หัวขโมย

เร่งล่าตัวหัวขโมย ยกเค้าทองคำหนัก 40 บาท เงินไทย-ยูโร อีกกว่า 3 ล้านบาท

เร่งล่าตัวหัวขโมย ยกเค้าทองคำหนัก 40 บาท เงินไทย-ยูโร อีกกว่า 3 ล้านบาท

เหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาชาวบ้านในพื้นที่กะทู้ จังหวัดภูเก็ตต้องผวาไปตามๆ กัน เมื่อมีการแจ้งเหตุคนร้ายบุกงัดบ้านหรูในหมู่บ้านดัง ก่อเหตุอุกอาจเร่งล่าตัวหัวขโมย ยกเค้าทองคำหนัก 40 บาท เงินไทย-ยูโร อีกกว่า 3 ล้านบาท โดยทรัพย์สินที่หายไปมีมูลค่ารวมสูงถึงกว่า 6 ล้านบาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังดำเนินการสืบสวนอย่างเต็มที่ในขณะนี้

รายละเอียดเหตุการณ์ เร่งล่าตัวหัวขโมย ยกเค้าทองคำหนัก 40 บาท เงินไทย-ยูโร อีกกว่า 3 ล้านบาท

เมื่อช่วงสายของวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.เฉลิมชัย เหิรสวัสดิ์ ผกก.สภ.กะทู้ ได้รับรายงานเหตุร้ายดังกล่าว โดยระบุว่าพบนายสมศักดิ์ ผู้ดูแลบ้านเข้าแจ้งความว่าพบร่องรอยการงัดแงะบ้านหรูในความดูแล ซึ่งเจ้าของตัวจริงกำลังพักอาศัยอยู่ต่างประเทศ ทรัพย์สินที่สูญหายไปประกอบด้วย:

  • ทองคำแท่งน้ำหนัก 33 บาท
  • ทองรูปพรรณน้ำหนัก 7 บาท
  • เงินสดธนบัตรไทยมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
  • เงินสกุลยูโรคิดเป็นเงินไทยอีกกว่า 1 ล้านบาท

ความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายในคดี เร่งล่าตัวหัวขโมย ยกเค้าทองคำหนัก 40 บาท เงินไทย-ยูโร อีกกว่า 3 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.กะทู้ และ กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต เร่งดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในทุกเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี รวมถึงประสานงานกับกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เพื่อเก็บรอยนิ้วมือแฝงและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อใช้ในการมัดตัวผู้กระทำความผิด

นายสมศักดิ์ ผู้ดูแลบ้านเปิดเผยว่า ตนเองจะเข้ามาทำความสะอาดและดูแลตรวจสอบความเรียบร้อยของบ้านหลังนี้สัปดาห์ละครั้ง เพราะเจ้าของบ้านไปทำงานต่างประเทศ เมื่อเข้ามาถึงก็พบร่องรอยการงัดหน้าต่างและประตู ซึ่งบ่งบอกว่าคนร้ายมีการเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดีและรู้จุดวางทรัพย์สินมีค่า ทำให้การก่อเหตุครั้งนี้ดูเป็นมืออาชีพและอุกอาจมาก

ในส่วนของมาตรการป้องกัน คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีสำหรับผู้ที่มีบ้านพักอาศัยในพื้นที่ห่างไกลหรือบ้านที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยประจำ ควรเพิ่มมาตรการความปลอดภัย เช่น การติดตั้งระบบสัญญาณกันขโมยที่เชื่อมต่อไปยังมือถือ หรือจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยที่มีความน่าเชื่อถือมาดูแลบ้านท่านแทน เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนหากขาดการป้องกันที่เพียงพอ

ทางตำรวจหวังว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้โดยเร็วที่สุดเพื่อนำทรัพย์สินมหาศาลของผู้เสียหายกลับคืนมา และขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากใครพบเห็นบุคคลแปลกหน้าหรือรถต้องสงสัยที่เข้ามาในหมู่บ้านในวันเกิดเหตุ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สภ.กะทู้ ทันทีครับ

ที่มา – เร่งล่าตัวหัวขโมย ยกเค้าทองคำหนัก 40 บาท เงินไทย-ยูโร อีกกว่า 3 ล้านบาท

ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกขโมย โชคดีรอดสินสอด!

เกือบอดแต่งงาน! “ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด” เรื่องราวสุดระทึกของหนุ่มปราจีนบุรีที่เกือบต้องเลื่อนงานวิวาห์ เพราะถูกโจรย่องเบาเข้าบ้าน แต่โชคดีที่คนร้ายไม่ได้ทรัพย์สินสำคัญไป มาอ่านรายละเอียดกันเลย

วันที่ 11 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ “อู่ช่างลักษ์” ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นายภูมินทร์ จิตรพานิช อายุ 25 ปี เจ้าของร้านดังกล่าว ได้เผยภาพจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นภาพคนร้ายวัยรุ่นจำนวน 3 คน สวมเสื้อแขนยาวมีฮูทคลุมศีรษะ ย่องเข้ามาในร้าน รื้อค้นอุปกรณ์ซ่อมรถ ก่อนที่จะขโมยของไปหลายรายการ แต่เคราะห์ดีที่คนร้ายมองไม่เห็นกระเป๋าสตางค์ ซึ่งภายในมีเงินสดเก็บออมไว้ถึง 60,000 บาท เพื่อเตรียมไว้สำหรับงานแต่งงานในวันที่ 2 พ.ย. 2568 ที่กำลังจะมาถึงนี้

นายภูมินทร์ จิตรพานิช หรือ ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด เจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เล่าว่า ในเช้าวันเกิดเหตุ หลังจากตื่นนอนและออกมาเปิดร้านตามปกติ ก็สังเกตเห็นว่ากล่องใส่อะไหล่และเครื่องมือซ่อมรถจักรยานยนต์ที่วางไว้ข้างร้านได้หายไปหลายรายการ จึงได้เปิดกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบ และพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่น 3 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่ทราบสียี่ห้อ มาจอดไว้บริเวณฝั่งตรงข้ามร้าน ซึ่งห่างจากร้านประมาณ 20 เมตร

หลังจากนั้น กลุ่มวัยรุ่นได้วิ่งข้ามถนนและตรงไปยังร้านของเขา คนหนึ่งในกลุ่มได้เดินย่องเข้าไปภายในร้าน โดยสวมกางเกงขาสั้นและเสื้อแขนยาวมีฮูทคลุมศีรษะ ซึ่งบริเวณด้านในร้านเป็นห้องนอนที่เขาใช้นอนเป็นประจำ แต่ในขณะเกิดเหตุ เขาได้ลุกไปเข้าห้องน้ำ ทำให้ไม่ได้เผชิญหน้ากับกลุ่มวัยรุ่นที่บุกเข้ามาภายในร้าน

เคราะห์ดีอย่างยิ่งที่คนร้ายมองไม่เห็นกระเป๋าเงิน ซึ่งวางอยู่บนเตียงนอน ภายในกระเป๋ามีเงินสดจำนวน 60,000 บาท ที่เขาเก็บออมไว้เป็นค่าสินสอดสำหรับงานแต่งงานในวันที่ 2 พ.ย.ที่จะถึงนี้ หลังจากนี้ เขาจะเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.กบินทร์บุรี เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านค้า ที่ควรติดตั้งกล้องวงจรปิดและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ การเก็บเงินจำนวนมากไว้ในบ้าน ก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยนัก ควรพิจารณาฝากเงินไว้กับธนาคาร หรือลงทุนในช่องทางอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า

บทเรียนจากเหตุการณ์ ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด

  • ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ
  • เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น ติดตั้งเหล็กดัด หรือสัญญาณกันขโมย
  • หลีกเลี่ยงการเก็บเงินสดจำนวนมากไว้ในบ้าน
  • พิจารณาทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองทรัพย์สิน

การป้องกันไว้ก่อน ย่อมดีกว่าการตามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ขอให้ทุกคนระมัดระวังและดูแลทรัพย์สินของท่านให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด ได้จัดงานแต่งงานอย่างราบรื่นและมีความสุขนะครับ ขอให้ความรักของทั้งคู่เบ่งบานตลอดไป

ที่มา – ว่าที่เจ้าบ่าว ถูกหัวขโมยย่องฉกของในร้านซ่อมรถ โชคดีไม่เห็นกระเป๋าเงินใส่สินสอด

Scroll to top