรงเบียร์ไฟไหม้ ที่กำลังจะเดินทางกลับบ้านที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เพื่อทำบุญให้ยายตามที่ได้ตั้งใจไว้ แต่สุดท้ายครอบครัวกลับต้องมารอรับร่างไร้วิญญาณแทน

คุณลักษณะเด่นของสิบโทพิษณุที่เพื่อนๆ และญาติพี่น้องกล่าวถึงเสมอมีดังนี้:

  • เป็นคนมีน้ำใจและอัธยาศัยดีเยี่ยม
  • รักครอบครัวและให้ความสำคัญกับแม่เสมอ
  • มีจิตวิญญาณของความเสียสละสูง
  • มีความเป็นเพื่อนที่พร้อมช่วยเหลือในยามวิกฤต

ในนามของเพื่อนร่วมสังคม เราขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวแตงโสภาในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดนี้ไปให้ได้ ความเสียสละของเขาจะถูกจดจำในฐานะแบบอย่างของลูกผู้ชายที่รักทั้งภรรยาและเพื่อนร่วมตายอย่างแท้จริง ขอให้ผลบุญแห่งความกล้าหาญนี้ส่งผลให้ดวงวิญญาณของสิบโทพิษณุไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี

ที่มา – ญาติเศร้า รอรับร่าง “สิบโทพิษณุ” เหยื่อโรงเบียร์ไฟไหม้ ผลักภรรยาออกมา ก่อนย้อนไปช่วยเพื่อน

สุพรรณบุรีระทึก พลุระเบิดกลางหมู่บ้านเจ็บ 1 ราย ตำรวจเร่งตรวจสอบ

สุพรรณบุรีระทึก พลุระเบิดกลางหมู่บ้านเจ็บ 1 ราย ตำรวจเร่งตรวจสอบ

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุ สุพรรณบุรีระทึก พลุระเบิดกลางหมู่บ้านเจ็บ 1 ราย ตำรวจเร่งตรวจสอบ ในพื้นที่ตำบลไร่รถ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่พักอาศัยในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก แรงระเบิดรุนแรงถึงขั้นทำให้หลังคาโรงงานพังเสียหายและอาคารบ้านเรือนสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ

เหตุการณ์ สุพรรณบุรีระทึก พลุระเบิดกลางหมู่บ้านเจ็บ 1 ราย ตำรวจเร่งตรวจสอบ ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์ พร้อมด้วยหน่วยพิสูจน์หลักฐานได้เข้าปิดล้อมพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหาย เบื้องต้นพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าของบ้าน 1 ราย ถูกแรงอัดของระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ กู้ภัยเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน

สรุปเหตุการณ์ สุพรรณบุรีระทึก พลุระเบิดกลางหมู่บ้านเจ็บ 1 ราย ตำรวจเร่งตรวจสอบ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าสถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ลักลอบผลิตพลุโดยไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของประชาชนในชุมชน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • สาเหตุเบื้องต้น: เกิดจากการลักลอบผลิตและบรรจุพลุเองภายในบ้านพัก
  • ความเสียหาย: แรงระเบิดทำลายโรงบรรจุพลุจนพังยับเยิน และส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนใกล้เคียง
  • มาตรการกฎหมาย: เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามากวดขันและดำเนินการจัดการกับแหล่งผลิตพลุเถื่อนที่ยังหลงเหลืออยู่ในชุมชนอย่างจริงจัง เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกที่สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในพื้นที่ แรงระเบิดที่ดังสนั่นไม่ต่างจากการระเบิดครั้งใหญ่ในอดีตทำให้คนในหมู่บ้านเสียขวัญเป็นอย่างมาก

ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังคงพยายามตรวจสอบวัตถุพยานอย่างละเอียด โดยการลักลอบผลิตพลุโดยพลการเช่นนี้นับเป็นอาชญากรรมที่เสี่ยงต่อชีวิตผู้อื่น การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดจึงเป็นทางออกเดียวที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต

หากคุณพบเห็นเบาะแสหรือสถานที่ที่ลักลอบผลิตวัตถุอันตรายใกล้บ้าน โปรดรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจในพื้นที่ทันที เพื่อป้องกันภัยร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ความปลอดภัยของคนในชุมชนต้องมาก่อนเสมอ

ที่มา – สุพรรณบุรีระทึก พลุระเบิดกลางหมู่บ้านเจ็บ 1 ราย ตำรวจเร่งตรวจสอบ

กรมทางหลวง ดัน มอเตอร์เวย์ MR10 ช่วง ทล.32–สุพรรณบุรี

กรมทางหลวง ดัน มอเตอร์เวย์ MR10 ช่วง ทล.32–สุพรรณบุรี พลิกโฉมการเดินทาง

ข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวไทยและผู้ประกอบการขนส่ง กรมทางหลวงกำลังเดินหน้าลุยโครงการเมกะโปรเจกต์สำคัญ นั่นคือการผลักดัน กรมทางหลวง ดัน มอเตอร์เวย์ MR10 ช่วง ทล.32–สุพรรณบุรี เพื่อยกระดับโครงข่ายคมนาคมของประเทศให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์การขนส่งสินค้าในยุคปัจจุบันมากขึ้น โดยโครงการนี้เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของวงแหวนรอบที่ 3 ฝั่งตะวันตกที่จะแก้ปัญหาจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างยั่งยืน

จากการจัดประชุมปฐมนิเทศโครงการที่ผ่านมา เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากคนในพื้นที่ ทั้งจากหน่วยงานราชการและกลุ่มภาคประชาชน ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าโครงการนี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและพระนครศรีอยุธยาโดยตรง

จุดเด่นของโครงการมอเตอร์เวย์ MR10 ช่วง ทล.32–สุพรรณบุรี

ทำไมโครงการนี้ถึงน่าจับตามอง? นี่คือไฮไลต์ที่น่าสนใจของ มอเตอร์เวย์ MR10 ช่วง ทล.32–สุพรรณบุรี ที่กรมทางหลวงได้วางแผนไว้:

  • ออกแบบเป็นรูปแบบทางยกระดับตลอดสาย เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและไม่กีดขวางทางน้ำในพื้นที่รับน้ำ
  • ลดการตัดผ่านชุมชน ช่วยให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมเส้นทางใช้ชีวิตได้อย่างไม่ได้รับผลกระทบ
  • เชื่อมต่อโครงข่ายทางรถไฟสายใหม่ ช่วยให้การขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ลดต้นทุนโลจิสติกส์ภาพรวมของประเทศ เพราะรถขนส่งไม่จำเป็นต้องวิ่งผ่านใจกลางกรุงเทพฯ อีกต่อไป

ด้วยระยะเวลาศึกษาโครงการที่เข้มข้นกว่า 450 วัน กรมทางหลวงตั้งใจเก็บทุกรายละเอียดให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้โครงการนี้เป็นทางเลือกการเดินทางที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับทุกคน

นอกเหนือจากเรื่องวิศวกรรมแล้ว ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจยังเป็นปัจจัยหลักที่กรมทางหลวงให้ความสำคัญ โดยมุ่งหวังให้เส้นทางนี้เป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชื่อมโยงภูมิภาค หากโครงการนี้สำเร็จ เชื่อว่าพื้นที่ตามแนวเส้นทางจะได้รับอานิสงส์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทั้งในแง่ของธุรกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ในฐานะประชาชนที่ใช้ถนนหนทางอยู่เป็นประจำ เราหวังว่าการดำเนินการในครั้งนี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใส เพื่อให้คนไทยได้มีเส้นทางสัญจรที่สะดวกสบายและช่วยลดเวลาการเดินทางได้จริงในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

ที่มา – กรมทางหลวง ดัน “มอเตอร์เวย์ MR10” ช่วง ทล.32–สุพรรณบุรี หนุนขนส่งเชื่อมฝั่งตะวันตก

“วราวุธ” ขอบคุณช่วยภัยพายุสุพรรณบุรี เร่งเยียวยา

“วราวุธ” ขอบคุณทุกหน่วยงานช่วยผู้ประสบภัยพายุพัดถล่มสุพรรณบุรี เร่งประสานเงินเยียวยา เป็นข่าวที่อบอุ่นใจมากสำหรับชาวสุพรรณบุรี หลังจากพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 ทำให้บ้านเรือนเสียหายหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี

“วราวุธ” ขอบคุณทุกหน่วยงานช่วยผู้ประสบภัยพายุพัดถล่มสุพรรณบุรี เร่งประสานเงินเยียวยา

วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะลูกหลานชาวสุพรรณบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายด้วยตัวเอง ร่วมกับนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เช่น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ธนาคาร SME D Bank กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย รวมถึงทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองท้องถิ่น

ทุกหน่วยงานได้มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคให้กับชาวบ้านที่บ้านโพธิ์ ตำบลตลิ่งชัน ซึ่งได้รับผลกระทบหนักสุด บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างไม้พังยับเยิน แต่โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส มีเพียงบาดเจ็บเล็กน้อย แม้จะมีผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอยู่ระหว่างเกิดเหตุ

วราวุธให้กำลังใจผู้ประสบภัย ย้ำเลือดสุพรรณไม่ทิ้งกัน

นายวราวุธ พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกชายป่วยติดเตียง ชาวบ้านเล่าว่าตกใจมากตอนพายุพัดมา ไม่ทันตั้งตัว รัฐมนตรีวราวุธปลอบใจว่า เลือดสุพรรณไม่ทิ้งกัน และขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยเหลือทันที ไม่ว่าจะเป็นการแจกถุงยังชีพหรือประสานงบซ่อมแซมบ้าน

พื้นที่ประสบภัยครอบคลุมอำเภอเมือง ดอนเจดีย์ บางปลาม้า และสองพี่น้อง นายวราวุธจะลงพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อมอบความช่วยเหลือและเร่งให้จังหวัดประสานซ่อมบ้านให้ชาวบ้านกลับอยู่ได้เร็วที่สุด

  • หน่วยงานที่ช่วยเหลือ: กนอ., SME D Bank, กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, พม., สธ., มท., ทหาร, ตำรวจ
  • มาตรการช่วยเหลือ: ถุงยังชีพ, เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ, ช่างทหารซ่อมบ้าน
  • พื้นที่ได้รับผลกระทบ: ตลิ่งชัน บ้านโพธิ์ และอำเภอใกล้เคียง

นายวราวุธ กล่าวในสัมภาษณ์ว่า จะเร่งปลดล็อกงบประมาณเยียวยา แม้แต่ละหน่วยงานมีระเบียบต่างกัน แต่จะประสานให้อนุมัติเร็ว พร้อมส่งทหารช่างมาช่วยซ่อม นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมนำทีมผู้บริหาร เช่น นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ., นายพิชิต มินทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank, นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี มอบถุงยังชีพและเตรียมมาตรการทางการเงินช่วยเหลือ

การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของคนสุพรรณบุรีและภาครัฐ ที่ไม่ทิ้งประชาชนในยามยาก ข่าวดีแบบนี้ทำให้ชาวบ้านมีกำลังใจฟื้นฟูชีวิตได้เร็วขึ้น

ในฐานะคนสุพรรณบุรี นายวราวุธ ย้ำว่า ภาครัฐจะไม่ทอดทิ้งพี่น้องประชาชน และขอให้ทุกคนติดตามมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม หากคุณอยู่ในพื้นที่ประสบภัย สามารถติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับความช่วยเหลือได้ทันที

นี่คือตัวอย่างของการทำงานที่รวดเร็วและใกล้ชิดประชาชน สร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวสุพรรณบุรีได้อย่างดี

ที่มา – “วราวุธ” ขอบคุณทุกหน่วยงานช่วยผู้ประสบภัยพายุพัดถล่มสุพรรณบุรี เร่งประสานเงินเยียวยา

Scroll to top