องค์ประชุม

ภคมนแฉดีลฝากเลี้ยง สส. ฝ่ายค้าน แลกค่าตอบแทนหลักล้าน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าการเมืองไทย เมื่อ ภคมนแฉดีลฝากเลี้ยง สส. ฝ่ายค้าน ที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูว่ามีการว่าจ้างกันด้วยเม็ดเงินมหาศาล เพื่อใช้เป็นกลไกในการคุมเสียงในสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่จำเป็นต้องย้ายพรรคให้เสียชื่อเสียง แต่ขอแค่ให้ทำตามสั่งเท่านั้น

เบื้องลึก ภคมนแฉดีลฝากเลี้ยง สส. ฝ่ายค้าน เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อถึงขบวนการฝากเลี้ยง สส. ซึ่งเป็นการใช้วิธีที่แยบยลกว่าการเป็นงูเห่าแบบเดิมๆ โดยกระบวนการคือ สส. ไม่ต้องลาออกจากพรรคเดิม แต่อยู่เพื่อทำหน้าที่ให้ครบองค์ประชุม หรือโหวตตามสั่งรัฐบาลในวาระสำคัญ โดยแลกกับค่าตอบแทนที่มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาทต่อสมัยประชุมเลยทีเดียว

ทำไม ภคมนแฉดีลฝากเลี้ยง สส. ฝ่ายค้าน ถึงเป็นเรื่องน่ากังวล?

การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของการเมืองไทยที่จ้องแต่จะใช้เงินเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงของรัฐบาลมากกว่าการสู้กันด้วยนโยบาย ภคมนย้ำชัดเจนว่าเรื่องนี้นักการเมืองรู้กันดีและไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการพูดคุยกันอย่างเปิดเผยมากขึ้น ซึ่งส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อระบอบประชาธิปไตย ดังนี้:

  • ทำลายอุดมการณ์: เมื่อเงินกลายเป็นใหญ่ คนที่เข้ามาทำงานการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศกลับต้องหวั่นไหวกับยอดเงิน
  • ไร้ความซื่อสัตย์ต่อประชาชน: การรับเงินเพื่อโหวตตามสั่งถือเป็นการทรยศต่อศรัทธาของของผู้เลือกตั้งโดยตรง
  • บิดเบือนกลไกสภา: แทนที่จะถกเถียงด้วยเหตุผล กลับกลายเป็นการคุมเสียงผ่านสินบนเพื่อรักษาองค์ประชุม

นางสาวภคมนยังกล่าวทิ้งท้ายว่า แม้พรรคประชาชนจะมีการกำชับและตรวจสอบภายในอยู่เสมอ แต่หัวใจสำคัญที่สุดอยู่ที่ความซื่อสัตย์ของตัว สส. เอง หากปราศจากกระดูกสันหลังทางการเมือง ไม่ว่ากฎระเบียบใดก็ไม่อาจป้องกันได้ ประชาชนควรเฝ้าดูความเคลื่อนไหวนี้อย่างใกล้ชิดและไม่ควรปล่อยให้ระบบการเมืองถูกครอบงำด้วยตัวเลขในบัญชีธนาคารเพียงอย่างเดียว เพราะเงินไม่สามารถซื้อเจตจำนงที่แท้จริงของผู้ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยได้

ท้ายที่สุด การเมืองไทยถึงเวลาหรือยังที่จะก้าวข้ามผ่านการใช้วิธีการแบบดั้งเดิมที่เน้นซื้อตัวและสร้างความเหลื่อมล้ำผ่านเม็ดเงิน? นี่คือบทเรียนราคาแพงที่นักการเมืองทุกฝ่ายต้องตระหนัก เพราะท้ายที่สุดแล้ว ศรัทธาของประชาชนคือสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินหลักล้านอย่างเทียบไม่ได้

ที่มา – “ภคมน” แฉดีลฝากเลี้ยง “สส. ฝ่ายค้าน”แค่โหวตตามสั่ง แลกค่าตอบแทนหลักล้าน

วิปฝ่ายค้านเผย เพื่อไทยยังไม่แบ่งงาน เชื่อไม่มีร่างกม.ครม.

ประธานวิปฝ่ายค้านเผยยังไม่แบ่งงาน “เพื่อไทย” เชื่อ ไม่มีร่างกฎหมายครม.เข้าสภา ฝ่ายค้านไม่ต้องแบกองค์ประชุม ย้ำขอแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนพิจารณาเปิดศึกซักฟอกหรือไม่

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการทำงานร่วมกันกับพรรคเพื่อไทย ว่า มีการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการบ้างแล้ว วันนี้จึงเชิญตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมประชุมวิปฝ่ายค้านด้วย และยังไม่ได้มีการแต่งตั้งตัวแทนวิปฝ่ายค้านจากพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการ ต้องรอพูดคุยกันก่อน เวลา 4 เดือนที่เหลือ ครม. ที่มีเวลาไม่มาก คงไม่ยื่นร่างกฎหมายเข้ามา ดังนั้น 4 เดือนที่เหลือจะเป็นเวลาที่สำคัญ นับถอยหลังจากวันแถลงนโยบาย คาดว่าอาจจะเป็นปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า ก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่ร่างของสส.จะได้รับการพิจารณา จึงชวนเพื่อไทยว่า อยากจะผลักดันร่างใหม่ให้จบ ภายใน 4 เดือนนี้ก็อยากจะให้ร่วม พูดคุยกันให้ชัดเจน ยังมีหลายนโยบายที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนเห็นตรงกัน 

วิปฝ่ายค้านเผยยังไม่แบ่งงาน “เพื่อไทย” เชื่อ ไม่มีร่างกฎหมายครม.เข้าสภา

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านคุมเสียงข้างมากในสภา ดังนั้นร่างกฎหมายใดที่พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเห็นตรงกัน รัฐบาลก็ไม่สามารถคัดค้านได้ เพราะเสียงข้างมากในสภาจะเห็นชอบกับกฎหมายนั้น จึงเชิญชวนให้มาผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์และกฎหมายที่เป็นนโยบาย ที่ได้สัญญากับประชาชนไว้ให้สำเร็จ

เชื่อ ไม่มีร่างกฎหมายครม.เข้าสภา

นายปกรณ์วุฒิ ยังกล่าวถึง ปัญหาองค์ประชุม ที่ขณะนี้ฝ่ายค้านจะต้องเป็นองค์ประชุมให้ฝ่ายรัฐบาล ว่า ที่ผ่านมาเวลาเรานับองค์ประชุม ต้องดูว่าวาระนั้นเป็นวาระอะไร ไม่ว่าพรรคไหนจะมาเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะมีพรรคร่วมฝ่ายค้านสลับสับเปลี่ยนหน้ากันมามาก หลักการที่ตนพูดกับพรรคร่วมฝ่ายค้านยังคงเดิม หากร่างกฎหมายใด หรือวาระใดที่พรรคประชาชนเห็นด้วย พรรคประชาชนพร้อมเป็นองค์ประชุมให้เสมอ แต่หากเรื่องใดที่ ครม. เสนอมา แล้วเราไม่ได้เห็นด้วย ร่างบางร่างเสนอมาอย่างเร่งรีบ ไม่รอบคอบ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่เสนอกฎหมายมา ที่จะต้องรักษาองค์ประชุม ซึ่งถ้าหากเป็นร่างของพรรคประชาชน เราไม่นับองค์ประชุมแน่นอน และหลังจากนี้คงจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายที่สส.เสนอเข้ามาเท่านั้น และก่อนที่จะเสนอร่างเข้ามาในระเบียบวาระก็คงมีการพูดคุยกันมาในระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นร่างของพรรคเพื่อไทย เราพร้อมที่จะพูดคุยให้สภาบรรจุวาระ และคิดว่าคงไม่มีเหตุการณ์ที่พรรคเพื่อไทยขอนับองค์ประชุมในขณะที่พิจารณาร่างของพรรคเพื่อไทยอยู่

ส่วนเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเสนอจะขอเปิดในอีก 1 เดือนนั้น นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิของท่าน แต่อยากให้มีการพูดคุย พิจารณาให้ดีก่อน อย่างน้อยพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากช่วงเวลา 1 เดือนหลังจากที่รัฐบาลได้ทำงานแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีการขยับไปข้างหน้า ก็ต้องมาคุยกันว่า ควรจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จดีหรือไม่ แต่ทั้งนี้ก็เป็นสิทธิของพรรคเพื่อไทย ส่วนของพรรคประชาชนเองเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงที่ทำกับพรรคภูมิใจไทยว่า เราจำเป็นจะต้องประคอง หากหลักฐานข้อมูลที่มีการอภิปรายมีความหนักแน่นและมีความชัดเจน เราก็พร้อมลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ไม่ว่าคนใดก็ตาม ถ้าถึงเวลาที่สุกงอมแล้วเหมาะสมจริงๆ พรรคประชาชนเองก็พร้อมที่จะยื่นบางรายชื่อที่เราไม่ไว้วางใจ ในครม.ชุดนี้เช่นกัน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และการผลักดันกฎหมายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน การที่ประธานวิปฝ่ายค้านออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอน และความท้าทายในการทำงานร่วมกันของพรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล

การที่วิปฝ่ายค้านเผย เพื่อไทยยังไม่แบ่งงาน และเชื่อว่าไม่มีร่างกฎหมายครม.เข้าสภา อาจส่งผลต่อการพิจารณากฎหมายสำคัญต่างๆ ในสภา หวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

ที่มา – ประธานวิปฝ่ายค้านเผยยังไม่แบ่งงาน “เพื่อไทย” เชื่อ ไม่มีร่างกฎหมายครม.เข้าสภา

Scroll to top