หาเสียง

“แสนดี” ขึ้นรถแห่ช่วย “พ่อชัชชาติ” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หลังเรียนจบป.โท ที่อเมริกา

“แสนดี” ขึ้นรถแห่ช่วย “พ่อชัชชาติ” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หลังเรียนจบป.โท ที่อเมริกา

เป็นภาพที่สร้างความฮือฮาและรอยยิ้มให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ เมื่อหนุ่มน้อยหน้าใสอย่าง “แสนปิติ สิทธิพันธุ์” หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ “แสนดี” บุตรชายเพียงคนเดียวของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ได้กลับมาเมืองไทยหลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทจากประเทศสหรัฐอเมริกา และทันทีที่กลับมาก็ไม่รอช้า รีบมาปรากฏตัวเคียงข้างคุณพ่อบนรถแห่เพื่อช่วยหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทันที

บรรยากาศการหาเสียงสุดอบอุ่นของ “แสนดี” ขึ้นรถแห่ช่วย “พ่อชัชชาติ” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หลังเรียนจบป.โท ที่อเมริกา

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวในบทบาทผู้ช่วยหาเสียงอย่างเป็นทางการครั้งแรกของน้องแสนดี หลังจากที่หลายคนเฝ้าติดตามภาพความน่ารักและการเติบโตของเขามาโดยตลอด โดยทั้งคู่เริ่มต้นออกเดินทางด้วยรถแห่จากย่านบรรทัดทอง มุ่งหน้าสู่เขตจอมทองและเขตบางขุนเทียน เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ความสดใสของแสนดีช่วยสร้างบรรยากาศการเมืองที่ดูเข้าถึงง่ายและเป็นกันเองมากขึ้นครับ

  • ช่วงเช้า: ลุยพื้นที่เขตจอมทอง พบปะชุมชนเคหะธนบุรี 1-5
  • ช่วงบ่าย: เดินทางต่อเนื่องสู่เขตบางขุนเทียน บางบอน เซ็นทรัลพระราม 2 และตลาดพิบูลย์ 4

การที่ “แสนดี” ขึ้นรถแห่ช่วย “พ่อชัชชาติ” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หลังเรียนจบป.โท ที่อเมริกา นั้น นอกจากจะเป็นภาพลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่อบอุ่นในครอบครัวสิทธิพันธุ์แล้ว ยังสะท้อนถึงการสนับสนุนและเป้าหมายในการพัฒนาเมืองหลวงให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น หลายคนที่ได้เห็นภาพต่างก็เข้ามาให้กำลังใจและชื่นชมในความตั้งใจของทั้งคุณพ่อและคุณลูก

นอกเหนือจากเรื่องการเมือง นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีของคนรุ่นใหม่ที่กลับมาพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดหลังจากสั่งสมประสบการณ์ความรู้จากต่างแดน แฟนคลับที่อยากเห็นภาพบรรยากาศน่ารักๆ ของทั้งคู่ในการหาเสียงพื้นที่อื่นๆ สามารถติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณชัชชาติได้เลยครับ แล้วคุณล่ะครับคิดเห็นอย่างไรกับการที่ลูกหลานออกมาช่วยครอบครัวหาเสียงแบบนี้? ลองมาแชร์ความคิดเห็นกันดูนะครับ

ที่มา – “แสนดี” ขึ้นรถแห่ช่วย “พ่อชัชชาติ” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หลังเรียนจบป.โท ที่อเมริกา

ทรัมป์ลั่น “ยกเลิกซะ” หลังศิลปินแห่ถอนตัวงานฉลอง 250 ปีสหรัฐฯ

ทรัมป์ลั่น “ยกเลิกซะ” หลังศิลปินแห่ถอนตัวงานฉลอง 250 ปีสหรัฐฯ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าสื่อระดับโลก หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เรียกร้องให้มีการยกเลิกงานคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 250 ปีของสหรัฐฯ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เกรต อเมริกัน สเตต แฟร์” หลังจากศิลปินชื่อดังหลายคนพร้อมใจกันประกาศถอนตัวอย่างกะทันหัน เนื่องจากกังวลในประเด็นความเกี่ยวข้องทางการเมือง

ความขัดแย้งในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อศิลปินระดับแถวหน้าอย่าง มาร์ตินา แมกไบรด์, เดอะ คอมโมดอร์ส, ยัง เอ็มซี และ เบรต ไมเคิลส์ ได้ออกมาเรียงหน้ากันแถลงถอนตัวจากการขึ้นแสดง โดยให้เหตุผลว่าพวกเขาได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการจัดงานและไม่ต้องการให้ชื่อเสียงต้องไปพัวพันกับประเด็นขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเหตุการณ์ ทรัมป์ลั่น “ยกเลิกซะ” หลังศิลปินแห่ถอนตัวงานฉลอง 250 ปีสหรัฐฯ จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สั่นคลอนการจัดงานที่รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งใจจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

เบื้องลึกความปั่นป่วนที่เกิดจาก ทรัมป์ลั่น “ยกเลิกซะ” หลังศิลปินแห่ถอนตัวงานฉลอง 250 ปีสหรัฐฯ

หลังจากที่ศิลปินส่วนใหญ่ถอนตัวออกไป ทรัมป์ไม่ได้เลือกที่จะแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเชิญศิลปินใหม่ แต่เขากลับวิจารณ์ศิลปินกลุ่มเดิมว่า “ค่าตัวแพงเกินจริง” และ “น่าเบื่อ” พร้อมทั้งเสนอแนวคิดใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนยิ่งกว่าเดิม โดยเขาระบุว่ากำลังพิจารณาเปลี่ยนงานฉลองนี้ให้กลายเป็นการจัดชุมนุมหาเสียง “Make America Great Again (MAGA)” แทน

นี่คือสรุปสถานการณ์ปัจจุบันของงานฉลอง:

  • จากเดิมที่มีศิลปินไฮไลต์ 9 ราย แต่อาจเหลือเพียงกลุ่มศิลปินไม่กี่คนที่ยังคงคอนเฟิร์มขึ้นแสดง
  • ทรัมป์ได้สั่งการให้ทีมงานศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนธีมงานเป็นการจัด Rally ครั้งใหญ่
  • องค์กร Freedom 250 ผู้จัดการงานยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องทางการเมือง แต่ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างหนักจากสังคม

ทรัมป์ยังคงยืนกรานว่าเขามีพลังในการดึงดูดผู้คนได้มากกว่าใคร โดยอ้างว่าตนเองสามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้มากกว่า เอลวิส เพรสลีย์ ในช่วงรุ่งเรืองที่สุดเสียอีก ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประธานาธิบดีผู้นี้แสดงความมั่นใจในพลังของการจัดอีเวนต์ภายใต้ชื่อของเขาเอง

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกในสังคมอเมริกันได้เป็นอย่างดี เมื่อแม้แต่การจัดงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบปีที่ยิ่งใหญ่อย่าง 250 ปีของประเทศ ก็ยังถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเกมการเมืองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ศิลปินหลายคนเลือกที่จะรักษาภาพลักษณ์ความเป็นกลางมากกว่าการขึ้นเวทีที่อาจส่งผลลบต่อฐานแฟนคลับของตนเอง

สำหรับเหตุการณ์ ทรัมป์ลั่น “ยกเลิกซะ” หลังศิลปินแห่ถอนตัวงานฉลอง 250 ปีสหรัฐฯ ครั้งนี้ จะจบลงอย่างไรและจะมีการจัดงานชุมนุมแทนจริงหรือไม่ ต้องจับตาดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร งานนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการจัดงานเฉลิมฉลองระดับชาติในยุคที่การเมืองแบ่งขั้วอย่างรุนแรงเช่นนี้

ที่มา – ทรัมป์ลั่น “ยกเลิกซะ” หลังศิลปินแห่ถอนตัวงานฉลอง 250 ปีสหรัฐฯ

ไม่ได้โม้ “ธรรมนัส” มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด

ไม่ได้โม้ “ธรรมนัส” มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด คำพูดสุดมั่นใจจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ลงพื้นที่หาเสียงปิดท้ายก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยเฉพาะที่จังหวัดพะเยา ถิ่นกำเนิดของพรรค ซึ่งเขามั่นใจว่าจะกวาดที่นั่ง สส. ทั้ง 3 เขตแบบยกจังหวัด ไม่หวั่นคู่แข่งอย่างพรรคสีแดงและสีส้ม

ไม่ได้โม้ “ธรรมนัส” มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด เย้ยพรรคอื่นได้แค่ฝัน

ในเวทีปราศรัยที่ลานตลาดนัดคลองถม (บ้านหม้อ) อ.เชียงคำ จ.พะเยา เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้กล่าวอย่างหนักแน่นก่อนขึ้นเวทีปิดหาเสียง โดยช่วยผู้สมัคร สส.พะเยา 3 เขตของพรรคกล้าธรรม ได้แก่ นายอัครา พรหมเผ่า (เขต 1), นายอนุรัตน์ ตันบรรจง (เขต 2) และนายจีรเดช ศรีวิราช (เขต 3) เหตุผลที่เลือกปิดท้ายที่นี่เพราะเป็นถิ่นกำเนิดของพรรค ซึ่งแตกต่างจากพรรคใหญ่ที่มักเเจนโยบายไปขายในกรุงเทพฯ พรรคกล้าธรรมเน้นฐานรากจากคนท้องถิ่น

ธรรมนัส มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด จากผลงานพัฒนาจริง

ร.อ.ธรรมนัส ย้ำชัดว่า ไม่ได้โม้ “ธรรมนัส” มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด เพราะผลงานที่ผ่านมา 5-6 ปี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบก ทางอากาศ และทางราง ทำให้พะเยาเปลี่ยนแปลงไปมาก ประชาชนรู้ดีว่านักการเมืองคนไหนทำอะไรให้จริง ไม่ต้องพูดมาก แค่ให้พรรคอื่นดูผลงานตัวเองก็พอ เมื่อถามถึงคู่แข่งอย่างพรรคสีแดงและสีส้มที่บุกหาเสียง เขาเย้ยว่าพรรคอื่นได้แค่ฝัน เด็กใหม่ที่เพิ่งมาไม่มีน้ำหนัก พะเยามีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 5 แสนคน แม้เสียคะแนนไป 1-2 หมื่นก็ไม่ใช่ปัญหา

ไม่ได้โม้ ธรรมนัส มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังเปิดเผยโพลภายในพรรคกล้าธรรม คาดการณ์ได้ สส. ทั่วประเทศราว 60 ที่นั่ง จากการปราศรัยกว่า 20 จังหวัด โพลภายนอกให้ 40-50 ที่นั่ง แต่เขาปักธงสีเขียวได้แน่ โดยเฉพาะพะเยาที่เป็นฐานเสียงหลัก

ผลงานพรรคกล้าธรรมในพะเยา: พัฒนาทุกมิติ

พรรคกล้าธรรมเน้นนโยบายจากฐานราก โดยเฉพาะการพัฒนาพะเยา เช่น

  • โครงสร้างพื้นฐานทางบก: ถนนหนทางเชื่อมโยงทุกอำเภอ สะดวกสบายยิ่งขึ้น
  • ทางอากาศ: สนับสนุนโครงการ فرودگاهพะเยา เพื่อเชื่อมต่อกับภาคเหนือ
  • ทางราง: วางแผนรถไฟฟ้าความเร็วสูง สร้างโอกาสเศรษฐกิจ
  • โครงการช่วยเหลือเกษตรกร ส่งเสริม OTOP พื้นเมือง

ผลงานเหล่านี้ทำให้ประชาชนพะเยามั่นใจในพรรคกล้าธรรม มากกว่าพรรคใหญ่ที่แค่มาเเจ promises แต่ไม่ทำจริง

ธรรมนัส หาเสียงพะเยา กวาดยกจังหวัด

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคกล้าธรรมตั้งเป้าปักธงทั่วประเทศ โดยพะเยาเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ หากกวาดได้ทั้ง 3 เขต จะเป็นสัญญาณบวกให้พรรคเติบโตต่อไป

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ คำพูดของ ร.อ.ธรรมนัส แสดงถึงความมั่นใจจากฐานเสียงที่เหนียวแน่น แต่การเมืองไทยยังมี变量 จากคะแนนแบ่งสัน แนะนำให้ติดตามผลเลือกตั้งจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะกวาดพะเยาได้จริงไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – ไม่ได้โม้ “ธรรมนัส” มั่นใจกวาดพะเยายกจังหวัด เย้ยพรรคอื่นได้แค่ฝัน

“อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. คือทางรอดที่ปลอดภัย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวไทยทุกคน ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งใหญ่ “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. คือทางรอดที่ปลอดภัย สำหรับประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ลงพื้นที่หาเสียงอย่างคึกคักในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเขตบางขุนเทียน-จอมทอง เมินคู่แข่งที่โจมตีฐานเสียงภาคใต้ และจี้ให้ กกต. เข้มงวดเรื่องซื้อเสียงมากขึ้น วันนี้เรามาไล่เรียงเหตุการณ์และสาระสำคัญกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ

“อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. คือทางรอดที่ปลอดภัย

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาธิปัตย์จัดหนักโค้งสุดท้าย ลุยหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นำทีมโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ร่วมกับนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าดูแล กทม. และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษา สนับสนุนนายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล ผู้สมัคร ส.ส. เขต 26 เบอร์ 6 ที่ตลาดหมู่บ้านสินทวี

บรรยากาศสุดคึกคักตั้งแต่เช้า ประชาชนแฟนคลับแน่นตลาด ยาวกว่า 400 เมตร มีทั้งถ่ายรูป มอบดอกไม้ เชียร์กันสนั่น โดยเฉพาะแฟนคลับพันธุ์แท้ที่เดินทางไกลมาอวยพรให้ปชป.ชนะเลือกตั้ง แถมเอาน้ำเย็นบริการทีมงาน หนึ่งในแฟนคลับเล่าว่า “ทั้งครอบครัวเลือกปชป.มานาน ชอบหัวหน้าพรรค ลูกชายกลับจากต่างประเทศมาโหวตด้วย” ตื้นตันใจจริงๆ ครับ

นายอภิสิทธิ์และทีมเดินทักทายประชาชนแบบใกล้ชิด รับฟังปัญหา ย้ำการเมืองสุจริต ก่อนลุยต่อ Non-stop ตลอดวัน ปิดท้ายปราศรัยใหญ่เย็นนี้ที่ One Bangkok

เมินคู่แข่งโจมตีพื้นที่ใต้

ที่ตลาดกลางหมู่บ้านศรีเพชร นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงสถานการณ์โค้งสุดท้าย “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. คือทางรอดที่ปลอดภัย ไม่หวั่นคู่แข่งโจมตีหนักในภาคใต้ เพราะชาวใต้เข้าใจดี แยกแยะเจตนาการเมืองได้ พรรคยังโฟกัสสื่อสารผลงานและความตั้งใจจริง

จี้ กกต. เข้มงวดปมซื้อเสียง

นายอภิสิทธิ์กังวลกระแสขนเงินซื้อเสียงในหลายพื้นที่ พรรคได้รับรายงาน แต่ กกต. ยังนิ่งเฉย “อยากเห็น กกต. ทำงานเชิงรุก ประชาชนสะท้อนปัญหานี้ตลอด แต่ยังไม่มีมาตรการชัดเจน” เขากล่าว

สำหรับวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี่ไม่ใช่แค่เลือกตั้งธรรมดา แต่เป็นจุดเปลี่ยนประเทศ ท่ามกลางคอร์รัปชัน ความจน เหลื่อมล้ำ ความขัดแย้งจากสองขั้วอำนาจ ปชป.เสนอตัวเป็นทางรอดที่ปลอดภัยใน 5 มิติหลัก:

  • ปลอดภัยจากการโกง: การเมืองสุจริต สู้คอร์รัปชันเต็มที่
  • ปลอดภัยจากความจน: แก้ปากท้องยั่งยืน สร้างเศรษฐกิจแข็งแกร่ง
  • ปลอดภัยจากความเหลื่อมล้ำ: ลดช่องว่างรวยจนให้เท่าเทียม
  • ปลอดภัยจากความขัดแย้ง: ก้าวข้ามการเมืองทำลายล้าง สร้างสรรค์
  • ปลอดภัยจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก: เตรียมพร้อมรับมือความท้าทายภายนอก

“ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลือกตั้ง แต่ประเทศอยู่ในภาวะอันตราย คอร์รัปชัน เศรษฐกิจอ่อนแอ เหลื่อมล้ำ ขัดแย้ง สูญเสียความเชื่อมั่น ปชป.คือทางรอดที่ปลอดภัย ไม่รื้อ ไม่ทำลาย” นายอภิสิทธิ์ทิ้งท้าย เชิญร่วมปราศรัยใหญ่ 17.00 น. ที่ One Bangkok

เห็นภาพการเมืองไทยช่วงนี้แล้ว รู้สึกว่าประชาชนต้องเลือกทางที่มั่นคงจริงๆ นะครับ “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. คือทางรอดที่ปลอดภัย ช่วยให้ประเทศหลุดพ้นวิกฤตได้ ลองคิดดูดีๆ ก่อนกดคะแนน หากเห็นด้วยกับนโยบายปชป. แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และเตรียมไปโหวตกันเยอะๆ เลย!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. คือทางรอดที่ปลอดภัย เมินคู่แข่งโจมตีพื้นที่ใต้ จี้ กกต. เข้มงวดปมซื้อเสียง

เพื่อไทย ยื่น กกต. สอบคลิปเสียงกาญจนบุรี ชี้เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง

เพื่อไทย ยื่น กกต. สอบคลิปเสียงกาญจนบุรี ชี้เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายกำลังหาเสียงอย่างเข้มข้น วันนี้เราจะมาวิเคราะห์รายละเอียดเหตุการณ์นี้ให้เข้าใจชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพรวมและความสำคัญต่อการเลือกตั้งที่โปร่งใส

เพื่อไทย ยื่น กกต. สอบคลิปเสียงกาญจนบุรี ชี้เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นร้องเรียนอย่างเป็นทางการ กรณีคลิปเสียงที่แพร่กระจายในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งถูกมองว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยคลิปดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อการหาเสียงของผู้สมัครพรรคเพื่อไทยในพื้นที่

นายนรวิชญ์ ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากพรรคเพื่อไทย ระบุว่าคลิปเสียงนี้มีน้ำหนักเพียงพอที่จะให้ กกต. สืบสวนสอบสวน เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน ทั้งตัวคลิปต้นฉบับและคำยืนยันจากบุคคลที่ปรากฏในคลิป ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเสียงจริง ไม่ใช่ AI สร้างขึ้นอย่างที่ผู้ถูกกล่าวหาพยายามโต้แย้ง

ประเด็นร้องเรียนหลัก 3 ข้อในกรณีเพื่อไทย ยื่น กกต. สอบคลิปเสียงกาญจนบุรี

  • ข้อ 1: การใช้ถ้อยคำจูงใจให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยและผู้สมัคร โดยเฉพาะการกล่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นได้แค่ฝ่ายค้านเท่านั้น ไม่ได้รับการสนับสนุน
  • ข้อ 2: สัญญาว่าจะให้ตำแหน่งต่างๆ เพื่อแลกกับคะแนนเสียง ซึ่งเป็นการซื้อเสียงโดยอ้อม
  • ข้อ 3: ผู้พูดใช้อำนาจในฐานะข้าราชการหรือรัฐมนตรีในการแทรกแซงการเลือกตั้ง โดยเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย

ทั้ง 3 ประเด็นนี้ หาก กกต. พบว่าผิดจริง ผู้กระทำผิดอาจถูกโทษจำคุก 1-10 ปี และตัดสิทธิ์ทางการเมืองนาน 20 ปี ซึ่งถือเป็นโทษหนักที่แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของกฎหมายเลือกตั้ง

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องคลิปเสียงธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาการเลือกตั้งล่วงหน้าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อโจมตีคู่แข่งทางการเมือง พรรคเพื่อไทยจึงฝากถึง กกต. ให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และปราศจากการแทรกแซง

นอกจากนี้ คลิปเสียงยังกระทบโดยตรงต่อผู้สมัครพรรคเพื่อไทยในกาญจนบุรี ที่กำลังหาเสียงอย่างหนัก เพราะมีการพูดถึงชื่อผู้สมัครโดยตรงและชักชวนให้ไปสนับสนุนพรรคอื่น ซึ่งถือเป็นการหาเสียงเชิงลบที่ผิดกฎหมาย ในยุคที่เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้โต้แย้ง แต่หลักฐานจากพยานบุคคลทำให้กรณีนี้หนักแน่นยิ่งขึ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย การที่พรรคเพื่อไทยกล้าดำเนินการร้องเรียน แสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความสะอาดของกระบวนการเลือกตั้ง หาก กกต. ดำเนินการรวดเร็ว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มาก

ในมุมมองของเรา การตรวจสอบคลิปเสียงกาญจนบุรีนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของ กกต. ในการรักษาความเป็นกลาง หากปล่อยผ่าน อาจนำไปสู่การทุจริตเลือกตั้งที่รุนแรงขึ้น คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – เพื่อไทย ยื่น กกต. สอบคลิปเสียงกาญจนบุรี ชี้เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง

สลด! “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิต

ข่าวเศร้าสะเทือนวงการการเมืองโคลอมเบีย! มิเกล อูริเบ สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว อย่างน่าสลดใจ หลังจากถูกยิงขณะหาเสียงเมื่อสองเดือนก่อน

สลด! “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมิเกล อูริเบ สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 หลังจากที่เขาถูกมือปืนวัยเพียง 15 ปี ยิงขณะปราศรัยหาเสียงในกรุงโบโกตา เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายอูริเบได้รับบาดเจ็บสาหัสและเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายก็ไม่อาจรอดชีวิต

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่นายอูริเบกำลังกล่าวปราศรัยหาเสียงต่อหน้าผู้สนับสนุนในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายอูริเบจำนวน 3 นัด โดย 2 นัดเข้าที่ศีรษะ และอีก 1 นัดเข้าที่ขา ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ทันทีหลังเกิดเหตุ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ

นางมาเรีย คลอเดีย ตาราโซนา ภรรยาของนายอูริเบ ได้ออกมาแถลงยืนยันการเสียชีวิตของสามี พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณเขาที่มอบความรักและเป็นพ่อที่ดีที่สุดให้กับลูกๆ ของพวกเขา การจากไปของนายอูริเบสร้างความเสียใจให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และผู้สนับสนุนเป็นอย่างมาก

ย้อนรอยเหตุการณ์ก่อน “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิต

ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลซานตา เฟ คลินิก ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับอาการของนายอูริเบว่า มีอาการเลือดออกในระบบประสาทส่วนกลาง และต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติม หลังจากที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมาแล้วหลายครั้ง ภรรยาของนายอูริเบได้ขอให้ประชาชนร่วมกันภาวนาให้สามีของเธอ ซึ่งทำให้มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวกันเพื่อวางดอกไม้และแสดงการสนับสนุน

นายอูริเบเป็นนักการเมืองฝ่ายขวาที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร อย่างตรงไปตรงมา เขาดำรงตำแหน่ง สว.มาตั้งแต่ปี 2565 และได้ประกาศตัวลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโคลอมเบียที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนตุลาคมปีหน้า การเสียชีวิตของเขาถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการการเมืองโคลอมเบีย

นายอูริเบมาจากครอบครัวนักการเมืองที่มีชื่อเสียงในโคลอมเบีย เขามีความเชื่อมโยงกับพรรคเสรีนิยม โดยพ่อของเขาเป็นผู้นำสหภาพและนักธุรกิจ ส่วนแม่ของเขาเป็นนักข่าว ซึ่งถูกสังหารในปี 2531 หลังจากถูกแก๊งค้ายาเสพติดลักพาตัวไป

  • ประวัติโดยสังเขป: มิเกล อูริเบ
  • ดำรงตำแหน่ง สว. ตั้งแต่ปี 2565
  • เป็นตัวเก็งผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
  • มาจากครอบครัวนักการเมืองชื่อดัง
  • ถูกยิงขณะหาเสียงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

การจากไปของ มิเกล อูริเบ สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรสำคัญทางการเมือง และสร้างความโศกเศร้าให้กับประชาชนชาวโคลอมเบียเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรุนแรงทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ในบางประเทศ และความสำคัญของการสร้างสังคมที่เคารพสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก

ที่มา – สลด “มิเกล อูริเบ” สว.โคลอมเบีย เสียชีวิตแล้ว 2 เดือนหลังถูกยิงขณะหาเสียง

Scroll to top