สุวัจน์ ลิปตพัลลภ

“อนุทิน-เจ้าสัวธนินท์” เจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอายุ ครบ 73 ปี “สมเด็จธงชัย”

“อนุทิน-เจ้าสัวธนินท์” เจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอายุ ครบ 73 ปี “สมเด็จธงชัย” เป็นเหตุการณ์ที่น่าประทับใจในวงการสังคมไทย โดยเฉพาะเมื่อบุคคลสำคัญจากแวดวงการเมือง ธุรกิจ และศาสนาได้มาร่วมกันในพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้

“อนุทิน-เจ้าสัวธนินท์” เจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอายุ ครบ 73 ปี “สมเด็จธงชัย”

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญอายุวัฒนมงคลแก่ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เนื่องในโอกาสเจริญอายุครบ 73 ปี

พิธีในครั้งนี้ได้รับเมตตาจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์อาวุโสจากวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์อย่างยิ่งใหญ่

ผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธี “อนุทิน-เจ้าสัวธนินท์” เจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอายุ ครบ 73 ปี “สมเด็จธงชัย”

นอกจากนายอนุทินแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญมากมายมาร่วม เช่น

  • นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือที่รู้จักในนามเจ้าสัวธนินท์
  • นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา
  • นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
  • นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
  • นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
  • นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์จำนวนมาก ทำให้บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและเมตตา

อนุทิน-เจ้าสัวธนินท์ เจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอายุ ครบ 73 ปี สมเด็จธงชัยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สมเด็จธงชัยผู้มาร่วมพิธี อนุทิน เจ้าสัวธนินท์สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นประธานบรรยากาศพิธีทำบุญ“อนุทิน-เจ้าสัวธนินท์” เจริญพระพุทธมนต์

วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งอยู่ในย่านเยาวราช กรุงเทพฯ เป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะพระเกียรติคุณของสมเด็จธงชัยที่ทรงมีคุณูปการต่อวงการสงฆ์และสังคมไทย การจัดพิธี “อนุทิน-เจ้าสัวธนินท์” เจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอายุ ครบ 73 ปี “สมเด็จธงชัย” จึงเป็นโอกาสสำคัญที่แสดงถึงความสามัคคีระหว่างภาคส่วนต่างๆ

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมไทยที่ให้ความสำคัญกับการทำบุญ การเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะในวาระอายุวัฒนมงคล ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดมาแต่โบราณ นายอนุทินในฐานะผู้นำรัฐบาล การมาร่วมพิธีนี้ยังแสดงถึงความเคารพต่อพระพุทธศาสนาและบุคลากรสงฆ์ชั้นนำ ขณะที่เจ้าสัวธนินท์ ผู้มีบทบาทสำคัญในวงการธุรกิจเกษตรและอาหารของไทย ก็แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกทางศาสนาที่เข้มแข็ง

นพ.ชลน่านและนายสุวัจน์ ซึ่งเป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ ก็มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีนี้ เพิ่มความหมายให้กับการรวมตัวที่หลากหลาย ทั้งข้าราชการระดับสูงจากกระทรวงมหาดไทยที่มาร่วมกัน แสดงถึงความสามัคคีในหน่วยงาน

พิธีเจริญพระพุทธมนต์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองอายุวัฒนมงคลเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าให้แพร่หลายในสังคมสมัยใหม่ ผู้เข้าร่วมทุกท่านต่างได้รับพุทธานุภาพและพรหมคุณูปการจากสมเด็จธงชัย

สำหรับพุทธศาสนิกชนที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารการทำบุญและกิจกรรมวัดไตรมิตรได้ เพื่อร่วมสร้างบุญกุศลในโอกาสต่างๆ หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการทำบุญ ลองเข้าร่วมพิธีเช่นนี้ดู สิทธิ์ในการสร้างกุศลอยู่ในมือทุกคน

ที่มา – “อนุทิน-เจ้าสัวธนินท์” เจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอายุ ครบ 73 ปี “สมเด็จธงชัย”

“สุวัจน์” เลือกตั้งโคราช ขอรัฐบาลเสถียรภาพวันเกิด 71

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สำคัญในวงการการเมืองไทยกันครับ เมื่อ สุวัจน์ เลือกตั้งโคราช กลายเป็นข่าวใหญ่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และประชามติอย่างเรียบร้อย พร้อมส่งคำขอสุดพิเศษให้กับประชาชนชาวโคราชและคนไทยทั้งประเทศ ว่าให้ได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 71 ปีของตัวเอง นับเป็นโมเมนต์น่าประทับใจท่ามกลางกระแสการเลือกตั้งที่กำลังคึกคัก

สุวัจน์ เลือกตั้งโคราช ที่วัดหลักร้อย

เมื่อเวลา 09.09 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พร้อมนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ลูกชาย ได้ไปลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 169 เขต 1 บริเวณศาลาอเนกประสงค์ ภายในวัดหลักร้อย ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยนายสุวัจน์อยู่ในลำดับที่ 241 และนายเทวัญลำดับ 242 ภาพบรรยากาศเต็มไปด้วยผู้ใช้สิทธิที่ออกมาแสดงพลังประชาธิปไตย

สุวัจน์ เลือกตั้งโครราช รูปภาพบรรยากาศ
สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ลงคะแนนเลือกตั้ง

หลังจากใช้สิทธิเรียบร้อย นายสุวัจน์ให้สัมภาษณ์สื่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือทางออกของประเทศ ชาวไทยทุกคนกำลังฝากความหวังไว้กับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาใหญ่ๆ โดยเฉพาะอยากเห็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและคุณภาพ หากรวมเสียงได้เกิน 300 เสียง จะสร้างความมั่นคงทางการเมือง สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ

ขอได้รัฐบาลมีเสถียรภาพ เป็นของขวัญวันเกิดครอบรอบ 71 ปี

ที่น่าสนใจคือ เมื่อสื่อถามถึงวันเกิดที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ครบ 71 ปี นายสุวัจน์ยิ้มตอบว่า ปีนี้วันเกิดตรงกับวันเลือกตั้ง จึงอยากได้ของขวัญสุดพิเศษคือการได้รัฐบาลที่ดีที่สุดที่เข้ามาแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ คำตอบนี้ทำให้หลายคนซึ้งใจและเห็นถึงความรับผิดชอบต่อชาติของท่าน

นายสุวัจน์ยังฝากไปยังรัฐบาลใหม่ให้ทำตามนโยบายที่หาเสียงและดีเบตไว้ โดยปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ดังนี้

  • การท่องเที่ยว: ต้องเร่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา
  • การลงทุน: สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
  • การส่งออก: หาตลาดใหม่และรับมือสงครามการค้า
  • เศรษฐกิจโดยรวม: กระตุ้นการบริโภคและลดความเหลื่อมล้ำ

ครอบครัวไทยเศรษฐ์ ชาดา-ซาบีดา ใช้สิทธิเลือกตั้งที่อุทัยธานี

ในขณะเดียวกัน ที่โรงเรียนวัดชุมชนเทศบาลวัดมณีสถิตกปิฎฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) อ.เมือง จ.อุทัยธานี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้มาลงคะแนนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แสดงถึงความมั่นใจและพร้อมรับใช้ประชาชน

ชาดา ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เลือกตั้งอุทัยธานี
ครอบครัวไทยเศรษฐ์ ลงคะแนนเลือกตั้ง

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการเลือกตั้งที่ร้อนแรงทั่วประเทศ ประชาชนออกมาใช้สิทธิกันอย่างล้นหลาม เพื่อเลือกผู้แทนที่แท้จริงและรัฐบาลที่จะนำพาประเทศให้พ้นวิกฤต

ในมุมมองของผม สุวัจน์ เลือกตั้งโคราช ไม่ใช่แค่การลงคะแนน แต่เป็นสัญญาณของความหวังใหม่ หากเราร่วมมือกันเลือกพรรคและผู้สมัครที่มีวิสัยทัศน์ รัฐบาลเสถียรภาพจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น สร้างอนาคตที่ดีให้ลูกหลาน ลองคิดดูสิครับ ถ้ารัฐบาลรวมเสียงเกิน 300 จะมั่นคงแค่ไหน นักลงทุนจะแห่มาลงทุนเพียบ!

คุณล่ะครับ คิดว่าของขวัญวันเกิดของสุวัจน์จะเป็นจริงไหม? ไปใช้สิทธิเลือกตั้งของคุณแล้วมาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลย หรือติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่เพื่อไม่พลาดทุกโมเมนต์สำคัญ

ที่มา – “สุวัจน์” เลือกตั้งโคราช ขอได้รัฐบาลมีเสถียรภาพ เป็นของขวัญวันเกิดครอบรอบ 71 ปี

ชาติพัฒนา หนุนเพื่อไทย ตั้งรัฐบาล ไม่ติดนายกฯ

“สุวัจน์“ เผย พรรคชาติพัฒนา มีมติสนับสนุนพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ไม่ติดใครจะเป็นนายกฯ หรือมีพรรคการเมืองไหนเป็นส่วนประกอบ

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่วิหารเซ็งหงั่มตั่ง มูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 ถนนพายพาส อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีซิโกว แจกทานทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 ของมูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 นครราชสีมา

นายสุวัจน์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ช่วงนี้สถานการณ์ทางการเมืองต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะว่าผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีท่านใหม่ จัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มีรัฐบาลชุดใหม่ แล้วต้องแถลงนโยบายกันใหม่ ซึ่งต้องมีกระบวนการที่ใช้เวลาระยะหนึ่งที่จะเห็นภาพของรัฐบาลใหม่ ภาพของนโยบายใหม่ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของสภา ดังนั้น มาตรการอะไร นโยบายอะไรที่เป็นเรื่องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน มาตรการทางเศรษฐกิจก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาลกับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ด้วย พรรคชาติพัฒนาได้มีมติร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ในการสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการเดินหน้าเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ส่วนโครงสร้างของรัฐบาลใหม่ภายใต้แกนนำพรรคเพื่อไทยนั้น ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือจะมีพรรคการเมืองอื่นเป็นองค์ประกอบอย่างไร หรือจะมีเงื่อนไขอย่างไรนั้น มอบให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตอนนี้ เราต้องการรัฐบาลใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เพื่อเข้ามาทำงานและแก้ไขปัญหาของประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด

ชาติพัฒนา หนุน เพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ไม่ติดใครเป็นนายกฯ

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมา การเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่และการจัดตั้งรัฐบาลจึงเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด พรรคการเมืองต่างๆ กำลังหารือและเจรจาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ

ในส่วนของพรรคชาติพัฒนา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้ออกมาเปิดเผยถึงจุดยืนของพรรคที่ชัดเจนว่า สนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่ได้มีข้อจำกัดว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือพรรคใดจะเข้าร่วมรัฐบาลบ้าง

ทำไมชาติพัฒนาถึงสนับสนุนเพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล?

การตัดสินใจของพรรคชาติพัฒนาในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะให้มีรัฐบาลใหม่โดยเร็วที่สุด เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ การมอบหมายให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เนื่องจากมองว่าเป็นพรรคที่มีประสบการณ์และความพร้อมในการบริหารประเทศ

นอกจากนี้ การที่พรรคชาติพัฒนาไม่ได้มีข้อจำกัดใดๆ ในเรื่องตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองที่จะเข้าร่วมรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความตั้งใจที่จะให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด

การสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคชาติพัฒนา เป็นสัญญาณที่น่าจับตามองในแวดวงการเมือง เพราะอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและทิศทางใหม่ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้

ความสำคัญของการมีรัฐบาลที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ

การมีรัฐบาลที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน รัฐบาลที่มีเสถียรภาพจะสามารถดำเนินนโยบายต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ของประชาชน

ในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ มากมาย การมีรัฐบาลที่เข้มแข็งและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังและต้องการ

ดังนั้น การที่พรรคชาติพัฒนาออกมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การมีรัฐบาลใหม่ที่สามารถเข้ามาบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พรรคชาติพัฒนามองว่าการสนับสนุนพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล จะนำพาประเทศไปข้างหน้า และแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว การมีรัฐบาลที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนคือพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคง

พรรคการเมืองทุกพรรคควรคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติเป็นสำคัญ และร่วมมือกันเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกัน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

การที่พรรคชาติพัฒนาออกมายืนยันว่าจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่ติดขัดเรื่องตัวนายกรัฐมนตรีนั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทิศทางที่ดีขึ้น และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

พรรคชาติพัฒนาหวังว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความสามัคคีปรองดองในชาติ และนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

การเมืองไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ คือ การตัดสินใจของพรรคชาติพัฒนาในครั้งนี้ ได้สร้างความน่าสนใจและเป็นที่จับตามองของทุกฝ่ายอย่างแน่นอน และเป็นการสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลที่ชัดเจน

ที่มา – ชาติพัฒนา หนุน เพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ไม่ติดใครเป็นนายกฯ

Scroll to top