ส่งออกน้ํามัน

“กังฟู” แนะชะลอส่งออกน้ำมัน ชายแดนคิวยาว

สถานการณ์น้ำมันในประเทศไทยช่วงนี้กำลังเป็นประเด็นร้อน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด แม้ภาครัฐจะยืนยันว่าไม่มีปัญหา แต่ข้อเท็จจริงกลับตรงกันข้าม ล่าสุด “กังฟู” แนะรัฐบาลชะลอส่งออกน้ำมัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชายแดนก่อน

“กังฟู” แนะรัฐบาลชะลอส่งออกน้ำมัน

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กังฟู” หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง และส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบด่านชายแดนช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาน้ำมันแพงและขาดแคลนในพื้นที่ชายแดนภาคอีสาน

จากที่ตรวจสอบพบว่า แม้รัฐบาลจะยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอในประเทศ แต่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะใกล้ด่านช่องเม็ก ยังต้องต่อคิวยาวเหยียดเพื่อรอเติมน้ำมัน บางรายรอเป็นชั่วโมง บางคนถึงขั้นเติมไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน การเดินทาง และการประกอบอาชีพ เช่น พ่อค้าแม่ค้าที่ต้องขนส่งสินค้าไปขายข้ามแดน

ปัญหาคนชายแดนต้องต่อคิวเข้าปั๊ม

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ช่องเม็กเท่านั้น แต่กระจายไปยังด่านชายแดนอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคอีสานหลายแห่ง สาเหตุหลักมาจากการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและกัมพูชาที่มีปริมาณมากเกินกว่าที่คาด ทำให้สำรองในประเทศตึงตัว

  • ประชาชนต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อต่อคิวเติมน้ำมัน
  • บางปั๊มจำกัดปริมาณการเติมต่อคัน
  • กระทบผู้ใช้รถบรรทุกและแท็กซี่ในพื้นที่ ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
  • สร้างความไม่พอใจและความกังวลให้กับชาวบ้าน

“กังฟู” แนะรัฐบาลชะลอส่งออกน้ำมัน โดยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงพลังงานและ ปตท. ทบทวนนโยบายการส่งออกชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนในประเทศได้ใช้น้ำมันก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่เป็นแนวหน้าในการค้าขาย

ข้อเสนอแนะเพื่อแก้ปัญหา

นอกจากการชะลอส่งออกแล้ว “กังฟู” ยังย้ำว่าต้องมีการบริหารจัดการน้ำมันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น เพิ่มการสต็อกในปั๊มพื้นที่ห่างไกล จัดสรรโควตาน้ำมันให้เหมาะสม และสื่อสารข้อมูลที่โปร่งใสกับประชาชน เพื่อลดความสับสนและความตื่นตระหนก

“ความเดือดร้อนของประชาชนต้องมาก่อน แม้ภาพรวมจะบอกว่าพอ แต่ถ้าประชาชนเข้าถึงไม่ได้ ก็ยังเป็นปัญหาใหญ่” นายวสวรรธน์ กล่าวอย่างหนักแน่น

ในมุมกว้างขึ้น ปัญหานี้สะท้อนถึงการบริหารทรัพยากรพลังงานของไทยที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์โลก เช่น ราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคอาเซียน หากไม่แก้ไขทันที อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่กว่าเดิม เช่น การกักตุนหรือราคาดำตลาด

จากประสบการณ์ในอดีต ไทยเคยเผชิญวิกฤติน้ำมันหลายครั้ง และการชะลอส่งออกเคยช่วยบรรเทาได้ในบางกรณี ดังนั้น ข้อเสนอของ “กังฟู” ถือว่าน่าสนับสนุน เพื่อให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน

ส่วนตัวแล้ว ผมเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะคนไทยต้องมาก่อนเสมอ รัฐบาลควรฟังเสียงจากพื้นที่มากขึ้น และเร่งดำเนินการโดยด่วน หากคุณมีประสบการณ์ต่อคิวน้ำมันหรือเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้ช่วยกันกดดันให้เกิดการแก้ไขเร็วขึ้น!

ที่มา – “กังฟู” แนะรัฐบาลชะลอส่งออกน้ำมัน ชี้คนชายแดนยังต้องต่อคิวเข้าปั๊ม แม้บอกไม่ขาดแคลน

ด่านเชียงของ ส่งออกน้ำมันไปลาวได้ปกติ

ในช่วงที่สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในภูมิภาคกำลังเป็นที่จับตามอง ด่านเชียงของ ส่งออกน้ำมันไปลาว ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ โดยไม่มีคำสั่งระงับใดๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงของยืนยันว่า รถบรรทุกน้ำมันยังสามารถผ่านด่านไปยัง สปป.ลาว ได้อย่างราบรื่น ทำให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์และชิปปิ้งไม่ต้องกังวลในเบื้องต้น

ด่านเชียงของ ส่งออกน้ำมันไปลาว

จากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 บรรยากาศที่ด่านพรมแดนมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ยังคงเงียบสงบเนื่องจากเป็นวันหยุด แต่การส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยัง สปป.ลาว ไม่ได้รับผลกระทบ ในเช้าวันนั้นมีรถบรรทุกน้ำมันผ่านด่านออกไป 4 คัน ขณะที่วันก่อนหน้าผ่านไปกว่า 10 คัน ซึ่งถือเป็นปริมาณปกติของด่านแห่งนี้

แหล่งข่าวจากด่านศุลกากรเชียงของแจ้งว่า จนถึงปัจจุบัน กรมศุลกากรยังไม่ได้รับคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันไปลาว รถบรรทุกสามารถเคลื่อนย้ายจากด่านเชียงของไปยังด่านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ได้ตามปกติ “ยอดการผ่านด่านในเช้าวันนี้อยู่ที่ 4 คัน และเมื่อวานประมาณ 10 กว่าคัน ซึ่งถือเป็นจำนวนปกติ” เจ้าหน้าที่ศุลกากรกล่าว

ด่านเชียงของ ส่งออกน้ำมันไปลาว: การยืนยันจากกรมธุรกิจพลังงาน

แม้จะมีกระแสข่าวว่ากระทรวงพลังงานอาจพิจารณาสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน แต่ด่านเชียงของได้ประสานงานกับต้นสังกัดแล้ว และได้รับการยืนยันเป็นหนังสือจากกรมธุรกิจพลังงานว่ายังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์เท่านั้น ยังไม่มีการสั่งระงับการปล่อยรถน้ำมัน ตัวแทนบริษัทชิปปิ้งหลายรายที่ติดต่อสอบถามจึงสามารถโล่งใจได้

สำหรับผู้ประกอบการ หากน้ำมันถูกบรรจุในถังรถบรรทุกแล้ว มีสัญญาซื้อขายเสร็จสิ้น ก็สามารถส่งออกได้ตามระเบียบเดิม ปัจจุบันกำลังตรวจสอบว่าคลังน้ำมันจะงดจ่ายหรือไม่ในกรณีที่มีสัญญาไปแล้ว

สถานการณ์น้ำมันฝั่งลาวและไทยใกล้ชายแดน

ฝั่ง สปป.ลาว โดยเฉพาะแขวงหลวงน้ำทาและบ่อแก้ว สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งปิดชั่วคราวเพราะน้ำมันหมด สถานีที่เหลือมีประชาชนคิวยาวเหยียด ขณะที่คนลาวข้ามมาที่อำเภอเชียงของเพื่อเติมน้ำมัน

ในไทย สถานีบริการรายใหญ่ 2 แห่งใกล้ชายแดนเชียงของคึกคักขึ้น 2 เท่าใน 2 วันผ่านมา พนักงานทำงานหนักแต่ยืนยันว่าน้ำมันพอ ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่นและรถป้ายไทย รถลาวที่ข้ามมาเติมตามปกติ มีนำแกลลอน 20 ลิตรหรือถัง 200 ลิตรมาบ้าง แต่เป็นการใช้งานปกติสำหรับเกษตรหรือก่อสร้าง ไม่ใช่กักตุนเชิงพาณิชย์ ยังไม่พบความแตกตื่น

  • รถบรรทุกน้ำมันผ่านด่านเชียงของปกติ: 4-10 คันต่อวัน
  • ไม่มีคำสั่งระงับจากกรมศุลกากรหรือกรมธุรกิจพลังงาน
  • สถานีน้ำมันไทยใกล้ชายแดนเพียงพอ ไม่ขาดแคลน
  • ฝั่งลาวขาดแคลน สถานีปิดบางแห่ง
  • ผู้ประกอบการชิปปิ้งรอประเมินสถานการณ์

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความมั่นคงของระบบพลังงานไทยที่ยังรับมือได้ แม้เพื่อนบ้านจะเผชิญปัญหา ด่านเชียงของ ส่งออกน้ำมันไปลาว จึงยังเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการค้าชายแดน หากคุณเป็นผู้ประกอบการด้านการส่งออก แนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมธุรกิจพลังงานและกรมศุลกากรอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงความเสี่ยง สถานการณ์นี้อาจเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ที่ปรับตัวเร็ว

ที่มา – ด่านเชียงของ ยังส่งออกน้ำมันไป “ลาว” ได้ตามปกติ เจ้าหน้าท่ายืนยันยังไร้คำสั่งระงับ

Scroll to top