หัวหน้าพรรคประชาชน

“เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง”

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์เมื่อมีการตั้งคำถามถึงทิศทางนโยบายด้านสาธารณสุขของพรรคการเมืองน้องใหม่ ซึ่งวันนี้เราจะมาเคลียร์ชัดให้หายข้องใจกันครับว่า “เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง” ตามที่หลายคนยังคงกังวลใจ เพราะโครงการนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของสวัสดิการภาครัฐที่ทุกคนต้องเข้าถึงอย่างเท่าเทียม

“เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง”

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมายืนยันผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่า ข่าวลือเรื่องการล้มเลิกโครงการดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยพรรคยังคงยึดถือว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง คือสิ่งที่ช่วยให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้โดยไม่กังวลเรื่องฐานะทางการเงิน ซึ่งถือเป็นความภูมิใจของระบบสาธารณสุขไทยในระดับสากล

ทำความเข้าใจจุดยืน: ทำไมพรรคประชาชนถึงสนับสนุนบัตรทอง?

ในมุมมองของพรรคประชาชน การที่ “เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง” นั้นไม่ได้แปลว่าเราจะปล่อยให้ระบบดำเนินไปแบบเดิมโดยไม่แก้ไข แต่เรากลับมองว่าถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปให้ดียิ่งขึ้น โดยมีหลักการสำคัญดังนี้:

  • เน้นการแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาการจัดการงบประมาณ
  • ยกระดับคุณภาพบริการให้มีความยั่งยืนมากขึ้น
  • รักษาขวัญและกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์อย่างจริงจัง
  • ประชาชนต้องไม่เสียสิทธิประโยชน์ และไม่มีภาระเพิ่มขึ้น

พรรคประชาชนยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 จะต้องทำไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพื่อลดทอนสิทธิของประชาชน เราจะพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ อย่างรอบคอบที่สุดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนโรงพยาบาล หรือองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อให้การปฏิรูปครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จสูงสุด

ในฐานะประชาชนผู้ใช้บริการ เราจึงสบายใจได้ว่าพรรคการเมืองยังคงให้ความสำคัญกับสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ซึ่งเปรียบเสมือนหลักประกันศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยพรรคจะมุ่งผลักดันให้คณะกรรมการ สปสช. มีตัวแทนจากภาคประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์มากขึ้น เพื่อให้คนไข้ หมอ และโรงพยาบาล สามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้อย่างยั่งยืนที่สุดครับ

ที่มา – “เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง”

ณัฐพงษ์ ลุยปัญหาขยะยามู-อ่าวปัตตานี แนะเปิดปากอ่าวฟื้นนิเวศ

ณัฐพงษ์ ลุยปัญหาขยะยามู-อ่าวปัตตานี แนะเปิดปากอ่าวฟื้นนิเวศ

เมื่อเร็วๆ นี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีเพื่อติดตามประเด็นร้อนแรงที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพี่น้องภาคใต้ โดยเฉพาะเรื่อง ณัฐพงษ์ ลุยปัญหาขยะยามู-อ่าวปัตตานี แนะเปิดปากอ่าวฟื้นนิเวศ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข ทั้งในส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าขยะที่ชาวบ้านกังวล และความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่อ่าวปัตตานี

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรับฟังปัญหาจากชาวบ้าน แต่ยังเป็นการนำทีมคณะกรรมาธิการมาเพื่อร่วมวางแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยนายณัฐพงษ์ระบุว่า ปัญหาโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ยามูนั้น ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังขาดการรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและทั่วถึง ทำให้เกิดเป็นข้อกังวลอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะเปิดเวทีรับฟังและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกับคนในพื้นที่ต่อไป

แนวทางแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ

สำหรับประเด็นอ่าวปัตตานี ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าของจังหวัด พบว่าระบบนิเวศได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในอดีต ทำให้สันดอนทรายและการไหลเวียนของน้ำเปลี่ยนไป ชาวประมงท้องถิ่นสะท้อนว่าสัตว์น้ำจับได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด การที่ ณัฐพงษ์ ลุยปัญหาขยะยามู-อ่าวปัตตานี แนะเปิดปากอ่าวฟื้นนิเวศ จึงเป็นข้อเสนอแนะเชิงวิชาการและวิถีชาวบ้านที่น่าสนใจ เพื่อให้น้ำทะเลหนุนเข้าสู่ระบบนิเวศอ่าวได้ดีขึ้น

ข้อเสนอในการฟื้นฟูพื้นที่อ่าวปัตตานี มีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การเปิดปากอ่าวให้กว้างขึ้นเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของน้ำทะเล
  • การจัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
  • การให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงข้อมูลต่อสภาอย่างโปร่งใส
  • การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาพื้นที่อ่าวปัตตานี

เรื่องราวของ ณัฐพงษ์ ลุยปัญหาขยะยามู-อ่าวปัตตานี แนะเปิดปากอ่าวฟื้นนิเวศ เป็นบทพิสูจน์ว่า การจัดการปัญหาขยะและการฟื้นฟูธรรมชาติ ไม่สามารถใช้วิธีการแบบบนลงล่างเพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องอาศัยเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่เป็นตัวตั้ง เพื่อให้ได้ทางออกที่ยั่งยืนที่สุด เชื่อว่าการตั้งคณะทำงานร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ จะช่วยคลี่คลายความกังวลใจของชาวบ้าน และคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ทะเลปัตตานีได้อีกครั้ง หากมีการติดตามงานอย่างใกล้ชิดและจริงจัง

ที่มา – “ณัฐพงษ์” ลุยชายแดนใต้ รับฟังปัญหาขยะยามู-อ่าวปัตตานี แนะเปิดปากอ่าวให้น้ำทะเลหนุน ฟื้นระบบนิเวศ

“เท้ง” ส่งฟูลทีมสู้เลือกตั้ง กทม.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองกรุงเทพฯ แบบชิลๆ หน่อยดีกว่า เพราะมีข่าวร้อนที่กำลังมาแรงเลยทีเดียว นั่นคือ “เท้ง” ส่งฟูลทีมสู้สนามเลือกตั้ง กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ไม่ยอมแพ้ ประกาศกร้าวส่งทีมเต็มสูบทั้งผู้ว่าฯ และ สก. ทุก 50 เขต แม้จะยอมรับว่าผู้ว่าฯ ปัจจุบันทำงานได้ดี แต่ก็พร้อมลุยเต็มที่เพื่อวาระใหม่ของคนกรุง!

“เท้ง” ส่งฟูลทีมสู้สนามเลือกตั้ง กทม.

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 “เท้ง” หรือนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ปิดท้ายเวทีด้วยคำประกาศสุดฮึกเหิม ว่าพรรคตัดสินใจส่ง นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่แค่ช่วงชิงอำนาจ แต่เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ ในอีก 4-10 ปีข้างหน้า อยากให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เป็นหลังพิงให้คนล้ม และลมใต้ปีกให้ทุกคน มีสวัสดิการเท่าเทียม โอกาสเติบโต ค้าขายง่าย เดินทางสะดวก

แต่เดี๋ยวก่อนนะครับ มันไม่ใช่แค่ผู้ว่าฯ คนเดียวที่ทำได้ พรรคฯ ชูคอนเซ็ปต์ “ฟูลทีม” ทำงานร่วมกันทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. แก้กฎหมายเพิ่มอำนาจ กทม., ผู้ว่า กำหนดนโยบาย, ทีมบริหารมือโปร, สก. ดูแลเขตใกล้ชิดประชาชน และที่สำคัญคือประชาชนมีส่วนร่วมแบบโปร่งใส ตรวจสอบได้ง่าย

ทีมบริหาร กทม. ครบครันของ “เท้ง” ส่งฟูลทีมสู้สนามเลือกตั้ง กทม.

  • นายวรภพ วิริยะโรจน์ – ดูแลเศรษฐกิจและการคลัง
  • นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร – ปราบปรามคอร์รัปชัน
  • นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม – สวัสดิการ
  • นายอมร พิมานมาศ – โยธา
  • นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย – สาธารณสุข

นอกจากนี้ยังมีทีมที่ปรึกษา นายเดชรัต สุขกำเนิด ดูแลคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม และ น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ ปฏิรูประบบราชการ ทีมนี้ครบทั้งเจตจำนง ความเชี่ยวชาญ และพลังผลักดันกฎหมาย รับมือปัญหาใกล้ตัวอย่างจราจร ฝุ่น PM2.5 สิทธิ 30 บาท ขนส่งสาธารณะ โดยถ่ายโอนอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น แก้ พ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ร.บ.อากาศสะอาด และข้อบัญญัติท้องถิ่น

ผู้สมัคร สก. 50 เขต พรรคประชาชนลุยเต็มพื้นที่

พรรคส่งผู้สมัคร สก. ครบ 50 เขต เช่น เขตคลองสาน – ณัฐจิรา ศุภพันธ์, คลองสามวา – สุรเกียรติ หวังพิทักษ์, คลองเตย – พลอย เตลาน, และอีกมากมายทั่วกรุงเทพฯ ทีมนี้พร้อมดูแลพื้นที่ ตรวจสอบงบ ผลักดันวาระเขตให้ตรงใจชาวบ้าน

“เท้ง” ยอมรับตรงๆ ว่าสนามนี้สู้ยาก ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ทำงานได้ดี ประชาชนพอใจ แต่พรรคมีวาระกรุงเทพฯ ที่ชัดเจน และฟูลทีมพร้อมเปลี่ยนเรื่องยากให้ง่าย เช่น จัดการฝุ่น จราจร สุขภาพ ผ่านการทำงานข้ามระดับ ขอบคุณคนกรุงที่ให้โอกาส ส.ส. 2 สมัย เชิญชวนเปลี่ยนความไว้วางใจเป็นคะแนนเสียง สร้างกรุงเทพฯ ที่ซัพพอร์ตชีวิตคุณทุกมิติ

ส่วนตัวผมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ น่าสนใจมาก เพราะมีทีมแข็งจากหลายพรรค แต่พรรคประชาชนชูทีมเวิร์คและวาระชัดเจน น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าจับตา คุณคิดยังไง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้นะครับ หรือติดตามข่าวอัปเดตเลือกตั้ง กทม. กับเราต่อไป!

ที่มา – “เท้ง” ส่งฟูลทีมสู้สนามเลือกตั้ง กทม. ยอมรับผู้ว่าฯ ปัจจุบันทำได้ดี แต่ ปชน. พร้อมสู้

“เท้ง” ไปต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชน “พิจารณ์” ขยับนั่งเลขาธิการพรรค

ในวันที่ 26 เมษายน 2569 พรรคประชาชน (ปชน.) จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 ที่โรงแรมเมเปิล บางนา กรุงเทพฯ โดยมีแกนนำและสมาชิกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ข่าวสำคัญที่ทุกคนจับตาคือ “เท้ง” ไปต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชน “พิจารณ์” ขยับนั่งเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อขับเคลื่อนพรรคสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

“เท้ง” ไปต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชน “พิจารณ์” ขยับนั่งเลขาธิการพรรค

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป ขณะที่นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ขยับขึ้นมานั่งเลขาธิการพรรคแทนนายศรายุทธิ์ ใจหลัก ที่ลาออก นอกจากนี้ยังมีน.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีต ส.ส.นครปฐม เข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการประชุมที่เน้นการสร้างความชัดเจนทั้งบุคลากร การทำงาน และทิศทางพรรค

การสัมมนาและตกผลึกความคิดก่อนประชุมใหญ่

ก่อนเข้าสู่การประชุมอย่างเป็นทางการ พรรคได้จัดการสัมมนาร่วมกัน 2 วัน โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การพูดคุยไม่ได้จำกัดแค่ปัญหาภายในพรรค แต่ครอบคลุมปัญหาและอนาคตของประเทศ พรรคประชาชนมุ่งเป็นยานพาหนะแห่งการเปลี่ยนแปลง สร้างสังคมที่ดีกว่า จากเสียงสะท้อนหลังเลือกตั้ง พรรคได้สร้างความชัดเจน 3 ประการ ได้แก่ บุคลากร การทำงาน และอุปสรรคสำคัญของชาติ พร้อม 4 หมุดหมายหลักในปี 2569

สำหรับบุคลากร มี 10 ส.ส. ต่อยอดปฏิบัติหน้าที่ในสภา คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ชัดเจนแล้ว พรรคไม่เลือกทางใดทางหนึ่งระหว่างเชิงกระแสหรือทำงานพื้นที่ แต่ทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน เน้นทำงานทางความคิดทั้งภายในและภายนอกอย่างเข้มข้น

4 หมุดหมายสำคัญของพรรคประชาชน

นายณัฐพงษ์ ชี้แจง 4 หมุดหมายที่พรรคจะนำเสนอต่อประชาชน:

  • เปิดตัวคณะรัฐมนตรีเงา เพื่อตรวจสอบและเสนอแนะรัฐบาล
  • ขับเคลื่อนกรรมาธิการ 9 คณะ ชื่นชมทีมเจรจาที่ทำให้ได้คณะกรรมาธิการดีเยี่ยม ขับเคลื่อนประเด็นในสภา
  • ทำงานยุทธศาสตร์พื้นที่ ตั้งทีมตั้งเป้าเอาชนะเลือกตั้ง เคาะผู้สมัครภายในกรกฎาคม เพื่อนำเสนอนโยบายและปลูกฝังความคิด
  • เลือกตั้งท้องถิ่น เดินหน้าลำพูนโมเดล สนามพัทยา กทม. เคาะผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เร็วๆ นี้

การทำงานพื้นที่เน้นชวนประชาชนเป็นเจ้าของประเด็น ไม่ใช่แจกของสร้างบุญคุณ แต่รับใช้และแก้ปัญหาร่วมกัน พรรคชี้ว่าอุปสรรคใหญ่ของไทยไม่ใช่วิกฤติภายนอก แต่เป็นระบอบการเมืองอุปถัมภ์ มุ้งใหญ่ องค์กรอิสระ ส.ว. และราชการไม่โปร่งใส พรรคจะล็อกเป้าและชี้เป้าให้ชัดเจน

นอกจากนี้ พรรคยังเน้นรักษาสปิริต วินัย และเอกภาพ ท่ามกลางสงครามเฟกนิวส์ในยุคโซเชียล มีเดีย การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชนยังคงเป็นพรรคมวลชนที่ทุกคนมีส่วนกำหนดทิศทาง

การปรับโครงสร้าง “เท้ง” ไปต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชน “พิจารณ์” ขยับนั่งเลขาธิการพรรค ถือเป็นก้าวสำคัญที่เสริมความแข็งแกร่งให้พรรค พร้อมลุยตรวจสอบรัฐบาลและปั้นผู้สมัครทั่วประเทศ ในมุมมองของผู้เขียน การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้พรรคตอบโจทย์ประชาชนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการต่อสู้กับระบอบกินรวบ ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข่าวการเมืองร้อนแรง

ที่มา – “เท้ง” ไปต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชน “พิจารณ์” ขยับนั่งเลขาธิการพรรค

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วีระยุทธ หัวหน้าพรรคใหม่

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ เป็นข่าวร้อนที่หลายคนจับตาในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้เลยนะครับ พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่สืบสานอุดมการณ์จากพรรคก้าวไกล กำลังเคลื่อนไหวใหญ่ก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปี วันที่ 24-26 เมษายน 2567 ตรงกับวันศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดี 44 ส.ส. เรื่องเสนอแก้ ม.112 ด้วยซ้ำ

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ

มาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ เลยครับ จากข้อมูลที่ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อ 18 เมษายน 2567 พรรคกำลังจัดสรรตำแหน่งบริหารใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร หรือที่รู้จักในชื่อ “อ.ต้น” รองหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน จะก้าวขึ้นเป็น หัวหน้าพรรคประชาชนคนใหม่ แทนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคปัจจุบัน ที่จะถอยไปนั่งเลขาธิการพรรคแทนนายศรายุทธ์ ใจหลัก ที่ลาออกไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้เหมือนการโรลเลอร์โคสเตอร์เลยนะ สลับตำแหน่งเพื่อความสดใหม่

นอกจากนี้ ยังมีชื่อเด่นๆ อีกเพียบ เช่น น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือ “ลิซ่า” ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะขึ้นเป็นโฆษกพรรค แทนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” ที่จะไปเป็นประธานวิปฝ่ายค้านแทน ส่วนแม่ทัพแต่ละภาคก็จัดเต็ม ภาคเหนือตอนบนมี “ตี๋ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์” ส.ส.เชียงใหม่ ภาคเหนือตอนล่าง “ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ” อดีตส.ส.พิษณุโลกเขต 5 ภาคอีสาน “วีรนันท์ ฮวดศรี” ส.ส.ขอนแก่น ภาคใต้ก็ “ภคมน” พ่วงด้วย และกทม. จ่อ “แบงค์ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์” ส.ส.กทม. เรียกได้ว่าวางหมากครบทุกภูมิภาคเลย

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป: รับมือคดีใหญ่และการประชุมพรรค

ที่สำคัญคือ ทุกอย่างยังเปลี่ยนได้นะครับ ขึ้นกับมติที่ประชุมใหญ่ และคดียักษ์ 44 ส.ส. พรรคประเมิน 3 สถานการณ์ 1.ศาลไม่รับฟ้อง 2.รับฟ้องแล้วส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือ 3.สั่งป.ป.ช.แก้คำร้อง พรรคจะเกาะติดสถานการณ์ไปพร้อมกัน การส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ นี้ จึงเป็นกลยุทธ์เพื่อความมั่นคงท่ามกลางพายุการเมือง

ทำไมพรรคถึงเลือก “วีระยุทธ” ล่ะ? เขาเป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ อดีต ส.ว. มีประสบการณ์สูง เคยเป็นรองหัวหน้า ก้าวไกลมาก่อน ภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ ส่วน “เท้ง” ลงเลขาฯ ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการบริหารเบื้องหลัง พรรคประชาชนเกิดขึ้นหลังพรรคก้าวไกลถูกยุบ แต่สมาชิกย้ายมาเกือบหมด อุดมการณ์ปฏิรูปยังคงเดิม แกนนำรุ่นใหม่เหล่านี้จะช่วยพรรคฝ่าฟันอุปสรรค โดยเฉพาะคดี 112 ที่เป็นประเด็นร้อน

มาดูโครงสร้างแกนนำแบบละเอียดกันครับ

  • หัวหน้าพรรค: วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (อ.ต้น)
  • เลขาธิการพรรค: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง)
  • โฆษกพรรค: ภคมน หนุนอนันต์ (ลิซ่า)
  • ประธานวิปฝ่ายค้าน: พริษฐ์ วัชรสินธุ (ไอติม)
  • ภาคเหนือตอนบน: ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ (ตี๋)
  • กทม.: ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ (แบงค์)
  • อื่นๆ: ศุภปกรณ์ (เหนือล่าง), วีรนันท์ (อีสาน), ภคมน (ใต้)

การจัดวางนี้แสดงถึงการกระจายอำนาจให้คนรุ่นใหม่และฐานเสียงแต่ละพื้นที่ พรรคประชาชนกำลังสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งท้องถิ่นและใหญ่ในอนาคต

ในมุมมองผม การส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ เป็นสัญญาณบวก พรรคปรับตัวเร็วท่ามกลางคดีรุมเร้า แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ หากผ่านคดีนี้ไปได้ พรรคจะยิ่งแข็งแกร่ง คุณคิดยังไงกับไลน์อัพใหม่นี้? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ หรือติดตามอัปเดตข่าวการเมืองร้อนๆ ได้ที่นี่ทุกวัน!

ที่มา – ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ

“ไหม” รับ เตรียมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาชน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวการเมืองสายอัปเดต! วันนี้เรามีข่าวร้อนจากพรรคประชาชนมาฝากกันเลย “ไหม” รับ เตรียมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาชน แถมยังแย้มๆ ถึงว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ด้วยนะ เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล หรือที่แฟนๆ เรียกกันติดปากว่า “ไหม” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2567 (หรือ 2569 ตามข่าวนะ) เวลา 10.00 น. ฟังดูน่าสนใจมากใช่มั้ยล่ะ? มาดูรายละเอียดกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

“ไหม” รับ เตรียมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาชน

อย่างที่ทราบกันดี พรรคประชาชนกำลังจะมีการประชุมสามัญประจำปีในเดือนเมษายนตามกฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่จะมีการปรับโครงสร้างผู้บริหารชุดใหม่ “ไหม” ยอมรับตรงๆ เลยว่าตำแหน่งเลขาธิการพรรคต้องเปลี่ยนแน่นอน เพราะนายศรายุทธ ใจหลัก ได้ลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว ดังนั้นต้องหาคนใหม่มาทำหน้าที่แทน ส่วนตำแหน่งหัวหน้าพรรคก็ยังไม่ชัดเจน ต้องรอความเคลียร์จากคดี 44 ส.ส. ซึ่งเป็นคดีเก่าจากพรรคก้าวไกลเดิม

ทีมกฎหมายของพรรคกำลังเร่งขอคัดสำเนาเอกสารจากศาล ซึ่งมีถึง 1,000 หน้าเลยทีเดียว! ลองนึกภาพนะครับ เอกสารหลักฐานต่อ 1 คน ถึง 3 ลังใหญ่ๆ พวกเขาจะนำมาศึกษาเพื่อเขียนคำคัดค้านและยื่นขอทุเลาต่อศาล คาดว่ากระบวนการศาลจะใช้เวลาสักพัก เพราะปริมาณเอกสารมหาศาล ยกเว้นศาลจะอ่านเร็วมากๆ แต่ “ไหม” มองว่าจากปริมาณขนาดนี้ คงไม่น่าจะเร็วขนาดนั้นหรอก

สถานการณ์คดี 44 ส.ส. ส่งผลต่อพรรคอย่างไร

คดีนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่ทุกคนจับตา ถ้าศาลประทับรับฟ้องหรือมีคำสั่งออกมา จะกระทบกับการเลือกหัวหน้าพรรคชุดใหม่ทันที พรรคประชาชนที่เพิ่งตั้งขึ้นมาจากเหล่าส.ส.ก้าวไกลที่โดนยุบพรรค กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การเปลี่ยนหัวหน้าพรรคจึงเป็นสัญญาณว่าพรรคพร้อมเดินหน้าต่อ ไม่ว่าจะผลคดีออกมายังไงก็ตาม เพื่อนๆ คิดว่าคดีนี้จะจบยังไงบ้าง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ!

แย้มคนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เป็นคนในพรรค

นอกจากเรื่องผู้บริหารพรรคแล้ว “ไหม” ยังโวใหญ่เลยว่า พรรคประชาชนพร้อมส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แน่นอน! จะเปิดชื่อและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในนามพรรคเร็วๆ นี้ บุคคลนี้มีคุณสมบัติครบเครื่องทั้งหมด มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ชัดเจนที่จะทำให้กรุงเทพฯ ดีขึ้นจริงๆ แถมยังสอดคล้องกับนโยบายพัฒนากทม. ของพรรคที่พร้อมนำไปปฏิบัติได้ทันที ที่สำคัญคือเป็นนักการเมืองในพรรค และทุกคนรู้จักดีเลยทีเดียว

ลองคิดดูนะครับ ผู้สมัครคนนี้จะมาพลิกโฉมกทม. ยังไงบ้าง? เช่น แก้ปัญหาจราจร น้ำท่วม หรือพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ดีขึ้น พรรคประชาชนมีนโยบายเด็ดๆ เพียบ อย่างการทำให้กทม. เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่คนรวยเท่านั้น

  • คุณสมบัติหลักของผู้สมัคร: ภาวะผู้นำสูง
  • วิสัยทัศน์ชัด: วาดภาพกทม.ที่ดีกว่าเดิม
  • นโยบายปฏิบัติได้จริง: สอดคล้องกับแผนพรรค
  • เป็นคนในพรรค: รู้จักกันดี ไม่ใช่ตัวกลาง

ข่าวนี้ทำให้แฟนๆ พรรคตื่นเต้นมาก เพราะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปีนี้ดุเดือดแน่ๆ พรรคประชาชนดูพร้อมรบสุดๆ

สรุปแล้ว “ไหม” รับ เตรียมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาชน ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการเตรียมพร้อมรับศึกเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ในมุมมองผมนะ พรรคนี้มีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะนโยบายที่ใกล้ชิดประชาชน ถ้าผู้สมัครผู้ว่าฯ เปิดตัวแล้ว รับรองฮือฮา! เพื่อนๆ คิดยังไงกับข่าวนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ติดตามอัปเดตข่าวการเมืองเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเราเลยนะครับ Don’t miss!

ที่มา – “ไหม” รับ เตรียมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาชน-แย้มคนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เป็นคนในพรรค

“เท้ง” ยันสมัครสมาชิก ปชน. ขอเลขหลังบัตรตามระเบียบ

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ มีประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือเรื่องการสมัครสมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) ที่ต้องกรอกเลขหลังบัตรประชาชน หรือ Laser ID หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องเก็บข้อมูลแบบนี้ ล่าสุด “เท้ง” ยันสมัครสมาชิก ปชน. ขอเลขหลังบัตรตามระเบียบกรมการปกครอง โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน เพื่อคลายข้อสงสัยและยืนยันความโปร่งใสของพรรค

“เท้ง” ยันสมัครสมาชิก ปชน. ขอเลขหลังบัตรตามระเบียบกรมการปกครอง

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับกระแสวิจารณ์ที่เกิดขึ้น เขายืนยันว่าการขอเลข Laser ID หลังบัตรประชาชนไม่ใช่การเก็บข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว แต่เป็นขั้นตอนมาตรฐานที่ดำเนินการผ่านช่องทางของ กรมการปกครอง เพื่อยืนยันตัวตนของประชาชนให้เป็นตัวจริงเท่านั้น นอกจากนี้ ยังเป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำหรับการทำธุรกรรมของพรรคการเมืองทุกประการ

เหตุผลที่ต้องขอเลขหลังบัตรประชาชนในการสมัครสมาชิก ปชน.

ทำไมพรรคการเมืองอย่าง ปชน. ถึงต้องขอข้อมูลนี้? เรามาดูเหตุผลหลักๆ กัน

  • ยืนยันตัวตนประชาชนจริง: ป้องกันการสมัครปลอมหรือใช้บัตรประชาชนซ้ำ เพื่อให้สมาชิกเป็นคนไทยแท้ๆ
  • ตามระเบียบกรมการปกครองและ กกต.: เป็นเกณฑ์ที่กำหนดไว้ชัดเจน ไม่ใช่การคิดค้นของพรรคเอง
  • เพิ่มความโปร่งใส: ช่วยให้การบริหารสมาชิกพรรคถูกต้อง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
  • ป้องกันการทุจริต: ในยุคดิจิทัล ข้อมูลเหล่านี้ช่วยยืนยันความถูกต้องของกระบวนการ

นายณัฐพงษ์ เน้นย้ำว่า พรรคไม่ได้เก็บข้อมูลไว้เอง แต่ส่งผ่านระบบกรมการปกครอง ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง

ปัดข้อหา “ไอโอส้ม” และทีมโซเชียลมอนิเตอร์링

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกคือ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต ส.ส. ออกมาวิจารณ์ว่าพรรคมี “ไอโอส้ม” หรือหน่วยงานบิดเบือนข้อมูล หัวหน้า ปชน. ปฏิเสธทันที โดยยืนยันว่าพรรคมีเพียงทีม Social Monitoring เพื่อติดตามความเห็นของประชาชนบนโซเชียลมีเดียเท่านั้น ไม่มีหน่วยงานเฉพาะที่ไปไล่ตอบคอมเมนต์เพื่อชี้นำหรือบิดเบือนข้อมูลตามที่ถูกกล่าวหา

นอกจากนี้ ยังพูดถึงกระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมอาจเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายค้าน “เท้ง” มองว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะฝ่ายค้านคือพรรคที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล และในอดีตฝ่ายค้านก็ไม่ได้ต้องทำงานเป็นเอกภาพ 100% แค่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มแข็งก็พอ

ประเด็น กปน. ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและการเลือกตั้งโมฆะ

หัวหน้าพรรคยังกล่าวถึงกรณี กกต. เรียกสอบกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด โดยเตือนอย่าใช้อำนาจปิดปากประชาชนหรือเจ้าหน้าที่สุจริต การถ่ายภาพก่อนลงคะแนนไม่ผิดกฎหมาย พรรคเตรียมดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 และ 172 ต่อ กกต. พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อ กปน. ทั่วประเทศเพื่อโปร่งใส

ส่วนคำถามว่าการเลือกตั้งจะโมฆะหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ไม่ให้ความเห็น โดยบอกว่าพรรคเป็นคู่แข่ง ไม่เหมาะพูด ปล่อยให้ศาลตัดสิน หน้าที่พรรคคือผลักดันให้ กกต. จัดเลือกตั้งโปร่งใสที่สุด

จากประเด็นทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาชนในการยึดหลักโปร่งใสและกฎหมาย ในยุคที่ข่าวลือแพร่กระจายเร็ว การชี้แจงแบบนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิกและประชาชนได้ดี คุณคิดว่าการขอเลข Laser ID เป็นเรื่องจำเป็นหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – “เท้ง” ยันสมัครสมาชิก ปชน. ขอเลขหลังบัตรตามระเบียบกรมการปกครอง

กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ไม่เป็นจริง

กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หัวคะแนนรู้ได้ใครกาไม่กาอะไร ไม่เป็นความจริง เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ หลังจากที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย กล่าวหาว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) สามารถถ่ายรูปต้นขั้วบัตรเลือกตั้งเก็บไว้ แล้วหัวคะแนนจะตรวจสอบได้ 100% ว่าใครกาหรือไม่กาเลือกตั้งแบบไม่มีพลาดแม้แต่น้อย แต่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงทันทีว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หัวคะแนนรู้ได้ใครกาไม่กาอะไร ไม่เป็นความจริง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐพงษ์ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวทันทีหลังจากที่ กกต. จัดแถลงข่าวเกี่ยวกับบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันการปลอมแปลง โดยโพสต์ของเขาระบุชัดเจนว่า “กปน. สามารถถ่ายต้นขั้วเก็บไว้ แล้วหัวคะแนนตรวจได้ 100% ว่าใครกา / ไม่กา แบบไม่มีเขย่ง” ทำให้เกิดความสับสนและความกังวลในหมู่ประชาชนที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้ง

วันถัดมา วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. ได้โพสต์ชี้แจงอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่า กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หัวคะแนนรู้ได้ใครกาไม่กาอะไร ไม่เป็นความจริง ข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. ย้ำว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เข้มงวด ไม่มีการถ่ายรูปหรือเก็บต้นขั้วบัตรเพื่อตรวจสอบการลงคะแนนของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ทำไมกกต. ถึงชี้แจงเรื่องนี้

การชี้แจงครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการเลือกตั้งเป็นหัวใจของประชาธิปไตย การแพร่กระจายข้อมูลเท็จหรือข่าวลืออาจทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้งได้ กกต. ต้องการย้ำถึงความโปร่งใสในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพิมพ์บัตร การแจกจ่าย ไปจนถึงการนับคะแนน โดยเฉพาะบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัตร ไม่ใช่เพื่อติดตามการลงคะแนนของผู้มีสิทธิ์แต่ละคน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้บันทึกจำนวนบัตรที่แจกจ่ายและเหลือคืน แต่กฎหมายห้ามไม่ให้ถ่ายภาพหรือคัดลอกเพื่อป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือการทุจริต หากมีการฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่จะถูกลงโทษทันที

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งและบาร์โค้ด

  • บาร์โค้ดบนบัตร: ใช้สำหรับสแกนตรวจสอบลำดับและจำนวนบัตร ไม่เชื่อมโยงกับชื่อผู้ลงคะแนน
  • ต้นขั้วบัตร: บันทึกแค่จำนวน ไม่มีรายละเอียดการกาเลือกตั้ง
  • กระบวนการลงคะแนน: ผู้ลงคะแนนกาในบูธลับ ป้องกันการมองเห็น
  • การนับคะแนน: ทำโดยกรรมการหลายคน ตรวจสอบร่วมกัน
  • กฎหมายคุ้มครอง: พ.ร.บ.เลือกตั้งกำหนดโทษหนักสำหรับผู้กระทำผิด

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยยืนยันว่า ระบบเลือกตั้งไทยมีความมั่นคงและโปร่งใส ไม่มีช่องโหว่ให้หัวคะแนนตรวจสอบการลงคะแนนของบุคคลได้ตามที่ถูกกล่าวหา ในอดีต กกต. เคยจัดการกับข่าวลือคล้ายๆ นี้มาแล้วหลายครั้ง เช่น เรื่องบัตรเลือกตั้งอัจฉริยะหรือการติดตาม GPS ซึ่งทั้งหมดถูกพิสูจน์ว่าเป็นเท็จ

ประเด็นนี้ยังสะท้อนถึงปัญหา fake news ในยุคโซเชียลมีเดีย ที่นักการเมืองบางคนใช้เพื่อโจมตีสถาบันเลือกตั้ง ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ กกต. อย่างเป็นทางการ ก่อนแชร์ต่อ

นอกจากนี้ การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ผู้มีสิทธิ์ควรศึกษาข้อมูลผู้สมัคร ลงทะเบียนเลือกตั้งให้ทัน และไปใช้สิทธิ์ให้เต็มที่ เพื่อให้เสียงของเรามีน้ำหนัก สุดท้าย กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หัวคะแนนรู้ได้ใครกาไม่กาอะไร ไม่เป็นความจริง ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ตอนนี้เรามาร่วมกันรักษาความสะอาดในการเลือกตั้งกันเถอะ

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแพร่กระจาย หากสนใจข่าวการเมืองเพิ่มเติม สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราได้เลยวันนี้!

ที่มา – กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หัวคะแนนรู้ได้ใครกาไม่กาอะไร ไม่เป็นความจริง

“เท้ง” เข้าพรรคประชาชน ขอประชุมก่อนเปลี่ยน กก.บห.

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ เมื่อ“เท้ง” เข้าพรรคประชาชน เพื่อขอประชุมหารือก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ หลังจากที่มีข่าวลือหนาหูเรื่องการเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ยกชุดหรือไม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางดราม่าคดีจาก ป.ป.ช. ที่ชี้มูลอดีต ส.ส. 44 คนจากพรรคก้าวไกล ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” เป็นหนึ่งในนั้น หากศาลฎีกาตัดสินรับฟ้อง อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อตำแหน่งหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านในสภา

“เท้ง” เข้าพรรคประชาชน ขอประชุมก่อน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้สมัครนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคฯ ณ อาคารอนาคตใหม่ทันทีทันใด ผู้สื่อข่าวต่างรุมถามว่า “วันนี้จะประชุมกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ครับ?” เท้งตอบสั้นๆ ว่า “มาคุยงานปกติ” เมื่อถูกถามต่อยอดถึงเรื่องการเปลี่ยนทีมบริหารพรรคยกชุดหรือไม่ เท้งก็กล่าวว่า “รอคุยกันก่อน ยังไงเดี๋ยวลงมาให้สัมภาษณ์” คำตอบนี้ทำให้ทุกคนจับตาไปที่การประชุมภายในพรรคว่าจะมีมติอะไรออกมาบ้าง

ปมคดี ป.ป.ช. ชี้มูล 44 ส.ส. ที่เป็นจุดเริ่มต้น

ก่อนหน้านี้เมื่อวาน นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ว่าช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน จะมีการประชุมใหญ่ของพรรค และมีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคทั้งชุด ข่าวนี้จุดประกายความสนใจเพราะเกี่ยวเนื่องกับคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายณัฐพงษ์และอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกลอีก 43 คน ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง คดีนี้เกิดจากกรณีที่ ส.ส. กลุ่มนี้รับเงินเดือนและสวัสดิการหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และย้ายมาอยู่พรรคก้าวไกล ป.ป.ช. ส่งฟ้องศาลฎีกาแล้ว หากศาลประทับรับฟ้อง ผู้ถูกฟ้องจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งเท้งในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน (พรรคที่สืบทอดจากก้าวไกล) ก็อยู่ในข่ายเสี่ยง ทำให้เกิดคำถามใหญ่ “เท้ง เข้าพรรคประชาชน เพื่อเตรียมปรับโครงสร้างพรรคหรือไม่?”

พรรคประชาชนก่อตั้งขึ้นหลังพรรคก้าวไกลถูกสั่งยุบเมื่อไม่นานมานี้ โดยเท้งก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ด้วยนโยบายต่อต้านเผด็จการและปฏิรูปโครงสร้างอำนาจเก่า การเมืองไทยช่วงนี้กำลังเข้มข้น โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่ต้องรักษากำลังพลให้แข็งแกร่ง หากหัวหน้าพรรคต้องพ้นตำแหน่ง อาจกระทบการนำเสนอนโยบายในสภาและการต่อสู้กับรัฐบาล

  • ผลกระทบหากศาลรับฟ้อง: หัวหน้าพรรคหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ผู้นำฝ่ายค้านสั่นคลอน
  • การประชุมใหญ่พรรค: มี.ค.-เม.ย. อาจเปลี่ยน กก.บห. ทั้งชุดเพื่อความคล่องตัว
  • บทบาทเท้ง: ยังยืนยันมาทำงานปกติ แสดงถึงความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม
  • สถานการณ์พรรคฝ่ายค้าน: พรรคประชาชนคือหัวหอกสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล

อนาคตพรรคประชาชนจะเป็นอย่างไร

จากที่ติดตามมา พรรคประชาชนมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งจากกลุ่มผู้สนับสนุนก้าวไกลเดิม การปรับเปลี่ยน กก.บห. อาจเป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือความไม่แน่นอนทางการเมือง ไม่ว่าจะศาลตัดสินอย่างไร พรรคก็ต้องมีแผนสำรอง เช่น เลื่อนคนขึ้นมาแทนที่ได้ทันที ผู้สังเกตการณ์การเมืองมองว่าการที่เท้ง เข้าพรรคประชาชน วันนี้ แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การเตรียมเลือกตั้งท้องถิ่น การผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูป และการรวมพรรคฝ่ายค้านให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น การเมืองไทยปีนี้คาดว่าจะเดือดพล่านด้วยคดีความและการต่อสู้ในสภา

สรุปแล้ว เหตุการณ์“เท้ง” เข้าพรรคประชาชน ครั้งนี้เป็นสัญญาณบอกใบ้ว่าพรรคกำลังเตรียมพร้อมรับมือวิกฤต หากคุณเป็นคนติดตามข่าวการเมือง คงเห็นด้วยว่าการปรับโครงสร้างพรรคเป็นเรื่องจำเป็นในยุคนี้ เพื่อไม่ให้การทำงานสะดุดลง สำหรับผมมองว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พรรคประชาชนยังคงเป็นความหวังของประชาชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? การเปลี่ยน กก.บห. ยกชุดจะช่วยให้พรรคแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดแชร์เพื่อติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – “เท้ง” เข้าพรรคประชาชน ขอประชุมก่อน หลังถูกถามเปลี่ยน กก.บห.พรรค ยกชุดหรือไม่

Scroll to top