หิมะตกหนัก

เมืองอเบอร์ดีนได้รับแสงแดดแล้ว ครั้งแรกในรอบ 21 วัน

เมืองอเบอร์ดีนได้รับแสงแดดแล้ว ครั้งแรกในรอบ 21 วัน สร้างความดีใจให้ชาวเมืองในสกอตแลนด์เป็นอย่างมาก หลังจากที่ต้องทนกับเมฆหนาทึบปกคลุมนานแสนนาน ทำลายสถิติไร้แดดยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การบันทึกของเมืองนี้

เมืองอเบอร์ดีนได้รับแสงแดดแล้ว ครั้งแรกในรอบ 21 วัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ก.พ. 2569 เมืองอเบอร์ดีนในสกอตแลนด์ ได้รับแสงแดดเป็นครั้งแรกในรอบ 21 วันเต็ม หลังจากที่ผ่านมาเมืองแห่งนี้ถูกเมฆหนาทึบปกคลุมอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นช่วงเวลาไร้แสงแดดที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่กรมอุตุนิยมวิทยาเริ่มบันทึกข้อมูลตั้งแต่ปี 2500 เป็นต้นมา แสงแดดส่องลงมายังเมืองครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ม.ค. และในที่สุดผู้อยู่อาศัยก็ได้ยลโฉมดวงอาทิตย์ในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันนั้น

กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่ามีการบันทึกแสงแดดอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 30 นาที ในพื้นที่เมืองไดซ์ ชานเมืองอเบอร์ดีน จนถึงเวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม กรมอุตุฯ ยังประกาศเตือนภัยหิมะและน้ำแข็งระดับ “สีเหลือง” ทั่วสกอตแลนด์ในช่วงข้ามคืนวันเดียวกันด้วย

ความรู้สึกของชาวเมืองอเบอร์ดีน

เคท ฟินเลย์ วัย 21 ปี ชาวเมืองอเบอร์ดีน เล่าถึงความรู้สึกของเธอว่า “บอกตามตรงว่ามันแปลกมาก สิ่งแรกที่ฉันทำตอนออกมาจากอพาร์ตเมนต์คือส่งข้อความหาเพื่อนว่า ‘พวกเธอ แดดออกแล้ว’ มันแปลกจริงๆ ค่ะ ฉันเปิดม่านออกมาแล้วก็คิดว่า ‘โอ้ รู้สึกสว่างกว่าเดิม’ แล้วพอออกไปข้างนอกก็เห็นท้องฟ้าสีฟ้า บอกตรงๆ ว่าฉันตกใจมาก”

เธอยังเสริมว่า “มันค่อนข้างยากลำบากจริงๆ ค่ะ การที่ต้องติดอยู่ในบ้านเพราะอากาศชื้นแฉะ เราไม่อยากเดินไปไหนหรือทำอะไรมากนัก มันค่อนข้างน่าหดหู่ค่ะ ดีใจมาก ๆ ที่ในที่สุดแดดก็กลับมา”

สภาพอากาศรุนแรงในสกอตแลนด์ช่วงต้นปี

พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสกอตแลนด์เผชิญหิมะตกหนักในช่วง 10 วันแรกของปี 2569 ตั้งแต่นั้นมา ฝนก็ตกลงมาแทบไม่หยุดเลย โดยมีปริมาณฝนตกในเมืองอะบอยน์ (Aboyne) ในแคว้นอะเบอร์ดีนเชียร์ (Aberdeenshire) มากกว่า 277 มม. ในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนประมาณ 4 เท่า

  • เมฆปกคลุมต่อเนื่อง 21 วัน
  • ทำลายสถิติตั้งแต่ปี 2500
  • ฝนตกหนักเกิน 4 เท่าของค่าเฉลี่ย
  • หิมะและน้ำแข็งเตือนภัยสีเหลือง

สาเหตุทางวิทยาศาสตร์ของปรากฏการณ์นี้

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลจาก “ระบบสภาพอากาศปิดกั้น” (Blocked weather pattern) คือสภาวะที่ระบบความกดอากาศสูงหรือต่ำขนาดใหญ่หยุดนิ่งอยู่กับที่เหนือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นเวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ส่งผลให้ระบบสภาพอากาศอื่นๆ เคลื่อนตัวผ่านไม่ได้และต้องอ้อมไปรอบๆ ทำให้พื้นที่นั้นเผชิญกับสภาพอากาศเดิมๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น เมฆฝนและความชื้นสูงแบบไม่หยุดยั้ง

ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในสกอตแลนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศแปรปรวน แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ชาวเมืองหลายคนบอกว่ามันส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ทำให้รู้สึกหดหู่และขาดพลังงานจากแสงแดดที่ขาดหายไปนาน

สำหรับผู้ที่สนใจสภาพอากาศในยุโรป การติดตามแนวโน้ม climate change ก็มีส่วนทำให้เกิด blocked weather pattern บ่อยขึ้น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม ภัยแล้ง หรือฝนตกหนักแบบสุดขั้วได้ง่ายกว่าเดิม

สุดท้ายนี้ แสงแดดที่กลับมาอาจเป็นสัญญาณดี แต่ชาวอเบอร์ดีนควรเตรียมตัวรับมือสภาพอากาศที่ยังผันผวนต่อไป ลองเช็คพยากรณ์อากาศทุกวันและเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อมนะครับ

ที่มา – เมืองอเบอร์ดีนได้รับแสงแดดแล้ว ครั้งแรกในรอบ 21 วัน

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น กระทบผู้มาใช้สิทธิ

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดระทึกที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นกันค่ะ หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น ทำให้หลายจังหวัดต้องเผชิญกับหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ สร้างความกังวลใจให้กับทุกคนว่าอาจกระทบต่อจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้นะคะ พายุหิมะครั้งใหญ่นี้ปกคลุมพื้นที่กว้างขวางทั่วประเทศ โดยเฉพาะชายฝั่งตั้งแต่ภาคเหนือยันภาคตะวันตก

หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น: สภาพอากาศรุนแรงสุดขีด

กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นออกมาแจ้งว่า หน่วยเลือกตั้งประมาณ 40% ทั่วประเทศอาจต้องปิดบริการเร็วกว่ากำหนด เพราะสภาพอากาศเลวร้ายและเสี่ยงต่อความปลอดภัยของทุกคน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยังได้ออกประกาศเตือนหิมะตกหนักระดับรุนแรงในหลายจังหวัด เช่น ทตโตริ ฟุกุอิ และเกียวโต เนื่องจากระบบความกดอากาศฤดูหนาวที่แรงมากพัดเข้ามาปกคลุม

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากหิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น

  • ภูมิภาคคิงกิฝั่งตะวันตก: คาดว่าหิมะจะตกสะสมสูงถึง 70 เซนติเมตรใน 24 ชั่วโมง
  • ภูมิภาคคันโตตอนกลางรวมกรุงโตเกียว: หิมะตกต่อเนื่องตั้งแต่วันเสาร์ สะสมราว 5 เซนติเมตรปกคลุมทั่วเมือง
  • ภาคเหนือ: หิมะตกหนักหลายสัปดาห์ ถนนหลายสายปิด การคมนาคมหยุดชะงัก มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับหิมะหลายสิบราย

แม้สภาพอากาศจะโหดร้ายขนาดนี้ แต่ก็ยังมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลายคนที่ฝ่าหิมะออกมาใช้สิทธิอย่างมุ่งมั่น นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ญี่ปุ่นจัดเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ท่ามกลางหิมะตกหนักแบบนี้

หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น หลายจังหวัดเผชิญหิมะหนัก

อัตราการมาใช้สิทธิและผลโพลเลือกตั้ง

ณ เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น อัตราการมาใช้สิทธิอยู่ที่ 16.05% ลดลง 3.07 จุดจากครั้งก่อนในปี 2024 แต่ผลสำรวจความเห็นชี้ว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของนายทาคาอิจิ มีแนวโน้มได้ที่นั่งเกิน 233 ที่นั่งในสภาล่าง 465 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากสบายๆ บางโพลบอกว่าอาจได้ถึง 310 ที่นั่ง ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล จะมีเสียงเกินสองในสาม ซึ่งเป็นผลดีที่สุดตั้งแต่ยุคชินโซ อาเบะ

ถึงแม้คะแนนนิยมจะสูง แต่ทาคาอิจิยังต้องเจอคำถามเรื่องวินัยการคลัง หลังปล่อยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสู้เงินเฟ้อ และสัญญาจะระงับภาษีบริโภคสำหรับอาหาร ปัจจุบันญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะเกินสองเท่าของ GDP อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงสุด และเยนผันผวนหนัก

บทเรียนจากหิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น

เหตุการณ์ หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น ครั้งนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความท้าทายจากธรรมชาติ แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของประชาชนญี่ปุ่นที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคเพื่อสิทธิทางการเมือง ในขณะที่โลกกำลังเผชิญ climate change มากขึ้น สภาพอากาศ极端แบบนี้จะเกิดบ่อยแค่ไหน และจะกระทบประชาธิปไตยอย่างไร เป็นคำถามที่เราทุกคนควรคิด

สำหรับแฟนข่าวต่างประเทศอย่างเราๆ สามารถติดตามพัฒนาการผลเลือกตั้งญี่ปุ่นได้ที่นี่เลยนะคะ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้ถึงเหตุการณ์สุดดราม่าครั้งนี้!

ที่มา – หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น หลายจังหวัดเผชิญหิมะหนักเป็นประวัติการณ์ หวั่นกระทบผู้มาใช้สิทธิ

สหรัฐฯ อ่วม! **ดับแล้ว 20 ศพ พายุฤดูหนาวถล่ม**

สถานการณ์ในสหรัฐอเมริกาตอนนี้เรียกได้ว่าวิกฤตหนัก! พายุฤดูหนาวที่พัดกระหน่ำกว่าครึ่งประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน่าเศร้าถึง 20 ศพ ไม่เพียงเท่านั้น เที่ยวบินต่างๆ ยังถูกยกเลิกไปแล้วนับพันถึงหมื่นเที่ยวต่อวัน สร้างความปั่นป่วนให้กับการเดินทางอย่างมาก และที่สำคัญ ประชาชนอีกหลายแสนรายยังคงต้องเผชิญกับปัญหาไฟฟ้าดับ

**ดับแล้ว 20 ศพ พายุฤดูหนาวถล่ม** สหรัฐฯ วิกฤตหนัก!

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ความรุนแรงของพายุฤดูหนาวที่พัดถล่มสหรัฐฯ ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสายการบินต่างๆ ที่จำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก และยังทำให้เที่ยวบินอื่นๆ ล่าช้าอีกเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (26 มกราคม 2569) โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ฝนเยือกแข็งและหิมะตกหนัก ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก และโครงข่ายคมนาคมแทบจะเป็นอัมพาต

จากข้อมูลของ FlightAware พบว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันจันทร์ มีเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกไปแล้วประมาณ 5,300 เที่ยว และมีเที่ยวบินดีเลย์อีกกว่า 4,300 เที่ยว ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ ก็มีการยกเลิกเที่ยวบินไปแล้วมากกว่า 11,000 เที่ยว ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดต่อวัน นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ด้านการบิน Cirium

สถานการณ์ไฟฟ้าดับก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ ข้อมูลจากเว็บไซต์ PowerOutage.us ระบุว่า ในวันจันทร์ ยังมีประชาชนกว่า 800,000 รายที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาไฟฟ้าดับในหลายรัฐ ตั้งแต่รัฐเทนเนสซีไปจนถึงกลุ่มรัฐแคโรไลนา โดยรัฐเทนเนสซีเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุฤดูหนาวเพิ่มสูงขึ้น

น่าเศร้าที่พายุฤดูหนาวครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนในสหรัฐฯ ไปแล้วอย่างน้อย 20 ศพ ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีรายงานผู้เสียชีวิต 8 รายในรัฐนิวยอร์กนับตั้งแต่วันศุกร์ และยังมีรายงานผู้เสียชีวิตในรัฐอื่นๆ อีก เช่น เทนเนสซี, ลุยเซียนา, แมสซาชูเซตส์, แคนซัส และเพนซิลเวเนีย นอกจากนี้ ตำรวจในรัฐเท็กซัสยังระบุว่า มีเด็กสาววัย 16 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะเล่นเลื่อนหิมะอีกด้วย

สำนักงานบริการสภาพอากาศ (NWS) ของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า ความกดอากาศต่ำทางตอนใต้ของนิวอิงแลนด์จะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกในวันจันทร์ ซึ่งจะทำให้มีหิมะตกหนักในบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเกิดฝนเยือกแข็งในพื้นที่ส่วนต่างๆ ของภูมิภาคมิด-แอตแลนติก

NWS ยังเตือนด้วยว่า มีความเป็นไปได้เพิ่มมากขึ้นที่จะเกิดพายุฤดูหนาวรุนแรงอีกลูก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางตะวันออกของสหรัฐอเมริกาในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ และย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะทราบรายละเอียดที่แน่ชัด แต่จะคอยแจ้งข้อมูลอัปเดตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์

ผู้เชี่ยวชาญจาก AccuWeather ประเมินว่า พายุฤดูหนาวที่พัดถล่มรัฐต่างๆ กว่า 24 รัฐในครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างความเสียหายเบื้องต้นและความสูญเสียทางเศรษฐกิจอยู่ที่ระหว่าง 1.05 แสนล้านดอลลาร์ ถึง 1.15 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เหตุไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ในลอสแอนเจลิส

สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) แจ้งเตือนว่า ข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ ทั้งหิมะ ฝนเยือกแข็ง และทัศนวิสัยต่ำ กำลังส่งผลกระทบต่อศูนย์กลางการบินหลักๆ เช่น บอสตัน และน่านฟ้าในบริเวณพื้นที่นิวยอร์ก

เว็บไซต์จองโรงแรมออนไลน์ HotelPlanner รายงานว่า อัตราการยกเลิกการจองโรงแรมทั้งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาพุ่งสูงขึ้นถึง 36% ในช่วงก่อนหน้าและระหว่างที่พายุเฟิร์น (Fern) พัดถล่ม

พายุลูกนี้ยังส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าด้วยเช่นกัน บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการส่งพัสดุอย่าง UPS ระบุว่าสภาพอากาศที่รุนแรงอาจทำให้บริการในบางพื้นที่หยุดชะงัก พร้อมเตือนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเพิ่มเติมต่อเครือข่ายการขนส่งทางอากาศ รวมถึงที่ศูนย์กระจายสินค้าหลักในเมืองลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี

จากสถานการณ์ดับแล้ว 20 ศพ พายุฤดูหนาวถล่ม สหรัฐครั้งนี้ เป็นสัญญาณเตือนถึงผลกระทบรุนแรงจากสภาพอากาศแปรปรวน การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – ดับแล้ว 20 ศพ พายุฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ ไฟยังดับกระทบคนเฉียดล้าน

Scroll to top