หลุมยุบ

ระทึก! หลุมยุบยักษ์กลืนรถ 2 คันกลางสี่แยกสหรัฐฯ

ระทึกกลางสี่แยก! หลุมยุบยักษ์กลืนรถ 2 คันต่อหน้าต่อตาในสหรัฐฯ กลายเป็นเหตุการณ์สุดช็อกที่ทำให้ผู้ใช้ถนนแตกตื่นไปทั้งเมืองโอมาฮา รัฐเนบราสกา เมื่อหลุมขนาดมหึมากลืนกินรถยนต์ 2 คันที่กำลังจอดรอสัญญาณไฟแดง สร้างภาพที่น่าขนลุกและเตือนใจถึงความเสี่ยงของโครงสร้างถนนที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิว

เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหันบริเวณสี่แยกสำคัญในเมืองโอมาฮา โดยรถทั้งสองคันกำลังติดไฟแดงอยู่ตามปกติ ทันใดนั้นพื้นถนนก็ยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว กลืนตัวรถจมลงไปในหลุมลึกหลายเมตร โชคดีที่ผู้ขับขี่ทั้งสองรายสามารถปีนปีนออกจากรถและหลุมยุบได้ด้วยตัวเอง ก่อนที่ทีมกู้ภัยจะรีบเข้ามาช่วยเหลือ โดยไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส แต่ภาพวิดีโอที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่แท้จริงของเหตุการณ์แบบนี้

หลุมยุบยักษ์กลืนรถ 2 คันกลางสี่แยก

หลุมยุบยักษ์กลืนรถ 2 คัน: รายละเอียดเหตุการณ์สุดระทึก

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและตำรวจรีบเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยใช้รถลากจูงยกรถทั้งสองคันขึ้นจากหลุมที่กว้างประมาณ 10 เมตรและลึกกว่า 5 เมตร จากนั้นทีมวิศวกรได้รื้อถอนแผ่นคอนกรีตบริเวณปากหลุมเพื่อตรวจสอบโครงสร้างใต้ดิน พบว่ามีความเสียหายรุนแรง ทางการจึงสั่งปิดถนนเส้นดังกล่าวทันที และเตือนให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่หลุมจะขยายตัวหากน้ำใต้ดินยังคงกัดเซาะต่อไป คาดว่าถนนอาจต้องปิดนานหลายวันเพื่อการซ่อมแซมและประเมินความปลอดภัย

ผู้ขับรอดตายอย่างไรจากหลุมยุบยักษ์กลืนรถ 2 คัน

ผู้ขับรายแรกเล่าว่าตนรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนก่อนที่รถจะตกลงไป จากนั้นรีบเปิดประตูและปีนออกมาได้ทันเวลา ขณะที่ผู้ขับรายที่สองใช้โทรศัพท์แจ้งเหตุการณ์เรียบร้อยแล้วก่อนหนีรอด เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีสติและการตอบสนองที่รวดเร็ว แม้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

สาเหตุหลักของหลุมยุบยักษ์กลืนรถ 2 คัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาอธิบายว่า หลุมยุบหรือซิงค์โฮล (Sinkhole) มักเกิดจากการชะล้างของน้ำใต้ดินที่กัดเซาะชั้นดินหรือหินปูนใต้พื้นผิว ทำให้เกิดโพรงว่างเปล่า เมื่อพื้นถนนรับน้ำหนักจากยานพาหนะไม่ไหว ก็จะทรุดตัวลงอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือระบบท่อใต้ดินเก่าแก่รั่วไหล

  • น้ำใต้ดินกัดเซาะ: น้ำฝนซึมลงดิน จนเกิดโพรงขนาดใหญ่ใต้ถนน
  • ท่อสาธารณูปโภคชำรุด: ท่อน้ำหรือท่อระบายน้ำเก่าที่แตกรั่ว เร่งให้ดินถูกชะล้าง
  • โครงสร้างถนนเสื่อมสภาพ: ถนนเก่าในเมืองใหญ่ที่ขาดการบำรุงรักษา
  • สภาพอากาศแปรปรวน: ฝนตกหนักบ่อยครั้งในสหรัฐฯ ทำให้เกิดเหตุบ่อยขึ้น
เจ้าหน้าที่กู้รถจากหลุมยุบยักษ์กลืนรถ 2 คัน

เหตุหลุมยุบยักษ์กลืนรถ 2 คันครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในรัฐที่มีดินปูนอ่อน เช่นฟลอริดาและเพนซิลเวเนีย ที่มักเกิดเหตุคล้ายๆ กัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหลายเมืองในอเมริกากำลังเผชิญปัญหาโครงสร้างพื้นฐานเก่าแก่ที่ไม่ได้รับการอัพเกรดทันกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในประเทศไทย เราก็ไม่แปลกใจกับเหตุการณ์หลุมยุบ เพราะเคยเกิดขึ้นบ่อยครั้งในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ เช่นหลุมบนถนนรัชดาภิเษก หรือเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากท่อรั่วและดินทรุด การป้องกันต้องเริ่มจากการตรวจสอบโครงสร้างใต้ดินอย่างสม่ำเสมอ ใช้เทคโนโลยีเรดาร์เจาะพื้นดินเพื่อตรวจหาโพรง และซ่อมแซมท่อเก่าให้ทันท่วงที

เหตุการณ์หลุมยุบยักษ์กลืนรถ 2 คันนี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญถึงความเปราะบางของระบบขนส่ง ถ้าทุกประเทศเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพชีวิตของประชาชนจะปลอดภัยยิ่งขึ้น

คุณเคยเจอหลุมยุบบนถนนบ้างไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัพเดทเหตุการณ์หลุมยุบจากทั่วโลกกับเรา เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่!

ที่มา – ระทึกกลางสี่แยก! หลุมยุบยักษ์กลืนรถ 2 คันต่อหน้าต่อตาในสหรัฐฯ สั่งปิดถนนเสี่ยงทรุดเพิ่ม

หลุมยุบยักษ์ อาเจะห์ ลามไม่หยุด กิน 18 ไร่

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้ายจากต่างประเทศที่กำลังเป็นที่ฮือฮา นั่นคือ หลุมยุบยักษ์ อาเจะห์ ที่ลามไม่หยุดเลยทีเดียว! สถานการณ์ในหมู่บ้านปอนด็อก บาเล็ก เกตอล จังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย กำลังน่ากลัวมากขึ้นทุกวัน หลุมยักษ์นี้ขยายตัวกินพื้นที่เกษตรไปแล้วกว่า 18 ไร่ และกำลังใกล้เข้ามาสู่ชุมชนใกล้เคียงห่างแค่ 400 เมตรเท่านั้น ชาวบ้านหวาดผวากันหมดแล้วครับ

หลุมยุบยักษ์ อาเจะห์ ลามไม่หยุด กินพื้นที่แล้ว 18 ไร่ จ่อประชิดชุมชนห่างเพียง 400 เมตร

จากภาพถ่ายทางอากาศที่เพิ่งเปิดเผย ล่าสุดหลุมยุบขนาดมหึมานี้ครอบคลุมพื้นที่ถึง 18.75 ไร่ โดยขยายตัววันละประมาณ 1 เมตร! พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นไร่พริกและที่ดินทำกินของเกษตรกร ทำให้รายได้หลักของชาวบ้านหายวับไปกับตา หลุมนี้อยู่ที่อำเภออาเจะห์กลาง และยังไม่มีทีท่าจะหยุดขยาย

สาเหตุเบื้องต้นของหลุมยุบยักษ์ อาเจะห์

เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง แต่เบื้องต้นเชื่อว่ามาจากดินที่ไม่เสถียร การกัดเซาะจากน้ำฝน และอาจมีน้ำทิ้งจากชุมชนที่ไหลลงมาทำให้ดินอ่อนตัว ทีมผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะสรุปผลได้สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ครับ สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวนะ เพราะ sinkhole หรือหลุมยุบสามารถเกิดได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมถึงไทยเราด้วย

มาตรการรับมือด่วนจากทางการอินโดนีเซีย

รัฐบาลอินโดนีเซียไม่ได้นิ่งนอนใจ พลโท ซูฮารยันโต จาก BNPB (สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ) สั่งย้ายเสาไฟฟ้าแรงสูงออกจากโซนเสี่ยงแล้ว และสร้างถนนเลี่ยงใหม่ให้ชาวบ้านสัญจรได้ นอกจากนี้ กระทรวงโยธาธิการยังสั่งห้ามปล่อยน้ำทิ้งลงพื้นที่ชั่วคราว เพื่อลดการทรุดตัวของดิน

  • ย้ายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เสาไฟฟ้าแรงสูง
  • สร้างถนนทางเลือกใหม่
  • ระงับการปล่อยน้ำทิ้งจากชุมชน
  • ติดตั้งแนวเขตกั้นถาวรรอบขอบหลุม
  • ประกาศเตือนประชาชนเฝ้าระวังฝนตกหนัก

นายมุลยาดี จากกระทรวงโยธาธิการ บอกว่าทีมกำลังศึกษาทางเทคนิคอย่างละเอียด เพราะดินไม่เสถียรสูง อาจเกิดดินถล่มซ้ำได้ทุกเมื่อ ชาวบ้านถูกห้ามเข้าใกล้แล้วครับ

ผลกระทบและความเสี่ยงต่อชุมชน

ระยะห่างจากปากหลุมถึงชุมชนเหลือแค่ 400 เมตร ชาวบ้านกังวลหนัก โดยเฉพาะเกษตรกรที่เสียพื้นที่ทำกินไปเกือบหมด ถ้าหลุมขยายต่อเนื่องแบบนี้ อาจกระทบบ้านเรือนและชีวิตคนได้ สถานการณ์ภัยพิบัติแบบนี้เตือนใจเราว่า ต้องเตรียมพร้อมเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ถ้าเกิดเหตุแบบนี้ในไทย เราจะรับมือยังไง? หลุมยุบยักษ์ อาเจะห์ นี้เป็นตัวอย่างชั้นดีที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบพื้นดินและระบบระบายน้ำที่ดี การมีแผนภัยพิบัติที่ชัดเจนช่วยลดความเสียหายได้มาก อย่างในอินโดนีเซีย เขาเร่งทำหลายอย่างพร้อมกันเลย

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่ข่าวไกลตัว แต่เป็นบทเรียนสำหรับทุกประเทศ สิ่งแวดล้อมกำลังเปลี่ยนแปลง ภัยธรณีวิทยาเกิดบ่อยขึ้น เราควรติดตามและเรียนรู้จากเคสนี้ ถ้าคุณมีประสบการณ์เจอหลุมยุบหรือภัยคล้ายๆ กัน แชร์ในคอมเมนต์ได้นะครับ หรือกดแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ กัน ติดตามข่าวอัปเดตภัยพิบัติอื่นๆ ได้ที่นี่เลย!

ข้อมูลเพิ่มเติม: Sinkhole เกิดจากชั้นดินหรือหินใต้พื้นผิวดินยุบตัวลง มักเกิดในพื้นที่ที่มีหินปูนหรือดินทราย และฝนตกหนักยิ่งเร่งให้เกิดเร็วขึ้น

ที่มา – “หลุมยุบยักษ์” อาเจะห์ ลามไม่หยุด กินพื้นที่แล้ว 18 ไร่ จ่อประชิดชุมชนห่างเพียง 400 เมตร

ถนนสามเสนยุบ: ยังไม่เปิดใช้ เหตุสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้า

อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ ถนนสามเสนยุบ ที่หลายคนเฝ้ารอคอยการเปิดใช้งาน! หลังจากเกิดเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา หลายคนคงสงสัยว่าเมื่อไหร่ถนนเส้นนี้จะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

จากเหตุการณ์ ถนนสามเสนยุบ ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร 4 ชั้นของ สน.สามเสน ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล ทำให้ต้องทำการทุบรื้อถอนอาคารดังกล่าวไปแล้ว ผู้ใช้รถใช้ถนนต่างรอคอยว่าเมื่อไหร่การซ่อมแซมจะแล้วเสร็จและสามารถกลับมาใช้เส้นทางนี้ได้อีกครั้ง

ถนนสามเสนยุบ: ยังไม่มีกำหนดเปิดใช้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคืบหน้าของการซ่อมแซมถนน พบว่ายังมีคนงานและเครื่องจักรทำงานอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ถนนสามเสนยุบ และบริเวณที่ได้ทำการถมดินไปแล้ว

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้างาน ได้รับข้อมูลที่อาจทำให้หลายคนต้องรอคอยกันต่อไป เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดว่าจะสามารถเทพื้นผิวถนนและเปิดใช้งานได้เมื่อใด

สาเหตุที่ถนนสามเสนยุบยังไม่เปิดใช้

สาเหตุหลักที่ทำให้การเปิดใช้งาน ถนนสามเสนยุบ ยังไม่สามารถกำหนดวันที่แน่นอนได้ เนื่องจากคนงานยังคงต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินในบริเวณดังกล่าวให้เสร็จสมบูรณ์เสียก่อน การวางระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องดำเนินการก่อนที่จะทำการเทพื้นผิวถนน หากเร่งรีบเทพื้นผิวถนนก่อน อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างใต้ดินในภายหลังได้

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่า จะมีการเทพื้นผิวถนนบริเวณรอบอาคารโรงพยาบาลก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางมาใช้บริการโรงพยาบาลเท่านั้น

ผลกระทบจากการปิดถนนสามเสน

การปิด ถนนสามเสนยุบ ส่งผลกระทบต่อการจราจรในบริเวณนั้นอย่างมาก ผู้ที่ต้องเดินทางผ่านเส้นทางนี้ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากอาจต้องใช้เส้นทางอื่นแทน

ทางเลือกในการเดินทางในช่วงถนนสามเสนปิด

  • ใช้ถนนนครไชยศรี: เป็นเส้นทางเลี่ยงที่สามารถใช้ได้ แต่ต้องเผื่อเวลาเนื่องจากปริมาณรถอาจหนาแน่น
  • ใช้บริการขนส่งสาธารณะ: รถโดยสารประจำทางและรถไฟฟ้า (หากเปิดให้บริการในอนาคต) เป็นทางเลือกที่สะดวก
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน: หากไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเช้าและเย็น

สถานการณ์ ถนนสามเสนยุบ ยังคงต้องติดตามกันต่อไป หวังว่าการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าจะแล้วเสร็จโดยเร็ว และถนนเส้นนี้จะกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – เหตุถนนสามเสนยุบ ยังไม่มีกำหนดเปิดใช้ ต้องดูความเรียบร้อยการสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้า

รื้อถอนอาคาร สน.สามเสน คืบหน้า 70% เสร็จ 25 ต.ค.นี้


การรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน คืบหน้าไปมาก! เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมวางระบบท่อระบายน้ำก่อนสร้างทางลาดเชื่อมถนนสุโขทัย คืนให้โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ล่าสุดการรื้อถอนดำเนินไปแล้วกว่า 70% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครเตรียมวางแผนจัดรถรับ-ส่งนักเรียนเพื่อรองรับการเปิดเทอมในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ด้วย

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 พบว่าเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการรื้อถอนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้รถน้ำดับเพลิงฉีดพ่นเพื่อลดฝุ่นละอองที่เกิดจากการรื้อถอนตลอดเวลา ควบคู่ไปกับการนำท่อระบายน้ำมาเตรียมไว้ในพื้นที่ เพื่อวางระบบระบายน้ำก่อนที่จะดำเนินการสร้างทางลาด (Ramp) ที่เชื่อมกับถนนสุโขทัยคืนให้กับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

นายธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน ว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา การรื้อถอนดำเนินไปแล้วประมาณ 50% โดยมีการขึงผ้าใบเพื่อป้องกันเศษวัสดุตกหล่นไปยังบ้านเรือนประชาชน และใช้รถน้ำดับเพลิงฉีดพ่นเพื่อลดฝุ่นละอองตลอดการดำเนินงาน ผู้รับจ้างได้แจ้งระยะเวลาในการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน ไว้ 20 วัน แต่อย่างไรก็ตาม จากการประเมินความคืบหน้า คาดว่าจะสามารถดำเนินการรื้อถอนจนถึงระดับพื้นดินได้เร็วกว่าที่กำหนดไว้ โดยอาจจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันนับจากนี้ ส่วนเศษซากวัสดุจากการรื้อถอน จะมีการย่อยชิ้นส่วนขนาดใหญ่ให้เล็กลงและขนย้ายออกจากพื้นที่ในช่วงเวลากลางคืน

สำหรับแผนการดำเนินงานหลังจากรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน เสร็จสิ้น จะมีการถมดินใต้อาคารที่เป็นโพรงเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบความแน่นของดินที่ถมว่าเพียงพอหรือไม่ จากนั้นจะมีการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารโดยรอบ รวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่ไปชั่วคราว หากพบว่ามีความแข็งแรงปลอดภัยเพียงพอแล้ว ก็จะอนุญาตให้ประชาชนสามารถกลับเข้ามาพักอาศัยได้

ส่วนการสร้างทางลาดที่เชื่อมกับถนนสุโขทัยคืนให้กับโรงพยาบาลวชิรพยาบาลนั้น จะสามารถดำเนินการได้ภายหลังจากการวางระบบท่อระบายน้ำเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าขณะนี้จะมีการนำท่อระบายน้ำเข้ามาเตรียมไว้ในพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในทันที เนื่องจากอาจจะรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่กำลังดำเนินการรื้อถอนอาคาร จึงต้องรอให้การรื้อถอนอาคารแล้วเสร็จก่อน นอกจากนี้ จะต้องมีการพูดคุยหารือเรื่องการคืนพื้นผิวจราจรกันอีกครั้งว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรได้เมื่อใด

ด้านนายวัชรพล คงสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ผู้แทนรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แผนการดำเนินงานขณะนี้คือการเร่งรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน โดยจากการตรวจสอบยังไม่พบว่าอาคารโดยรอบพื้นที่มีการเคลื่อนตัวเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เชื่อว่าการถมทรายก่อนหน้านี้ช่วยป้องกันการเคลื่อนตัวของอาคารได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินงานด้วยความระมัดระวังตลอดเวลา รวมถึงมีการตรวจวัดค่าระดับน้ำใต้ดิน และเสถียรภาพดินในพื้นที่ตลอดการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและปลอดภัย

ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน ควบคู่ไปกับการเตรียมพื้นที่เพื่อวางท่อระบายน้ำก่อนดำเนินการสร้างพื้นผิวจราจรคืนให้กับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยในส่วนของการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน ดำเนินการไปแล้วประมาณ 70% รวมทั้งขนย้ายเศษวัสดุออกจากพื้นที่ คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในวันเสาร์นี้ (25 ตุลาคม)

พร้อมยอมรับว่าอาจจะยังไม่สามารถเปิดพื้นผิวการจราจรให้ประชาชนสัญจรได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยจะต้องมีการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง เนื่องจากวันจันทร์นี้ (27 ตุลาคม) จะเป็นวันเปิดภาคเรียน โดยอาจมีการพิจารณาเพิ่มรถ Shuttle Bus เพื่อให้บริการรับ-ส่งนักเรียนเพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะเข้ามาหารือเพื่อสรุปเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (24 ตุลาคม) เวลา 13.30 น.

รื้อถอนอาคาร สน.สามเสน

ความคืบหน้าล่าสุดการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน

การรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเสร็จสิ้นตามกำหนด หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ที่มา – รื้อถอนอาคาร สน.สามเสน คืบหน้าไปแล้วกว่า 70% คาดเสร็จภายใน 25 ต.ค.นี้

เข้าสู่วันที่ 8 หลุมยุบถนนสามเสน เร่งถมทรายใกล้เสร็จ

เข้าสู่วันที่ 8 หลุมยุบถนนสามเสน เร่งถมทรายใกล้เสร็จ

เหตุการณ์หลุมยุบขนาดใหญ่บนถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เข้าสู่วันที่ 8 แล้ว เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานยังคงเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะการถมทรายเพื่ออุดหลุมให้เรียบร้อย ซึ่งล่าสุดมีความคืบหน้าอย่างมาก ใกล้จะสำเร็จแล้ว นี่เป็นตัวอย่างของการทำงานร่วมกันเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในกรุงเทพฯ

เข้าสู่วันที่ 8 เหตุหลุมยุบ ถนนสามเสนทรุด เจ้าหน้าที่เร่งถมทราย ใกล้สำเร็จ

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่จุดเกิดเหตุหลุมยุบขนาดใหญ่บนถนนสามเสน บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งอยู่ใกล้กับโครงการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง ตั้งแต่เกิดเหตุเข้าสู่วันที่ 8 แล้ว การถมทรายดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งวันและคืน โดยมีทีมจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานเขตดุสิต การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และหน่วยงานอื่นๆ คอยเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและยานพาหนะ

จาการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าหลุมยุบนี้เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การขุดเจาะสำหรับโครงการรถไฟฟ้าที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นดินใต้ถนน ทำให้ดินทรุดตัวอย่างกะทันหัน สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในเมืองใหญ่ที่มีการก่อสร้างหนักหน่วง แต่ครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจราจรและความปลอดภัยในย่านดุสิต

ความคืบหน้าการถมทรายและการบดอัด

ในส่วนของความคืบหน้า ล่าสุดระดับชั้นทรายที่ถมเข้าไปได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการประเมินด้วยสายตา คาดว่าหลุมเหลือความลึกจากพื้นถนนเดิมประมาณ 3-4 เมตรเท่านั้น เจ้าหน้าที่นำรถบดขนาดใหญ่เข้ามาช่วยเกลี่ยและบดอัดทรายให้แน่นหนา เพื่อให้พื้นผิวมีความมั่นคงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบเศษวัสดุตกค้างในหลุม เช่น เสาไฟฟ้าและสิ่งของอื่นๆ ซึ่งกำลังถูกกำจัดออกอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเพิ่มเติม

วันนี้มีผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมตรวจสอบด้วย โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ วีรศิริ ที่ปรึกษาด้านภัยพิบัติจากสภาวิศวกร นางวรัญญา ลีลาบูรณพงศ์ ผู้อำนวยการเขตดุสิต และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ได้มาร่วมสังเกตการณ์ บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอุปสรรคใดๆ ที่จะขัดขวางการทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของทีมปฏิบัติการ

ผลกระทบและมาตรการป้องกันในอนาคต

เหตุหลุมยุบถนนสามเสนครั้งนี้ ส่งผลให้การจราจรในพื้นที่ติดขัดอย่างหนัก โดยเฉพาะเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อย่านราชวัตรและบางลำพู รถยนต์ต้องเบี่ยงเลี่ยง ทำให้ใช้เวลานานขึ้น นอกจากนี้ ยังสร้างความกังวลให้กับ居民ใกล้เคียง โดยเฉพาะผู้ป่วยและบุคลากรโรงพยาบาลวชิรพยาบาลที่ต้องเดินทางผ่านบริเวณนี้

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการตรวจสอบโครงสร้างพื้นดินก่อนเริ่มโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ รวมถึงใช้เทคโนโลยีการสำรวจ เช่น การเจาะสำรวจดินและการตรวจสอบด้วยเรดาร์พื้นดิน (GPR) เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยง นอกจากนี้ การสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใสก็สำคัญ เพื่อให้ทุกคนทราบข้อมูลและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

  • การทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย
  • การบดอัดทรายให้แน่นเพื่อโครงสร้างที่มั่นคง
  • การกำจัดเศษวัสดุตกค้างในหลุม
  • การมีผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบ

จากมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน ในขณะที่กรุงเทพฯ กำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องไม่ละเลยด้านความปลอดภัย หากเจ้าหน้าที่สามารถปิดหลุมได้ภายในไม่กี่วันนี้ จะเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน หากคุณอาศัยหรือเดินทางผ่านย่านนี้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและหลีกเลี่ยงเส้นทางชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – เข้าสู่วันที่ 8 เหตุหลุมยุบ ถนนสามเสนทรุด เจ้าหน้าที่เร่งถมทราย ใกล้สำเร็จ

รฟม. เร่งถมทรายเพิ่ม เปิดถนนสามเสน 9 ต.ค.

ในสถานการณ์ที่กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับปัญหาถนนทรุดตัว รฟม. เร่งถมทรายเพิ่ม ให้ครบ 2 พันคิว เดินหน้าเปิดถนนสามเสน 9 ต.ค. นี้ ตามแผนที่วางไว้ แม้จะมีฝนตกหนักในพื้นที่ แต่ทีมงานยังคงทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อคืนผิวจราจรให้ประชาชนได้ใช้งานโดยเร็วที่สุด

รฟม. เร่งถมทรายเพิ่ม ให้ครบ 2 พันคิว เดินหน้าเปิดถนนสามเสน 9 ต.ค. นี้

จากเหตุการณ์ถนนทรุดหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ รฟม. หรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ได้เข้าดำเนินการแก้ไขทันที โดยวันนี้ (1 ตุลาคม 2568) เวลา 15.00 น. ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการรฟม. พร้อมด้วยนางวรัญญา ลีลาบูรณพงศ์ ผู้อำนวยการเขตดุสิต และ ผศ.นพ.อนุแสง จิตสมเกษม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ได้แถลงความคืบหน้าของสถานการณ์

นายกิตติกร เปิดเผยว่า เมื่อวานพบช่องว่างบริเวณแนวท่อประปา วันนี้จึงได้อุดช่องว่างดังกล่าวแล้ว โดยใช้คอนกรีตอัดประมาณ 100 คิว ซึ่งปูนเซตตัวแล้วเรียบร้อย นอกจากนี้ ยังมีการเททรายถมลงไปเกือบ 1,300 คิวตลอดทั้งวัน และคาดว่าจะครบ 2,000 คิว ภายในคืนนี้ ความสูงของทรายปัจจุบันอยู่ที่ 2 เมตร รวมกับคอนกรีต 5 เมตร ก่อนหน้านี้ จะได้ความสูงรวม 7 เมตร

แม้จะมีฝนตกหนักในช่วงบ่าย แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน ทีมงานตรวจสอบอุโมงค์และสถานีด้านล่างแล้ว ไม่พบน้ำไหลลงไป ปริมาณฝนตกเพียง 20 กว่ามิลลิเมตร และกรุงเทพมหานครได้นำเครื่องสูบน้ำมาช่วยสูบน้ำฝนออกจากพื้นที่ นายกิตติกรยืนยันว่าการทำงานยังเป็นไปตามแผนเดิม และถนนสามเสนจะเปิดให้จราจรได้ในวันที่ 9 ตุลาคมนี้แน่นอน

สถานการณ์ใต้อาคาร สน.สามเสน และผลกระทบจากฝน

สำหรับพื้นที่ใต้อาคารสถานีตำรวจสามเสน เจ้าหน้าที่ได้ฉีดปูนเพื่อเสริมความแข็งแรงและถมทรายเพิ่ม หลังฝนตกมีน้ำขังมาก แต่กำลังเร่งสูบน้ำออก และยังไม่พบการเคลื่อนตัวของดินใต้สถานี ซึ่งถือเป็นข่าวดี แสดงถึงความมั่นคงของโครงสร้าง

ปัญหาถนนทรุดในกรุงเทพฯ มักเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้า การไหลของน้ำใต้ดิน หรือโครงสร้างพื้นดินที่ไม่มั่นคง รฟม. จึงได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ผศ.นพ.อนุแสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลกลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบแล้ว มีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการกว่า 5,000 คนต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เปิดใหม่ ส่งผลให้จราจรในพื้นที่หนาแน่น โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกและรถแท็กซี่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทางโรงพยาบาลจึงแนะนำให้ผู้ป่วยใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือวางแผนการเดินทางล่วงหน้า

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ การที่รฟม. เร่งถมทรายเพิ่ม ให้ครบ 2 พันคิว เดินหน้าเปิดถนนสามเสน 9 ต.ค. นี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากประชาชนพบความผิดปกติในถนนหรือพื้นที่ใกล้เคียง ควรรายงานทันทีเพื่อความปลอดภัย

ในฐานะที่ปรึกษาด้านการขนส่ง ผมขอแนะนำให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาจราจรในพื้นที่นี้ สามารถแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย

  • ติดตามความคืบหน้าถนนสามเสนได้ที่เว็บไซต์รฟม.
  • ใช้แอปพลิเคชันจราจรเพื่อวางแผนเส้นทาง
  • รายงานปัญหาถนนทรุดได้ที่ hotline 1656

ที่มา – รฟม. เร่งถมทรายเพิ่ม ให้ครบ 2 พันคิว เดินหน้าเปิดถนนสามเสน 9 ต.ค. นี้

อยากได้แบบญี่ปุ่น! หลุมยุบที่ซ่อมเสร็จใน 7 วัน

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวหน้าวชิรพยาบาล ทำให้หลายคนนึกถึงเหตุการณ์ที่ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2016 ที่เกิดเหตุหลุมยุบที่ซ่อมเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งสร้างความประทับใจไปทั่วโลก

อยากได้แบบญี่ปุ่น! หลุมยุบที่ซ่อมเสร็จใน 7 วัน

เหตุการณ์ที่ฟุกุโอกะเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2016 เวลาประมาณ 05:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ถนนขนาด 5 เลนใจกลางเมืองฟุกุโอกะ ใกล้กับสถานีรถไฟฮากาตะ ซึ่งเป็นสถานีที่พลุกพล่านที่สุดของเมือง เกิดทรุดตัวลงเป็นหลุมยุบขนาดยักษ์ มีขนาดกว้างประมาณ 30 x 27 เมตร และลึกประมาณ 15 เมตร สาเหตุเกิดจากการก่อสร้างใต้ดินบริเวณใกล้เคียง

แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต แต่ส่งผลให้ระบบสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ก๊าซ และการจราจรในพื้นที่หยุดชะงัก สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในบริเวณนั้น

7 วันพลิกวิกฤต: ความสำเร็จในการซ่อมแซมหลุมยุบ

สิ่งที่น่าทึ่งคือ หลังจากเกิดเหตุ ทางการญี่ปุ่นได้ส่งทีมงานลงพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พวกเขาทำงานแข่งกับเวลาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ภายในเวลาเพียง 2 วัน สามารถถมถนนจนเกือบเต็มพื้นที่หลุมยุบที่ซ่อมเสร็จภายใน 7 วัน และเปิดให้บริการอีกครั้งในเช้าวันที่ 15 พฤศจิกายน 2016 ซึ่งครบกำหนดหนึ่งสัปดาห์พอดี

ความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการจัดการวิกฤตครั้งนี้ สร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลก และได้รับการชื่นชมอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ หลายคนยกย่องญี่ปุ่นในเรื่องของความเป็นมืออาชีพ ความใส่ใจในรายละเอียด และความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว

เบื้องหลังความสำเร็จ: ปัจจัยที่ทำให้ญี่ปุ่นซ่อมหลุมยุบได้รวดเร็ว

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ญี่ปุ่นสามารถซ่อมแซมหลุมยุบที่ซ่อมเสร็จภายใน 7 วัน ได้อย่างรวดเร็ว?

  • การวางแผนและการเตรียมพร้อม: ญี่ปุ่นมีแผนรับมือกับภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินต่างๆ ที่ชัดเจน รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรและการเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  • เทคโนโลยีและนวัตกรรม: ญี่ปุ่นมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการก่อสร้างและซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ความร่วมมือและการทำงานเป็นทีม: การประสานงานและความร่วมมือที่ดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การแก้ไขปัญหารวดเร็วและราบรื่น
  • ความรับผิดชอบต่อสังคม: ชาวญี่ปุ่นมีความรับผิดชอบต่อสังคมสูง และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน

เหตุการณ์หลุมยุบที่ซ่อมเสร็จภายใน 7 วัน ที่ฟุกุโอกะ เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการวิกฤตของญี่ปุ่น และเป็นแรงบันดาลใจให้เราเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในการรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทำให้เราต้องหันกลับมามองระบบการจัดการและรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ อย่างจริงจัง การเตรียมความพร้อม การวางแผน และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นให้น้อยที่สุด

ที่มา – อยากได้แบบญี่ปุ่น หลุมยุบที่ซ่อมเสร็จภายใน 7 วัน

Scroll to top