องค์การอนามัยโลก

ผู้โดยสารกลุ่มแรก อพยพจากเรือสำราญไวรัสแล้ว หลังเทียบท่าที่เตเนริเฟ

ผู้โดยสารกลุ่มแรก อพยพจากเรือสำราญไวรัสแล้ว หลังเทียบท่าที่เตเนริเฟ เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ MS Hondius ที่ทำให้เกิดความตื่นตัวไปทั่วโลก

ผู้โดยสารกลุ่มแรก อพยพจากเรือสำราญไวรัสแล้ว หลังเทียบท่าที่เตเนริเฟ

ตามรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เรือสำราญ MS Hondius ซึ่งกำลังเผชิญกับการระบาดของไวรัสฮันตา ได้เทียบท่าที่เกาะเตเนริเฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารีในสเปน ผู้โดยสารชาวสเปนจำนวน 14 คน ได้รับการอพยพออกจากเรือเป็นกลุ่มแรก และโดยสารเครื่องบินเช่าเหมาลำกลับสู่กรุงมาดริดทันที

ก่อนขึ้นเครื่องบิน เจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้โดยสารสวมชุดป้องกันสารอันตรายสีขาวทับเสื้อผ้าปกติ และมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนลานจอดเครื่องบินเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ปัจจุบัน ผู้โดยสารทั้ง 14 คนกำลังเข้าสู่กระบวนการกักตัวภาคบังคับที่โรงพยาบาลทหารในกรุงมาดริด เพื่อเฝ้าระวังอาการ

ขั้นตอนการอพยพผู้โดยสารตามสัญชาติ

การอพยพดำเนินการแยกตามสัญชาติอย่างเคร่งครัด หลังจากกลุ่มชาวสเปนแล้ว กลุ่มชาวฝรั่งเศสจะเป็นกลุ่มถัดไป คาดว่าผู้โดยสารชาวดัตช์ กรีซ เยอรมัน และลูกเรือบางส่วนจะถูกส่งกลับโดยเครื่องบินของเนเธอร์แลนด์

  • เที่ยวบินไปสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา เตรียมพร้อมตามลำดับ
  • เที่ยวบินสุดท้ายไปออสเตรเลีย คาดออกในวันจันทร์

นางโมนิกา การ์เซีย รัฐมนตรีสาธารณสุขสเปน ยืนยันว่าปฏิบัติการดำเนินไปอย่างปกติ และผู้โดยสารทุกคนบนเรือยังไม่แสดงอาการป่วย

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารทุกคนต้องกักตัวหลังอพยพ เนื่องจากไวรัสฮันตามีระยะฟักตัวนานถึง 9 สัปดาห์ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำกักตัว 42 วันนับจากสัมผัสเชื้อครั้งสุดท้าย

สถานการณ์บนเรือ MS Hondius และไวรัสฮันตา

เรือ MS Hondius เทียบท่าที่ท่าเรือกรานาดิยาในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ ซึ่งครบหนึ่งเดือนพอดีหลังผู้โดยสารรายแรกเสียชีวิต เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น มีเรือตำรวจทหารลาดตระเวนรอบๆ และทีมแพทย์ขึ้นเรือตรวจทุกคน

ไวรัสฮันตาสายพันธุ์ Andes เป็นสายพันธุ์ที่ติดต่อจากคนสู่คนได้ แม้พบได้ยาก แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังต่ำ

นอกจากนี้ การจัดการวิกฤตครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันการแพร่ระบาด โดยมีกำลังพลจำนวนมากทั้งบนบกและบนเรือ เพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 100 คน

ไวรัสฮันตาเป็นไวรัสที่มักติดต่อผ่านการสัมผัสกับหนูหรือของปนเปื้อนอุจจาระหนู แต่สายพันธุ์ Andes สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด แต่รุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลว

ในสถานการณ์เช่นนี้ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบนเรือสำราญที่เป็นพื้นที่ปิด

ข่าวนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการตอบสนองรวดเร็วต่อวิกฤตสุขภาพ สะท้อนถึงบทเรียนจากโควิด-19 ที่โลกเรียนรู้มาว่าการกักตัวและตรวจคัดกรองคือกุญแจสำคัญ

หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม แนะนำให้ติดตาม ข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

ที่มา – ผู้โดยสารกลุ่มแรก อพยพจากเรือสำราญไวรัสแล้ว หลังเทียบท่าที่เตเนริเฟ

หมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่คนละสายพันธุ์ ย้ำความเสี่ยงต่ำ

หมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่คนละสายพันธุ์ ย้ำความเสี่ยงต่ำมากสำหรับคนไทย ไม่ต้องตื่นตระหนก! ในช่วงที่ข่าวไวรัสฮันตากำลังเป็นกระแส โดยเฉพาะสายพันธุ์ Andes ที่ระบาดในอาร์เจนติน่าทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย หลายคนเริ่มกังวลว่าประเทศไทยจะเสี่ยงหรือไม่ วันนี้เรามีข้อมูลจากศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาอธิบายให้ฟังแบบชัดเจน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและคลายความกังวลกันครับ

หมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่คนละสายพันธุ์ ย้ำความเสี่ยงต่ำ

วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 หมอยงได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ “โรคไวรัสฮันตา (Hantavirus) น่ากลัวไหมสำหรับประเทศไทย” โดยย้ำว่าหมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่เป็นคนละสายพันธุ์กับที่กำลังระบาดในต่างประเทศ ทำให้ความเสี่ยงต่ำมาก ไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกกังวลอะไร

ไวรัสฮันตาคืออะไร? ทำความรู้จักเบื้องต้น

ไวรัสฮันตา หรือ Hantavirus เป็นไวรัสกลุ่ม RNA virus ในวงศ์ Hantaviridae มีแหล่งรังโรคหลักคือหนูและสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูพุก ชื่อ “ฮันตา” มาจากแม่น้ำฮันตันในเกาหลีใต้ ที่ค้นพบหลังสงครามเกาหลี หมอยงเล่าว่า สมัยเรียนท่านก็รู้จักไวรัสนี้แล้ว เพราะต้องแยกจากไข้เลือดออกและโรคฉี่หนู เนื่องจากอาการคล้ายกัน

การติดเชื้อเกิดจากการสูดดมฝุ่นหรือละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลายของหนู หรือสัมผัสโดยตรง ถูกหนูกัด (น้อยมาก) โดยทั่วไปไม่ติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นสายพันธุ์ Andes ในอเมริกาใต้ที่เป็นข่าว

อาการของโรคไวรัสฮันตา แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก

โรคนี้พบทั่วโลก แบ่งอาการได้ 2 แบบ:

  • กลุ่ม Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS): คล้ายไข้เลือดออก มีไตวาย พบมากในเอเชียและยุโรป
  • กลุ่ม Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS): ปัญหาทางปอด หายใจล้มเหลว พบในอเมริกา โดยเฉพาะใต้

อาการเริ่มต้นคือไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน รุนแรงอาจไตวาย เลือดออก น้ำท่วมปอด สายพันธุ์ Andes ที่ระบาดตอนนี้อัตราตายสูงถึง 30-40% เลยทีเดียว

ไวรัสฮันตาในประเทศไทย: พบมานานแต่เสี่ยงต่ำ

ประเทศไทยเคยพบหลักฐานไวรัสฮันตาและแอนติบอดีในหนูและมนุษย์ โดยเฉพาะในหนูพุกและคนที่สัมผัสหนูบ่อย เช่น เกษตรกร มีการตรวจสารพันธุกรรมในสัตว์ฟันแทะหลายชนิด แต่สายพันธุ์ที่พบในไทยเป็นคนละตัวกับ Andes ที่ระบาด และมีมานานกว่า 40-50 ปีแล้ว โรคนี้ในไทยพบน้อยมาก ความเสี่ยงจึงต่ำสุดๆ

เพื่อยืนยัน หมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่คนละสายพันธุ์ ย้ำความเสี่ยงต่ำ ทำให้ไม่ต้องกลัวเกินเหตุ ข้อมูลนี้ช่วยลดความตื่นตระหนกได้ดี

วิธีป้องกันไวรัสฮันตาในชีวิตประจำวัน

ถึงเสี่ยงต่ำ แต่ป้องกันได้ง่ายๆ เช่น

  • ทำความสะอาดบ้านเรือน หลีกเลี่ยงฝุ่นจากรังหนู
  • ใส่ถุงมือเมื่อจัดการขยะหรือสัมผัสของเก่า
  • ปิดช่องทางเข้าหนู ไม่สะสมเศษอาหาร
  • ถ้ามีอาการไข้สูงหลังสัมผัสหนู ไปพบแพทย์ทันที

การป้องกันพื้นฐานเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหนูได้ทุกชนิด ไม่ใช่แค่วิรัสฮันตา

สรุปแล้ว จากข้อมูลของหมอยง ไวรัสฮันตาไม่ใช่ภัยร้ายสำหรับไทย เพราะสายพันธุ์ต่างกันและพบมานาน ความเห็นส่วนตัวคือ อย่าตื่นตระหนก แต่เน้นสุขอนามัยดีไว้ก่อน สุดท้าย อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ เพื่อช่วยลดข่าวลือและเพิ่มความรู้กันนะครับ!

ที่มา – หมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่คนละสายพันธุ์ ย้ำความเสี่ยงต่ำ

ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย เป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาในวงการสาธารณสุขโลก เมื่อผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกออกมาสร้างความมั่นใจให้กับชาวเกาะเตเนริเฟ หลังจากเกิดกระแสต่อต้านเรือสำราญที่ติดเชื้อไวรัสฮันตา

ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกข้อความส่วนตัวเพื่อคลายความกังวลของชาวเกาะเตเนริเฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารีในสเปน เรือสำราญ MV Hondius ที่กำลังมุ่งหน้ามาจอดเทียบท่าเรือกรานาดียา (Granadilla) มีผู้โดยสารติดเชื้อไวรัสฮันตา แต่ดร.เทดรอสยืนยันว่า ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย เพราะความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้ออยู่ในระดับต่ำมาก

“นี่ไม่ใช่โควิดอีกระลอก” ดร.เทดรอสกล่าวอย่างชัดเจน โดยระบุว่าปัจจุบันไม่มีผู้โดยสารรายใดบนเรือแสดงอาการป่วยจากไวรัสฮันตาแล้ว ชาวเกาะเตเนริเฟหลายคนกังวลเพราะความทรงจำจากวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 ยังฝังแน่น แต่ผอ.WHO ขอให้เชื่อมั่นในข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

สถานการณ์ล่าสุดบนเรือ MV Hondius

ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก WHO นำโดยดร.เฟรดดี บันซา-มูโตกา พร้อมแพทย์ชาวดัตช์อีก 2 คน กำลังประเมินสุขภาพผู้โดยสารทุกคนบนเรือ รายงานล่าสุดยืนยันว่าไม่มีเคสใหม่เพิ่มเติม แม้ก่อนหน้านี้จะมีผู้ติดเชื้อ 6 ราย โดย 1 รายเสียชีวิตบนเรือ และอีก 2 รายเสียชีวิตหลังส่งโรงพยาบาล

  • เรือจะเข้าท่าเรือกรานาดียา ช่วง 04:00-06:00 น. ตามเวลา GMT วันอาทิตย์
  • ผู้โดยสารถูกกักตัวบนเรือ ไม่ให้ลงฝั่ง ยกเว้นมีเที่ยวบินรับตัวกลับประเทศ
  • มาตรการป้องกันเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่สเปน

ไวรัสฮันตาคืออะไร และทำไมไม่น่ากลัวเท่าโควิด

ไวรัสฮันตามักติดจากสัตว์ฟันแทะ แต่สายพันธุ์ Andes สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ ซึ่งผู้โดยสารบางคนน่าจะได้รับเชื้อจากอเมริกาใต้ นางโมนิกา การ์เซีย รัฐมนตรีสาธารณสุขสเปน ยืนยันว่ามาตรการกักกันจะป้องกันการแพร่กระจายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ประธานรัฐบาลแคว้นกานาเรียสอย่างนายเฟร์นันโด คลาวิโฆ จะคัดค้าน แต่ข้อมูลจาก WHO ชี้ว่าความเสี่ยงต่ำจริง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้นในยุคหลังโควิด ชาวเกาะเตเนริเฟแสดงความกังวลผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย ทำให้หลายคนเริ่มคลายใจ

นอกจากนี้ WHO ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบสุขภาพอย่างต่อเนื่อง หากคุณสนใจเรื่องไวรัสฮันตาหรือการเดินทางทางเรือ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันตัวเองและครอบครัว

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการสื่อสารที่โปร่งใสจากองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยลดความตื่นตระหนกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเรายึดหลักวิทยาศาสตร์และมาตรการป้องกัน ก็สามารถเดินหน้าชีวิตปกติได้

อย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงมือคนอื่นๆ และติดตามข่าวอัปเดตไวรัสฮันตาเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

ไวรัสฮันตาคืออะไร? กรมควบคุมโรคเตือนป้องกัน

ไวรัสฮันตาคืออะไร หลายคนอาจสงสัยกับข่าวโรคติดเชื้อไวรัสลึกลับนี้ วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ จากข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเลยนะคะ โรคนี้เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีพาหะหลักคือสัตว์ฟันแทะอย่างหนูนา หนูบ้านนั่นเอง ปัจจุบันไทยยังเสี่ยงต่ำมาก ไม่มีการระบาดใหญ่ แต่รู้ไว้ป้องกันได้ดีกว่า!

ไวรัสฮันตาคืออะไร

ไวรัสฮันตาคือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคฮันตาไวรัส (Hantavirus) ซึ่งแพร่จากหนูสู่คนผ่านสารคัดหลั่ง เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย โดยเฉพาะการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อนี้เข้าไป รองลงมาคือสัมผัสแล้วเอามือไปจมูก ปาก ตา หรือโดนหนูกัด (แต่โอกาสน้อย) ส่วนคนสู่คนแทบไม่มี ยกเว้นบางสายพันธุ์เท่านั้น

ระยะฟักตัว 1-8 สัปดาห์ อาการแรกคล้ายหวัด มีไข้สูง ปวดหัว ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย บางคนมีท้องเสีย คลื่นไส้ แต่ถ้ารุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้นะคะ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:

กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจ (HCPS)

พบในอเมริกา รุนแรงมาก ไอ หายใจเหนื่อย น้ำท่วมปอด ช็อกตายเร็ว อัตราเสียชีวิต 20-40%

กลุ่มไข้เลือดออกร่วมไตวาย (HFRS)

พบในยุโรป เอเชีย ความดันตก เลือดออกง่าย ไตวาย

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่าปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านเฉพาะ รักษาแค่ประคับประคอง เช่น ให้ออกซิเจน ช่วยหายใจ ฟอกไต รีบไปโรงพยาบาลสำคัญมาก ไทยเคยพบแค่รายเดียว สายพันธุ์ไม่รุนแรงเท่าอเมริกา เสี่ยงต่ำมาก

วิธีป้องกันไวรัสฮันตาให้ห่างไกล

ป้องกันง่าย ๆ เน้นลด接触หนู:

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่อับชื้น มีหนู เช่น ห้องเก็บของเก่า
  • ทำความสะอาดที่สงสัยมีหนู อย่ากวาดหรือดูดฝุ่น ใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างน้ำยาซักผ้าขาวฉีดเปียกก่อนเช็ด
  • บ้านสะอาด ไม่ให้อาหารหนู อุดรู อุดช่อง ปิดประตูทางเข้า
  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่

ไวรัสฮันตาคืออะไร ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวในไทย แต่รู้จักป้องกันไว้ก่อนดีที่สุดค่ะ ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือมีอาการแปลก ๆ รีบโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที จะได้ปลอดภัยทั้งครอบครัว การป้องกันคือกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคนี้

ที่มา – ไวรัสฮันตาคืออะไร “กรมควบคุมโรค” เผยที่มาโรค – วิธีการป้องกัน ย้ำไทยเสี่ยงต่ำ

ส่องมาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตาของหลายประเทศ หลังพบผู้ติดเชื้อกระจายหลายทวีป

ไวรัสฮันตากำลังกลายเป็นประเด็นร้อนระดับโลก หลังจากเกิดการระบาดบนเรือสำราญ MV Hondius ทำให้หลายประเทศต้องเร่งรัด มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตา เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังทวีปต่างๆ องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันพบผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 5 รายที่เชื่อมโยงกับเรือลำนี้ สถานการณ์คล้ายกับจุดเริ่มต้นของโควิด-19 ที่ทำให้ทุกคนตื่นตัวอีกครั้ง วันนี้เราจะมาส่อง มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตาของหลายประเทศ กันว่ามีอะไรบ้าง

มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตา ของหลายประเทศหลังผู้ติดเชื้อกระจาย

ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสฮันตา สายพันธุ์แอนดีส ยังคงอยู่ที่ 3 ราย ได้แก่ คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ และชาวเยอรมัน 1 ราย ชายวัย 70 ปีรายแรกเสียชีวิตบนเรือเมื่อ 11 เมษายน ด้วยอาการไข้ สูง ปวดศีรษะ ปวดท้อง ท้องเสีย ปัจจุบันมีผู้โดยสารและลูกเรือ 146 คน จาก 23 ประเทศ รวมชาวอเมริกัน 17 ราย ถูกกักไว้บนเรือ กำหนดเทียรที่หมู่เกาะคานารี สเปน สุดสัปดาห์นี้

WHO ชี้ว่าไวรัสฮันตาสายพันธุ์นี้หายาก สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิดได้ แม้ไม่น่าจะระบาดใหญ่ แต่หลายประเทศไม่รอช้า รีบติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงและเฝ้าระวังอาการอย่างเข้มงวด

ไวรัสฮันตาคืออะไร และอันตรายอย่างไร

ก่อนไปดู มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตา มาทำความรู้จักเชื้อนี้ก่อน ไวรัสฮันตามักมาจากหนูพาหะหลัก ผ่านปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย สายพันธุ์แอนดีสพิเศษเพราะแพร่คนต่อคนได้ อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่รุนแรงถึงหายใจลำบาก ตายสูงถึง 40% การระบาดบนเรือสำราญยิ่งน่ากลัวเพราะคนแออัด

ส่องมาตรการของแต่ละประเทศ

นี่คือสรุป มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตา ที่น่าสนใจ:

  • เนเธอร์แลนด์: อพยพผู้ป่วย 3 รายกลับประเทศ (อังกฤษ 1, เยอรมัน 1, ดัตช์ 1) 2 รายอาการหนัก สถาบันสาธารณสุขตรวจผู้สัมผัสบนเครื่องบิน รวมลูกเรือ KLM ที่ใกล้ชิดหญิงดัตช์ผู้เสียชีวิตในแอฟริกาใต้
  • แอฟริกาใต้: ชายอังกฤษป่วยบนเรือ 27 เมษายน เข้า ICU โจฮันเนสเบิร์ก อาการดีขึ้นแล้ว
  • สวิตเซอร์แลนด์: ผู้โดยสาร 1 รายกลับประเทศ ผลตรวจพบเชื้อ กำลังรักษาที่ซูริก
  • สหราชอาณาจักร: ชาวอังกฤษ 2 รายที่ลงเรือเกาะเซนต์เฮเลนา 24 เมษายน กักตัวที่บ้าน ติดตามเพิ่มเติม
  • สหรัฐฯ: เฝ้าติดตามผู้โดยสารหลายรายในเวอร์จิเนีย เท็กซัส จอร์เจีย แอริโซนา แคลิฟอร์เนีย ยังไร้อาการ
  • สิงคโปร์: ชายวัย 60 ปี 2 รายกักตัว 1 รายน้ำมูกไหล
  • แคนาดา: กัก 3 ราย ในออนแทรีโอและควิเบก 1 รายนั่งเครื่องเดียวกับผู้สัมผัส
  • ฝรั่งเศส: ผู้สัมผัส 8 รายจากเที่ยวบินเซนต์เฮเลนา-โจฮันเนสเบิร์ก 1 รายมีอาการเล็กน้อย
  • อาร์เจนตินา: สอบสวนต้นตอ ส่งทีมดักจับหนูตามเส้นทางคู่ดัตช์

WHO กำลังประสานงานทุกฝ่ายเพื่อจำกัดการแพร่กระจาย สถานการณ์บนเรือยังคงเป็นจุดจับตา

จากที่เห็น มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตา ของหลายประเทศนี้ แสดงให้เห็นถึงบทเรียนจากโควิดที่ทุกชาติเรียนรู้มาแล้ว การตอบสนองรวดเร็วคือกุญแจสำคัญ อย่าลืมรักษาสุขอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงหนู หากเดินทางไปต่างประเทศควรติดตามข่าวสารจาก WHO และหน่วยงานสาธารณสุข ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ส่องมาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตาของหลายประเทศ หลังพบผู้ติดเชื้อกระจายหลายทวีป

อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญ ไวรัสฮันตา

เหตุการณ์อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญกำลังเป็นที่สนใจทั่วโลก หลังจากไวรัสฮันตา ซึ่งเป็นไวรัสอันตรายคร่าชีวิตผู้โดยสารไปแล้ว 3 ราย ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมในหลายประเทศ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดข้ามทวีป

อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญสัญชาติเนเธอร์แลนด์ชื่อ MV Hondius ออกมาแล้ว โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่าผู้ป่วยทั้งสามรายถูกส่งตัวกลับประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรืออีกเกือบ 150 คน ยังคงถูกกักตัวอยู่ในห้องพักบนเรือ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสฮันตา

การอพยพครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเรือลำดังกล่าวต้องหยุดเดินทางชั่วคราว เนื่องจากพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตหลายราย ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนการท่องเที่ยวเดิมที่ผ่านแอนตาร์กติกา หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ และจุดหมายอื่นๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก

สถานการณ์หลังอพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญ

นอกจากนี้ ทางการสวิตเซอร์แลนด์ยังยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นชายที่เดินทางกลับจากอเมริกาใต้และเคยโดยสารเรือลำนี้มาก่อน ส่วนในแอฟริกาใต้ เจ้าหน้าที่ตรวจพบเชื้อไวรัสฮันตาสายพันธุ์ “แอนดีส” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบมากในอเมริกาใต้ โดยสายพันธุ์นี้สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

หนึ่งในผู้ป่วยอาการหนักคือชายชาวอังกฤษที่กำลังรักษาตัวในห้อง ICU ของโรงพยาบาลในแอฟริกาใต้ ขณะที่ผู้เสียชีวิตอีก 1 รายถูกตรวจพบเชื้อหลังจากเสียชีวิตแล้ว ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้อยู่ที่ 3 ราย

ไวรัสฮันตาคืออะไร และอันตรายอย่างไร

ไวรัสฮันตาเป็นไวรัสที่มักติดต่อผ่านการสัมผัสกับหนูหรือมูลหนู โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีหนูร่าเริง เช่น บนเรือสำราญที่อาจมีหนูแฝงตัวมา สายพันธุ์แอนดีสที่พบในครั้งนี้มีความรุนแรงสูง และสามารถทำให้เกิดโรคปอดบวมเฉียบพลันได้

  • อาการเริ่มต้น: ไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้
  • อาการรุนแรง: หายใจลำบาก ปอดบวม น้ำในปอด สูงถึง 38% ของผู้ติดเชื้ออาจเสียชีวิต
  • การแพร่: หลักจากหนู แต่สายพันธุ์ Andes สามารถคนต่อคนได้ทางละอองฝอย

มาตรการป้องกันไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ

เพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้อีก รัฐบาลสเปนได้อนุญาตให้เรือ MV Hondius เข้าจอดที่หมู่เกาะคานารี เพื่อตรวจคัดกรองและดูแลผู้โดยสารต่อไป แม้จะมีเสียงคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่

  • ทำความสะอาดเรืออย่างสม่ำเสมอ กำจัดหนู
  • สวมหน้ากากและล้างมือบ่อยๆ
  • ตรวจสุขภาพผู้โดยสารก่อนขึ้นเรือ
  • กักตัวผู้สงสัยทันที

ล่าสุด ผู้โดยสารที่เหลือบนเรือยังคงรอการอนุมัติให้ลงจากเรือ ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกจับตาการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้ไวรัสฮันตาจะไม่ใช่โรคระบาดใหญ่แบบโควิด แต่ก็สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงได้ในพื้นที่ปิดอย่างเรือสำราญ การท่องเที่ยวต้องให้ความสำคัญกับสุขอนามัยมากขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ กันนะครับ

ที่มา – อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญ หลังไวรัสฮันตาคร่า 3 ศพ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในหลายประเทศ

WHO เตือน ไวรัสฮันตาอาจแพร่กระจายแบบคนสู่คนบนเรือสำราญ

WHO เตือน ไวรัสฮันตาอาจแพร่กระจายแบบคนสู่คนบนเรือสำราญ สร้างความตื่นตัวให้กับนักเดินทางและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก หลังจากเกิดเหตุการณ์น่ากลัวบนเรือสำราญลำหนึ่งที่กำลังล่องทะเลแอตแลนติก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาแถลงข่าวว่า อาจมีการแพร่เชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) จากคนสู่คน ซึ่งถือเป็นกรณีที่หายากมาก โดยเรือลำดังกล่าวคือ MV Hondius สัญชาติดัตช์ ที่มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และต้องทอดสมอกลางทะเลเพราะไม่มีท่าจอดอนุญาต

WHO เตือน ไวรัสฮันตาอาจแพร่กระจายแบบคนสู่คนบนเรือสำราญ

ดร.มาเรีย แวน เคอร์โคฟ จาก WHO ระบุว่า “เราเชื่อว่าอาจมีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดกันมาก” โดยผู้ป่วยรายแรกน่าจะติดเชื้อก่อนขึ้นเรือ ปกติไวรัสฮันตาจะแพร่จากหนูสู่คนผ่านละอองปัสสาวะหรืออุจจาระ แต่ครั้งนี้ WHO สันนิษฐานว่าบนเรือ MV Hondius มีการแพร่ในกลุ่มคนใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม WHO ยืนยันว่าความเสี่ยงต่อสาธารณชนยังต่ำ

สถานการณ์ล่าสุดบนเรือ MV Hondius

เรือออกจากอาร์เจนติน่ามา 1 เดือน จอดใกล้เคปเวิร์ด ชายฝั่งตะวันตกแอฟริกา ปัจจุบันมีผู้โดยสารและลูกเรือ 149 คนจาก 23 ประเทศ อยู่ภายใต้มาตรการเข้มงวด ลูกเรือ 2 ราย (อังกฤษ 1 ดัตช์ 1) จะถูกอพยพทางอากาศไปเนเธอร์แลนด์เพราะอาการทางเดินหายใจเฉียบพลัน ชาวอังกฤษอีก 22 รายยังอยู่บนเรือ

รายงาน WHO: ยืนยันติดเชื้อ 2 ราย (หญิงดัตช์เสียชีวิต ชายอังกฤษ 69 ปี ส่งแอฟริกาใต้) ผู้ต้องสงสัย 5 ราย ชาวเยอรมันและสามีหญิงดัตช์เสียชีวิตยังไม่ยืนยัน ทีมแพทย์เคปเวิร์ดสนับสนุน WHO กำลังตรวจทุกคน

ไวรัสฮันตาคืออะไร และเสี่ยงแพร่คนสู่คนได้จริงหรือ?

ไวรัสฮันตาเป็นกลุ่มไวรัสที่ทำให้ป่วยฮันตาไวรัสปอดอักเสบ (HPS) อาการเริ่มจากไข้ ปวดหัว คลื่นไส้ แล้วหายใจลำบากรุนแรง อัตราตายสูงถึง 38% โดยปกติแพร่จากหนู แต่มีรายงานหายากที่แพร่คนสู่คน เช่นในอาร์เจนตินาและชิลี บนเรือที่อับอายุและใกล้ชิดกันมาก อาจเพิ่มความเสี่ยง

  • อาการสำคัญ: ไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก
  • การป้องกัน: สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อย หลีกเลี่ยงพื้นที่หนูชุกชุม
  • บนเรือ: มาตรการกักตัว ตรวจเชื้อทันที

บริษัท Oceanwide Expeditions จัดการเรือ กำลังอพยพผู้เสี่ยง ทีม WHO ช่วยเหลือแล้ว

การตัดสินใจท่าเรือและสถานการณ์สเปน

WHO บอกสเปนอนุญาตเข้า Canary Islands เพื่อตรวจ แต่กระทรวงสาธารณสุขสเปนปฏิเสธ ยังไม่ตัดสินใจ รอข้อมูลจากเคปเวิร์ด นายทาริก ยาซาเรวิช โฆษก WHO บอก BBC ว่ากำลังติดตามใกล้ชิด

เหตุการณ์นี้เตือนใจนักเดินทางเรือสำราญ ต้องเตรียมพร้อมสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่แออัด แม้ความเสี่ยงต่ำ แต่ไวรัสฮันตา deadly สูง หากมีอาการผิดปกติ รีบพบแพทย์ทันที

ติดตามข่าวสุขภาพและการเดินทางเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยของคุณและครอบครัว

ที่มา – WHO เตือน ไวรัสฮันตาอาจแพร่กระจายแบบคนสู่คนบนเรือสำราญ

ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด

ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันเหตุการณ์น่าเศร้าบนเรือสำราญ MV Hondius ที่กำลังล่องทะเลในมหาสมุทรแอตแลนติก

ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 WHO เปิดเผยข้อมูลกับ BBC ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย จากการติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่หายากแต่รุนแรง โดยยืนยันผู้ติดเชื้อ 1 ราย และสงสัยอีก 5 ราย รวมถึงชาวอังกฤษ 1 รายที่กำลังรักษาใน ICU

เรือ MV Hondius จัดการโดย Oceanwide Expeditions จากเนเธอร์แลนด์ ออกเดินทางจากอาร์เจนตินาไปเคปเวิร์ด แอฟริกา ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม คาดถึงปลายทาง 4 พฤษภาคม แต่เหตุการณ์ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด ทำให้ต้องหยุดชะงัก

ไวรัสฮันตาคืออะไร และแพร่กระจายอย่างไร

ไวรัสฮันตามักติดจากสัตว์ฟันแทะผ่านปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลาย แต่กรณีหายากสามารถแพร่จากคนสู่คน นำไปสู่โรคทางเดินหายใจรุนแรง ผู้ป่วยรายแรกคือชายวัย 70 ปี เสียชีวิตบนเรือ ร่างอยู่เกาะเซนต์เฮเลนา ภรรยาวัย 69 ปี อพยพไปแอฟริกาใต้ เสียชีวิตที่โจฮันเนสเบิร์ก ชายอังกฤษวัย 69 ปี อีกคนรักษาใน ICU

ฟอสเตอร์ โมฮาเล โฆษกสาธารณสุขแอฟริกาใต้ ยืนยันผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 รายก่อนหน้า WHO กำลังประสานอพยพผู้ป่วยอีก 2 ราย ประเมินความเสี่ยง และสนับสนุนผู้โดยสารบนเรือ

บทเรียนจากเหตุการณ์ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำความสำคัญของการเฝ้าระวังโรคติดต่อในการเดินทาง โดยเฉพาะเรือสำราญที่นักท่องเที่ยวอยู่ใกล้ชิดกัน ไวรัสฮันตามีอัตราการตายสูงถึง 38% ในบางสายพันธุ์ ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ และฉีดวัคซีนหากมี

  • ตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง
  • หลีกเลี่ยงสัมผัสสัตว์ป่า
  • รายงานอาการทันทีหากป่วย
  • ติดตามข่าวสารจาก WHO

ประวัติไวรัสฮันตา พบครั้งแรกในเกาหลี ปี 1950s ชื่อจากแม่น้ำฮัน ในสหรัฐฯ เรียก Sin Nombre Virus ระบาดในอเมริกาเหนือและใต้ การแพร่บนเรือสำราญนับเป็นกรณีไม่ปกติ อาจจากหนูบนเรือหรือนำติดตัวมา

นักเดินทางควรเตรียมตัวรับมือโรคอุบัติใหม่ โดยเฉพาะในยุคหลังโควิดที่การท่องเที่ยวฟื้นตัว การประกันสุขภาพครอบคลุมโรคติดเชื้อก็สำคัญ

เหตุการณ์ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด เป็นเครื่องเตือนใจว่าสุขภาพต้องมาก่อนการผจญภัย ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยวของคุณ

ติดตามข่าวสารสุขภาพและการท่องเที่ยวที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด

ศบก.เกาะติดอิหร่านถล่มนิวเคลียร์อิสราเอล ไร้คนไทยเจ็บ

สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุหนัก เมื่อศบก. เกาะติดสถานการณ์อิหร่านถล่มศูนย์นิวเคลียร์อิสราเอล ยันไร้รายงานคนไทยเจ็บ ล่าสุดจากศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ภายใต้กระทรวงการต่างประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ด่วนเกี่ยวกับความตึงเครียดที่ทวีคูณขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่อิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้ใส่พื้นที่ใกล้ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ของอิสราเอลในเมืองดิโมนาและเมืองอารัก ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก แต่โชคดีที่ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบโดยตรง

ศบก. เกาะติดสถานการณ์อิหร่านถล่มศูนย์นิวเคลียร์อิสราเอล ยันไร้รายงานคนไทยเจ็บ

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้แถลงเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 ถึงวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการโต้ตอบกันอย่างต่อเนื่องระหว่างอิสราเอล กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และอิหร่าน รวมถึงการลุกลามไปยังกลุ่มประเทศ GCC ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาค นอกจากนี้ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดระดับความรุนแรงเพื่อปกป้องพลเรือนโดยด่วนอีกด้วย

สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเข้าขั้นวิกฤต

อีกประเด็นสำคัญคือความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่กำลังรุนแรงขึ้น หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้เปิดเส้นทางเดินเรือภายใน 48 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางคำขู่จากอิหร่านที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศไทยจึงขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพออกจากพื้นที่และลงทะเบียนกับสถานทูตไทยทันที เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานไทย

สำหรับการช่วยเหลือคนไทย กรมการกงสุลกำลังเร่งส่งร่างของแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดกลับประเทศไทยในวันที่ 27 มีนาคมนี้ โดยประสานงานกับสายการบินเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ในวันที่ 24 มีนาคม ทีมงานจะลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิเพื่อเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตและเร่งรัดเงินชดเชยสิทธิประโยชน์

ล่าสุด ได้เคลื่อนย้ายแรงงานไทยที่ทำงานฟาร์มกุ้ง 4 คน ออกจากเมืองบันดาอาบัส ประเทศอิหร่าน โดยทางบกเข้าสู่ตุรกีในวันนี้ (23 มี.ค.) และจะต่อเครื่องบินกลับไทยอย่างปลอดภัย ตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง รัฐบาลไทยได้ช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วทั้งสิ้น 1,479 คน โดยยืนยันว่าความปลอดภัยของคนไทยคืออันดับแรก

  • คำแนะนำสำหรับคนไทยในตะวันออกกลาง:
  • ลงทะเบียนกับสถานทูตไทยทันที
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ติดตามข่าวสารจากช่องทาง官方 เช่น ศบก. และ กต.
  • เตรียมเอกสารเดินทางให้พร้อม
  • แจ้งญาติในไทยทราบตำแหน่งปัจจุบัน

สถานการณ์แบบนี้ทำให้เราต้องตื่นตัวมากขึ้น เพราะความขัดแย้งในตะวันออกกลางมักลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อราคาน้ำมันทั่วโลกและเศรษฐกิจไทยด้วย ศบก.ยังคงเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะอัปเดตข้อมูลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมพร้อมและติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่ารอช้า รีบติดต่อสถานทูตวันนี้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน สนับสนุนให้แชร์ข้อมูลนี้เพื่อช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน

ที่มา – ศบก. เกาะติดสถานการณ์อิหร่านถล่มศูนย์นิวเคลียร์อิสราเอล ยันไร้รายงานคนไทยเจ็บ

Scroll to top