หนีออกนอกประเทศ

สุดป่วน ตร.ควานหาโจรวิ่งราวนักท่องเที่ยวจีน โป๊ะแตก!

สุดป่วน ตร.ควานหาโจรวิ่งราวนักท่องเที่ยวจีน กันจริงๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ สุดป่วน ตร.ควานหาโจรวิ่งราวนักท่องเที่ยวจีน แต่สุดท้ายกลายเป็นการแจ้งความเท็จเพื่อหวังเอาเงินประกันภัย! เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ทำให้ตำรวจต้องเร่งสืบสวนอย่างละเอียด และพบความจริงที่น่าตกใจ

ภาพเหตุการณ์สุดป่วน ตร.ควานหาโจรวิ่งราวนักท่องเที่ยวจีน

สุดป่วน ตร.ควานหาโจรวิ่งราวนักท่องเที่ยวจีน

เหตุการณ์สุดป่วนนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 เวลาประมาณ 23.40 น. บริเวณถนนกำแพงดิน ใกล้แยกแสงตะวัน ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ ผู้เสียหายคือ นายเซียว เหวย ชายชาวจีนวัย 33 ปี ที่เพิ่งเดินจากตลาดไนท์บาร์ซ่ามุ่งหน้าไปโซนกาดก้อม สะพายกระเป๋าสีน้ำตาลใบใหญ่

นายเซียวแจ้งว่ามีชาย 2 คนขับจยย.ไม่มีป้ายทะเบียนมาประชิดจากด้านหลัง กระชากกระเป๋าแล้วขับหนีไป ผู้ร้ายคนหนึ่งสวมหมวกกันน็อค อีกคนเสื้อดำไม่สวมหมวก นายเซียววิ่งตามแต่ไม่ทัน ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ รีบรับแจ้งและลงพื้นที่ทันที

ทรัพย์สินสุดแพงที่อ้างว่าถูกวิ่งราว

สิ่งของในกระเป๋าที่หายไปมีมูลค่าสูงมาก ได้แก่:

  • กล้อง Sony A7M4 พร้อมเลนส์ Sony G Master II 24-70
  • iPad Pro 2024
  • เสื้อ Ralph Lauren Shirts และ Ermenegildo Zegna Cotton Shorts
  • DJI wireless microphone
  • หนังสือเดินทางจีนและบัตรประชาชน
  • เงินสด 5,000 บาท และ 3,500 หยวน

มูลค่ารวมแล้วนับแสนบาท ตำรวจน่าจะจริงจังมากเพราะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ

กล้องวงจรปิดตรวจสอบเหตุสุดป่วน ตร.ควานหาโจรวิ่งราวนักท่องเที่ยวจีน

การสืบสวนที่นำไปสู่ความจริง

ชุดสืบสวนตรวจกล้อง CCTV ตามเส้นทางและซอยต่างๆ แต่ไม่เจอภาพผู้ต้องสงสัยหรือเหตุการณ์วิ่งราวเลย! ลองโทรหานายเซียวเพื่อสอบเพิ่ม แต่ติดต่อไม่ได้ ประสานตำรวจท่องเที่ยวก็เหมือนกัน

บ่ายวันถัดมา (18 มี.ค.) ตำรวจไปโรงแรมที่นายเซียวเช็คอิน พนักงานบอกว่าเขาเรียกแกร็บทะเบียนกรุงเทพฯ ออกไปแต่ยังไม่เช็คเอาท์ คนขับแกร็บบอกส่งลงประตูท่าแพเท่านั้น

สุดท้ายตรวจกับ ตม.เชียงใหม่ พบนายเซียวบินออกประเทศไปฮ่องกงแล้ว ผ่านสนามบินเชียงใหม่ โดยใช้พาสปอร์ตเลขที่ตัวเองอ้างว่าถูกขโมย! โป๊ะแตกชัดๆ

นายเซียว เหวย นักท่องเที่ยวจีนแจ้งความเท็จ

ตำรวจสรุปว่านายเซียวแจ้งความเท็จเพื่อเอาเอกสารแจ้งประกันภัยการเดินทาง หรือประโยชน์อื่นๆ ตอนนี้ประสานกงสุลจีนและ ตม. ขึ้นแบล็คลิสต์ ป้องกันไม่ให้กลับมาก่อเรื่องซ้ำ

เหตุการณ์ สุดป่วน ตร.ควานหาโจรวิ่งราวนักท่องเที่ยวจีน นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน การโกงแบบนี้ไม่เพียงทำเสียชื่อเสียง แต่ยังอาจติดคุกและแบนเข้าประเทศได้ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่เชียงใหม่ ระวังตัวดีๆ นะ และถ้าพบเห็นเหตุต้องสงสัย รายงานตำรวจทันที

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ทราบ เพื่อเตือนใจกันและกัน!

ที่มา – สุดป่วน ตร.ควานหาโจรวิ่งราวนักท่องเที่ยวจีน โป๊ะแตกแจ้งความเท็จหวังเงินประกัน

จับแล้ว หนุ่มเชียงใหม่ยิงตำรวจสันกำแพง หนีกบดานที่เมียนมา 13 วัน

จับแล้ว หนุ่มเชียงใหม่ยิงตำรวจสันกำแพง หนีกบดานที่เมียนมา 13 วัน! เหตุการณ์สุดระทึกที่เกิดขึ้นในพื้นที่เชียงใหม่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งไล่ล่าผู้ต้องหาข้ามพรมแดน สุดท้ายก็จับตัวได้สำเร็จ มาดูรายละเอียดกันเลย

จับแล้ว หนุ่มเชียงใหม่ยิงตำรวจสันกำแพง หนีกบดานที่เมียนมา 13 วัน

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 พลตำรวจโท กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับทหารกองกำลังผาเมือง สอบสวนนายวิภาค วงค์วรรณ์ อายุ 36 ปี ชาวอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ต้องหาที่ พยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจ สภ.สันกำแพง เหตุเกิดบริเวณถนนบ้านป่าสักน้อย หมู่ 2 ตำบลแม่ปูคา อำเภอสันกำแพง

เหตุมือยิงตำรวจที่สันกำแพง

ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืน 9 มม. ยิงใส่ ส.ต.ต.อภิวัฒน์ มาลา ขณะที่ตำรวจนายดังกล่าวขอตรวจค้น หลังเกิดเหตุ นายวิภาคขโมยรถจักรยานยนต์ชาวบ้านขี่หนีไปอำเภอแม่แตง ก่อนจ้างคนขับรถจากอำเภอฝางมารับ ในราคาคนละ 6,000 บาท ข้ามไปเมียนมา

เจ้าหน้าที่แกะรอยจับกุมผู้ช่วยเหลือ 3 คน จนทราบว่าหลบหนีไปบ้านนากองมู เมียนมา ตำรวจภูธรภาค 5 ประสานกองกำลังผาเมือง กดดันหนัก สุดท้ายทางการเมียนมานำตัวส่งมอบที่ช่องทางหนองเขียว อำเภอเชียงดาว เมื่อคืนวันที่ 9 ก.พ. 2569

เส้นทางการหลบหนีข้ามแดน

  • ก่อเหตุยิงตำรวจเพื่อเปิดทางหนี
  • ขโมยรถ จ้างคนขับข้ามชายแดน
  • กบดานบ้านเพื่อนเก่าจากคุก ชื่อนายเบิด ที่บ้านนากองมู ห่างชายแดน 100 กว่า กม.
  • ซ่อนตัว 3 จุด ในป่า คอกวัว 7 วัน
  • จับได้หลังไล่ล่า 13 วัน

พลตำรวจโท กฤตธาพล เปิดเผยว่าประสานทหารเมียนมาอย่างใกล้ชิด จนส่งตัวกลับไทย นี่คือตัวอย่างความร่วมมือชายแดนที่ยอดเยี่ยม

คำให้การของผู้ต้องหา

นายวิภาคให้การว่า กำลังตระเวนส่งยาบ้า 9 จุด ในแม่ริม แม่แตง สันทราย สันกำแพง จุดสุดท้าย 400 เม็ด เจอตำรวจเลยยิงหนี เพราะเพิ่งพ้นโทษไม่อยากติดคุกอีก หลบไปหานายเบิด เพื่อนคุกเก่า พ่อตาเป็นผู้ใหญ่บ้านเมียนมา

ปืนที่ใช้ยิงฝากไว้บ้านนายเบิด ซึ่งนายเบิดมีหมายจับยาเสพติด 3 หมาย

ประวัติอาชญากรรมของหนุ่มเชียงใหม่

  • ติดคุกยาเสพติด 2 ครั้ง
  • พกพาอาวุธปืนและระเบิด ปี 2567 เพิ่งพ้นโทษ
  • เครือข่ายค้ายาเสพติด กำลังขยายผล

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงปัญหายาเสพติดที่ลุกลามข้ามชาติ เจ้าหน้าที่จะขยายผลจับเครือข่ายต่อไป

สุดยอดการทำงานของตำรวจไทยและเมียนมา! ชาวเชียงใหม่วางใจได้เลยว่าความปลอดภัยจะดีขึ้น หากมีข่าวอาชญากรรมแบบนี้ ติดตามอัปเดตจากเราได้นะครับ

ที่มา – จับแล้ว หนุ่มเชียงใหม่ยิงตำรวจสันกำแพง หนีกบดานที่เมียนมา 13 วัน

จ่อหมายเรียก สส.คนดัง-ตำรวจใหญ่ เอี่ยว สจ. เครือข่ายเว็บพนัน

ข่าวใหญ่สุดสะเทือนวงการการเมืองและตำรวจเลยทีเดียว เมื่อ จ่อหมายเรียก สส.คนดัง-ตำรวจใหญ่ เอี่ยว สจ. เครือข่ายเว็บพนัน หลังจากตำรวจไซเบอร์บุกจับกุมเครือข่ายเว็บหวยออนไลน์ “huaysodplus” ที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองท้องถิ่นและข้าราชการระดับสูง เรื่องนี้เกิดขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์และพื้นที่ใกล้เคียง สร้างความฮือฮาให้กับสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก

จ่อหมายเรียก สส.คนดัง-ตำรวจใหญ่ เอี่ยว สจ. เครือข่ายเว็บพนัน

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการสถานีตำรวจไซเบอร์ หรือ ผบช.สอท. พร้อมทีมงาน ได้นำกำลังตรวจค้น 2 จุดในจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามหมายค้นศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยจุดแรกคือบ้านพักของนายปฐมพงศ์ ภูเต้าเงิน หรือ “สจ.เปียว” สจ.เขตอำเภอยางตลาด จุดที่สองเป็นบ้านของนายธนาวุธ ผอ.โรงเรียนอนุบาล แม้ไม่พบตัวผู้ต้องหา แต่เจ้าหน้าที่ยึดเอกสารหลักฐานจำนวนมากเพื่อขยายผล

ปฏิบัติการนี้มาจากการร้องเรียนเว็บพนัน “huaysodplus” ที่ให้บริการหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยหุ้น และพนันอื่นๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับ “Banhuay98” ของ “สจ.เนย์” นายปฐนัญ จันดอน ชุดสืบสวนออกหมายจับ 5 รายในข้อหาจัดให้เล่นพนันออนไลน์ ฟอกเงิน และสมคบฟอกเงิน ได้แก่ นายธนาวุธ, นายศุภโชค (อดีตนายตำรวจ), สจ.เปียว, นายพัฒน์ธวัช และน.ส.พรนภา

เส้นทางการเงินและผู้เกี่ยวข้องสำคัญ

หลักฐานเด็ดคือเส้นทางการเงินที่หมุนเวียนหลายล้านบาท เงินจากเว็บพนันถูกฟอกผ่านการซื้ออสังหา ที่ดิน รถหรู ร้านอาหาร ค่ายมวย และสร้างวัตถุมงคลให้วัดดังในอีสาน นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับ นายพลากร พิมพะนิตย์ หรือ สส.บอล สส.คนดัง และนายตำรวจระดับ ผกก. ในจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเตรียมออกหมายเรียกให้มาสอบสวนในสัปดาห์หน้าในฐานะผู้รับผลประโยชน์

  • สจ.เปียว: สมาชิกสภาจังหวัดกาฬสินธุ์ อดีตกลุ่มวัยรุ่น 888 เคยสร้างพระให้เกจิดัง
  • สจ.เนย์: หัวโจกหลัก หลบหนีไปหนองคายตั้งแต่ 20 ม.ค.
  • เครือข่ายทั้งหมด: เงินหมุนเวียนกว่า 1,200 ล้านบาท จากเว็บพนันหลายแห่ง

ทั้งสจ.เปียวและสจ.เนย์หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ตำรวจเตรียมประสาน Interpol ออกหมายแดง สร้างความกังวลให้ประชาชนเรื่องความโปร่งใสของนักการเมืองและตำรวจ

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาเว็บพนันออนไลน์ที่แพร่ระบาดในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อีสาน ที่มักใช้เส้นสายนักการเมืองท้องถิ่นปกปิด การฟอกเงินผ่านกิจการชุมชนทำให้ตรวจจับยาก ผู้ประกอบการเว็บเหล่านี้มักอวดรวยด้วยรถหรู บ้านใหญ่ แต่เบื้องหลังคือเงินจากประชาชนที่ติดพนัน

นอกจากนี้ ยังพบว่า สส.บอล เพิ่งโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชาวกาฬสินธุ์ฟังปราศรัยที่สนามกีฬาเทศบาลฆ้องชัย แสดงถึงภาพลักษณ์ปกติ แต่เบื้องหลังมีประเด็นร้อนรอสอบสวน

จากประสบการณ์ติดตามข่าวอาชญากรรมไซเบอร์ พบว่าเครือข่ายแบบนี้มักขยายตัวเร็วเพราะใช้บัญชีม้าและแอปพลิเคชันลับ ประชาชนควรระวังการเล่นหวยออนไลน์ที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง เพราะส่วนใหญ่เป็นกับดัก

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านติดตามพัฒนาการของคดีนี้อย่างใกล้ชิด และแชร์ข่าวเพื่อเตือนภัย หยุดสนับสนุนเว็บพนันผิดกฎหมาย ร่วมกันสร้างสังคมที่โปร่งใส ห่างไกลอาชญากรรมออนไลน์

ที่มา – จ่อหมายเรียก สส.คนดัง-ตำรวจใหญ่ เอี่ยว สจ. เครือข่ายเว็บพนัน

ปธน.มาดากัสการ์เผ่นออกนอกประเทศแล้ว จริงหรือ?

ปธน.มาดากัสการ์เผ่นออกนอกประเทศแล้ว หลังกลุ่ม Gen Z ประท้วง

สถานการณ์ในมาดากัสการ์ยังคงตึงเครียด เมื่อมีรายงานว่า ปธน.มาดากัสการ์เผ่นออกนอกประเทศแล้ว หลังเผชิญกับการประท้วงอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ท่ามกลางข่าวลือเรื่องการรัฐประหารที่ยังไม่มีการยืนยัน

ตามรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ ประธานาธิบดีอันดรี ราโจเอลินา ถูกกล่าวหาว่าได้หลบหนีออกจากประเทศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 โดยผู้นำฝ่ายค้านอ้างว่า หน่วยทหารบางส่วนได้แปรพักตร์และเข้าร่วมกับผู้ประท้วง ทำให้สถานการณ์ของประธานาธิบดีไม่มั่นคง

ปธน.มาดากัสการ์เผ่นออกนอกประเทศแล้ว จริงหรือไม่?

แม้ว่าสำนักงานประธานาธิบดียังไม่ได้ออกมายืนยันหรือปฏิเสธข่าวนี้ แต่แหล่งข่าวในกองทัพมาดากัสการ์ได้ให้ข้อมูลว่า นายราโจเอลินาเดินทางออกจากประเทศด้วยเครื่องบินทหารของฝรั่งเศส โดยได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างผู้นำทั้งสองยังคงเป็นความลับ

การประท้วงในมาดากัสการ์เริ่มต้นขึ้นจากความไม่พอใจในปัญหาการขาดแคลนน้ำและไฟฟ้า แต่ได้ขยายตัวไปสู่ประเด็นที่ใหญ่กว่า เช่น การคอร์รัปชัน ธรรมาภิบาลที่ล้มเหลว และการขาดแคลนบริการพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมานานและทำให้ประชาชนไม่พอใจรัฐบาล

สิ่งที่น่าสนใจคือ การสูญเสียการสนับสนุนจากหน่วย CAPSAT ซึ่งเป็นหน่วยทหารชั้นยอดที่เคยช่วยให้ราโจเอลินาขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2552 หน่วย CAPSAT ได้เข้าร่วมกับผู้ประท้วงและปฏิเสธที่จะใช้ความรุนแรงต่อพวกเขา ทำให้สถานการณ์ของราโจเอลินายิ่งยากลำบากมากขึ้น

นอกจากนี้ วุฒิสภามาดากัสการ์ได้ปลดประธานวุฒิสภาออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ

สิ่งที่เกิดขึ้นในมาดากัสการ์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ในการเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง และความสำคัญของธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการบริหารประเทศ ปธน.มาดากัสการ์เผ่นออกนอกประเทศแล้ว เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หรือเป็นการสิ้นสุดอำนาจของผู้นำคนนี้ คงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ในมาดากัสการ์ยังคงไม่แน่นอน และอนาคตทางการเมืองของประเทศยังคงอยู่ในความไม่แน่นอน การ ปธน.มาดากัสการ์เผ่นออกนอกประเทศแล้ว ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของมาดากัสการ์และทิศทางที่ประเทศจะเดินหน้าต่อไป การประท้วงของกลุ่ม Gen Z ได้แสดงให้เห็นถึงความต้องการในการเปลี่ยนแปลงและความไม่พอใจต่อปัญหาที่สะสมมานาน

การที่หน่วย CAPSAT เข้าร่วมกับผู้ประท้วงแสดงให้เห็นถึงความแตกแยกภายในกองทัพและความไม่พอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาล การปลดประธานวุฒิสภาออกจากตำแหน่งยิ่งเน้นย้ำถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นภายในโครงสร้างอำนาจของประเทศ

อนาคตของมาดากัสการ์จะขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อความต้องการในการเปลี่ยนแปลงและการแก้ไขปัญหาที่ผู้ประท้วงได้ชี้ให้เห็น การสร้างธรรมาภิบาลที่ดี การต่อต้านการคอร์รัปชัน และการให้บริการพื้นฐานที่มีคุณภาพแก่ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความมั่นคงและสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชน

การที่ ปธน.มาดากัสการ์เผ่นออกนอกประเทศแล้ว อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในมาดากัสการ์ แต่ความสำเร็จในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นจะขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคมและความมุ่งมั่นในการสร้างประเทศที่เป็นธรรมและเจริญรุ่งเรืองสำหรับทุกคน

ที่มา – ปธน.มาดากัสการ์เผ่นออกนอกประเทศแล้ว หลังกลุ่ม Gen Z ประท้วง

Scroll to top