หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่!

เป็นไปตามคาด! ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยมีมติเลือก “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 354 เสียง

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ได้มีการจัดการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2568 เพื่อทำการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ สืบเนื่องจากการลาออกจากตำแหน่งของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรค ผลปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ขึ้นดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างล้นหลามถึง 354 เสียง ในขณะที่มีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนเพียง 15 เสียง จากจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 369 คน

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่

เส้นทางสู่ตำแหน่ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่

การได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางการเมืองของเขา นายจุลพันธ์ฯ เป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองที่มีประสบการณ์ ทำงานในแวดวงการเมืองมาอย่างยาวนาน และเป็นที่ยอมรับในความสามารถและความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อส่วนรวม เขาได้รับการคาดหมายว่าจะนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่ความสำเร็จและความก้าวหน้าในอนาคต

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน ทั้งจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยเอง นักวิเคราะห์การเมือง และประชาชนทั่วไป ต่างก็จับตามองและให้ความสนใจกับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำพรรคของนายจุลพันธ์ฯ ว่าเขาจะมีวิสัยทัศน์และแนวทางการบริหารพรรคอย่างไรต่อไป

ความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้าสำหรับ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ คือการนำพาพรรคเพื่อไทยให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการและความคาดหวังของประชาชนได้อย่างแท้จริง การสร้างความสามัคคีและความเป็นเอกภาพภายในพรรค การผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อพรรคเพื่อไทย ล้วนเป็นภารกิจสำคัญที่นายจุลพันธ์ฯ จะต้องเผชิญ

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ฯ ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้น การรักษาฐานเสียงของพรรค การขยายฐานเสียงไปยังกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งใหม่ และการสร้างความร่วมมือกับพรรคการเมืองอื่น ๆ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของเขา

ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การเปลี่ยนแปลงผู้นำพรรคในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองไทย และเป็นสิ่งที่ประชาชนควรจับตามองและให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศของเรา

การก้าวขึ้นมาเป็น หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ของคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง และส่งผลต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศอย่างแน่นอน มาร่วมกันติดตามและให้กำลังใจผู้นำคนใหม่ในการนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่ความสำเร็จ

ที่มา – ตามคาด “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่

เปิดประวัติ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ลุ้นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

มาทำความรู้จักกับประวัติ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ผู้ที่จะมานำทัพสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า พร้อมผลงานโดดเด่นอย่างโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 จะมีการประชุมพรรคเพื่อไทยเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ สืบเนื่องมาจากการลาออกของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ต้องการปรับโครงสร้างและกระบวนการคิดของพรรคให้พร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยมีรายงานว่า สส.พรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อผู้ที่เหมาะสม 4 ท่าน ได้แก่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และนายสุทิน คลังแสง

ประวัติ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์”

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย หรือ “หนิม” เกิดเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2518 เป็นบุตรชายของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กับนางเพ็ชรี (เตชะไพบูลย์) อมรวิวัฒน์

เมื่อไม่นานมานี้ บิดาของนายจุลพันธ์ได้ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย เนื่องจากความขัดแย้งภายในพรรคเกี่ยวกับการสนับสนุนนายกฯ อบจ. เชียงใหม่

ในด้านการศึกษา นายจุลพันธ์จบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท MBA จาก Boston University สหรัฐอเมริกา สมรสกับ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

น.ส.วิสาระดีเป็นบุตรสาวของนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย โดยเธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า ตอนแรกไม่ได้สนใจนายจุลพันธ์เนื่องจากอายุห่างกัน 6 ปี และมองว่าเป็นลูกน้องของบิดา แต่สุดท้ายก็เปิดใจให้กัน ปัจจุบันทั้งคู่มีลูกสาว 1 คน ชื่อ น้องนัชชา

เส้นทางการเมืองของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เริ่มต้นจากการได้รับเลือกตั้งเป็น สส.เชียงใหม่ สมัยแรกในนามพรรคไทยรักไทย เมื่อปี พ.ศ. 2548 หลังจากนั้นก็ย้ายสังกัดตามพรรคที่เปลี่ยนไป และได้รับเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง รวม 5 สมัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีบทบาทสำคัญในการอภิปรายรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายจุลพันธ์ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่เป็นประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท และล่าสุดได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวเต็งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่

บทบาทสำคัญของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ได้เป็นเพียงนักการเมืองที่มาจากครอบครัวที่มีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่พรรคให้ความสำคัญ

การที่นายจุลพันธ์ได้รับการเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่พรรคมีต่อความสามารถและความมุ่งมั่นของเขา หากเขาได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค ก็คาดว่าจะสามารถนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้อย่างแน่นอน

การเปลี่ยนแปลงในพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ น่าจับตามองว่า จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและนำพาพรรคไปในทิศทางใด

ที่มา – ประวัติ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” บ้านใหญ่เชียงใหม่ มีชื่อลุ้นนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

เพื่อไทยชิงหัวหน้า! “จาตุรนต์” เต็งหนึ่ง

สส.เพื่อไทย โยน 4 รายชื่อชิงหัวหน้าพรรคคนใหม่ “จาตุรนต์ ฉายแสง” ตัวเต็ง “ชลน่าน ศรีแก้ว” ลุ้นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคเพื่อไทยกำลังเป็นที่จับตา

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย สำหรับการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ภายหลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำให้ขณะนี้บรรดา สส. ของพรรคเพื่อไทยต่างพูดคุยถึงแคนดิเดตของคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ จากเดิมที่มี 2 รายชื่อคือ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ ที่มีความโดดเด่น จุดแข็งในเรื่องของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ถือเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายประชาธิปไตยในเวทีการเมืองมาอย่างยาวนาน, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ ที่มีเสียงสนับสนุนในความเป็นคนรุ่นใหม่ ทำงานช่วย น.ส.แพทองธาร ในช่วงที่อยู่ในตำแหน่ง ล่าสุดมีการหยิบยกรายชื่อขึ้นมาอีก 2 รายชื่อคือ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่านพรรคเพื่อไทย ที่มีความโดดเด่นในสภาผู้แทนราษฎร และเคยเป็นหัวหน้าพรรคในช่วงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีบทบาทนำอย่างชัดเจน อีกรายชื่อ นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากมีความโดดเด่นงานสภาฯ เช่นเดียวกัน เพราะเคยทำหน้าที่เป็นผู้อภิปรายสรุปจบในหลายๆ ครั้ง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า รายชื่อที่ได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุดคือ นายจาตุรนต์ เพราะต่างมองที่จุดเด่นในความเป็นนักประชาธิปไตย ที่เหมาะจะมานำพรรคในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อเรียกคะแนนนิยมให้กับพรรค ในส่วนของ นพ.ชลน่าน ที่มีความโดดเด่นเรื่องความเป็นผู้นำ สส.บางส่วน เห็นว่าควรให้ไปลุ้นเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยที่ต้องเสนอจำนวน 3 รายชื่อ โดยการเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ทางผู้บริหารพรรคค่อนข้างเปิดกว้างกว่าครั้งก่อนๆ ทำให้วันที่ 28 ตุลาคมที่จะมีการประชุมสส.พรรค จะเปิดโอกาสให้ สส. ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างเพื่อสะท้อนมุมมองให้สมาชิกนำข้อคิดเห็นไปประกอบการตัดสินใจในวันเลือกหัวหน้าพรรควันที่ 31 ตุลาคมนี้

ใครจะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่?

การเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ นับว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่พรรคเพื่อไทยต้องตัดสินใจเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุดเพื่อนำพาพรรคไปข้างหน้า ท่ามกลางความท้าทายทางการเมืองที่ซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่รวดเร็ว

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

การพิจารณาเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่นี้ มีหลายปัจจัยที่ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบ:

  • ความเป็นผู้นำ: หัวหน้าพรรคต้องมีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง สามารถนำพา สส. และสมาชิกพรรคให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้
  • วิสัยทัศน์: ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาของประชาชน
  • ความสามารถในการสื่อสาร: สามารถสื่อสารนโยบายของพรรคให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างชัดเจน
  • ประสบการณ์: มีประสบการณ์ทางการเมืองที่เพียงพอในการบริหารพรรคและแก้ไขปัญหาต่างๆ
  • ภาพลักษณ์: มีภาพลักษณ์ที่ดี เป็นที่ยอมรับของประชาชน

การตัดสินใจเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ จะส่งผลต่อทิศทางและอนาคตของพรรคเพื่อไทยอย่างมาก พรรคจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุดเพื่อนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จ ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป การมีผู้นำที่สามารถปรับตัวและนำพาพรรคไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การเลือกหัวหน้าพรรคไม่ได้เป็นเพียงแค่การหาผู้นำ แต่เป็นการกำหนดทิศทางของพรรคเพื่อไทยในอนาคต

ที่มา – สส.เพื่อไทยโยน 4 รายชื่อชิงหัวหน้า “จาตุรนต์” ตัวเต็ง “ชลน่าน” ลุ้นแคนดิเดตนายกฯ

วราวุธ ปฏิเสธข่าว จ่อย้ายนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

“วราวุธ ศิลปอาชา” ปฏิเสธข่าวจ่อย้ายนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลั่น ยังเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ชี้ ไม่เป็นประโยชน์สำหรับใคร

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เปิดเผยที่รัฐสภา หลังเป็นประธานการประชุม สส.พรรคชาติไทยพัฒนา ครั้งที่ 18/2568 ว่า เป็นการประชุมเพื่อหารือถึงการนัดประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในวันที่ 2 ธันวาคม 2568 และจะมีประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การเลือกตั้ง เกี่ยวกับการจัดหาคณะกรรมการสรรหาเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของพรรคชาติไทยพัฒนา และการติดตามสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ดังนั้น สะท้อนให้เห็นว่าพรรคชาติไทยพัฒนาที่มี สส.ทั้ง 10 คน ยืนยันว่าพวกเรายังเหนียวแน่นและอยู่ร่วมทำงานการเมืองด้วยกัน

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวลือหลังกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยมีชื่อของ นายวราวุธ ถูกระบุว่าจะไปเป็นหัวหน้าพรรคแทนนั้น นายวราวุธ ระบุ ขอเรียนว่าต้องให้เกียรติทางพรรคเพื่อไทยด้วย และยืนยันว่าตนก็ยังเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาอยู่ ดังนั้นการที่มีข่าวเช่นนี้ออกมาไม่เป็นประโยชน์สำหรับใคร ทั้งเป็นการไม่ให้เกียรติทั้งสองฝ่าย ฉะนั้นขอปฏิเสธว่า ข่าวนี้ไม่เป็นความจริง เพราะแต่ละพรรคการเมืองต่างมีแนวทางและมีข้อบังคับพรรคที่จะต้องดำเนินการ ไม่ใช่อยู่ๆ จะเอาคนนั้น คนนี้มาเป็นหัวหน้าพรรคได้.

วราวุธ ปฏิเสธข่าว จ่อย้ายนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

จากกระแสข่าวลือเรื่องการย้ายไปนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของนายวราวุธ ศิลปอาชา ทำให้เกิดความสับสนในวงการการเมือง ล่าสุด นายวราวุธได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวอย่างชัดเจน ยืนยันว่ายังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาต่อไป และมองว่าข่าวที่ออกมานั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

วราวุธ ย้ำจุดยืน ชาติไทยพัฒนา

นายวราวุธย้ำว่า พรรคชาติไทยพัฒนายังคงเดินหน้าทำงานทางการเมืองอย่างเข้มแข็ง โดยมีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง รวมถึงการวางแผนงานและนโยบายต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศต่อไป การยืนยันครั้งนี้เป็นการสยบข่าวลือ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนายวราวุธในการนำพาพรรคชาติไทยพัฒนาไปข้างหน้า

การออกมาปฏิเสธข่าวการย้ายไปนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของนายวราวุธ ถือเป็นการแสดงความชัดเจนในบทบาทและทิศทางทางการเมืองของตนเองและพรรคชาติไทยพัฒนา ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยังคงมีความผันผวน การตัดสินใจครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของทั้งตัวนายวราวุธเอง และพรรคที่เขานำอยู่

ข่าวลือเรื่องการย้ายไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของนายวราวุธ สร้างความสนใจให้กับประชาชนและนักวิเคราะห์การเมืองเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองโดยรวม อย่างไรก็ตาม การออกมาปฏิเสธข่าวอย่างชัดเจนของนายวราวุธ ได้คลี่คลายความสงสัย และทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงสถานการณ์ที่แท้จริง

การที่นายวราวุธ ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะยังคงเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาต่อไป แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความรับผิดชอบที่เขามีต่อพรรค และความมุ่งมั่นที่จะนำพาพรรคให้เติบโตและพัฒนาต่อไปในอนาคต การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำถึงจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน และความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไป และสามารถตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลร่วมกัน ติดตามข่าวสารการเมืองอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว

ที่มา – “วราวุธ” ปฏิเสธข่าวจ่อย้ายนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังนำทัพชาติไทยพัฒนา

อิ๊งค์ แพทองธาร ลาออกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว

“อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร” ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคสามารถปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงได้อย่างอิสระ โดยเธอยืนยันว่าจะยังคงเป็นสมาชิกพรรคและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเพื่อไทยต่อไป

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 พรรคเพื่อไทยได้เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยมีเนื้อหาใจความสำคัญว่า เธอมีความตั้งใจที่จะให้การลาออกครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นการยกเครื่องพรรคเพื่อไทยครั้งใหญ่ ตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ใหม่และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

สถานการณ์ปัจจุบันของโลกมีความเปราะบาง ซับซ้อน และเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ประเทศไทยเองก็กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคการเมืองหลักจึงจำเป็นต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง กระบวนการ และแนวคิดใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถชนะการเลือกตั้งและนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้

แพทองธาร ชินวัตร ลาออกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว

“ดิฉันเชื่อมั่นว่า การเปลี่ยนแปลงพรรคเพื่อไทยต้องเริ่มต้นโดยเร็วที่สุด ดิฉันจึงเลือกการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคยกเครื่องได้อย่างอิสระ และสร้างพรรคใหม่ที่สมบูรณ์แบบ แม้ดิฉันลาออกในวันนี้ แต่ดิฉันยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และจะร่วมกับพวกเราทุกคน สร้างพรรคเพื่อไทยยุคใหม่ ที่พร้อมจะยืนเคียงข้างประชาชน และทำงานอย่างเข้มแข็งเพื่อประเทศชาติที่รักของเราทุกคน” น.ส.แพทองธารกล่าว

ทำไมแพทองธาร ชินวัตร ถึงลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย?

เหตุผลหลักของการลาออกในครั้งนี้คือ เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยสามารถยกเครื่องและปรับเปลี่ยนโครงสร้างได้อย่างอิสระ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างพรรคเพื่อไทยยุคใหม่ที่มีความเข้มแข็งและพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายในอนาคต

การลาออกของ แพทองธาร ชินวัตร นับเป็นการตัดสินใจที่สำคัญและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาพรรคเพื่อไทยให้มีความทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง แม้ว่าเธอจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแล้ว แต่เธอยังคงเป็นสมาชิกพรรคและพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของพรรคอย่างเต็มที่

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำทีมใหม่จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามดูกันต่อไป

การตัดสินใจของ คุณแพทองธาร ชินวัตร ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาพรรคเพื่อไทยให้ก้าวหน้าต่อไป แม้ว่าบทบาทของเธอจะเปลี่ยนไป แต่ความตั้งใจในการทำงานเพื่อประเทศชาติยังคงเดิม หวังว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ที่มา – “แพทองธาร ชินวัตร” ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว ยันยังเป็นสมาชิก

“แพทองธาร” หลุดหัวหน้าพรรคเพื่อไทย? ยังไม่เข้าเกณฑ์

จากกรณีที่มีคำถามเกี่ยวกับสถานะของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลังจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุด เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยระบุว่าขณะนี้ นางสาวแพทองธาร ยังไม่เข้าเกณฑ์ที่จะหลุดจากตำแหน่ง “แพทองธาร” หลุดหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือไม่นั้น ยังต้องรอการพิจารณาและชี้ขาดจากศาลฎีกาฯ และคณะกรรมการบริหารพรรค

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมานั้น ยังไม่ถือเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคโดยอัตโนมัติ เนื่องจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเป็นกรรมการบริหารพรรค และต้องเป็นสมาชิกพรรคก่อน การพ้นจากตำแหน่งนั้นมีอยู่สองกรณีหลักๆ คือ คณะกรรมการจริยธรรมพรรคมีมติให้ขับออกจากตำแหน่ง หรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาให้พ้นจากสมาชิกพรรค

อย่างไรก็ตาม นายแสวงย้ำว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นแตกต่างจากคำพิพากษาของศาลฎีกา ดังนั้น ในปัจจุบันจึงยังไม่มีเหตุผลทางกฎหมายที่เพียงพอที่จะทำให้ นางสาวแพทองธาร ต้องพ้นจากตำแหน่ง“แพทองธาร” หลุดหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

“แพทองธาร” หลุดหัวหน้าพรรคเพื่อไทย? ยังไม่เข้าเกณฑ์

นอกจากนี้ เลขาธิการ กกต. ยังกล่าวถึงประเด็นการพ้นจากกรรมการบริหารพรรคว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องพิจารณาและมีมติว่าจะให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ซึ่ง กกต. จะไม่เข้าไปก้าวก่ายในเรื่องนี้ สำหรับเรื่องสมาชิกพรรคนั้นก็เป็นไปตามผลของกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาออกมา

เมื่อถูกถามถึงบทบาทของนายทะเบียนพรรคการเมืองในการตรวจสอบข้อบังคับของพรรค นายแสวงกล่าวว่า กกต. จะดูเพียงข้อบังคับพรรค แต่กิจกรรมของพรรคการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่พรรคต้องดำเนินการเอง โดย กกต. จะตรวจสอบเพียงว่าพรรคได้ดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคหรือไม่

ปัจจัยที่ส่งผลต่อสถานะ “แพทองธาร” หลุดหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

โดยสรุปแล้ว การที่“แพทองธาร” หลุดหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่

  • มติของคณะกรรมการจริยธรรมพรรค
  • คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  • มติของคณะกรรมการบริหารพรรค

ตราบใดที่ยังไม่มีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเกิดขึ้น สถานะของ นางสาวแพทองธาร ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็จะยังคงเดิม

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่สนใจของประชาชนและสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีพัฒนาการใดๆ เกิดขึ้นอีกหรือไม่

ถึงแม้ว่าในขณะนี้ นางสาวแพทองธาร จะยังไม่เข้าข่ายที่จะหลุดจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่สถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปในแวดวงการเมืองไทยอย่างถูกต้องและรอบด้าน

ที่มา – “แพทองธาร” หลุดหัวหน้าพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ต้องให้ ศาลฎีกาฯ ชี้ขาด แต่ตอนนี้ยังไม่เข้าเกณฑ์

แพทองธาร เผยส่งข้อความยินดี “นายกฯ อนุทิน” แล้ว

“อิ๊งค์ แพทองธาร” เผย ส่งข้อความยินดี “อนุทิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ตั้งแต่วันแรก ปัดตอบหัวข้อประชุม หลังเข้าพรรคเพื่อไทย

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 8 กันยายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยทักทายสื่อมวลชน ในช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว มีอะไรฝากถึงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า “ได้ส่งข้อความไปยินดีเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่งตั้งแต่วันแรกเลย”

ทางด้านคำถามว่าวันนี้ที่เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยมีประชุมอะไรหรือไม่ โดย น.ส.แพทองธาร ไม่ได้ตอบคำถาม และขึ้นด้านบนอาคารทันที.

แพทองธาร เผยส่งข้อความยินดี “นายกฯ อนุทิน” แล้ว

จากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงประเด็นที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย โดยเธอยืนยันว่าได้ส่งข้อความแสดงความยินดีไปยังนายอนุทินตั้งแต่วันแรกที่ทราบข่าว

นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงประเด็นการประชุมภายในพรรคเพื่อไทยในวันดังกล่าว น.ส.แพทองธาร เลือกที่จะไม่ตอบคำถามและเดินทางขึ้นไปยังอาคารที่ทำการพรรคทันที ทำให้เกิดความสงสัยและข้อคำถามมากมายตามมาเกี่ยวกับวาระการประชุมและการหารือภายในพรรค

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแสดงความยินดีของแพทองธาร

การที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ออกมาเปิดเผยว่าได้ส่งข้อความแสดงความยินดีไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความเห็นต่างทางการเมืองอยู่บ้าง แต่การแสดงความยินดีนี้ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดีและความหวังที่จะได้เห็นการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

ถึงแม้ว่ารายละเอียดของข้อความที่ น.ส.แพทองธาร ส่งไปนั้นไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน แต่การแสดงความยินดีอย่างรวดเร็วทันทีที่ทราบข่าวก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความเคารพที่ น.ส.แพทองธาร มีต่อนายอนุทิน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ น.ส.แพทองธาร ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการประชุมพรรคเพื่อไทยในวันนั้น ก็ยังคงเป็นที่น่าติดตามและจับตามองต่อไปว่าจะมีประเด็นสำคัญใดที่ถูกหารือกันภายในพรรค และจะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตอย่างไร

สถานการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบันนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและความเปลี่ยนแปลง การที่พรรคการเมืองต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันและแสดงความปรารถนาดีต่อกันได้นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างเสถียรภาพและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ

โดยรวมแล้ว การที่ แพทองธาร เผยส่งข้อความยินดี “นายกฯ อนุทิน” แล้ว นั้นเป็นข่าวที่น่ายินดีและเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป

จับตาดูการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและข้อมูลที่สำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคุณ

ที่มา – “แพทองธาร” เผยส่งข้อความยินดี “นายกฯ อนุทิน” แล้วตั้งแต่วันแรก

Scroll to top