หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ

เรือล่มใกล้เทพีเสรีภาพ ผู้หญิง-ทารก 5 เดือนดับสลด

เหตุการณ์สุดสลดใจเกิดขึ้นที่มหานครนิวยอร์ก เมื่อมีรายงานข่าวเกี่ยวกับ เรือล่มใกล้เทพีเสรีภาพ ผู้หญิง-ทารก 5 เดือนดับสลด สร้างความโศกเศร้าให้กับผู้ที่ได้ติดตามข่าวเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในบริเวณดังกล่าวอย่างมาก

เรือล่มใกล้เทพีเสรีภาพ ผู้หญิง-ทารก 5 เดือนดับสลด

เหตุการณ์ เรือล่มใกล้เทพีเสรีภาพ ผู้หญิง-ทารก 5 เดือนดับสลด ครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์กได้รับแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 911 ว่ามีเรือโดยสารประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำในน่านน้ำใกล้กับเกาะลิเบอร์ตี้ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือชมความงามของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ส่งผลให้มีผู้ประสบภัยต้องลอยคออยู่กลางน้ำจำนวนมาก

รายละเอียดปฏิบัติการกู้ภัยและความสูญเสีย

ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งและทีมกู้ภัยได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยใช้เรือกู้ภัยหลายลำและเฮลิคอปเตอร์ช่วยกันค้นหาผู้รอดชีวิต ซึ่งในเบื้องต้นสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้จำนวน 12 ราย แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นหญิงวัย 27 ปี และทารกน้อยวัยเพียง 5 เดือน แม้เจ้าหน้าที่จะรีบนำส่งโรงพยาบาลแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เหตุการณ์ เรือล่มใกล้เทพีเสรีภาพ ผู้หญิง-ทารก 5 เดือนดับสลด ในครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

  • ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ขับเรือวัย 46 ปี ชาวแมนฮัตตัน
  • ตั้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นตกอยู่ในอันตรายรวม 13 กระทง
  • เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนว่ามีการลักลอบให้บริการเรือเช่าเหมาลำโดยผิดกฎหมายหรือไม่

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยในการให้บริการเรือโดยสารท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานของเรือหรือทักษะของผู้ควบคุมเรือ การเดินทางทางน้ำมีความเสี่ยงเสมอหากขาดการดูแลที่เข้มงวด เราหวังว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียครับ

ที่มา – เรือล่มใกล้เทพีเสรีภาพ ผู้หญิง-ทารก 5 เดือนดับสลด จนท.ช่วยได้ 12 ราย

UK ระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ บางส่วน หลัง US โจมตีเรือ

สถานการณ์ระหว่างประเทศกำลังตึงเครียดขึ้น เมื่อสหราชอาณาจักรตัดสินใจระงับการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองสำคัญกับสหรัฐอเมริกาบางส่วน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีเรืออย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายและความชอบธรรมในการใช้กำลัง

สหราชอาณาจักรระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ บางส่วน หลัง US โจมตีเรือต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสกัดกั้นยาเสพติดในทะเลแคริบเบียน การตัดสินใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยของ UK ต่อวิธีการที่สหรัฐฯ ใช้ในการจัดการกับเรือต้องสงสัย ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียชีวิตจำนวนมาก

UK ระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ บางส่วน หลัง US โจมตีเรือ

รายงานจาก CNN ระบุว่า สหราชอาณาจักร (UK) ได้หยุดแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับเรือที่ต้องสงสัยว่าลักลอบขนยาเสพติดในทะเลแคริบเบียนแล้ว การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก UK ไม่ต้องการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่นำไปสู่การจมเรือหลายลำและเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมาก UK เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

การระงับ UK ระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ บางส่วน หลัง US โจมตีเรือต่อเนื่อง ถือเป็นการแตกหักครั้งสำคัญระหว่างสองชาติพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดด้านข่าวกรองมาอย่างยาวนาน และยังเป็นการเน้นย้ำถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความชอบธรรมของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในทะเลแถบลาตินอเมริกา

ทำไม UK ถึงระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ หลัง US โจมตีเรือ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรซึ่งมีดินแดนและฐานข่าวกรองในทะเลแคริบเบียน ได้ให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการระบุตำแหน่งเรือที่ต้องสงสัยว่าขนยาเสพติด เพื่อให้หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ สามารถเข้าสกัดกั้นได้ การสกัดกั้นนี้รวมถึงการสั่งให้เรือหยุด การขึ้นเรือ การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย และการยึดยาเสพติด

ข้อมูลข่าวกรองจะถูกส่งไปยัง “กองกำลังเฉพาะกิจร่วมระหว่างหน่วยงานภาคใต้” (Joint Interagency Task Force South – JIATF South) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในรัฐฟลอริดา และมีตัวแทนจากประเทศพันธมิตรหลายแห่ง เพื่อลดการค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สหรัฐฯ เริ่มโจมตีเรือต้องสงสัยจนมีผู้เสียชีวิตในเดือนกันยายน UK ก็เริ่มกังวลว่าข้อมูลที่พวกเขาให้มาจะถูกนำไปใช้ในการเลือกเป้าหมายที่ไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่อังกฤษเชื่อว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 76 คน UK จึงเริ่มระงับการส่งข้อมูลข่าวกรองเมื่อกว่า 1 เดือนที่แล้ว

นาย โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม ซึ่ง UK เห็นด้วยกับการประเมินนี้

สถานทูตอังกฤษในวอชิงตันและทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวกรอง

แคนาดา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญที่ให้ความช่วยเหลือหน่วยยามฝั่งของสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดในทะเลแคริบเบียนมาเกือบสองทศวรรษ ก็เริ่มเว้นระยะห่างจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เช่นกัน โดยแจ้งว่าพวกเขาไม่ต้องการให้ข้อมูลของตนถูกนำไปใช้ในการชี้เป้าหมายสำหรับการโจมตี

โฆษกกระทรวงกลาโหมแคนาดา กล่าวว่า ปฏิบัติการความร่วมมือทางทหารระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียน หรือที่เรียกว่า “ปฏิบัติการแคริบเบียน” ไม่เกี่ยวข้องและแตกต่างจากการโจมตีเรือต้องสงสัยของสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง

UK ระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ บางส่วน หลัง US โจมตีเรือต่อเนื่อง นับเป็นสัญญาณเตือนถึงความสำคัญของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศในการปฏิบัติการทางทหาร และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจระหว่างประเทศพันธมิตร เพื่อรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ที่มา – UK ระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ บางส่วน หลัง US โจมตีเรือต่อเนื่อง

Scroll to top