หมอบีคือ ใคร

ทนายหมอบีแจง เงินบริจาคใช้ไม่ผิดวัตถุประสงค์

ทนายความ “หมอบี” มองว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้ไม่ผิดวัตถุประสงค์ แม้จะเข้าคนละโครงการกับที่ผู้บริจาคต้องการ แต่ก็เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ส่วนเหตุผลที่ต้องมอบให้วัดเป็นเงินสด เพราะในสมัยนั้นไม่มีระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 ส.ค. 68 นายกสานติ์ ปัญญาชัยรักษา ทนายความของ นายเสกสันน์ หรือ หมอบี เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดี โดยกล่าวว่า ตนมีหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงกับสังคมแทนลูกความ ขณะนี้ได้ดำเนินการส่งเอกสารหลักฐาน และชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุให้กับตำรวจกองบังคับการปราบปรามเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และจนถึงขณะนี้ทางตำรวจก็ยังไม่ได้มีการประสานมาขอข้อมูลเพิ่มเติม

ส่วนกรณีที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า เงินของผู้บริจาคถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ผู้บริจาคต้องการนำเงินไปบริจาคในโครงการไทยชีวิตโคกระบือ แต่มีการออกใบอนุโมทนาบัตรเป็นโครงการรักษาผู้ป่วย HIV ทางนายกสานติ์ บอกว่า ให้มองว่าการกระทำดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความเสียหายหรือไม่ หรือส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินที่ผู้บริจาคตั้งใจนำไปทำบุญหรือไม่ เช่น ผู้บริจาคต้องการนำเงินไปช่วยเหลือผู้อื่น แต่มีการนำเงินไปใช้สร้างอาบอบนวด ซึ่งกรณีนี้มองว่าเป็นการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

แต่กรณีนี้ ทางหมอบีได้นำเงินไปช่วยเหลือผู้อื่น แม้จะไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค แต่ก็เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งการนำเงินไปใช้หากไม่ส่งผลให้เกิดความเสียหาย หรือมีผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนตัวก็มองว่าไม่เข้าข่ายความผิด แต่หากมองว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายได้รับผลกระทบ ส่วนตัวก็มองว่าการจะเข้าข่ายความผิดต้องดูองค์ประกอบตามหลักการของกฎหมาย ซึ่งก็จะต้องพิจารณาเป็นกรณีไป

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการนำเงินไปมอบให้วัด ว่าเหตุใดจึงไม่ใช้การโอนผ่านระบบโมบายแบงก์กิ้ง แต่ใช้การนำเงินสดไปให้แทน ทางทนายความ บอกว่าโครงการนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีระบบการโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้มีการสอบถามเพิ่มเติมเนื่องจากพบว่าโครงการนี้เกิดขึ้นในปี 2562 ซึ่งก็เป็นช่วงที่มีระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งแล้ว โดยทางทนายความระบุเพียงว่าไม่สามารถตอบในรายละเอียดได้

สำหรับอาการของ หมอบี ขณะนี้พบว่าเจ้าตัวเพิ่งหายจากอาการป่วย แต่ภาพรวมไม่ได้รู้สึกเครียดหรือกังวลอะไร มีเพียงอาการเหนื่อยและความรู้สึกเป็นห่วงหลวงพ่อเท่านั้น ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องถึงขณะนี้ ทั้งหมอบียังไม่ได้มีการติดต่อไปหาหลวงพ่อหรือเข้าไปที่วัดเพราะมองว่ายังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่หากทางวัดต้องการให้เข้าไปชี้แจงก็พร้อมที่จะเข้าไปทันที

ทนายหมอบี มองเงินบริจาคนำไปใช้ไม่ผิดวัตถุประสงค์

จากกรณีที่เกิดขึ้น ทนายความของหมอบีได้ออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ทนายหมอบี มองเงินบริจาคนำไปใช้ไม่ผิดวัตถุประสงค์ โดยเน้นย้ำว่าถึงแม้เงินบริจาคจะถูกนำไปใช้ในโครงการที่แตกต่างจากความตั้งใจเดิมของผู้บริจาค แต่ก็ยังคงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงกันในสังคมอย่างกว้างขวาง

ทำไมต้องเป็นเงินสด? ทนายหมอบีมีคำตอบ

ประเด็นเรื่องการมอบเงินบริจาคเป็นเงินสดแทนการโอนผ่านระบบออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัย ทนายความของหมอบีได้ชี้แจงว่า ในช่วงเวลาที่โครงการเริ่มต้น ระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งยังไม่แพร่หลายเท่าปัจจุบัน ทำให้การมอบเงินสดเป็นวิธีการที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้เกิดขึ้นในปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงที่อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งเป็นที่นิยมแล้ว แต่ทนายความของหมอบีไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนนี้

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพิจารณาว่า ทนายหมอบี มองเงินบริจาคนำไปใช้ไม่ผิดวัตถุประสงค์นี้ ทำให้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบต่อใครหรือไม่ หากไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น การนำเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมก็อาจจะไม่ถือว่าเป็นความผิด

การตีความและการพิจารณาความผิดทางกฎหมายในกรณีนี้จึงต้องพิจารณาจากองค์ประกอบและหลักการของกฎหมายอย่างละเอียดรอบคอบ

เรื่องราวของ ทนายหมอบี มองเงินบริจาคนำไปใช้ไม่ผิดวัตถุประสงค์ ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด การทำความเข้าใจในข้อเท็จจริงและมุมมองต่างๆ จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ทนายหมอบี มองเงินบริจาคนำไปใช้ไม่ผิดวัตถุประสงค์ – แจงเหตุที่ต้องให้เป็นเงินสด

คดีหมอบี: พบหลักฐานฉ้อโกง รถหรูเป็นของวัด

ความคืบหน้าคดี “หมอบี” ที่หลายคนให้ความสนใจ ล่าสุดพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าอาจเข้าข่ายการกระทำผิดฐานฉ้อโกง นอกจากนี้ ประเด็นเรื่อง “รถหรู” ที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ ทางหมอบียอมรับว่าเป็นทรัพย์สินของวัดจริง แต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป มาติดตามกันครับ

คดี “หมอบี”: พบหลักฐานเข้าข่ายฉ้อโกง ส่วน “รถหรู” เจ้าตัวยอมรับ เป็นทรัพย์สินวัด

พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม (รอง ผบก.ป.) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีของนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี ว่าขณะนี้ทีมงานได้รวบรวมพยานหลักฐานไปมากพอสมควร และพบหลักฐานบางส่วนที่แสดงให้เห็นว่านายเสกสันน์อาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐานฉ้อโกง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังคงต้องทำการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบว่าเงินที่หายไปนั้นถูกนำไปใช้ในส่วนใดบ้าง

หมอบีได้ให้การว่า เงินส่วนดังกล่าวถูกนำไปใช้ในโครงการต่าง ๆ ของวัดพระบาทน้ำพุ ทั้งโครงการทุนนักเรียนนอก และโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบรายละเอียดในส่วนนี้อย่างละเอียด

สำหรับประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากคือเรื่องของรถยนต์หรู หมอบีได้ยอมรับว่าเป็นทรัพย์สินของวัดจริง และเตรียมที่จะส่งมอบคืนให้กับวัด อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินดังกล่าว เนื่องจากพบว่าชื่อผู้ครอบครองรถยนต์เป็นชื่อของเครือญาติของหมอบี ทำให้ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อความโปร่งใส

ความคืบหน้าการสอบสวนพยานใน คดี “หมอบี”

ในการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องกับคดี “หมอบี” นั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำไปแล้วกว่า 20 คน ซึ่งเป็นพยานทั้งในส่วนของนายเสกสันน์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้ให้การในเบื้องต้นและพร้อมที่จะแสดงหลักฐานต่าง ๆ เพื่อให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่ามีบางธุรกรรมที่หลวงพ่ออลงกตเป็นผู้ลงลายมือชื่อด้วยตนเอง แต่ยังมีบางส่วนที่ขาดหายไป ทำให้ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ดินของวัดพระบาทน้ำพุจำนวน 2,326 ไร่ ที่พบว่ามีชื่อบุคคลและนิติบุคคลของวัดเข้ามาถือครอง ทางพนักงานสอบสวน บก.ป. จะประสานงานกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อตรวจสอบในประเด็นนี้ เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในภาครัฐ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ได้เปิดเผยว่าทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว และจะมีการหารือร่วมกับพนักงานสอบสวนของ บก.ป. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องในวันที่ 13 ส.ค. นี้

สรุปแล้ว คดี “หมอบี” ยังคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งเรื่องฉ้อโกง ทรัพย์สินของวัด และการถือครองที่ดิน หวังว่าความจริงจะปรากฏในเร็ววัน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้รับความเป็นธรรม

ที่มา – คดี “หมอบี” พบหลักฐานเข้าข่ายฉ้อโกง ส่วน “รถหรู” เจ้าตัวยอมรับ เป็นทรัพย์สินวัด

“หมอบี” ยันมอบเงินบริจาคให้หลวงพ่อครบ ขอโทษ “อ.ตฤณห์”

หลังจากตกเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคม “หมอบี” ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก ยืนยันว่าได้มอบเงินบริจาคให้หลวงพ่อครบทุกบาททุกสตางค์ พร้อมทั้งกล่าวขอโทษ “อ.ตฤณห์” ที่เคยล่วงเกินด้วยคำพูดที่ไม่เหมาะสม เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร มาติดตามกันครับ

“หมอบี” ยันมอบเงินบริจาคให้หลวงพ่อครบ ขอโทษ “อ.ตฤณห์”

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการให้ปากคำกับพนักงานสืบสวนกองบังคับการปราบปรามเป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี” ฑูตสื่อวิญญาณ ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเริ่มต้นด้วยการกล่าวขอโทษอาจารย์ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร ที่ตนเองเคยใช้คำพูดไม่ดีใส่ รวมถึงครูบาอาจารย์ของตนทุกท่าน และหลวงพ่ออลงกต

“ผมอยากจะขอโทษอาจารย์ตฤณห์ที่ผมเคยพูดจาไม่ดีใส่ท่าน และขอโทษครูบาอาจารย์ทุกท่าน รวมถึงหลวงพ่ออลงกตด้วยครับ” หมอบีกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

นอกจากนี้ หมอบียังขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้ความเป็นส่วนตัวแก่ตนเอง ไม่อยากให้มีการดักรอหรือปีนรั้วบ้านเพื่อถ่ายภาพ รวมถึงเรื่องเงินบริจาคที่จะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ขอเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากบัญชีของมูลนิธิถูกปิดชั่วคราว แต่ยืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกส่งมอบให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแน่นอน

ประเด็นเงินบริจาคและรถยนต์ของวัด

สำหรับประเด็นเงินสดที่นำไปมอบให้กับหลวงพ่ออลงกตนั้น หมอบีขอสงวนที่จะให้ปากคำ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี แต่ยืนยันหนักแน่นว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่เคยถูกเก็บไว้กับตัวเอง “ผมขอยืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับบริจาคมา ผมได้ให้ทีมงานนำไปมอบให้กับหลวงพ่อครบทุกบาททุกสตางค์ครับ” หมอบีกล่าว

หมอบี ยังกล่าวถึงกรณีที่วัดเคยออกมาให้ข้อมูลว่า เงินบริจาคหายไป 5.4 ล้านบาทว่าไม่เป็นความจริง และหลวงพ่อก็ไม่เคยแจ้งเรื่องนี้ให้ตนเองทราบ

ส่วนประเด็นที่หลวงพ่ออลงกตกล่าวว่า รถยนต์บางส่วนของวัดยังอยู่ในความครอบครองของหมอบี หมอบีปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้โดยตรง พร้อมกับถามกลับว่า “รถอะไร คืนใคร” และกล่าวว่ารายละเอียดทั้งหมดได้ให้ข้อมูลกับตำรวจไปหมดแล้ว และยินดีให้ตำรวจตรวจสอบทุกอย่าง

  • ยืนยันความบริสุทธิ์: หมอบียืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์และพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบทุกขั้นตอน
  • ขอโทษอาจารย์ตฤณห์: หมอบีกล่าวขอโทษต่ออาจารย์ตฤณห์สำหรับการกระทำที่ไม่เหมาะสมในอดีต
  • เงินบริจาค: ยืนยันว่าเงินบริจาคทั้งหมดจะถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและโปร่งใส

โดยสรุปแล้ว หมอบีได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และยืนยันความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้ลุล่วงไปด้วยดี อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่อง “หมอบี” ยันมอบเงินบริจาคให้หลวงพ่อครบ นั้นยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม และต้องรอติดตามความคืบหน้าต่อไป

เรื่องราวของ “หมอบี” ยันมอบเงินบริจาคให้หลวงพ่อครบ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและความโปร่งใสในการจัดการเงินบริจาค การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริจาคและสังคมโดยรวม และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนเพื่อการกุศล

ที่มา – “หมอบี” ยันมอบเงินบริจาคให้หลวงพ่อครบ อยากขอโทษ “อ.ตฤณห์” ที่เคยพูดจาไม่ดีใส่

สภาทนายความแจง คดีวัดพระบาทน้ำพุ ช่วยไม่ได้!

สภาทนายความออกประกาศชี้แจงประเด็น “สภาทนายความ ชี้แจงคดี วัดพระบาทน้ำพุ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายได้” ยืนยันว่าไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ “หลวงพ่ออลงกต” ได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และไม่ใช่คดีเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ พร้อมทั้งชี้แจงว่าการถอนตัวของ “ทนายเกิดผล” เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับสภาทนายความ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ได้เผยแพร่ประกาศ โดยระบุว่าตามที่มีข่าวปรากฏว่าทนายความเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อขอถอนตัวจากการเป็นทนายความให้กับวัดพระบาทน้ำพุ โดยให้เหตุผลเรื่องปัญหาสุขภาพ และระบุว่าทางสภาทนายความจะตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายปัญหาดังกล่าว

ทางสภาทนายความขอเรียนชี้แจงว่า ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่หลวงพ่ออลงกต (พระอลงกต ติกขปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุได้ เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์การขอความช่วยเหลือทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ข้อกำหนดของพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดว่าการขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจะต้องเป็นไปเพื่อผู้ยากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่านั้น ซึ่งกรณีของวัดพระบาทน้ำพุนั้นไม่ถือว่าเป็นคดีที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าว อีกทั้งไม่ใช่คดีเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ การถอนตัวของทนายความเกิดผล แก้วเกิด จึงเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับสภาทนายความ

สภาทนายความ ชี้แจงคดี วัดพระบาทน้ำพุ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายได้

ประเด็นสำคัญที่ทางสภาทนายความได้เน้นย้ำก็คือ หลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายนั้นมีข้อจำกัด และต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 เท่านั้น เพื่อให้ความช่วยเหลือตกถึงมือผู้ที่เดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

ทำไมสภาทนายความจึงไม่สามารถให้ความช่วยเหลือในคดีนี้?

เหตุผลหลักคือ คดีนี้ไม่เข้าข่ายเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ที่ระบุว่าการช่วยเหลือต้องมุ่งเน้นไปที่ผู้ยากไร้และผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม นอกจากนี้ คดีนี้ยังไม่ถือว่าเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

การที่สภาทนายความออกมาชี้แจงเรื่อง “สภาทนายความ ชี้แจงคดี วัดพระบาทน้ำพุ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายได้” ในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของสภาทนายความในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

สภาทนายความมีหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน แต่การให้ความช่วยเหลือนั้นก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงขอบเขตอำนาจและหน้าที่ขององค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและเคารพซึ่งกันและกัน

การออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนของสภาทนายความในกรณี สภาทนายความ ชี้แจงคดี วัดพระบาทน้ำพุ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ ถือเป็นการแสดงความโปร่งใสและรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่หน่วยงานอื่นๆ

ที่มา – สภาทนายความ ชี้แจงคดี “วัดพระบาทน้ำพุ” ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายได้

ทนายเกิดผลถอนตัว! คดีวัดพระบาทน้ำพุ พร้อมเหตุผล

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจเมื่อ “ทนายเกิดผล” ประกาศถอนตัวจากการเป็นทนายความให้กับ “วัดพระบาทน้ำพุ” ท่ามกลางข่าวคราวเกี่ยวกับ “หมอบี” ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ โดยทนายเกิดผลได้ชี้แจงถึง 2 สาเหตุหลักที่ทำให้ตัดสินใจถอนตัวในครั้งนี้

ทนายเกิดผลถอนตัวจากคดีวัดพระบาทน้ำพุ เพราะอะไร?

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ความคืบหน้าในกรณีของนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” หมอดูชื่อดังที่อุทิศตนทำงานจิตอาสาร่วมกับ “หลวงพ่ออลงกต” แห่งวัดพระบาทน้ำพุ ได้ออกมาอธิบายถึงกระแสข่าวที่ถูกกล่าวหาว่าเปิดบัญชีในนามวัดและนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งหมอบียืนยันว่าไม่ได้ยักยอกเงินแต่อย่างใด หลวงพ่ออลงกตเองก็ได้ออกมาชี้แจงและโต้ตอบหมอบีเช่นกัน โดยเรื่องราวดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ทนายเกิดผล ทนายความของวัดพระบาทน้ำพุ ได้ประกาศผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ทนายเกิดผล แก้วเกิด ว่า “เรียนสื่อมวลชน เนื่องจากสภาทนายความ ได้มีการตั้งคณะทำงาน เพื่อคลี่คลายคดีวัดพระบาทน้ำพุอย่างเป็นทางการในวันสองวันนี้“

ทนายเกิดผลกล่าวต่อว่า “ดังนั้นเพื่อการทำงานของคณะทนายความ เป็นเอกภาพ ในการดำเนินการของคณะทำงาน และเนื่องจากสุขภาพผมไม่แข็งแรง อาจจะเป็นอุปสรรคในการเดินทางไปร่วมงานและร่วมประชุมกับคณะทำงาน ของสภาทนายความ ผมจึงได้ขออนุญาตและกราบเรียน หลวงพ่อว่า ขออนุญาตถอนตัวจากการเป็นทนายความของวัดในคดีวัดพระบาทน้ำพุนี้ หากสื่อมวลชน มีข้อสงสัยในการซักถามปัญหาเกี่ยวกับคดีของวัด โปรดสอบถาม ไปยังวัดหรือคณะทำงานของสภาทนายความชุดใหม่ ขอบคุณครับ”

ทั้งนี้ ทนายเกิดผลยังได้เน้นย้ำถึงเหตุผลในการถอนตัวในโพสต์ต่อมาว่า “เหตุที่ผมถอนทนายความของวัด มี 2 สาเหตุคือ ทางวัดได้แต่งตั้งทนายความคณะใหม่ โดยมรรยาท เราต้องถอนตัวออกมาและปัญหาสุขภาพ เท่านั้นครับ”

เหตุผลที่ ทนายเกิดผล ถอนตัวจากคดีวัดพระบาทน้ำพุ สรุป

  • ทางวัดได้แต่งตั้งคณะทนายความชุดใหม่
  • ปัญหาสุขภาพส่วนตัวของทนายเกิดผล

การตัดสินใจถอนตัวของทนายเกิดผลจากคดีวัดพระบาทน้ำพุนี้ สร้างความสงสัยและคำถามมากมายให้กับสังคม หลายคนอยากทราบถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงนี้ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคดีความที่เกี่ยวข้อง ทางวัดพระบาทน้ำพุและคณะทำงานชุดใหม่ของสภาทนายความจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินคดีวัดพระบาทน้ำพุอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าทนายเกิดผลจะถอนตัวไปแล้ว แต่เรื่องราวและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุยังคงเป็นที่สนใจและติดตามของประชาชนอย่างต่อเนื่อง หวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความกระจ่างในทุกประเด็นที่เกิดขึ้น

ที่มา – “ทนายเกิดผล” ประกาศถอนตัวจาก “คดีวัดพระบาทน้ำพุ” พร้อมชี้แจง 2 สาเหตุ

Scroll to top