หัวหน้าพรรค

อภิสิทธิ์ ชู นโยบาย “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น”

พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดตัวนโยบายชุดใหญ่ภายใต้มอตโต้ที่ว่า “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” โดยชู 4 เสาหลักและ 27 นโยบายที่จะมาแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ

“ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” นโยบายหลักพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดตัวนโยบายหาเสียงอย่างเป็นทางการ โดยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรค นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ เข้าร่วมในการแถลงนโยบายครั้งนี้

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นโยบายของพรรคจะเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างภายใต้ 4 เสาหลัก และมีทั้งหมด 27 นโยบาย สอดคล้องกับหมายเลขประจำพรรคคือเบอร์ 27 โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนที่สะสมมานาน พรรคตั้งเป้าที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ย 5% ภายใน 4 ปี

4 เสาหลัก นำพา “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น”

เสาที่ 1 “หายจนรายได้”: เน้นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและแรงงาน โดยมีการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตรที่สำคัญ และใช้กลไก “รัฐช่วยจ่ายส่วนต่าง” ให้กับแรงงานตามค่าครองชีพในแต่ละจังหวัด นอกจากนี้ยังมีนโยบายลดค่าไฟ สนับสนุนพลังงานสะอาด ลดภาษีเงินได้ และกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้าและรถเมล์สูงสุด 30 บาทต่อเที่ยว

เสาที่ 2 “หายจนใจ”: เสริมสร้างหลักประกันชีวิตให้กับประชาชนในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เงินอุดหนุนสำหรับแม่และเด็ก เบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้า โครงการปรับปรุงบ้านผู้สูงวัย การแปลงบ้านเป็นเงินเลี้ยงชีพ การเร่งรัดบริการทำฟันผู้สูงอายุ และการเพิ่มเบี้ยคนพิการเป็นสองเท่า

เสาที่ 3 “หายจนปัญญา”: ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถออกแบบการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง สนับสนุนคูปองการศึกษา แก้ปัญหาค่าใช้จ่ายแฝงในโรงเรียนขนาดเล็ก จัดหางานเพื่อชำระหนี้ กยศ. และยกระดับทักษะทางด้านภาษาและดิจิทัล

เสาที่ 4 “หายจนตรอก”: ปฏิรูประบบราชการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย AI ให้โอกาสแก่สินค้าไทยและ SMEs ตัดกฎหมายที่ล้าสมัย ยกระดับการรับมือภัยพิบัติ แก้ไขปัญหา PM 2.5 และปราบปรามยาเสพติด

27 นโยบายหลัก สู่เป้าหมาย “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น”

พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอนโยบายย่อยอีก 27 ข้อ ซึ่งครอบคลุมหลากหลายด้าน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายหลักในการทำให้ “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” นโยบายเหล่านี้ประกอบไปด้วย:

  • ประกันรายได้เกษตรกรและแรงงาน
  • ลดค่าไฟและสนับสนุนพลังงานสะอาด
  • พัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดแห่งเอเชีย
  • ให้เงินอุดหนุนมารดาและเด็ก
  • เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการ
  • ปรับปรุงบ้านผู้สูงวัย
  • แปลงบ้านผู้สูงวัยเป็นเงินเลี้ยงชีพ
  • ทำฟันผู้สูงวัยแบบ Fasttrack
  • ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น
  • สนับสนุนคูปองการศึกษา
  • จัดหางานเพื่อชำระหนี้ กยศ.
  • พัฒนาระบบราชการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
  • เปิดเผยข้อมูลภาครัฐ
  • สนับสนุน SMEs ไทยในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
  • ตัดตอนทุนผูกขาดด้วย Super Act
  • พัฒนาระบบเตือนภัยและรับมือภัยพิบัติ
  • แก้ไขปัญหา PM 2.5
  • ปราบปรามยาเสพติด
  • รับสมัครทหารอาสา
  • พัฒนามอเตอร์เวย์และรถไฟความเร็วสูง

นโยบายเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน

นโยบาย “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ของพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศอย่างรอบด้าน อย่างไรก็ตาม การจะทำให้นโยบายเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้จริงนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ที่มา – “อภิสิทธิ์ ชู 4 เสาหลัก 27 นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ยึดมอตโต้ “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น”

แคนดิเดตนายกฯ กับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ

แคนดิเดตนายกฯ กับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ

การดีเบตครั้งแรกก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ได้เปิดโอกาสให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคต่างๆ แสดงวิสัยทัศน์ โดยเฉพาะประเด็นร้อนอย่างเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่ละคนมีมุมมองที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

ในการดีเบตที่จัดโดยไทยรัฐทีวี แคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 8 คน จาก 8 พรรคการเมือง ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน), นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย), นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์), นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล (พรรคพลังประชารัฐ), นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ), นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่), คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) และพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) ได้เข้าร่วมแสดงจุดยืนและนโยบายของพรรคตนเอง

คำถามสำคัญในการดีเบตคือเรื่องจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก

จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ของแต่ละพรรค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะรอฟังเสียงประชาชน แต่จะเดินหน้าแก้บางเรื่องแน่นอน เช่น วุฒิสภา และการทำให้องค์กรอิสระมีความเป็นกลางมากขึ้น

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เน้นย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่จะผลักดันให้เรื่องการจัดการภัยพิบัติเป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดมาในช่วงรัฐประหาร การแก้ไขจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ที่น่าสนใจคือ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประกาศชัดเจนว่า พรรคพลังประชารัฐไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะมาตราใด โดยมองว่าปัญหามาจากตัวบุคคลมากกว่า

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เห็นต่าง โดยมองว่ารัฐธรรมนูญ 60 เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร การไม่แก้ระบบการเมืองจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาว่าทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือไม่

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวว่า ไทยสร้างไทยจะไม่แก้หมวด 1 และ 2 แต่จะแก้ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของประชาชน เช่น การให้ประชาชนถอดถอนองค์กรอิสระได้

จะเห็นได้ว่า แคนดิเดตนายกฯ แต่ละคนมีมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างทางอุดมการณ์และแนวนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นโอกาสให้ประชาชนได้ตัดสินใจว่าต้องการให้ประเทศเดินหน้าไปในทิศทางใด

การแสดง จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ของแคนดิเดตนายกฯ ครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการถกเถียงในประเด็นนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อทุกภาคส่วนในสังคม

ที่มา – แคนดิเดตนายกฯ เผยจุดยืนการแก้รัฐธรรมมูญ “ธีระชัย” ย้ำชัดไม่เห็นด้วยแน่นอน

“ชัยวุฒิ” เปิดตัว “พรรครักชาติ” ขึ้นแท่นเบอร์ 1

“ชัยวุฒิ” เตรียมเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ “พรรครักชาติ” ชวนดารา อินฟลูฯ นักข่าว มาร่วมงาน พร้อมดันตัวเองเป็นหัวหน้าพรรค ขึ้นแท่นปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เตรียมแถลงเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ในชื่อ “พรรครักชาติ” ในวันที่ 10 ธันวาคม เวลา 13.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ (ลานด้านหน้า ทิม ฮอร์ตันส์) พร้อมเปิดตัวคณะกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค อาทิ นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค นายทัศนัย ทองมี ผู้ประกาศข่าว จะมาเป็นรองหัวหน้าพรรค น.ส.ชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร Miss Fabulous Thailand 2022 นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว หรือโฟล์ค ดารานักแสดง เป็นสมาชิกพรรค

นอกจากนี้ ยังมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เข้าร่วมด้วย อาทิ นัท นิสามณี บิวตี้บล็อกเกอร์ และเจ้าของเพจ “สะบัดแปรง”มาร่วมสร้างสีสัน

ทั้งนี้มีรายงานว่า นายชัยวุฒิจะนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรค และจะเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรค

“ชัยวุฒิ” เตรียมเปิดตัว “พรรครักชาติ” ขึ้นแท่นเบอร์ 1

การเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่มักได้รับความสนใจจากประชาชนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการเข้าร่วม และยิ่งเมื่อพรรคใหม่นี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการ “รักชาติ” ก็ยิ่งดึงดูดความสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก การที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตัดสินใจออกมาตั้งพรรคใหม่ และเตรียมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งวางตัวเองเป็นหัวหน้าพรรคและเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะเข้ามามีบทบาทในการเมืองอย่างเต็มตัว

อะไรคือจุดเด่นของ “พรรครักชาติ”?

แน่นอนว่าชื่อพรรคย่อมบ่งบอกถึงแนวคิดหลักของพรรค นั่นคือ “ความรักชาติ” แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ รายละเอียดของนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของพรรคจะเป็นอย่างไร พรรคจะนำเสนอแนวทางในการพัฒนาประเทศอย่างไรให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และจะสามารถสร้างความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ ได้อย่างไร การมีบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ หรือนักข่าว ย่อมช่วยสร้างความน่าสนใจและดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจการเมืองมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พรรคจะต้องสามารถนำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบายที่ชัดเจนและจับต้องได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

การที่พรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้น ย่อมเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตามอง การแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้น ย่อมเป็นผลดีต่อประชาชน เพราะจะทำให้พรรคการเมืองต่างๆ ต้องพยายามนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อดึงดูดคะแนนเสียง การที่ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ย่อมทำให้การตัดสินใจในการเลือกผู้แทนเป็นไปอย่างรอบคอบและมีข้อมูลมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว “พรรครักชาติ” จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

ถึงแม้ว่า “พรรครักชาติ” จะยังเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่ด้วยชื่อพรรคที่สื่อถึงความรักชาติ และการดึงดูดบุคคลจากหลากหลายวงการมาร่วมงาน ก็ทำให้พรรคนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จึงเป็นโอกาสที่พรรคจะได้แสดงวิสัยทัศน์และนโยบายที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน หากพรรคสามารถนำเสนอแนวทางในการพัฒนาประเทศที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และสามารถสร้างความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ ได้ “พรรครักชาติ” ก็อาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การมีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่สุดท้ายแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าพรรคใดเหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของพวกเขา อย่าลืมติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจนโยบายของแต่ละพรรค เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ

ที่มา – “ชัยวุฒิ” คิดการใหญ่ เตรียมเปิดตัวพรรคการเมือง “พรรครักชาติ” ขึ้นแท่นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1

“บิ๊กป้อม” ลุย! พปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร” สู้ศึก

พลังประชารัฐเปิดภาพ “พล.อ.ประวิตร” คุยบ้านใหญ่สระบุรี “ตระกูลอดิเรกสาร” พร้อมสมัครเป็นสมาชิก ยืนยันนำพรรค พปชร. เดินหน้า“บิ๊กป้อม” ลุยต่อ เปิดพปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร” สู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าต่อ

วันที่ 10 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมบุตรชาย นายปรพล อดิเรกสาร อดีต สส.สระบุรี 2 สมัย เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พร้อมนั่งพูดคุย โดยมี นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพปชร. นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย(พท.) และนายพิชัย เกียรติวินัยสกุล อดีต สส.ลพบุรี พรรคพท. ร่วมพูดคุย

โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ทั้งนายปองพล และนายปรพล ได้สมัครสมาชิกพรรคพปชร.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนายปรพล เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร ยืนยันนำพรรคพปชร.เดินหน้าต่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน

“บิ๊กป้อม” ลุยต่อ เปิดพปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร”

การเปิดตัวของตระกูลอดิเรกสารเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไม่น้อย หลายฝ่ายมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการเสริมทัพครั้งสำคัญของพรรค ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้าที่กำลังจะมาถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้แสดงความมั่นใจในการนำพาพรรคเดินหน้าต่อไป โดยมีเป้าหมายที่จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้าให้ได้

ตระกูลอดิเรกสาร: กลับสู่สนามการเมือง

การกลับมาของตระกูลอดิเรกสารในครั้งนี้ ถือเป็นการกลับคืนสู่สนามการเมืองอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปนาน นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายปรพล อดิเรกสาร อดีต สส.สระบุรี ได้ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ด้วยความเชื่อมั่นในแนวทางและนโยบายของพรรค ที่จะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าได้

การเข้าร่วมพรรค พปชร. ของตระกูลอดิเรกสาร ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังคู่แข่งทางการเมืองว่า พรรคพลังประชารัฐยังคงเป็นพรรคการเมืองที่น่าจับตามอง และพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อประชาชนต่อไป

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พรรคการเมืองต่างๆ ต้องปรับตัวและพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน พรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาพรรคให้มีความทันสมัย และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การตัดสินใจของ “บิ๊กป้อม” ลุยต่อ เปิดพปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร” ในครั้งนี้ ถือเป็นการเดินหมากที่สำคัญ ที่อาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในอนาคต การจับตามองความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ และการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรให้ความสนใจ

การที่ พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่าจะนำพรรค พปชร. เดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความพร้อมของพรรคในการเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง การมีบุคลากรที่มีประสบการณ์และความสามารถ อย่างตระกูลอดิเรกสาร เข้ามาร่วมทีม จะยิ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพรรคมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น การที่“บิ๊กป้อม” ลุยต่อ เปิดพปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร” จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจเเละต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – “บิ๊กป้อม” ลุยต่อ เปิดพปชร. รับ “ตระกูลอดิเรกสาร” ร่วมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

Scroll to top