อดีตนายกรัฐมนตรี

รุทธพล ยัน ทักษิณ ชินวัตร ไม่เข้า 3 เงื่อนไขถอดกำไล EM

รุทธพล ยัน ทักษิณ ชินวัตร ไม่เข้า 3 เงื่อนไขถอดกำไล EM

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในแวดวงการเมืองไทย เมื่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับกรณีการขอปลดกำไล EM ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ยืนยันชัดเจนว่าสถานะปัจจุบันของนายทักษิณนั้น รุทธพล ยัน ทักษิณ ชินวัตร ไม่เข้า 3 เงื่อนไขถอดกำไล EM ตามเกณฑ์ที่กรมราชทัณฑ์กำหนดไว้

รายละเอียดและหลักเกณฑ์การพิจารณาถอดกำไล EM

สำหรับการพิจารณาปลดกำไล EM ของผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมนั้น กรมราชทัณฑ์มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน โดยรัฐมนตรีได้อธิบายถึง 3 เงื่อนไขหลักที่ใช้ประกอบการพิจารณา ดังนี้:

  • ความเจ็บป่วย: กรณีที่ผู้ต้องขังมีอาการป่วยที่รุนแรงจนการสวมใส่อุปกรณ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง
  • การประกอบอาชีพ: กรณีที่การสวมกำไล EM เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำมาหากินสุจริตจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ
  • สภาพแวดล้อมทางกายภาพ: กรณีภูมิลำเนาไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือไฟฟ้าสำหรับชาร์จอุปกรณ์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่หน่วยงานดูแลอย่างเคร่งครัด

พล.ต.ท.รุทธพลย้ำว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกรณีของนายทักษิณนั้น ยังไม่พบว่ามีสถานะใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อข้างต้น ดังนั้นการดำเนินการในเรื่องนี้จึงต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเท่าเทียมและโปร่งใสที่สุด นอกจากนี้ รัฐมนตรียังได้ยกตัวอย่างเคสที่ผ่านมาว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ต้องขังเพียงรายเดียวเท่านั้นที่ได้รับการพิจารณาให้ปลดกำไล EM เนื่องจากสาเหตุเรื่องการประกอบอาชีพ ซึ่งถือเป็นเหตุผลที่สามารถพิสูจน์ได้จริงตามข้อเท็จจริงในพื้นที่

หากถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงได้รับความสนใจอย่างมาก คำตอบคือเพราะ รุทธพล ยัน ทักษิณ ชินวัตร ไม่เข้า 3 เงื่อนไขถอดกำไล EM เป็นการตอกย้ำถึงมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียมกันภายใต้กรอบการดูแลของกระทรวงยุติธรรม โดยทุกขั้นตอนได้รับการพิจารณาผ่านคณะกรรมการชุดที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันข้อครหาและการใช้อำนาจที่อาจนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำในสังคม

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร การที่รัฐบาลออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาเช่นนี้ ถือเป็นการแสดงออกถึงความโปร่งใสในการตรวจสอบกระบวนการยุติธรรม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นบุคคลระดับใด หากไม่เข้าข่ายเกณฑ์การได้รับสิทธิพิเศษ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎกติกาที่วางไว้อย่างเคร่งครัด นี่จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า กฎหมายไทยยังคงใช้บังคับได้อย่างเสมอภาคกันสำหรับทุกคน ไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด

ที่มา – “รุทธพล” รมว.ยุติธรรม ชี้ “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่เข้า 3 เงื่อนไขถอดกำไล EM

เอม แท็กหา โอ๊ค-อิ๊งค์ โพสต์คลิปซึ้งรอคอยสิ้นสุด

ในวงการข่าวการเมืองและบันเทิงไทย ล่าสุดมีเรื่องราวสุดซึ้งใจที่กลายเป็นกระแส เอม แท็กหา โอ๊ค-อิ๊งค์ กันอย่างถล่มทลาย น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เอม” ลูกสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์คลิปวิดีโอสุดประทับใจลงโซเชียลมีเดีย โดยแท็กหาพี่ชาย “โอ๊ค” หรือนายพานทองแท้ ชินวัตร และพี่สาว “อิ๊งค์” หรือน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คลิปนี้เล่าถึงบรรยากาศการเยี่ยมคุณพ่อในเรือนจำคลองเปรม พร้อมข้อความที่ว่า เอม แท็กหา โอ๊ค-อิ๊งค์ เพื่อแบ่งปันความรู้สึกตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

เอม แท็กหา โอ๊ค-อิ๊งค์ โพสต์คลิปซึ้ง

คลิปวิดีโอที่เอมโพสต์เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 (ตามข้อมูล) ประกอบด้วยเพลง “เรา” จากวง COCKTAIL ซึ่งเป็นเพลงรักสุดไพเราะที่สื่อถึงความผูกพันของครอบครัว เอมบรรยายว่า ชีวิตของครอบครัวชินวัตรเหมือนมีหลาย “episodes” หรือตอนต่าง ๆ และตอนนี้คือตอนที่ “ขมและกลืนยากที่สุด” ในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา เพราะต้องเห็นคนที่รักต้องเผชิญกับความยากลำบากในเรือนจำคลองเปรม แต่คุณพ่อทักษิณก็ยังคงอดทน ปล่อยวาง และให้แง่คิดในการใช้ชีวิตแก่ลูกหลานทุกครั้งที่มาเยี่ยม

เอมเล่าว่า คุณพ่อไม่เคยทำให้ครอบครัวลำบากใจเลย แม้สถานการณ์จะไม่ง่าย แต่ท่านยังส่งยิ้มและกำลังใจให้ทุกคน สุดท้าย เอมย้ำว่า “การรอคอยกำลังจะสิ้นสุด” และขอบคุณทุกกำลังใจจากประชาชนที่มารอรับ ส่งกำลังใจ จับมือ บีบมือ แม้ในความร้อนอบอ้าว น้ำตาเหล่านั้นมีความหมายมากมาย

เอม แท็กหา โอ๊ค-อิ๊งค์ ขอบคุณครอบครัวและแฟนคลับ

ในโพสต์ดังกล่าว เอมยังแท็กหา “โอ๊ค-อิ๊งค์” เพื่อขอบคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูทั้งสามพี่น้องด้วยความรักและอบอุ่น ทำให้ครอบครัวมีกันและกัน ไม่ยอมปล่อยมือ นอกจากนี้ ยังขอบคุณทุกคนที่ติดตามและส่งกำลังใจตลอดการเดินทางอันยาวนานนี้

เอม แท็กหา โอ๊ค-อิ๊งค์ โพสต์คลิปซึ้ง
ภาพครอบครัวชินวัตรเยี่ยมทักษิณ

ความหมายของโพสต์นี้ต่อครอบครัวชินวัตร

โพสต์ของเอมไม่ใช่แค่คลิปวิดีโอธรรมดา แต่เป็นการสะท้อนความเข้มแข็งของครอบครัวชินวัตรท่ามกลางพายุทางการเมือง เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ตั้งแต่การถูกโทษทัณฑ์ทางการเมือง จนถึงการกลับมาของทักษิณในปี 2566 และเหตุการณ์ในเรือนจำที่กลายเป็นประเด็นร้อน

  • ความอดทนของทักษิณ: แม้ถูกคุมขัง แต่ยังให้กำลังใจลูกหลาน
  • ความรักของลูก ๆ: เอม โอ๊ค และอิ๊งค์ รวมใจกันผ่านวิกฤต
  • กำลังใจจากประชาชน: แฟนคลับที่มารอทุกครั้ง สร้างพลังมหาศาล
  • การรอคอยสิ้นสุด: สื่อถึงความหวังในอนาคตอันใกล้

เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่าความรักในครอบครัวสามารถเอาชนะอุปสรรคได้ เอมใช้คำว่า “ep. นี้ขมและกลืนยากที่สุด” เพื่อบรรยายความรู้สึก แต่ก็เต็มไปด้วยความหวัง

ปฏิกิริยาจากโซเชียลมีเดีย

หลังโพสต์คลิป มีชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความเห็น ชื่นชมความกตัญญูของลูก ๆ ชินวัตร บางคนน้ำตาซึมตาม บางคนส่งกำลังใจเพิ่มเติม โพสต์นี้ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ครอบครัวที่อบอุ่น ท่ามกลางดราม่าทางการเมือง

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเบื้องหลัง เช่น การเยี่ยมในเรือนจำที่ต้องผ่านกระบวนการเข้มงวด แต่ครอบครัวชินวัตรไม่เคยย่อท้อ สิ่งนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนที่กำลังเผชิญปัญหาครอบครัว

ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งที่เอมทำคือการแสดงออกถึงความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งหายากในยุคนี้ มันเตือนใจเราว่าไม่ว่าสถานการณ์จะย่ำแย่แค่ไหน ครอบครัวคือที่พึ่งพิงอันดับหนึ่ง คุณคิดเห็นอย่างไรกับโพสต์สุดซึ้งนี้ ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อส่งต่อกำลังใจให้ครอบครัวชินวัตร!

ที่มา – “เอม” แท็กหา “โอ๊ค-อิ๊งค์” โพสต์คลิปซึ้งการรอคอยกำลังจะสิ้นสุด รับ ep. นี้ขมและกลืนยากที่สุด

ชี้ “ทักษิณ” พักโทษ พักผ่อนลูกหลาน ไม่เอาคืน

ประเด็นการ ทักษิณ พักโทษ กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมไทย โดยเฉพาะหลังจากนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาแสดงความมั่นใจว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะใช้เวลาหลังพักโทษเพื่อพักผ่อนกับลูกๆ หลานๆ ไม่ได้มีเจตนาเอาคืนใคร พร้อมวอนให้กลุ่มที่จองเวรกันมานานปล่อยวางและมองไปข้างหน้า

ทักษิณ พักโทษ ใช้เวลาพักผ่อนกับลูกๆ หลานๆ

ตามที่นายพร้อมพงศ์กล่าวเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นายทักษิณกำลังจะได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 ตามขั้นตอนของคณะกรรมการพักโทษอย่างถูกต้อง รมว.ยุติธรรมยืนยันแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แม้จะมีกลุ่มนักเคลื่อนไหวบางส่วนคัดค้าน แต่ก่อนหน้านี้ พวกเขากลับเรียกร้องให้ทักษิณกลับไทยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งท่านก็ทำตามทุกประการ ถูกคุมขัง 2 รอบแล้ว แต่ยังไม่พอใจ

สังคมไทยวนเวียนกับความขัดแย้งมานานกว่า 20 ปี เพราะขาดการให้อภัย นายทักษิณอายุ 76 ปี ยอมทำตามกฎทุกอย่าง แม้ต้องใส่กำไล EM ก็ยอม พวกที่คัดค้านต้องการให้พอใจอย่างไร? เราควรลดความแค้น อภัย และมุ่งสู่อนาคต มากกว่าจมปลักในอดีต

ทักษิณ พักโทษ ไม่คิดเอาคืนใคร วอนจองเวรปล่อยวาง

นายพร้อมพงศ์ย้ำว่า ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ชาวบ้านหลายคนหวนนึกถึงนโยบายของทักษิณที่เคยทำให้ไทยก้าวหน้า เช่น การนำพาประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติ ผู้นำโลกยอมรับ นโยบายที่จับต้องได้จริง

  • 30 บาทรักษาทุกโรค: ลดภาระค่ารักษาพยาบาลให้ประชาชนทุกชนชั้น
  • กองทุนหมู่บ้าน: กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้ชุมชน
  • OTOP: ส่งเสริมสินค้าไทย สร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่น
  • ปราบยาเสพติด: เอาจริงเอาจัง ลดปัญหาสังคม
  • แก้ปัญหาพลังงานและปากท้อง: เป็นระบบ ยั่งยืน

ช่วงที่ทักษิณอยู่ต่างประเทศ นักธุรกิจและนักการเมืองแวะไปปรึกษาไม่ขาดสาย ประสบการณ์บริหารบริษัทโลกและเจรจากับผู้นำชาติต่างๆ จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อไทยในอนาคต พวกที่กลัวทักษิณจะเอาคืน คิดใหม่เถอะ อายุ 76 ปี มีหลาน 7 คน ท่านอยากพักผ่อนกับครอบครัวมากกว่า ท่านเคยให้อภัยผู้ที่พยายามทำร้ายถึงชีวิตแล้ว จะมานั่งแค้นใครได้อย่างไร สังคมไทยคือสังคมให้โอกาส ควรปล่อยวางสิ่งที่ปล่อยได้

นายพร้อมพงศ์เองเคยได้รับโอกาสจากทักษิณ และจะร่วมกับพี่น้องเสื้อแดงต้อนรับการกลับมา บทบาทในอนาคตท่านจะเป็นอย่างไร คงรอฟังจากตัวท่าน แต่จากอดีต นโยบายทักษิณทำให้ประชาธิปไตยกินได้จริง ชาวบ้านสัมผัสประโยชน์โดยตรง

การ ทักษิณ พักโทษ ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่สะท้อนสังคมไทยที่ควรเรียนรู้การให้อภัย เพื่อก้าวไปข้างหน้า ลองคิดดู หากทุกคนจองเวรกันไม่จบ ประเทศจะพัฒนาได้อย่างไร

คำแนะนำ: สังคมไทยควรให้โอกาสผู้นำที่มีประสบการณ์ เพื่อแก้ปัญหาปัจจุบัน คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่อง ทักษิณ พักโทษ นี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้สังคมปล่อยวางกันเถอะ!

ที่มา – ชี้ “ทักษิณ” พักโทษ ใช้เวลาพักผ่อนกับลูกๆ หลานๆ ไม่คิดเอาคืนใคร วอนพวกจองเวรปล่อยวาง

เปิดไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร

ไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร เป็นเหตุการณ์ที่หลายคนจับตามอง ตั้งแต่กลับไทย เข้าเรือนจำ จนได้กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า วันนี้เราจะย้อนดูทุกขั้นตอนแบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจชัดเจนว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ทักษิณ ชินวัตร ก้มกราบแผ่นดิน

ไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร

เรื่องราวเริ่มต้นยาวนาน 28 ก.พ. 2551 ทักษิณกลับไทยครั้งแรกหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ก้มกราบแผ่นดินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ภาพประวัติศาสตร์เลย แต่สุดท้ายต้องลี้ภัยอีก 17 ปี

22 ส.ค. 2566 กลับไทยครั้งที่ 2 ด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากดูไบ ลงดอนเมือง ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ลูกๆ รอต้อนรับ ศาลฎีกาฯ พิพากษาคดี 3 คดี โทษรวม 8 ปี ส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่ป่วยแน่นหน้าอก ส่ง รพ.ตำรวจ

ทักษิณ ชินวัตร กลับไทย

ขั้นตอนสำคัญในไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร

  • 31 ส.ค. 2566: ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ ลดโทษเหลือ 1 ปี หลังยื่นฎีกา
  • 17 ก.พ. 2567: พักโทษชั่วคราว ออกจาก รพ.ตำรวจ ไปบ้านจันทร์ส่องหล้า สวมเฝือกคอ สถานะนักโทษ 1 ใน 945 ราย อายุ 70+ ป่วยหนัก

ต่อมา 13 มิ.ย. – 30 ก.ค. 2568 ศาลไต่สวน 7 นัด 31 ปาก ทักษิณส่งทนายไปแทน

4 ก.ย. 2568 ออกนอกประเทศไปสิงคโปร์แต่เปลี่ยนไปดูไบ รักษาโรค สัญญากลับ 8 ก.ย.

8 ก.ย. 2568 กลับไทยทันฟังคำสั่ง

ทักษิณ ชินวัตร กลับไทย

9 ก.ย. 2568 ศาลสั่งนับโทษใหม่ ไม่หักเวลาที่ รพ.ตำรวจ ต้องจำ 1 ปีจริง

27 พ.ย. 2568 ภาพแรกในชุดนักโทษสีฟ้า ผมสั้น อิ๊งค์โพสต์ ลูกๆ เยี่ยม 61 ครั้ง

ทักษิณ ชินวัตร ในเรือนจำ

25 ก.พ. 2569 กรมราชทัณฑ์ยันเข้าเกณฑ์พักโทษพ.ค. ครบ 2/3 หรือ 8 เดือน

31 มี.ค. 2569 คก.เรือนจำมติเห็นชอบ

29 เม.ย. 2569 อยุติธรรมอนุมัติ ติด EM ห้ามออกนอกประเทศ

11 พ.ค. 2569 ปล่อยตัวหลังจำ 243 วัน คุมประพฤติ 4 เดือน จนพ้นโทษ 9 ก.ย. 2569

ทักษิณ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า

ไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร แสดงให้เห็นกระบวนการยุติธรรมที่เข้มงวดแต่เป็นธรรม ครอบครัวคือกำลังใจใหญ่ ถ้าคุณสนใจเรื่องการเมืองไทย ติดตามอัปเดตจากเรา และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ!

ที่มา – เปิดไทม์ไลน์ พักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” จากเรือนจำสู่ “บ้านจันทร์ส่องหล้า”

อดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69 สุขกายสบายใจ

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ 2569 มาถึงแล้ว! ทุกคนคงกำลังเตรียมตัวสาดน้ำ เล่นสนุก และกลับภูมิลำเนากันอย่างคึกคักใช่ไหมคะ แต่ก่อนจะไปปาร์ตี้กัน มาฟังคำอวยพรสุดอบอุ่นจากอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” หรือนางสาวแพทองธาร ชินวัตร กันก่อนนะคะ คำอวยพรที่เต็มไปด้วยความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยในวันขึ้นปีใหม่ไทยนี้ ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจสุดๆ เลย

อดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69

วันที่ 13 เมษายน 2569 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่ออวยพรสงกรานต์ 69 แก่พี่น้องประชาชนทุกคน โดยเน้นย้ำถึงความสุขกาย สบายใจ สุขภาพแข็งแรง และการเดินทางที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นคำอวยพรที่ตรงใจคนไทยในช่วงวันหยุดยาวนี้มากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะกำลังเดินทางกลับบ้าน หรืออยู่บ้านฉ่ำใจกับครอบครัว คำนี้ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์เลยนะ

คำอวยพรเต็มจากอดีตนายกฯ “อิ๊งค์”

ข้อความอวยพรของอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” มีใจความสำคัญว่า: “เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย พ.ศ. 2569 ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โปรดดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขกาย สบายใจ มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ และปราศจากโรคภัยทั้งปวงค่ะ ขอให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่แสนพิเศษ เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ ได้เติมพลังใจให้เต็มเปี่ยม และมีความสุขกับทุกช่วงเวลาในวันหยุดยาวนี้นะคะ สวัสดีวันสงกรานต์ค่ะ”

อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความจริงใจและความปรารถนาดีที่ส่งตรงมาถึงทุกบ้านเลยค่ะ โดยเฉพาะในยุคที่ทุกคนยังต้องระวังสุขภาพหลังโควิด คำอวยพรเรื่องสุขภาพแข็งแรงนี่แหละที่โดนใจที่สุด

วิเคราะห์ความหมายคำอวยพรสงกรานต์ 69 จากอิ๊งค์

คำอวยพรอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69 นี้ สามารถแบ่งออกเป็นประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้:

  • สุขกาย สบายใจ: ปรารถนาให้ทุกคนมีร่างกายแข็งแรง จิตใจเบิกบาน ท่ามกลางเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสนุก
  • สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรค: สำคัญมากในช่วงเดินทางคนเยอะ หวังให้ทุกคนปลอดภัยจากอุบัติเหตุและโรคระบาด
  • เดินทางโดยสวัสดิภาพ: คำเตือนใจสำหรับสายบิน รถทัวร์ รถยนต์ ที่จะมุ่งหน้ากลับบ้าน
  • เติมพลังใจ มีความสุข: สงกรานต์ไม่ใช่แค่สาดน้ำ แต่เป็นการชาร์จพลังสำหรับปีใหม่ไทย

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงวัฒนธรรมไทยที่ผสมผสานความเชื่อและความปรารถนาดีแบบดั้งเดิมเข้าไว้ด้วยกัน

เคล็ดลับเดินทางปลอดภัยช่วงสงกรานต์ 2569

เพื่อให้คำอวยพรของอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” เป็นจริง มาดูเคล็ดลับกันค่ะ:

  • ตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง เช็คยาง น้ำมัน เบรกให้เรียบร้อย
  • พักรถทุก 2 ชั่วโมง อย่าขับต่อเนื่องนานๆ
  • งดเหล้า งดเมาแล้วขับ ชีวิตสำคัญที่สุด
  • สวมหมวกกันน็อกสำหรับจักรยานยนต์ และเสื้อชูชีพถ้าล่องแก่ง
  • ดื่มน้ำเยอะๆ ทาครีมกันแดด ป้องกันผิวไหม้จากแดดร้อน

ปีนี้สงกรานต์ยาว 5 วัน อย่าลืมวางแผนให้ดีนะคะ จะได้กลับบ้านปลอดภัย สนุกสุดเหวี่ยง!

ในมุมมองของเรา คำอวยพรจากอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการเชื่อมโยงหัวใจระหว่างผู้นำกับประชาชน แสดงให้เห็นว่าทุกคนล้วนต้องการความสุขเหมือนกัน สงกรานต์ปีนี้ ลองส่งต่อคำอวยพรดีๆ ให้เพื่อนๆ และครอบครัวดูสิคะ รับรองว่าปีใหม่ไทยจะยิ่งมีความหมาย

CTA: คุณมีคำอวยพรสงกรานต์โปรดของใครบ้าง? แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะคะ หรือเล่าเรื่องสนุกสงกรานต์ของคุณมาให้ฟัง!

ที่มา – อดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69 ปีใหม่ไทยขอ ปชช. สุขกาย สบายใจ สุขภาพแข็งแรง เดินทางปลอดภัย

อดีตนายกฯ นอร์เวย์ โดนตั้งข้อหาคอร์รัปชัน โยงเจฟฟรีย์ เอปสตีน

อดีตนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ถูกตั้งข้อหาคอร์รัปชันอย่างร้ายแรง หลังสหรัฐฯ เผยแพร่เอกสารคดีของนาย เจฟฟรีย์ เอปสตีน ชุดล่าสุด

อดีตนายกฯ นอร์เวย์ โดนตั้งข้อหาคอร์รัปชัน โยงเจฟฟรีย์ เอปสตีน

ข่าวใหญ่จากวงการการเมืองนานาชาติ เมื่อ อดีตนายกฯ นอร์เวย์ โดนตั้งข้อหาคอร์รัปชัน โยงเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีเพศสัมพันธ์กับเด็กที่ล่วงลับไปแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า นายธอร์บยอร์น จักลันด์ (Thorbjørn Jagland) อดีตนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ถูกตั้งข้อหา “ทุจริตอย่างร้ายแรง” จากความสัมพันธ์อันน่าสงสัยกับเอปสตีน หลังจากสหรัฐอเมริกาเปิดเผยเอกสารคดีล่าสุด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังสภายุโรปเพิกถอนความคุ้มครองทางกฎหมายของเขา ซึ่งปกป้องจากการดำเนินคดีในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภายุโรป ทนายความของจักลันด์ยืนยันว่าลูกความปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และพร้อมให้ความร่วมมือกับการสอบสวนเต็มที่

รายละเอียดเอกสารที่เปิดเผยเกี่ยวกับอดีตนายกฯ นอร์เวย์ โดนตั้งข้อหาคอร์รัปชัน

เอกสารที่รั่วไหลจากรัฐบาลสหรัฐฯ แสดงอีเมลที่บ่งชี้ว่านายจักลันด์วางแผนเยือนบ้านของเอปสตีนในปารีส นิวยอร์ก และปาล์มบีช แม้เอปสตีนจะถูกตัดสินคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กแล้ว โดยเอปสตีนเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาว่าเขาขอความช่วยเหลือจากเอปสตีนในการกู้สินเชื่อธนาคาร ซึ่งตำรวจยังตรวจสอบอยู่

หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมนอร์เวย์ (Økokrim) ได้บุกค้นทรัพย์สินของจักลันด์ 3 แห่ง และเตรียมสอบปากคำในเร็ววัน ปัจจุบันจักลันด์เผชิญข้อหาทุจริตที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2554-2561

ประวัติศาสตร์ของอดีตนายกฯ นอร์เวย์ผู้ถูกกล่าวหา

นายธอร์บยอร์น จักลันด์ เคยเป็นนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ช่วง 2539-2540 เป็นประธานคณะกรรมการโนเบล และเลขาธิการสภายุโรปนาน 10 ปี (2552-2562) ความคุ้มครองทางการทูตเคยปกป้องเขา แต่ถูกเพิกถอนแล้ว

  • เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  • ประธานคณะกรรมการรางวัลโนเบลสันติภาพ
  • เลขาธิการสภายุโรป

การที่ชื่อของเขาปรากฏใน “Epstein files” ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผย ไม่ได้หมายความว่ามีความผิด แต่สร้างคำถามใหญ่ในสังคม

นอกจากจักลันด์ ชื่อดังอื่นๆ ในเอกสาร เช่น เจ้าหญิงเมตเต-มาริต, โมนา ยูล, เจ้าชายแอนดรูว์, บิล เกตส์ ทำให้คดีนี้กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวระดับโลก เอกสารประกอบด้วยอีเมล รูปภาพ และรายงาน FBI นับล้านหน้า

กรณี อดีตนายกฯ นอร์เวย์ โดนตั้งข้อหาคอร์รัปชัน โยงเจฟฟรีย์ เอปสตีน สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในหมู่นักการเมืองชั้นนำ ทุกฝ่ายต้องจับตาการสอบสวนต่อไป

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – อดีตนายกฯ นอร์เวย์ โดนตั้งข้อหาคอร์รัปชัน โยงเจฟฟรีย์ เอปสตีน

อิ๊งค์โพสต์ภาพคู่ทักษิณ ขอให้พ่อแข็งแรง

“อิ๊งค์ แพทองธาร” โพสต์ภาพคู่ “ทักษิณ ชินวัตร” สุขสันต์วันพ่อ ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ อดทนไว้แล้วเราจะได้ไปเที่ยวรอบโลกด้วยกัน ก่อนทิ้งท้าย คิดถึงทุกวันเหมือนเดิม

เมื่อเวลาประมาณ 11.50 น. วันที่ 5 ธันวาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ในวันพ่อแห่งชาติ เป็นภาพของตนเอง และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นบิดา ซึ่งปัจจุบันนายทักษิณ ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีการแท็กไปยังอินสตาแกรมของนายทักษิณด้วย พร้อมระบุข้อความว่า “สุขสันต์วันพ่อ คุณพ่อสุดที่รักของลูก ลูกขอให้พ่อสุขภาพแข็งแรง ทั้งกาย และใจ อดทนไว้นะคะพ่อ แล้วเราจะได้ไปเที่ยวรอบโลกด้วยกันสักทีค่ะคิดถึงทุกวันเหมือนเดิม” พร้อมกับทิ้งท้ายด้วยแฮชแท็ก #daddysgirl

ในวันพ่อปีนี้ หลายคนคงใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและคนที่รัก เช่นเดียวกับคุณอิ๊งค์ แพทองธาร ที่ถึงแม้คุณพ่อจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ยังคงส่งความรักและความคิดถึงให้กำลังใจคุณพ่อทักษิณเสมอ ภาพและข้อความที่โพสต์นั้นแสดงให้เห็นถึงความผูกพันในครอบครัวชินวัตรอย่างชัดเจน

อิ๊งค์โพสต์ภาพคู่ทักษิณ ขอให้พ่อแข็งแรง

เรื่องราวความรักและความผูกพันในครอบครัวเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ การที่อิ๊งค์ แพทองธาร โพสต์ภาพคู่คุณทักษิณ ชินวัตร ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของสายสัมพันธ์ในครอบครัว และเป็นกำลังใจให้ทั้งคุณทักษิณและครอบครัว

การโพสต์ภาพและข้อความให้กำลังใจคุณพ่อทักษิณในวันพ่อแห่งชาติ ถือเป็นการแสดงความรักและความกตัญญูที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง แม้ว่าคุณทักษิณจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ แต่ความรักและความอบอุ่นจากครอบครัวก็ยังคงเป็นพลังใจสำคัญ

ทำไมอิ๊งค์โพสต์ภาพคู่ทักษิณ

การที่อิ๊งค์โพสต์ภาพคู่กับคุณทักษิณ อาจมีเหตุผลหลายประการ นอกเหนือจากความรักและความคิดถึงที่มีต่อคุณพ่อแล้ว อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงความเข้มแข็งของครอบครัว และเป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงยืนหยัดเคียงข้างคุณทักษิณเสมอ นอกจากนี้ อาจเป็นการส่งข้อความถึงสังคมว่า พวกเขายังคงมีความหวังและพร้อมที่จะก้าวต่อไป

ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังการโพสต์ภาพจะเป็นอะไร สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ อิ๊งค์ แพทองธาร ต้องการส่งกำลังใจและความรักให้กับคุณพ่อทักษิณในวันพ่อปีนี้ และหวังว่าคุณพ่อจะสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ เพื่อที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขอีกครั้ง

สถานการณ์ที่คุณทักษิณต้องเผชิญอยู่เป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่กำลังใจจากครอบครัวและคนที่รักย่อมเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ก้าวผ่านอุปสรรคไปได้ การที่อิ๊งค์ แพทองธาร ออกมาแสดงความรักและความห่วงใยต่อคุณพ่ออย่างเปิดเผยเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับหลายๆ คนที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์คล้ายคลึงกัน

การใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อสื่อสารและแสดงความรู้สึกเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน การที่อิ๊งค์เลือกที่จะโพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ย่อมเป็นการเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมาก และเป็นการส่งต่อความรู้สึกดีๆ ไปยังผู้ที่ติดตามเธออีกด้วย

หวังว่าคุณทักษิณจะได้รับรู้ถึงความรักและความคิดถึงจากอิ๊งค์และครอบครัว และมีกำลังใจที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ เราขอเป็นกำลังใจให้คุณทักษิณและครอบครัวชินวัตรด้วยเช่นกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าความรักและความผูกพันในครอบครัวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก กำลังใจจากคนที่รักสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ และช่วยให้เราก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้

ดังนั้น ในวันปกติ หรือวันพิเศษต่างๆ เราควรให้ความสำคัญกับการแสดงความรักและความห่วงใยต่อคนในครอบครัว เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจและเป็นกำลังใจให้กันและกันตลอดไป ลองหาเวลาอยู่กับครอบครัว ทำกิจกรรมร่วมกัน หรือเพียงแค่พูดคุยและรับฟังกัน ก็เป็นสิ่งที่สร้างความสุขและความอบอุ่นในครอบครัวได้

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกครอบครัว ให้มีความสุขและเข้มแข็งเสมอ

ที่มา – “อิ๊งค์” โพสต์ภาพคู่ “ทักษิณ” ขอพ่อแข็งแรงทั้งกาย-ใจ อดทนไว้แล้วจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน

เพื่อไทยจัดสวดพระอภิธรรม วิโรจน์ เปาอินทร์

พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม คืนที่ 5 บำเพ็ญกุศลศพ “พล.ต.ท. วิโรจน์ เปาอินทร์” อดีตหัวหน้าพรรค

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมงานบำเพ็ญกุศลศพ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคืนที่ 5 ของพิธี โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และแกนนำสมาชิกพรรคเพื่อไทย และบุคคลสำคัญทางการเมืองเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้คณะผู้ร่วมงานประกอบด้วยแกนนำและอดีตรัฐมนตรีชุดที่ผ่านมา อาทิ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายจตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางมนพร เจริญศรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายจักรพงษ์ แสงมณี อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

งานสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ จะมีไปจนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568

พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม “วิโรจน์ เปาอินทร์” อดีตหัวหน้าพรรค

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 พรรคเพื่อไทยได้เป็นเจ้าภาพในการสวดพระอภิธรรม พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรคและอดีตรองนายกรัฐมนตรี ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน การจัดงานนี้แสดงให้เห็นถึงความเคารพและความผูกพันที่พรรคเพื่อไทยมีต่ออดีตผู้นำของพวกเขา ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์มากมายแก่พรรคและประเทศชาติ

รายละเอียดพิธีสวดพระอภิธรรม วิโรจน์ เปาอินทร์

ในพิธีครั้งนี้ มีบุคคลสำคัญทางการเมืองเข้าร่วมอย่างคับคั่ง รวมถึงอดีตรัฐมนตรีและแกนนำพรรคหลายท่าน การรวมตัวกันของผู้มีบทบาทสำคัญเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและความเคารพที่บุคคลในวงการการเมืองมีต่อ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์

การจัดงานสวดพระอภิธรรมนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการไว้อาลัย แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่มีต่อกันและกัน รวมถึงเป็นการระลึกถึงคุณงามความดีของ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ที่ได้สร้างไว้

การสูญเสียบุคคลสำคัญอย่าง พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของพรรคเพื่อไทยและวงการการเมืองไทย ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของท่านเป็นสิ่งที่ประเมินค่ามิได้ และจะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักการเมืองรุ่นหลังต่อไป

พิธีสวดพระอภิธรรมนี้เป็นช่วงเวลาที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยและบุคคลใกล้ชิดได้ร่วมกันไว้อาลัยและระลึกถึงคุณงามความดีของ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ และเป็นการให้กำลังใจแก่ครอบครัวและคนใกล้ชิดของท่าน

การจัดงานสวดพระอภิธรรมแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรำลึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และเป็นการแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อผู้ที่ได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม การจัดงานเช่นนี้เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย

ที่มา – พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม “วิโรจน์ เปาอินทร์” อดีตหัวหน้าพรรค

สมคิดติง อนุทิน เกณฑ์คนต้อนรับก่อนถวายสัตย์

“สมคิด” อัด “อนุทิน” เป็นนายกฯ ต้องไม่สร้างความแตกแยกในสังคม โต้ที่ปรับออกจากมหาดไทยเพราะเกือบ 2 ปีสอบตกปัญหายาเสพติด ไม่จริงใจแก้ปัญหาประชาชน

วันที่ 22 ก.ย. 2568 นายสมคิด เชื้อคง อดีตสส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า หากผมบ้าจี้ขึ้นมาอภิปรายในสิ่งที่เขาทำบ้าง โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้ประเทศของเราเสียหายไปขนาดไหน ทำให้ประชาชน ทหาร บาดเจ็บ ต้องสูญเสียชีวิต หากพวกผมอภิปรายกลับบ้างจะเป็นอย่างไร ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะใจคับแคบเช่นนี้ ทั้งนี้การอภิปรายรัฐบาลเป็นการทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชน คนเป็นนายกรัฐมนตรีต้องรับฟัง หากฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลต้องฟังก่อนว่าเขาอภิปรายเรื่องอะไร แค่เรื่องเขากระโดงคุณอนุทินก็ตอบยากแล้ว ดังนั้นอย่าเพิ่งร้อนตัว ฟังว่าเขาจะอภิปรายเรื่องอะไร มีหลายเรื่องมากที่ฝ่ายค้านจะหยิบมาอภิปราย

นายสมคิด กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่พูดว่าการที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปรับตนเองออกจากกระทรวงมหาดไทยแล้วเวรกรรมตามทัน ในกรณีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของเวรกรรมเป็นเรื่องของการทำงาน นายอนุทินต้องรู้ว่าเกือบ 2 ปีที่นั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทินทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการปราบปรามยาเสพติดทำหรือไม่ เรื่องอื้อฉาวในกระทรวงมหาดไทยท่านทำหรือไม่ ประชาชนมองไม่เห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอันในฐานะของรัฐมนตรีมหาดไทย ในขณะเดียวกันสมัยที่นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ในตำแหน่งแค่ 2 เดือนกลับมีผลงานที่พี่น้องประชาชนสัมผัสได้ต่างจากเกือบ 2 ปีของนายอนุทินมาก

“การลงพื้นที่ของนายอนุทิน ในขณะที่ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่กลับเกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดมารอต้อนรับ แล้วกลับมาอ้างว่ามาในฐานะหัวหน้าพรรค ต้องระมัดระวังเพราะนายอนุทิน มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปด้วย นายอนุทิน รู้อยู่แก่ใจว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ สังคมจับตาดูอยู่ การเป็นนายกรัฐมนตรีต้องบริหารประเทศไม่จ้องกระแหนะกระแหนหรือพูดจาเสียดสี หรือมาสร้างความแตกแยกของคนในชาติอย่างที่นายอนุทินกำลังทำอยู่” นายสมคิด กล่าว

“สมคิด” อัด “อนุทิน” ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ เกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดต้อนรับ

จากกรณีที่นายสมคิด เชื้อคง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายอนุทิน ชาญวีรกูล เกี่ยวกับการลงพื้นที่และการกระทำต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดประเด็นที่น่าสนใจและข้อถกเถียงมากมายในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวกับการ“สมคิด” อัด “อนุทิน” ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ เกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดต้อนรับ ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับจริยธรรมทางการเมือง

ข้อกล่าวหาสำคัญ: เกณฑ์ข้าราชการต้อนรับก่อนถวายสัตย์ปฏิญาณ

หนึ่งในประเด็นหลักที่นายสมคิดหยิบยกขึ้นมาคือ การที่นายอนุทินถูกกล่าวหาว่าเกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดมารอต้อนรับ ในขณะที่ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายของการใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง และอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นกลางของข้าราชการ

นอกจากนี้ นายสมคิดยังได้กล่าวถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของนายอนุทินในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งนายสมคิดมองว่ายังไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรมเท่าที่ควร

การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของนายสมคิดในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันทางการเมือง และความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการใช้อำนาจอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม การ“สมคิด” อัด “อนุทิน” ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ เกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดต้อนรับ เป็นประเด็นที่สังคมควรให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้กับนักการเมืองทุกคนว่า การทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนของประชาชน จำเป็นต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ และต้องพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น การกระทำของท่านอนุทินที่ถูกกล่าวหาว่า “สมคิด” อัด “อนุทิน” ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ เกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดต้อนรับ จึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อความถูกต้องและเหมาะสม

ที่มา – “สมคิด” อัด “อนุทิน” ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ เกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดต้อนรับ

Scroll to top