หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

รัฐบาลปัดข้อกล่าวหานำงบบัตรทองไปจัดงานอีเวนต์ เพื่อความโปร่งใส

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากสำหรับกรณีการบริหารจัดการงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อ รัฐบาลปัดข้อกล่าวหานำงบบัตรทองไปจัดงานอีเวนต์ พร้อมเปิดรับทุกการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส หลังจากที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการนำงบประมาณในส่วนของการรักษาพยาบาลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

รัฐบาลปัดข้อกล่าวหานำงบบัตรทองไปจัดงานอีเวนต์ พร้อมเปิดรับทุกการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงว่า งบประมาณกว่า 60,000 ล้านบาทนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มีการกระจายตัวไปยังหน่วยบริการประเภทต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เช่น โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงเรียนแพทย์ และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่เข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง การตรวจสอบในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการยกระดับธรรมาภิบาลให้ดียิ่งขึ้น

รายละเอียดการตรวจสอบงบประมาณบัตรทอง

เพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่สังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้ สปสช. จัดทำข้อมูลเชิงลึกภายใน 7 วัน โดยประเด็นสำคัญที่ประชาชนควรทราบมีดังนี้:

  • งบประมาณที่กล่าวถึงถูกกระจายไปสู่หน่วยบริการจริง เพื่อรองรับภาระงานรักษาพยาบาล
  • ไม่มีการนำงบบัตรทองไปใช้จัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ตามที่ถูกกล่าวหา
  • หากมีการจัดงานในโรงพยาบาล จะใช้เพียงงบประมาณเงินบำรุงตามระเบียบที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
  • รัฐบาลพร้อมเปิดรับการตรวจสอบทุกขั้นตอนเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

รัฐบาลยืนยันว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยมีความเข้มแข็ง รัฐบาลปัดข้อกล่าวหานำงบบัตรทองไปจัดงานอีเวนต์ พร้อมเปิดรับทุกการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส อย่างจริงจัง โดยไม่มีนโยบายปกป้องผู้กระทำผิด พร้อมปรับปรุงกระบวนการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับภาระงานจริงของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนกว่า 47 ล้านคนมั่นใจได้ว่าจะได้รับการบริการที่ดีที่สุด

ในมุมมองของเรา การที่รัฐบาลออกมาแสดงความชัดเจนและเปิดช่องให้มีการตรวจสอบงบประมาณอย่างเป็นรูปธรรมถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนคือหัวใจสำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เราสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนติดตามผลการตรวจสอบในอีก 7 วันข้างหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่โปร่งใสและสร้างความสบายใจให้กับทุกฝ่ายครับ

ที่มา – รัฐบาลปัดข้อกล่าวหานำงบบัตรทองไปจัดงานอีเวนต์ พร้อมเปิดรับทุกการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส

สมคิด ยันไม่ล้ม 30 รักษาทุกโรค พร้อมปกป้องสิทธิประชาชน

เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักโครงการที่เป็นดั่งหัวใจสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยอย่างโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่วันนี้กลายเป็นจุดยืนสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการออกมาเคลื่อนไหวปกป้องสิทธิของพี่น้องประชาชน โดยคุณสมคิด เชื้อคง ได้ออกมาให้คำมั่นสัญญาชัดเจนว่า เรื่องการล้มโครงการนี้เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน และเราต้องร่วมกันรักษามาตรฐานให้ประชาชนได้รับสิทธิการรักษาที่เท่าเทียมตลอดไป

สมคิด ยันไม่ล้ม 30 รักษาทุกโรค เดินหน้าพัฒนาระบบสุขภาพ

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการลดทอนสิทธิหรือการร่วมจ่ายในโครงการนี้ ซึ่งคุณสมคิดได้ออกมาชี้แจงว่า แนวคิดที่จะล้มหรือปรับเปลี่ยนให้แย่ลงนั้นเป็นเรื่องที่สวนทางกับเจตนารมณ์ที่ประเทศเราได้สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ปัจจุบันโครงการนี้ก้าวไกลไปสู่ความทันสมัยในรูปแบบ 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำและทำให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างไร้รอยต่อ

ทำไมเราต้องปกป้องสิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค?

การตั้งคำถามเรื่องการให้ประชาชนร่วมจ่ายนั้น คุณสมคิดมองว่าอาจเป็นการบั่นทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องตระหนักดังนี้:

  • การลดความเหลื่อมล้ำ: โครงการนี้คือเครื่องมือสำคัญที่ทำลายกำแพงระหว่างคนรวยกับคนจนในการเข้าถึงหมอ
  • หัวใจของระบบสาธารณสุข: หากมีการเปลี่ยนแปลงจนประชาชนแบกรับภาระเพิ่มขึ้น อาจกลายเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคที่ทุกคนกลัวการเจ็บป่วยจนไร้หนทางแก้ไข
  • ความมั่นคงทางสุขภาพ: รัฐบาลมีงบประมาณรองรับและพร้อมจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นแทนที่จะตัดลดงบประมาณ

ในมุมมองของคุณสมคิด โครงการนี้ไม่ได้มองแค่เรื่องตัวเลขงบประมาณเท่านั้น แต่คือการยืนยันว่าคนไทยทุกคนมีสิทธิได้รับความดูแลโดยไม่มีคำว่า ‘คนไข้อนาถา’ อีกต่อไป การที่เรามีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คอยดูแลค่าใช้จ่ายในโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น โรคไต หรือการป้องกันดูแลผู้ป่วย HIV คือหลักฐานชัดเจนว่าประเทศไทยมาไกลมากแล้ว และเราต้องไม่ถอยหลังลงคลองเพียงเพราะข้ออ้างเรื่องงบประมาณที่ขาดแคลน ทั้งที่จริงแล้วมันคือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตของคนในชาติ

บทสรุปของเรื่องนี้ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยรวมถึงบุคคลสำคัญอย่างคุณสมคิด จะไม่ยอมให้การเปลี่ยนแปลงทางนโยบายใดๆ มาพรากเอาสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ไปจากมือประชาชน และเราหวังว่าในอนาคต ระบบนี้จะถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อเป็นรากฐานความมั่นคงให้กับคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ไหนหรือมีฐานะอย่างไรก็ตาม

ที่มา – “สมคิด” ยันไม่ล้ม 30 รักษาทุกโรค ลั่นมาไกลแล้ว เพื่อไทยพร้อมปกป้องสิทธิประชาชนรักษาอย่างเท่าเทียม

สิทธิบัตรทอง 30 บาท สามารถใช้ผ่าตัดโรคอ้วนรุนแรงได้แล้ว

เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่ทราบข่าวดีล่าสุดเกี่ยวกับวงการสาธารณสุขไทย เมื่อรัฐบาลได้ยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ สิทธิบัตรทอง 30 บาท สามารถใช้ผ่าตัดโรคอ้วนรุนแรงได้แล้ว ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนระดับวิกฤตได้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง

สิทธิบัตรทอง 30 บาท สามารถใช้ผ่าตัดโรคอ้วนรุนแรงได้แล้ว

การปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของการศัลยกรรมเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการรักษาทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นลดความเสี่ยงจากโรคร่วมต่างๆ ที่ตามมากับความอ้วน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้คนไทยที่มีข้อจำกัดทางการเงินสามารถเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐานสากล

หลักเกณฑ์สำคัญในการใช้สิทธิผ่าตัดโรคอ้วน

หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังสนใจใช้สิทธิ สิทธิบัตรทอง 30 บาท สามารถใช้ผ่าตัดโรคอ้วนรุนแรงได้แล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ “เกณฑ์ทางด้านการแพทย์” ซึ่งมีความเข้มงวดพอสมควร เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยเอง โดยมีเงื่อนไขดังนี้ครับ:

  • อายุของผู้ป่วยต้องอยู่ในช่วง 18-65 ปี
  • มีภาวะอ้วนรุนแรงตามข้อบ่งชี้ทางวิชาการและดัชนีมวลกาย (BMI) ที่กำหนด
  • ต้องผ่านการประเมินจากทีมสหสาขาวิชาชีพ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ
  • ต้องพบแพทย์ตามนัดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเคร่งครัดไม่น้อยกว่า 80% ในระยะเวลา 6 เดือนก่อนผ่าตัด

กระบวนการเหล่านี้ไม่ใช่ขั้นตอนที่ยุ่งยากจนเกินไป แต่เป็นส่วนสำคัญที่ทีมแพทย์ต้องมั่นใจว่าผู้ป่วยพร้อมสำหรับการผ่าตัดจริงๆ เพราะผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไม่ได้เกิดจากการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวินัยของผู้ป่วยหลังผ่าตัดด้วย

หากคุณเข้าเกณฑ์ที่กำหนดและมีความจำเป็นทางการแพทย์จริงๆ อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์ประจำสถานพยาบาลตามสิทธิของคุณ เพื่อรับคำแนะนำและเข้าสู่กระบวนการคัดกรองเบื้องต้น สิทธิบัตรทองนี้เปรียบเสมือนโอกาสครั้งใหม่ที่รัฐมอบให้ เพื่อให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและลดภาระค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้งในระยะยาวครับ

ที่มา – สิทธิบัตรทอง 30 บาท สามารถใช้ผ่าตัดโรคอ้วนรุนแรงได้แล้ว ย้ำต้องเข้าเกณฑ์ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

รัฐบาล ย้ำสิทธิบัตรทอง ครอบคลุมแพทย์แผนไทย นวด–สมุนไพร–ฟื้นฟูแม่หลังคลอด

รัฐบาล ย้ำสิทธิบัตรทอง ครอบคลุมแพทย์แผนไทย นวด–สมุนไพร–ฟื้นฟูแม่หลังคลอด

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ สิทธิบัตรทอง ล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าถึงบริการสุขภาพวิถีไทย โดยยืนยันว่า รัฐบาล ย้ำสิทธิบัตรทอง ครอบคลุมแพทย์แผนไทย นวด–สมุนไพร–ฟื้นฟูแม่หลังคลอด เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการรักษา การฟื้นฟู และการส่งเสริมสุขภาพด้วยภูมิปัญญาไทยที่ได้มาตรฐาน

สำหรับการเตรียมความพร้อมในปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมอย่างเต็มที่ เพื่อรองรับการให้บริการทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยเพิ่มงบจากปี 2568 ถึง 31.9 บาทต่อประชากร เป็น 63.24 บาทต่อประชากร สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาล ย้ำสิทธิบัตรทอง ครอบคลุมแพทย์แผนไทย นวด–สมุนไพร–ฟื้นฟูแม่หลังคลอด นั้นไม่ใช่เพียงวาทกรรม แต่เป็นนโยบายที่พร้อมขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินที่ชัดเจน

สิทธิประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทยที่บัตรทองครอบคลุม

ประชาชนที่มีสิทธิบัตรทอง สามารถเข้ารับบริการที่หน่วยบริการประจำหรือสถานพยาบาลในเครือข่าย สปสช. ได้ในรายการต่อไปนี้:

  • บริการนวดไทยและการประคบสมุนไพรเพื่อคลายเส้นและบรรเทาอาการปวดเมื่อย
  • บริการอบสมุนไพรและพอกเข่าเพื่อรักษาตามข้อบ่งชี้ทางแพทย์
  • การจ่ายยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ
  • บริการฝังเข็มและการกระตุ้นไฟฟ้าสำหรับกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • บริการดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพมารดาหลังคลอด

โดยเฉพาะในส่วนของการฟื้นฟูมารดาหลังคลอด รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อลดความเหนื่อยล้าและปรับสมดุลร่างกายให้คุณแม่กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การให้บริการทั้งหมดอยู่ภายใต้มาตรฐานวิชาชีพและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งในปีผ่านๆ มามีประชาชนใช้บริการนับล้านครั้งต่อปี

หากคุณเป็นผู้มีสิทธิบัตรทองที่สนใจเข้ารับบริการ คุณสามารถตรวจสอบสิทธิและติดต่อหน่วยบริการใกล้บ้านได้ทันที การเลือกดูแลสุขภาพด้วยแนวทางธรรมชาติควบคู่ไปกับการรักษาแผนปัจจุบัน คือทางเลือกที่คุ้มค่าและปลอดภัยตามสิทธิประโยชน์ที่คุณควรได้รับ รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการส่วนนี้ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการรักษาที่เป็นธรรมและทั่วถึง เราขอแนะนำให้ทุกท่านลองใช้บริการด้านการแพทย์แผนไทยดูสักครั้งเพื่อสัมผัสกับประสิทธิภาพของสมุนไพรไทยด้วยตัวคุณเอง

ที่มา – รัฐบาล ย้ำสิทธิบัตรทอง ครอบคลุมแพทย์แผนไทย นวด–สมุนไพร–ฟื้นฟูแม่หลังคลอด

Scroll to top