สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

กกต.ยังไม่มีข้อสรุปคดีพรรคประชาชนเก็บ Laser ID สมาชิก

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังติดตามประเด็นร้อนทางการเมืองที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีที่ กกต.ยังไม่มีข้อสรุปคดีพรรคประชาชนเก็บ Laser ID สมาชิก ซึ่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันว่า การที่พรรคการเมืองเรียกเก็บข้อมูลส่วนบุคคลทั้งเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และเลข Laser ID หลังบัตรนั้น เข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่

กกต.ยังไม่มีข้อสรุปคดีพรรคประชาชนเก็บ Laser ID สมาชิก

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงผ่านเอกสารอย่างเป็นทางการ โดยย้ำชัดเจนว่ากรณีดังกล่าวขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงอย่างละเอียด การตรวจสอบนี้ครอบคลุมไปถึงการเชื่อมต่อระบบตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อให้ได้ความชัดเจนที่สุดว่าการกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือเป็นไปตามระเบียบที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใด

รายละเอียดการตรวจสอบของ กกต.ยังไม่มีข้อสรุปคดีพรรคประชาชนเก็บ Laser ID สมาชิก

การทำงานของ กกต. ในรอบนี้เน้นความรอบคอบเป็นสำคัญ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนและกฎหมายพรรคการเมืองที่เข้มงวด โดย กกต. ได้ให้ข้อมูลในประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินว่ามีความผิดเกิดขึ้นแต่อย่างใด
  • สำนักงาน กกต. กำลังรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อความรอบด้าน
  • กระบวนการทั้งหมดต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงได้รับความสนใจมาก? นั่นเพราะ Laser ID คือรหัสเฉพาะที่ใช้ยืนยันตัวตนในบริการรัฐและธุรกรรมออนไลน์สำคัญ การที่พรรคการเมืองมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนนี้ จึงกลายเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ว่าพรรคการเมืองมีมาตรการป้องกันข้อมูลรั่วไหลอย่างไรบ้าง

ทางสำนักงาน กกต. ได้เน้นย้ำว่า การตรวจสอบที่เกิดขึ้นยังไม่ใช่ข้อยุติและยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ จนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ กกต. จะทำหน้าที่ตรวจสอบด้วยความเที่ยงธรรม เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่ายในอนาคต หากมีความคืบหน้าประการใดทางสำนักงานจะออกมาให้ข้อมูลแก่สาธารณชนทันที

สำหรับมุมมองส่วนตัวในเรื่องนี้ การที่หน่วยงานรัฐตรวจสอบความโปร่งใสของพรรคการเมืองถือเป็นเรื่องดี แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความชัดเจนและรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดกระแสข่าวลือที่อาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน เราในฐานะพลเมืองก็คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะออกมาในทิศทางใด ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญของการเมืองไทยในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

ที่มา – กกต.ยังไม่มีข้อสรุปคดีพรรคประชาชนเก็บ Laser ID สมาชิก ย้ำอยู่ระหว่างตรวจข้อเท็จจริง

4 ส.ค.นี้ พรรคประชาชน จ่อเปิดภาคต่อฮั้ว สว. กังวล กกต.

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นร้อนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากพรรคประชาชนที่ออกมาประกาศเตรียมเดินหน้าตีแผ่ความจริงกันอีกครั้ง ในหัวข้อ 4 ส.ค.นี้ พรรคประชาชน จ่อเปิดภาคต่อฮั้ว สว. กังวล กกต. ไม่ดำเนินการตรงไปตรงมา ซึ่งงานนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งพิจารณาคดีด้วยความโปร่งใส

4 ส.ค.นี้ พรรคประชาชน จ่อเปิดภาคต่อฮั้ว สว. กังวล กกต. ไม่ดำเนินการตรงไปตรงมา

คุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการรวบรวมหลักฐาน โดยระบุว่าหลังจากที่ได้เปิดข้อมูลไปแล้ว 2 ครั้ง ก็ได้รับความร่วมมือจากพยานจำนวนมากส่งเบาะแสเข้ามาเพิ่ม ส่งผลให้ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ ทางพรรคจะจัดกิจกรรมภาคพิเศษเพื่อตีแผ่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการทำงานของ กกต. โดยเน้นย้ำว่านี่คือการทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้สังคมได้รับรู้ความจริง

เหตุผลที่พรรคประชาชนต้องเดินหน้าตีแผ่เรื่องฮั้ว สว.

สาเหตุหลักที่พรรคประชาชนต้องจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เนื่องมาจากความกังวลว่า กกต. อาจจะไม่ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งมีความเป็นไปได้ถึง 3 ทิศทางที่อาจเกิดขึ้นได้แก่:

  • การส่งสำนวนทั้งหมดไปที่ศาลตามมติของคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ
  • การยกคำร้องทั้งหมดโดยไม่มีการดำเนินการใดๆ
  • การเลือกตัดตอนสำนวน โดยส่งเพียงแค่บางรายชื่อเพื่อปกป้องกลุ่มอำนาจหลัก

หากผลการตัดสินออกมาในรูปแบบที่มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือมีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พรรคประชาชนยืนยันว่าจะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าจัดการอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาความถูกต้องของกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยเอาไว้

ในมุมมองของประชาชน เราคงต้องรอกันต่อไปว่า กกต. จะมีท่าทีอย่างไรต่อหลักฐานใหม่ที่จะถูกเปิดเผยในวันอาทิตย์นี้ ความโปร่งใสขององค์กรอิสระเป็นหัวใจสำคัญของความเชื่อมั่น หากการดำเนินการไม่สามารถไขข้อสงสัยของสังคมได้ ย่อมนำไปสู่ความขัดแย้งที่ขยายตัวมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นและข้อเท็จจริงในคดีฮั้ว สว. จะถูกนำเสนอต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมาที่สุด

ที่มา – 4 ส.ค.นี้ พรรคประชาชน จ่อเปิดภาคต่อฮั้ว สว. กังวล กกต. ไม่ดำเนินการตรงไปตรงมา

รังสิมันต์ ท้า ศุภชัย เปิดชื่อสส.ส้ม เอี่ยวฮั้วสว.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อ รังสิมันต์ ท้า ศุภชัย เปิดชื่อสส.ส้ม เอี่ยวฮั้วสว. หลังจากที่มีการออกมาตั้งข้อสังเกตถึงพฤติการณ์ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความกังขาให้กับสังคมเป็นวงกว้าง

รังสิมันต์ ท้า ศุภชัย เปิดชื่อสส.ส้ม เอี่ยวฮั้วสว. อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่นายศุภชัย ใจสมุทร จากพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาพูดถึงกลุ่ม “สว.สีส้ม” และตั้งคำถามถึงพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน ได้ออกมาโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน โดยยืนยันว่าการตั้งข้อกล่าวหาลักษณะนี้เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังให้ความสนใจ นั่นก็คือความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมของฝ่ายผู้กุมอำนาจรัฐเอง

เปิดใจ รังสิมันต์ ท้า ศุภชัย เปิดชื่อสส.ส้ม เอี่ยวฮั้วสว. ให้ชัดเจน

ในการแถลงข่าว นายรังสิมันต์ย้ำชัดว่าหากมีหลักฐานว่าพรรคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดตั้ง สว. จริง ก็ขอให้นำรายชื่อออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะให้ชัดเจน ไม่ใช่เพียงการใช้วาทกรรมเพื่อสาดโคลนใส่กัน การกล่าวอ้างเลื่อนลอยโดยไม่มีพยานหลักฐานทั้งเส้นทางการเงินหรือคลิปวิดีโอถือเป็นการเสียเวลาเปล่า

นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ยังตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงในระดับท้องถิ่นว่า:

  • จังหวัดที่มี สว.สีน้ำเงินจำนวนมาก มักพบปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
  • ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอำนาจในพรรคการเมืองใหญ่กับตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ในบ้านเมือง
  • กระบวนการยุติธรรมที่ควรจะเป็นที่พึ่งของประชาชน แต่กลับเกิดคำถามเรื่องมาตรฐาน

ในมุมมองของพรรคประชาชน การจะแก้ปัญหาเรื่องการโกง สว. นั้นไม่สามารถใช้วิธีการโยนความผิดให้ฝ่ายอื่นได้ แต่ต้องมาดูที่หลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ว่าจะเป็นผลคะแนนหรือพยานบุคคล นายรังสิมันต์เชื่อมั่นว่าถ้าตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ความจริงจะปรากฏออกมาเอง และผู้ที่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือย่อมเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ง่ายกว่าใคร

บทสรุปของเรื่องนี้คงไม่ใช่แค่การตอบโต้ผ่านวาทกรรม แต่คือการพิสูจน์ว่าระบบยุติธรรมไทยจะสามารถจัดการกับผู้กระทำผิดได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อมีคำถามถึงความโปร่งใสของนักการเมืองระดับสูง นี่คือโจทย์ใหญ่ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านกำลังจับตามองและจะใช้กลไกในสภาฯ เดินหน้าตรวจสอบให้ถึงที่สุดเพื่อให้ความจริงปรากฏต่อสายตาประชาชน

ที่มา – “รังสิมันต์” ท้า “ศุภชัย” เปิดชื่อสส.ส้ม เอี่ยวฮั้วสว. ซัดสาดวาทกรรมหวังเบี่ยงประเด็น

เช็กโลเคชั่นหาสถานที่เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ได้ง่ายๆ

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังตื่นเต้นกับการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้กันอยู่ใช่ไหมครับ แต่สำหรับใครที่กังวลว่า ไปคูหาไม่ถูก กกต. เปิดให้เช็กโลเคชั่นหาสถานที่เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ออกมาให้เราใช้งานกันแล้ว บอกเลยว่าสะดวกมากๆ ไม่ต้องกลัวหลงทางแน่นอนครับ

ไปคูหาไม่ถูก กกต. เปิดให้เช็กโลเคชั่นหาสถานที่เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก.

การเตรียมตัวก่อนไปใช้สิทธิ์เป็นเรื่องสำคัญนะครับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดเว็บไซต์ WWW.เลือกตั้งกรุงเทพ69.com เพื่อให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ทุกคนเข้ามาค้นหาพิกัดหน่วยเลือกตั้งของตัวเองได้เพียงไม่กี่คลิก ใครที่ยังไม่แน่ใจว่าต้องไปลงคะแนนที่ไหน หรือหน่วยเลือกตั้งเดิมเปลี่ยนตำแหน่งหรือเปล่า เช็กด่วนเลยครับ

วิธีเช็กโลเคชั่นหาสถานที่เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ง่ายๆ ในไม่กี่ขั้นตอน

สำหรับการค้นหาสถานที่เลือกตั้งนั้นทำได้ง่ายนิดเดียวครับ เพียงทำตามขั้นตอนนี้:

  • เข้าไปที่เว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครอง เพื่อดูเลขหน่วยเลือกตั้งของตนเอง
  • เมื่อได้เลขหน่วยเลือกตั้งแล้ว ให้ไปที่เว็บไซต์ WWW.เลือกตั้งกรุงเทพ69.com
  • กรอกเขตและแขวงที่เรามีชื่ออยู่ เว็บไซต์จะแสดงรายละเอียดหน่วยเลือกตั้งขึ้นมา
  • ให้เลื่อนแท็บไปทางซ้าย จะเจอกับหมุดแผนที่ที่เชื่อมต่อกับ Google Map ให้กดนำทางไปได้เลยครับ

ไปคูหาไม่ถูก กกต. เปิดให้เช็กโลเคชั่นหาสถานที่เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. แบบนี้ถือว่าช่วยลดความสับสนและประหยัดเวลาให้ประชาชนได้เยอะมาก อย่าลืมเผื่อเวลาเดินทางให้ถึงหน่วยเลือกตั้งภายในเวลา 08.00 – 17.00 น. ด้วยนะครับ

นอกจากโลเคชั่นแล้ว อย่าลืมเรื่องบัตรเลือกตั้งด้วยนะครับ โดยมีความแตกต่างที่ชัดเจนคือ บัตรเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะเป็น "บัตรสีเขียว" ส่วนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จะเป็น "บัตรสีชมพู" การสังเกตสีบัตรให้ดีก่อนกากบาทจะช่วยป้องกันบัตรเสียได้อย่างดีครับ

ในฐานะพลเมืองชาวกรุง การไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งถือเป็นหน้าที่สำคัญในการกำหนดอนาคตเมืองที่เราอยู่อาศัย ผมอยากเชิญชวนให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิ์กันให้เต็มที่ครับ เพราะทุกคะแนนเสียงมีความหมายเสมอ และการเตรียมตัวเช็กสถานที่ให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้วันอาทิตย์ของคุณเป็นวันที่สะดวกสบายและมีความสุขกับการได้ทำหน้าที่พลเมืองครับ

ที่มา – ไปคูหาไม่ถูก กกต. เปิดให้เช็กโลเคชั่นหาสถานที่เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก.

กกต. สั่งสอบด่วน คลิป “ทนายอั๋น” แฉเอกสารรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมุทรปราการ

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวที่เป็นกระแสร้อนแรงในโซเชียลมีเดีย กรณีที่ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ได้ออกมาเผยแพร่คลิปวิดีโอแฉว่าพบเอกสารบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของจังหวัดสมุทรปราการถูกนำไปใช้เป็นกระดาษรองแผงไข่ไก่ ทำให้กลายเป็นประเด็นคำถามตัวโตๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งล่าสุดทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

กกต. สั่งสอบด่วน คลิป “ทนายอั๋น” แฉเอกสารรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมุทรปราการ

เหตุการณ์ กกต. สั่งสอบด่วน คลิป “ทนายอั๋น” แฉเอกสารรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมุทรปราการ ครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนไม่น้อย เพราะเอกสารดังกล่าวมีข้อมูลสำคัญอย่างเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งปรากฏอยู่ด้วย โดยทาง กกต. ได้ออกมาชี้แจงว่า เอกสารที่พบคือบัญชีรายชื่อแบบ ส.ส. 1/3 ซึ่งทางสำนักงานกำลังเร่งสืบหาต้นตอว่าหลุดรอดออกไปได้อย่างไร และกำชับให้สำนักงาน กกต. จังหวัดสมุทรปราการรายงานผลภายใน 48 ชั่วโมง

เปิดขั้นตอนการจัดการเอกสารรายชื่อจาก กกต.

เพื่อให้ประชาชนเข้าใจกระบวนการทำงานและลดความกังวล ทาง กกต. ได้อธิบายถึงการจัดพิมพ์เอกสารออกเป็น 4 ชุด ดังนี้:

  • ชุดที่หนึ่ง: สำหรับนายทะเบียนอำเภอ/ท้องถิ่น ใช้ตรวจสอบแก้ไขรายชื่อและเก็บเป็นหลักฐาน
  • ชุดที่สอง: ใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยในวันเลือกตั้งเพื่อหมายเหตุการใช้สิทธิ
  • ชุดที่สาม: ใช้ปิดประกาศหน้าหน่วยเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบ และต้องมีการเก็บกู้คืน
  • ชุดที่สี่: สำหรับนำไปติดประกาศประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม แม้ กกต. จะยืนยันว่าเอกสารที่พบไม่ใช่ชุดที่ใช้รับรองการมาแสดงตน แต่การปล่อยให้ข้อมูลส่วนบุคคลหลุดรอดไปในลักษณะนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ กกต. ต้องปรับปรุงระบบการจัดเก็บและทำลายเอกสารให้รัดกุมกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ในฐานะประชาชน เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และมาตรการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลในครั้งถัดไปจะมีความปลอดภัยมากกว่าเดิมหรือไม่ เพราะความมั่นใจของประชาชนคือหัวใจสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตยครับ

ที่มา – กกต. สั่งสอบด่วน คลิป “ทนายอั๋น” แฉเอกสารรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมุทรปราการ

กกต. เตือน ห้ามเผยแพร่ผลโพลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา ก่อนเลือกตั้ง 7 วัน

กกต. เตือน ห้ามเผยแพร่ผลโพลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา ก่อนเลือกตั้ง 7 วัน

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้งแบบนี้ เรื่องที่ชาวกรุงเทพฯ และเมืองพัทยาต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือเรื่องของกฎระเบียบต่างๆ ครับ ล่าสุดทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้ออกมาเน้นย้ำเรื่องสำคัญ คือ กกต. เตือน ห้ามเผยแพร่ผลโพลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา ก่อนเลือกตั้ง 7 วัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความยุติธรรมมากที่สุด

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องมีกฎเหล็กข้อนี้? คำตอบคือเพื่อป้องกันไม่ให้ผลสำรวจความคิดเห็นกลายเป็นตัวชี้นำการตัดสินใจของประชาชนมากจนเกินไป ในช่วงเวลา 7 วันก่อนวันจริง กกต. ต้องการให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนได้ใช้ดุลพินิจของตัวเองอย่างอิสระ ปราศจากกระแสที่ถูกสร้างขึ้นจากผลโพลต่างๆ ครับ

ทำไมการงดเผยแพร่ผลโพลในช่วงโค้งสุดท้ายถึงสำคัญ?

การที่ กกต. เตือน ห้ามเผยแพร่ผลโพลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา ก่อนเลือกตั้ง 7 วัน นั้นมีเป้าหมายหลักเพื่อให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใส โดยข้อบังคับนี้ครอบคลุมถึง:

  • ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งใน กทม. และเมืองพัทยา
  • พรรคการเมืองที่สนับสนุนหรือเกี่ยวข้อง
  • สื่อมวลชนทุกแขนง
  • ผู้จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นหรือสำนักโพลต่างๆ

ข้อห้ามนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. 2569 จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งนั่นเองครับ ใครที่เป็นสายโซเชียลหรือชอบแชร์ข้อมูลข่าวสาร ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ เพราะอาจเข้าข่ายผิดระเบียบ กกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้

นอกจากการปฏิบัติตามกฎแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเราในฐานะพลเมือง คือการออกไปใช้สิทธิให้เต็มที่ครับ ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. อย่าลืมไปเช็กชื่อที่หน่วยเลือกตั้งใกล้บ้าน แล้วไปใช้สิทธิ์เลือกผู้บริหารในดวงใจด้วยตัวคุณเองนะครับ แล้วคุณคิดว่าโพลมีผลต่อการตัดสินใจของคุณมากน้อยแค่ไหนกันบ้าง? มาแชร์ความคิดเห็นกันได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายด้วยนะครับ เพื่อร่วมกันสร้างการเมืองที่โปร่งใสและสร้างสรรค์ไปพร้อมๆ กันครับ

ที่มา – กกต. เตือน ห้ามเผยแพร่ผลโพลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา ก่อนเลือกตั้ง 7 วัน

ครม. เคาะงบกลาง 14 ล้าน ให้ กกต. จ่ายค่าตอบแทนพิมพ์รายชื่อผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

เชื่อว่าหลายคนอาจจะกำลังสงสัยเกี่ยวกับข่าวการอนุมัติงบประมาณล่าสุดจากทางรัฐบาล ล่าสุดมีประเด็นที่น่าสนใจเมื่อ ครม. เคาะงบกลาง 14 ล้าน ให้ กกต. จ่ายค่าตอบแทนพิมพ์รายชื่อผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองที่ทำหน้าที่อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาครับ

ครม. เคาะงบกลาง 14 ล้าน ให้ กกต. จ่ายค่าตอบแทนพิมพ์รายชื่อผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการเก็บตกงบประมาณจากการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติที่ผ่านมา โดยทางสำนักงาน กกต. ได้ชี้แจงว่าเนื่องจากงบประมาณเดิมที่ได้รับไปนั้นไม่เพียงพอสำหรับการครอบคลุมค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดและใช้เวลามาก

รายละเอียดการอนุมัติงบประมาณจาก ครม.

สำหรับประเด็นที่ว่า ครม. เคาะงบกลาง 14 ล้าน ให้ กกต. จ่ายค่าตอบแทนพิมพ์รายชื่อผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง รายละเอียดที่สำคัญมีดังนี้ครับ:

  • งบประมาณที่อนุมัติเพิ่มเติมมีจำนวนทั้งสิ้น 14,863,864 บาท
  • นำไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอและท้องถิ่น
  • ได้รับการอนุมัติในหลักการเพื่อนำไปใช้จ่ายให้ถูกต้องตามระเบียบของสำนักงบประมาณ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องมีการจ่ายค่าตอบแทนนี้เพิ่มเติม คำตอบคือเนื่องจากภาระงานในการตรวจสอบและคัดกรองชื่อผู้ที่ไม่ได้ออกไปใช้สิทธิถือเป็นงานด้านเอกสารที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก เพื่อให้ข้อมูลที่ปรากฏเป็นไปตามความเป็นจริงและรองรับสิทธิทางการเมืองของประชาชนอย่างถูกต้องนั่นเองครับ ทั้งนี้ สำนักงบประมาณยังได้เน้นย้ำถึงเรื่องความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชนให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อีกด้วย

ในมุมมองของผม การสนับสนุนงบประมาณส่วนนี้ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่อยู่เบื้องหลังงานตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งแม้จะเป็นงานเบื้องหลังแต่ก็มีความสำคัญมากต่อระบบประชาธิปไตย เพราะความถูกต้องของฐานข้อมูลรายชื่อนั้นเปรียบเสมือนหัวใจของการดำเนินงานของ กกต. ในแต่ละครั้งเลยก็ว่าได้ครับ หากเจ้าหน้าที่ได้รับการตอบแทนที่เหมาะสม ก็ย่อมจะทำงานด้วยความตั้งใจและแม่นยำมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อภาพรวมของประเทศครับ

ที่มา – ครม. เคาะงบกลาง 14 ล้าน ให้ กกต. จ่ายค่าตอบแทนพิมพ์รายชื่อผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

“แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ไม่สนข่าวประเมินไม่ผ่าน

ในโลกของการเมืองไทยที่สถานการณ์มีความเข้มข้นตลอดเวลา ล่าสุดนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามอง หลังมีกระแสข่าวลือเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์จนอาจกระทบต่อเก้าอี้เลขาธิการ กกต. แต่เจ้าตัวกลับยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต. โดยมองว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงานในระบบราชการ

“แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต.

การแถลงผลงานในโอกาสครบรอบ 28 ปีของสำนักงาน กกต. นายแสวงได้ใช้โอกาสนี้ในการยืนยันความมุ่งมั่นในการทำงาน โดยระบุว่าตนยังคงมีไฟในการขับเคลื่อนองค์กรให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ แม้จะมีข่าวเชิงลบออกมา แต่ก็ไม่ทำให้ความตั้งใจลดน้อยลง คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ “แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต. หรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือความภูมิใจในบทบาทหน้าที่ตนเองอย่างแท้จริง

ก้าวสู่ปีที่ 29 ของ กกต. กับความท้าทายใหม่

เมื่อเรามองไปข้างหน้า กกต. ภายใต้การนำของนายแสวงเตรียมปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่:

  • การยกระดับเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
  • การเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
  • การพัฒนาระบบกำกับดูแลการเมือง
  • การสร้างพลเมืองประชาธิปไตยในยุคใหม่
  • การปรับองค์กรให้เป็นองค์กรดิจิทัลสมรรถนะสูง

นายแสวงเน้นย้ำเสมอว่า การเลือกตั้งที่ดีไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของกกต. ฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคม การที่องค์กรจะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงได้นั้น ความโปร่งใสต้องมาคู่กับการตรวจสอบที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่เพียงการใช้อารมณ์ความรู้สึกในการตัดสินผลงาน

บทสรุปจากเลขาฯ กกต.

แม้จะมีพายุข่าวลือโหมกระหน่ำ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือความมุ่งมั่นของนายแสวงที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง การที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เสียกำลังใจและยังคงภูมิใจในฐานะบุคลากรของ กกต. ถือเป็นสัญญาณว่าองค์กรยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือประชาธิปไตยที่เป็นธรรมสำหรับคนไทยทุกคน เราในฐานะประชาชนควรร่วมจับตาดูแนวทางการปรับตัวของ กกต. ว่าจะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้ทันตามความหวังของสังคมหรือไม่ และนี่ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่ต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน ไม่ใช่แค่คำพูด

ที่มา – “แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต.

“ณรงค์” แซว “แสวง บุญมี” งานครบรอบ 28 ปี กกต. ให้อาบน้ำมนต์

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เรามาติดตามบรรยากาศงานบุญสุดชื่นมื่นภายในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกันครับ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ทาง กกต. ได้จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี อย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม” โดยในงานนี้มีเหตุการณ์สร้างรอยยิ้มที่ทุกคนพูดถึงกันมากคือช็อตที่ประธาน กกต. แซวเลขาธิการ กกต. จนกลายเป็นประเด็นที่ใครๆ ต่างก็อมยิ้มตามกัน

“ณรงค์” แซว “แสวง บุญมี” งานครบรอบ 28 ปี กกต. ให้อาบน้ำมนต์

ภายในงานดังกล่าว นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ได้นำคณะกรรมการและผู้บริหารร่วมประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ไฮไลต์ที่สร้างสีสันให้งานนี้คงหนีไม่พ้นช่วงที่ประธาน กกต. นำน้ำพระพุทธมนต์มาประพรมให้กับผู้ร่วมงาน โดยเมื่อเดินไปถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ท่านประธานก็ได้หยอกล้อว่า “ณรงค์” แซว “แสวง บุญมี” งานครบรอบ 28 ปี กกต. ให้อาบน้ำมนต์ เลยทีเดียวครับ สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี

บรรยากาศชื่นมื่นท่ามกลางภารกิจสำคัญ

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องความเป็นสิริมงคลเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมพลังของเจ้าหน้าที่ กกต. จากทุกภาคส่วน โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดีมากมาย นอกจากความสนุกสนานจากช็อต “ณรงค์” แซว “แสวง บุญมี” งานครบรอบ 28 ปี กกต. ให้อาบน้ำมนต์ แล้ว งานนี้ยังมีกิจกรรมดีๆ อีกมากมาย อาทิ:

  • พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
  • กิจกรรมทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงาน
  • การเปิดรับบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิศรีสวางควัฒนฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส

กิจกรรมทำบุญและแบ่งปันครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ กกต. ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ภารกิจหลักในการจัดการเลือกตั้ง แต่ยังใส่ใจในเรื่องของการทำความดีและช่วยเหลือสังคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่โปร่งใสและเข้าถึงง่ายมากขึ้น ท่ามกลางกระแสการทำงานที่เต็มไปด้วยความกดดันในช่วงนี้ รอยยิ้มและบรรยากาศที่เป็นกันเองแบบนี้ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้กับคนทำงานทุกคนครับ

ในมุมมองของผู้เขียน การหยอกล้อกันระหว่างผู้บริหารในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันเป็นการแสดงถึงความใกล้ชิดและความผูกพันภายในองค์กร ซึ่งส่งผลดีต่อบรรยากาศการทำงานโดยรวม หวังว่าพลังของน้ำมนต์และความร่วมมือร่วมใจของเจ้าหน้าที่ กกต. ทุกท่าน จะช่วยให้การดำเนินงานในปีที่ 29 เป็นไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยคุณภาพต่อไปครับ

ที่มา – “ณรงค์” แซว “แสวง บุญมี” งานครบรอบ 28 ปี กกต. ให้อาบน้ำมนต์

Scroll to top