หลวงพ่ออลงกต ล่าสุด

“เลขาปู” ยัน “หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้หนีไปไหน จริงหรือ?

จากกรณีข่าวการเข้าตรวจค้นวัดพระบาทน้ำพุ และการจับกุมที่เกี่ยวข้องกับ “หลวงพ่ออลงกต” ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด “เลขาปู” คนสนิทของหลวงพ่ออลงกต ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อ

“หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้หนีไปไหน จริงหรือ?

นายบรรเจษ เทพพำนัก หรือ เลขาปู เลขานุการและคณะกรรมการวัดพระบาทน้ำพุ ได้เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า หลวงพ่ออลงกตไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหนีไปไหน แต่เป็นเพียงการเดินทางกลับมายังวัดในเวลา 01.00 น. ตามปกติ พร้อมทั้งปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นเรื่องเงินสดจำนวนมากที่พบในรถ

เลขาปูยังกล่าวอีกว่า ตนเองก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา:

  • การยืนยันของเลขาปูว่า “หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี
  • การปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องเงินสด
  • การให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการให้ข้อมูล

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้เข้าทำการตรวจค้นพื้นที่ 17 จุดในกรุงเทพฯ และลพบุรี เพื่อควบคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี ตามหมายจับในข้อหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ม.147, 157 และการฟอกเงิน

เลขาปูได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนเองเพิ่งทราบเรื่องและกำลังเตรียมตัวที่จะเดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อเข้าพบหลวงพ่อ แต่ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่วัดพระบาทน้ำพุแทน

เมื่อถูกถามถึงกรณีการพบเงินสดจำนวนหลักแสนบาทในรถ เลขาปูตอบว่าไม่ทราบถึงเหตุผล แต่ยืนยันว่า “หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหนีอย่างแน่นอน และตนเองก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด

ในส่วนของประเด็นเรื่องการใช้เงินสดเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวชั่วคราว เลขาปูระบุว่ายังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “หลวงพ่ออลงกต” ได้สร้างความกังวลและความสงสัยให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก การออกมาให้สัมภาษณ์ของเลขาปูในครั้งนี้ ถือเป็นการพยายามที่จะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและยืนยันความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องเงินสดที่พบในรถ และข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ “หลวงพ่ออลงกต” กำลังเผชิญ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามและรอการพิสูจน์ความจริงต่อไป

สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ คือการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างโปร่งใส เพื่อให้ความจริงปรากฏและสามารถคลี่คลายข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

“เลขาปู” ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน และแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า “หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้หนีไปไหน แต่จะกลับมาจำวัดตามปกติ

ที่มา – “เลขาปู” ยัน “หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้หนีไปไหน ปัดตอบเรื่องเงินสดหลักแสนท้ายรถ

ค้น 5 จุดวัดพระบาทน้ำพุ หาหลักฐานการเงิน

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจค้น 5 จุด “วัดพระบาทน้ำพุ” เน้นจุดสำคัญคือกุฏิของ “หลวงพ่ออลงกต” เพื่อหาหลักฐานทางการเงิน หลังจากการบุกจับ “พระอลงกต” รักษาการเจ้าอาวาสยอมรับว่ากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ เพราะยังมีผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลของวัด

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), ตำรวจกองบังคับการปราบปราม, เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ภายหลังการเข้าควบคุมตัวหลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัด ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ภายในสนามกีฬาฟุตบอลใจฟ้าอคาเดมี่

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการอ่านหมายค้นจำนวน 5 จุดภายในวัด ซึ่งพระครูสุวัฒน์กิตติสาร รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เป็นผู้รับหมายค้น เพื่อทำการตรวจค้นเอกสารบัญชีรายรับรายจ่าย และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินของวัด รวมถึงการตรวจสอบและค้นหาข้อมูลในเครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดของวัด เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน

ตรวจค้น 5 จุด วัดพระบาทน้ำพุ หาหลักฐานการเงิน

อุปสรรคในการตรวจค้น 5 จุด “วัดพระบาทน้ำพุ” คือเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปภายในกุฏิของหลวงพ่ออลงกตได้ เนื่องจากประตูทางเข้าออกต้องใช้รหัสผ่าน ซึ่งทั้งผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ภายในวัดไม่มีใครทราบรหัสผ่านดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ภายหลังเจ้าหน้าที่วัดได้แสดงตัวและนำกุญแจมาเปิดให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปตรวจค้นภายในได้

พระครูสุวัฒน์กิตติสารกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ แต่จากการตรวจสอบภายในไม่พบความผิดปกติเกี่ยวกับการเปิดรับบริจาคและการใช้จ่ายเงินของวัด แต่เมื่อศาลได้ออกหมายจับ และตำรวจมีหมายค้น แสดงว่าต้องมีหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการดำเนินการต่อไป

พระครูสุวัฒน์กิตติสารกล่าวเพิ่มเติมว่า เพิ่งเข้ารับตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสได้ไม่นาน ทำให้ยังไม่ทราบข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ภายในวัดมากนัก แต่ยอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ภายในวัด เนื่องจากเงินของวัดเหลือน้อยลง และผู้คนไม่บริจาคเงินให้กับวัดเหมือนในอดีต ซึ่งจากงบประมาณที่มี คาดว่าจะสามารถดูแลผู้ป่วยไปได้อีกระยะหนึ่ง พร้อมทั้งกล่าวว่า ทางวัดไม่สามารถปฏิเสธการช่วยเหลือผู้ป่วยในอนาคตได้ เพราะวัดเป็นที่พึ่ง หากมีใครมาขอความช่วยเหลือก็ต้องให้การดูแล ส่วนเรื่องมูลนิธิของวัดนั้น จะมีการหารือร่วมกับคณะกรรมการชุดใหม่อีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

สำหรับการตรวจค้น 5 จุด “วัดพระบาทน้ำพุ” ในครั้งนี้ ประกอบด้วย:

  • กุฏิเจ้าอาวาส
  • จุดรับบริจาค
  • มูลนิธิธรรมรักษ์
  • สำนักงานโครงการเมตตาธรรม
  • บริษัทใจฟ้า

ทำไมต้องตรวจค้น 5 จุด “วัดพระบาทน้ำพุ”?

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันว่า เมื่อคืนนี้ เวลา 02.00 น. ชุดสืบสวนได้เข้าจับกุมหลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ภายในอาคารสนามกีฬาฟุตบอลใจฟ้าฯ เดิมชุดสืบสวนจะเข้าจับกุม 08.00 น.วันนี้ แต่หลวงพ่ออลงกตมีพฤติการณ์พยายามจะหลบหนี ชุดสืบสวนจึงเข้าแสดงตัวจับกุม ซึ่งจากการตรวจค้นภายในรถก็พบเงินสดหลักแสนที่กระจายอยู่ตามกระเป๋าต่างๆ ซึ่งในขณะนี้กำลังสอบปากคำและขยายผลต่อไปว่า เงินสดที่พวกนั้นกำลังจะนำไปทำอะไร เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนได้คุมตัวหลวงพ่ออลงกตไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สอบสวนกลาง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า คดีนี้นอกจากหลวงพ่อแล้ว ยังมีหลักฐานอีกหลายประเด็นที่ต้องดำเนินการต่อ โดยเฉพาะบุคคลใกล้ชิด ที่อาจเข้าข่ายในการกระทำความผิดกฎหมายด้วย

สถานการณ์ที่วัดพระบาทน้ำพุยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลของวัด การตรวจค้น 5 จุด “วัดพระบาทน้ำพุ” ครั้งนี้ หวังว่าจะนำไปสู่ความกระจ่างและความโปร่งใสในการบริหารจัดการวัดต่อไป

ที่มา – ตรวจค้น 5 จุด “วัดพระบาทน้ำพุ” หาหลักฐานการเงิน หลังบุกจับ “พระอลงกต”

ค้นบ้าน “หมอบี” พบเงินสด 3 ล้าน อ้างเงินปรึกษาญาติ

ตำรวจกองปราบฯ บุกค้นบ้านพักของ “หมอบี” พบเงินสดจำนวนมากถึง 3 ล้านบาท! งานนี้เจ้าตัวรีบออกมาชี้แจงว่าเงินทั้งหมดนี้เป็นของผู้ที่เข้ามาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับญาติที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยอ้างว่าผู้ที่มาขอคำปรึกษานำมามอบให้เองด้วยความศรัทธา และไม่ได้มีการเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ หมอบียังปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการสื่อสารกับดวงวิญญาณอีกด้วย

ค้นบ้าน “หมอบี” พบเงินสดกว่า 3 ล้าน อ้างเป็นเงินผู้เข้ามาขอคำปรึกษาถึงญาติที่ล่วงลับ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 มีรายงานข่าวว่าภายหลังจากการจับกุมตัวนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี” เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม และก็ได้พบกับเงินสดจำนวนมาก ทั้งที่อยู่ในซองและวางไว้ในบ้าน รวมเป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท ซึ่ง “หมอบี” ได้อ้างว่า เงินจำนวนนี้ได้มาจากการที่มีผู้เข้ามาขอคำปรึกษาปัญหาต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับญาติพี่น้อง หรือลูกหลานที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว

ตามรายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เงินที่พบในบ้านนั้น หมอบีอ้างว่าเป็นเงินที่ได้รับมาจากผู้ที่นำมามอบให้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีความศรัทธาในตัวของเขา ซึ่งเคยเขียนจดหมายมาเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับญาติ หรือลูกหลานที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่พวกเขายังคงมีความห่วงใย และเกรงว่าผู้ที่ล่วงลับไปแล้วอาจจะได้รับความลำบาก จึงได้เข้ามาขอคำปรึกษา โดยเชื่อว่าหมอบีมีความสามารถในการสื่อสารกับวิญญาณได้

ภายหลังจากที่ผู้มาขอคำปรึกษาได้พูดคุยกับหมอบี และได้รับคำแนะนำต่างๆ ประกอบกับหมอบีมีสิ่งที่สามารถสื่อสารกับโลกวิญญาณได้ ทำให้ผู้ที่มาขอคำปรึกษารู้สึกสบายใจ และมอบเงินตอบแทนให้ ทั้งมากบ้างน้อยบ้าง แต่หมอบียืนยันว่าตนเองไม่เคยเรียกร้องใดๆ เพราะผู้ที่มาขอคำปรึกษานำมามอบให้เองด้วยความเต็มใจ อย่างไรก็ตาม หมอบีปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการติดต่อสื่อสารกับดวงวิญญาณ และไม่เปิดเผยว่าตนเองมีความสามารถพิเศษนี้ได้อย่างไร

ทำไมถึงมีเงินสดจำนวนมากในบ้าน “หมอบี”?

ส่วนในกรณีของการร่วมทำบุญกับหลวงพ่ออลงกตนั้น หมอบีกล่าวว่า เป็นเพราะความศรัทธาที่มีมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยส่วนตัวมองว่าหลวงพ่อเป็นคนดี จึงได้จัดหาเงินบริจาคให้กับโครงการต่างๆ ของหลวงพ่อ และเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มานั้น ได้ถวายให้กับหลวงพ่อไปจนหมดแล้ว

นอกจากนี้ หมอบียังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตั้งแต่ที่ได้ร่วมทำบุญกับหลวงพ่ออลงกต ผลบุญที่ได้ก็ส่งผลให้หน้าที่การงานของตนเองประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เรื่องราวของ “หมอบี” และเงินสดจำนวน 3 ล้านบาทที่พบในบ้านพัก กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก หลายคนตั้งคำถามถึงที่มาของเงินจำนวนดังกล่าว และความสามารถในการสื่อสารกับวิญญาณของ “หมอบี” ซึ่งยังคงเป็นเรื่องที่คลุมเครือ และรอการพิสูจน์ต่อไป อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้เราใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูล และพิจารณาเรื่องราวต่างๆ อย่างรอบคอบ

ที่มา – ค้นบ้าน “หมอบี” พบเงินสดกว่า 3 ล้าน อ้างเป็นเงินผู้เข้ามาขอคำปรึกษาถึงญาติที่ล่วงลับ

ผู้ว่าฯ ลพบุรี สั่งตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

จากกรณีข่าวการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ล่าสุด นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้สั่งตั้งกรรมการชุดพิเศษ เพื่อเร่งดำเนินการตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ โดยให้เหตุผลว่าพบข้อสังเกตหลายจุดที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวไทยรัฐทีวีว่า ภายหลังจากการจับกุมหลวงพ่ออลงกต ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปยังวัดพระบาทน้ำพุ ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เพื่อร่วมกันตรวจสอบการบริหารงานและสถานะทางการเงินของวัดอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงจำนวนผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลและทรัพย์สินทั้งหมดของวัด เพื่อให้สามารถจัดการทุกอย่างให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้รับข้อมูลการตรวจสอบเบื้องต้นของทั้ง 5 มูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุแล้ว และเตรียมที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 5 ชุด เพื่อทำการตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ ในเชิงลึก โดยเน้นการตรวจสอบในแต่ละมูลนิธิอย่างละเอียด เนื่องจากพบข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านเข้ามาช่วยในการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและถูกต้องมากที่สุด

ผู้ว่าฯ ลพบุรี สั่งตั้งกรรมการชุดพิเศษ ตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

ผู้ว่าฯ ลพบุรีกล่าวว่า แต่ละมูลนิธิมีความซับซ้อนและมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มูลนิธิอาทรประชานาถ ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2559 มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และมีการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งแตกต่างจากมูลนิธิอื่นๆ ที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน ทำให้การตรวจสอบอาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

ความสำคัญของการตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

การตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อวัดพระบาทน้ำพุ โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้:

  • เพื่อตรวจสอบการบริหารจัดการเงินและทรัพย์สินของมูลนิธิ
  • เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลทางการเงิน
  • เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
  • เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริจาคและประชาชนทั่วไป

การตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยให้ทราบถึงสถานะทางการเงินที่แท้จริงของมูลนิธิ และทำให้มั่นใจได้ว่าเงินบริจาคที่ได้รับมานั้นถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

การตรวจสอบนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะปรับปรุงระบบการบริหารจัดการของมูลนิธิให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น เพื่อให้วัดพระบาทน้ำพุสามารถดำเนินงานช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ด้อยโอกาสได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ความท้าทายในการตรวจสอบ

แม้ว่าการตรวจสอบจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็มีความท้าทายหลายประการที่ต้องเผชิญ:

  • ความซับซ้อนของข้อมูลทางการเงิน
  • จำนวนธุรกรรมที่มหาศาล
  • การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
  • ระยะเวลาที่จำกัด

อย่างไรก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คาดว่าจะสามารถ overcome อุปสรรคเหล่านี้และดำเนินการตรวจสอบให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเข้ามาดูแลและสั่งการอย่างชัดเจนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความตั้งใจจริงที่จะทำให้เกิดความโปร่งใสและความถูกต้องในการดำเนินงานของวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นที่พึ่งของผู้ป่วยและผู้ด้อยโอกาสจำนวนมาก การตรวจสอบนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาวัดพระบาทน้ำพุให้เป็นองค์กรที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

ที่มา – ผู้ว่าฯ ลพบุรี สั่งตั้งกรรมการชุดพิเศษ ตรวจสอบ 5 มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

“บิ๊กเต่า” เร่งขยายผลคนใกล้ชิด “หลวงพ่ออลงกต”

กรณีข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นที่จับตา “บิ๊กเต่า” เร่งขยายผลคนใกล้ชิด “หลวงพ่ออลงกต” อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย! เรื่องนี้กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะนอกจากตัว “หลวงพ่ออลงกต” เองแล้ว ยังมีประเด็นที่ต้องสืบสวนขยายผลไปยังคนใกล้ชิดที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอีกด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้บุกเข้าตรวจค้นพื้นที่ 17 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และลพบุรี เพื่อจับกุม “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี ในข้อหาตามมาตรา 147, 157 และข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตกตะลึงให้กับสังคม

“บิ๊กเต่า” เร่งขยายผลคนใกล้ชิด “หลวงพ่ออลงกต” อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย

ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ได้ยืนยันว่า ชุดสืบสวนได้เข้าจับกุม “หลวงพ่ออลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ภายในอาคารสนามฟุตบอลใจฟ้าฯ เนื่องจากมีพฤติการณ์พยายามหลบหนี ซึ่งในเบื้องต้น “หลวงพ่ออลงกต” ยังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมที่สอบสวนกลาง

สถานการณ์ดูเหมือนจะซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพราะ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังได้ระบุอีกว่า ในคดีนี้นอกจากตัว “หลวงพ่ออลงกต” แล้ว ยังมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าอาจมีบุคคลใกล้ชิดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดกฎหมายด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนขยายผลในประเด็นนี้อย่างละเอียด

แล้วใครคือคนใกล้ชิด “หลวงพ่ออลงกต” ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง?

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ บุคคลใกล้ชิดที่ถูกกล่าวถึงนั้นเป็นใคร? มีความเกี่ยวข้องกับ “หลวงพ่ออลงกต” ในลักษณะใด? และมีบทบาทอย่างไรในการกระทำที่ถูกกล่าวหา? ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ยังคงต้องรอการสืบสวนสอบสวนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ถือเป็นจุดสำคัญที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีการขยายผลไปถึงบุคคลอื่นจริง ก็จะยิ่งทำให้คดีนี้มีความซับซ้อนและมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดโปงขบวนการที่ใหญ่กว่าที่คิด

  • การดำเนินการตามกฎหมาย: สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัว “หลวงพ่ออลงกต” เอง หรือบุคคลใกล้ชิดที่ถูกกล่าวถึง
  • ความโปร่งใสและความถูกต้อง: การสืบสวนสอบสวนจะต้องทำอย่างโปร่งใสและถูกต้องตามหลักฐาน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมามีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของสังคม
  • การเคารพสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา: ถึงแม้จะมีการกล่าวหาว่ากระทำผิด แต่ผู้ถูกกล่าวหาทุกรายก็ยังมีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเคารพในสิทธิขั้นพื้นฐาน และมีสิทธิที่จะต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

คดีนี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคม และเป็นบทพิสูจน์ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ที่จะต้องสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้อย่างยุติธรรม ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม

ดังนั้นเราในฐานะประชาชนคนไทย ควรติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูล และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างราบรื่นและนำไปสู่ความจริงที่ถูกต้อง

ที่มา – “บิ๊กเต่า” เร่งขยายผลคนใกล้ชิด “หลวงพ่ออลงกต” อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย

ทนายเกิดผล เตือน! หลวงพ่ออลงกต โดนจับแน่

จากกรณีข่าวการจับกุม “พระอลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ในข้อหาทุจริตยักยอกเงินบริจาค ทำให้หลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็น หนึ่งในนั้นคือ “ทนายเกิดผล แก้วเกิด” ที่ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้

ทนายเกิดผล โพสต์เคยเตือน “หลวงพ่ออลงกต” ถ้าไม่รีบเคลียร์ สุดท้ายจะถูกจับ

ทนายเกิดผลระบุว่า ตนเองเคยเตือน “หลวงพ่ออลงกต” และกรรมการวัดพระบาทน้ำพุแล้วว่า หากไม่รีบจัดการเคลียร์เอกสารและข้อมูลให้ถูกต้อง อาจจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินได้ในที่สุด ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันก็เป็นไปตามที่ทนายเกิดผลได้เคยเตือนไว้

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ตำรวจกองปราบได้ทำการตรวจค้นพื้นที่ 17 จุด ทั้งในจังหวัดลพบุรีและกรุงเทพมหานคร จนนำไปสู่การจับกุม “พระอลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ โดยมีพฤติกรรมที่ชัดเจนในการทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน นอกจากนี้ “หมอบี” ซึ่งเป็นศิษย์เอกของพระอลงกต ก็ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนด้วยเช่นกัน เบื้องต้นทั้งสองยังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

ข้อความที่ทนายเกิดผลโพสต์บนเฟซบุ๊กคือ “ตอนเป็นทนายวัด ผมเคยบอกและเตือนทั้งหลวงพ่อและกรรมการวัดแล้วว่า ถ้าไม่รีบเคลียร์ เอกสารและข้อมูล สุดท้ายจะถูกจับ ในข้อหาฟอกเงิน” ซึ่งหลังจากข้อความนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลายคนแสดงความเห็นใจและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะที่หลายคนก็แสดงความผิดหวังต่อการกระทำของพระอลงกต

ทำไมทนายเกิดผลถึงออกมาเตือนเรื่องนี้?

การที่ทนายเกิดผลออกมาโพสต์เตือนถึง “หลวงพ่ออลงกต” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าทนายเกิดผลมีความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดการเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุมาโดยตลอด การที่ทนายเกิดผลออกมาเตือนล่วงหน้า แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความห่วงใยที่ทนายเกิดผลมีต่อวัดและผู้ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับวัดพระบาทน้ำพุนั้น เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสถานที่ดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์และเด็กกำพร้าจำนวนมาก วัดแห่งนี้ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนเป็นจำนวนมากในแต่ละปี เพื่อนำไปใช้ในการดูแลและช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ดังนั้น การจัดการเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

คดีของ “พระอลงกต” จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรการกุศลและศาสนสถานต่างๆ ว่าการจัดการเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากประชาชน การขาดความโปร่งใสในการจัดการเงินบริจาค อาจนำไปสู่ปัญหาการทุจริตและการดำเนินคดีทางกฎหมายได้ในที่สุด

เรื่องราวของ ทนายเกิดผล ที่เคยออกมาเตือน “หลวงพ่ออลงกต” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ การให้คำแนะนำและตรวจสอบการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาทุจริตและรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กรไว้ได้

สุดท้ายนี้ หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัดพระบาทน้ำพุ จะเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเงินบริจาค ให้ตระหนักถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความรับผิดชอบ เพื่อรักษาศรัทธาและความไว้วางใจจากประชาชนต่อไป

ที่มา – ทนายเกิดผล โพสต์เคยเตือน “หลวงพ่ออลงกต” ถ้าไม่รีบเคลียร์ สุดท้ายจะถูกจับ

คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯ สีหน้าเครียด!

คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯแล้ว! พบสีหน้าเคร่งเครียด ปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ตำรวจคุมตัวสอบปากคำทันที เกิดอะไรขึ้นกับหมอบีกันแน่?

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 จากกรณีที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพ ลพบุรี เพื่อควบคุมหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี และพวกตามหมายจับ ความผิดตาม ม.147, 157 และฟอกเงิน ดังที่นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

หมอบี

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ ได้เดินทางมาถึงกองบังคับการปราบปราม โดยสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาล และสวมกุญแจมือ มีผ้าดำคลุมไว้ สีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชนทั้งสิ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามจะควบคุมตัวขึ้นไปที่กองกำกับการ 1 เพื่อทำการสอบปากคำอย่างละเอียดต่อไป

คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯ

ทั้งนี้ หมอบี ถูกจับกุมในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงาน เบียดบังยักยอกทรัพย์ และสนับสนุนเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้เข้าจับกุมตัวหมอบี ที่บ้านพักย่านจตุจักร เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ก่อนที่จะควบคุมตัวมายังกองปราบฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดี

รายละเอียดข้อกล่าวหาต่อ “หมอบี”

ข้อกล่าวหาที่มีต่อหมอบีนั้น ค่อนข้างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำความผิด การเบียดบังยักยอกทรัพย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจของประชาชน นอกจากนี้ ข้อหาร่วมกันฟอกเงินยิ่งทำให้สถานการณ์ของหมอบี อยู่ในภาวะที่ยากลำบากมากยิ่งขึ้น การสอบสวนและการดำเนินคดีจึงเป็นไปอย่างเข้มงวด และได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก

การที่หมอบี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อ ทำให้เกิดคำถามและความสงสัยต่างๆ มากมาย ประชาชนต่างจับตามองและรอฟังความจริงจากทั้งสองฝ่ายอย่างใจจดใจจ่อ คดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และความจริงจะปรากฏออกมาในรูปแบบไหน คงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิด

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคดีที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานของรัฐ การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กรและความเชื่อมั่นของประชาชน

การดำเนินคดีกับหมอบี และผู้ที่เกี่ยวข้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่สังคมว่า การกระทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะมีอำนาจหรืออิทธิพลมากเพียงใด ก็จะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

ต้องติดตามกันต่อไปว่าผลสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และจะมีใครที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม การที่กระบวนการยุติธรรมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า ความจริงจะถูกเปิดเผยในที่สุด

ที่มา – คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯ พบมีสีหน้าเคร่งเครียด ปิดวาจา งดตอบคำถามสื่อ

เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี

ความคืบหน้าล่าสุดของคดีดังที่กำลังเป็นที่จับตามอง เมื่อแม่บ้านได้เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อรอการนำตัวผู้ต้องหามาควบคุมตัวภายหลังจากการสอบปากคำเสร็จสิ้น

จากกรณีเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพ ลพบุรี เพื่อควบคุมหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี และพวกตามหมายจับ ความผิดตาม ม.147, 157 และฟอกเงิน โดยอยู่ระหว่างการนำตัวผู้ต้องหาเข้ามาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อสอบสวน และจะมีการแถลงข่าวจากผู้บังคับบัญชาต่อไป

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ บช.ก. ว่าในส่วนของห้องขังที่ใช้ควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีสำคัญของกองปราบปราม แม่บ้านได้ทำความสะอาด และเตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบีไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อรอพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาควบคุมตัวภายหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำ

เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี

ห้องควบคุมของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้น มีไว้สำหรับควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีต่างๆ ของแต่ละกองบังคับการ โดยมีการแบ่งแยกห้องควบคุมชายและหญิงอย่างชัดเจน ที่ด้านหน้าประตูห้องควบคุม จะมีป้ายติดไว้ว่า “ห้องควบคุม บก.ป.” และมีป้ายแจ้งเตือน “ห้ามเข้า” ติดตั้งไว้ด้วย

ทำไมต้องเตรียมห้องควบคุม บก.ป.?

การเตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม หลังจากที่ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาในคดีสำคัญ การเตรียมสถานที่ควบคุมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น และถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในรายละเอียดต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย

การทำความสะอาดห้องควบคุมให้เรียบร้อยนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสุขอนามัยของผู้ต้องหาเเละเป็นการรักษาความสะอาดเป็นระเบียบของสถานที่ราชการอีกด้วย การที่แม่บ้านได้ทำความสะอาดเตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และด้วยความรับผิดชอบ

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และบุคลากรสนับสนุนต่างๆ ที่ต่างมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการอำนวยความยุติธรรมให้กับสังคม การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่สงบสุข

คดีนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปถึงผลสรุปและการดำเนินคดีในชั้นศาล ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ความยุติธรรมและความโปร่งใสในการทำงานของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ไม่พลาดทุกข่าวสารสำคัญ ติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ได้ที่นี่!

ที่มา – เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี แม่บ้านทำความสะอาดเรียบร้อย

ด่วน! สอบสวนกลางคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ฟอกเงิน


เผย “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” โดนหมายจับ! ตำรวจสอบสวนกลางบุกจับกุม “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และหมอบี หรือ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล ในข้อหาความผิดตามมาตรา 147, 157 และข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็นข่าวที่สร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของตำรวจสอบสวนกลางได้โพสต์ข้อความที่ระบุถึงปฏิบัติการสำคัญ โดยมีการปิดล้อมตรวจค้นถึง 17 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และลพบุรี ซึ่งนำไปสู่การควบคุมตัวบุคคลสำคัญทั้งสองท่าน คือ หลวงพ่ออลงกต และ หมอบี ตามหมายจับในข้อหาที่กล่าวมาข้างต้น

สอบสวนกลางคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ตามหมายจับ ม.147, 157 ฟอกเงิน

สถานการณ์ล่าสุดขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองท่านมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อทำการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป และคาดว่าจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจากผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่สาธารณชนเกี่ยวกับคดีนี้

คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลวงพ่ออลงกตเป็นที่รู้จักและเคารพในฐานะผู้ที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย HIV และเด็กกำพร้าที่วัดพระบาทน้ำพุมาอย่างยาวนาน การถูกจับกุมในข้อหาร้ายแรงเช่นนี้จึงสร้างความตกใจและเสียใจให้กับผู้ที่ศรัทธาและให้การสนับสนุนท่านเป็นอย่างมาก

ในส่วนของหมอบี หรือ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล นั้น ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทของเขาในคดีนี้มากนัก แต่การที่เขาถูกจับกุมพร้อมกับหลวงพ่ออลงกต ย่อมบ่งบอกถึงความเกี่ยวข้องในคดีที่ตำรวจสอบสวนกลางกำลังดำเนินการสืบสวนอยู่อย่างแน่นอน

สำหรับข้อหาตามมาตรา 147 และ 157 นั้น เกี่ยวข้องกับความผิดของเจ้าพนักงานในเรื่องการยักยอกทรัพย์และการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนข้อหาฟอกเงินนั้น เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายไปแปลงสภาพให้เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย เพื่อซุกซ่อนแหล่งที่มาของเงิน

ความคืบหน้าคดี “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ฟอกเงิน

ทางทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด และจะรายงานให้ทราบต่อไปเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม หากใครมีข้อมูลหรือเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ สามารถแจ้งให้ตำรวจสอบสวนกลางทราบได้ทันที

การจับกุม“หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ในข้อหาฟอกเงินครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของตำรวจสอบสวนกลางในการปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครก็ตาม และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ความจริงปรากฏและนำผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย

เหตุการณ์สอบสวนกลางคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการทำธุรกิจและการบริหารจัดการทรัพย์สินด้วยความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายในลักษณะต่างๆ

ที่มา – เผยสอบสวนกลางคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ตามหมายจับ ม.147, 157 ฟอกเงิน

Scroll to top