อดีตรัฐมนตรี

อนุทิน รับเสียใจไม่ได้ไปเยี่ยม เกรียง ก่อนหน้านี้ ปัดตอบพบ ทักษิณ ในงานศพ

อนุทิน รับเสียใจไม่ได้ไปเยี่ยม เกรียง ก่อนหน้านี้ ปัดตอบพบ ทักษิณ ในงานศพ

เป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพของ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ณ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งการไปเยือนครั้งนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และจับตามองจากสังคมเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสำคัญทางการเมืองในขณะนี้

ความรู้สึกจากใจของ อนุทิน ต่อการจากไปของ เกรียง

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายอนุทินได้เปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาว่า อนุทิน รับเสียใจไม่ได้ไปเยี่ยม เกรียง ก่อนหน้านี้ เนื่องจากตนเองไม่ทราบว่าอาการป่วยของนายเกรียงนั้นอยู่ในขั้นหนัก โดยนายอนุทินได้กล่าวถึงความผูกพันในฐานะที่เคยร่วมงานกันมาว่า นายเกรียงเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่น่ารัก มีน้ำใจ และเป็นผู้ใหญ่ที่ได้รับการเคารพในจังหวัดอุบลราชธานีเป็นอย่างดี

นายอนุทินยังได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การสูญเสียบุคคลากรที่มีความสามารถและเป็นที่รักของคนในพื้นที่ไป ถือเป็นความสูญเสียที่น่าใจหายสำหรับแวดวงการเมืองไทย

  • ความผูกพันในฐานะอดีตเพื่อนร่วมงานในกระทรวงมหาดไทย
  • ความประทับใจในอัธยาศัยและน้ำใจของนายเกรียง กัลป์ตินันท์
  • มุมมองต่อบทบาทความเป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

อย่างไรก็ตาม อีกประเด็นที่สื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างมากคือการพบกันระหว่างนายอนุทินและนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในงานศพครั้งนี้ ซึ่งเป็นหัวข้อที่หลายฝ่ายจับตาอย่างใกล้ชิด แต่ทางด้านของนายอนุทินได้เลือกที่จะปัดตอบในประเด็นดังกล่าว และให้ความสำคัญกับการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียมากกว่า อนุทิน รับเสียใจไม่ได้ไปเยี่ยม เกรียง ก่อนหน้านี้ จึงกลายเป็นประเด็นหลักที่เจ้าตัวอยากสื่อสารออกมามากกว่าการเมืองในขณะนี้

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร การเดินทางไปร่วมงานศพของบุคคลระดับรัฐมนตรีครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการทำหน้าที่ตามประเพณีแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ที่อยู่เหนือความแตกต่างทางการเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล แม้ว่าจะต้องเผชิญกับคำถามที่ยากลำบากเกี่ยวกับประเด็นการเมืองที่ซับซ้อนก็ตาม

ที่มา – “อนุทิน” รับเสียใจไม่ได้ไปเยี่ยม “เกรียง” ก่อนหน้านี้ ปัดตอบพบ “ทักษิณ” ในงานศพ

ภ.จว.นครศรีธรรมราช เผยไทม์ไลน์ปม อดีต รมต. บ้องหู รอง ผกก.

ภ.จว.นครศรีธรรมราช เผยไทม์ไลน์ปม อดีต รมต. บ้องหู รอง ผกก.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมออนไลน์อย่างมากครับ เมื่อมีข่าวลือสะพัดเกี่ยวกับกรณีที่ ภ.จว.นครศรีธรรมราช เผยไทม์ไลน์ปม อดีต รมต. บ้องหู รอง ผกก. ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจของประชาชนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดจากทางตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อให้เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันครับ

เหตุการณ์เริ่มจากงานศพสู่การมีปากเสียง

จากรายงานระบุว่า เหตุการณ์ ภ.จว.นครศรีธรรมราช เผยไทม์ไลน์ปม อดีต รมต. บ้องหู รอง ผกก. นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ บ้านหัวควน อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดย พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล รอง ผกก.สืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ ได้ไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพมารดานายกเทศบาลตำบลปริก หลังจากเสร็จพิธีสวดพระอภิธรรมในช่วงเวลาประมาณ 23.30 น. ได้มีการนั่งดื่มสุราและเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งจนมีการทำร้ายร่างกายกันขึ้น

ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ยืนยันว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาและรวดเร็วที่สุด โดยมีการตั้งคณะทำงานเพื่อลงพื้นที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีการแทรกแซงจากผู้มีอิทธิพลใดๆ

สรุปประเด็นสำคัญที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ภ.จว.นครศรีธรรมราช เผยไทม์ไลน์ปม อดีต รมต. บ้องหู รอง ผกก. มีดังนี้ครับ:

  • วันเกิดเหตุคือวันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น.
  • สถานที่เกิดเหตุคือพื้นที่หมู่ 2 ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช
  • พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานในเหตุการณ์เพิ่มเติม
  • ทางตำรวจภูธรภาค 8 เข้ามาสนับสนุนการทำงานเพื่อให้คดีมีความโปร่งใส

สำหรับประชาชนท่านใดที่มีภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกไว้ในวันเกิดเหตุ สามารถส่งข้อมูลให้กับ พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ได้โดยตรง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยทางเจ้าหน้าที่จะเก็บรักษาข้อมูลทุกอย่างไว้เป็นความลับและจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ให้ข้อมูลอย่างแน่นอน

ในมุมมองของเหตุการณ์นี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทยว่าสามารถบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนอย่างเท่าเทียมได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งหน้าที่ระดับสูงหรืออดีตนักการเมืองก็ตาม เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของคดีนี้จะออกมาเป็นอย่างไร และจะมีการดำเนินการทางวินัยหรือกฎหมายอย่างไรบ้างครับ

ที่มา – ภ.จว.นครศรีธรรมราช เผยไทม์ไลน์ปม อดีต รมต. บ้องหู รอง ผกก. ระบุมีปากเสียงจนทำร้ายกัน

ปชป. เปิด “เปิดฟ้าใหม่ไล่เมฆเทา” โยงอดีตรัฐมนตรี

พรรคประชาธิปัตย์เปิดแคมเปญ “เปิดฟ้าใหม่ไล่เมฆเทา” เผยข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติฟอกเงินโยงอดีตรัฐมนตรี เดินหน้ารวบรวมข้อมูลส่งหัวหน้าพรรคฯ ยื่น ปปง.-กลต.-ดีเอสไอ สอบต่อ ยืนยันทำการเมืองสุจริต

วันที่ 17 พ.ย. 2568 ร้อยตำรวจเอกพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเดินหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการเดินหน้าทำการเมืองสุจริต ขจัดทุนเทา ผู้มีอิทธิพล รวมถึงปัญหาสแกมเมอร์ผ่านแคมเปญ “เปิดฟ้าใหม่ไล่เมฆเทา” ของพรรคฯ หลังสหรัฐอเมริกา กำลังออกร่างกฎหมายการต่อต้านสแกมเมอร์ และมีแบล็คลิสต์ 43 รายชื่อ ซึ่งหาก 43 คนดังกล่าว เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ก็จะต้องดำเนินการโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกตรวจสอบจากนานาชาติ และตกเป็นเป้าสายตานานาชาติเป็นแหล่งฟอกเงิน โดยยืนยันว่า ไม่ได้มุ่งหวังโจมตีทางการเมือง แต่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

เปิดฟ้าใหม่ไล่เมฆเทา

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบของคณะทำงานพรรคประชาธิปัตย์ พบการกระทำต้องสงสัยของบุคคล เช่น นายยิม เลี๊ยก นักธุรกิจชาวกัมพูชา, นายเบญจามินทร์ เมาเออร์เบอร์เกอร์ นักธุรกิจและล็อบบี้ยิสต์ รวมถึงยังเชื่อมโยง บริษัท และสถาบันการเงิน ทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น B.I.C. BANK CAMBODIA และ B.I.C. BANK LAOS ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย เช่น บริษัทที่มีทุนจดทะเบียน 330 บาท แต่สามารถซื้อบริษัทที่มีทุนขนาดใหญ่ และกู้เงินได้มากกว่า 600 ล้านได้ หรือรวมถึงบริษัทที่หลีกเลี่ยงกฎหมาย พยายามนำต่างด้าวมาเป็นนอมินีถือหุ้นอย่างซับซ้อน เพื่อให้เกินร้อยละ 49 ตามที่กฎหมายไทยจำกัด หรือเชื่อมโยงบริษัทพลังงานใหญ่ของประเทศ ซึ่งเกี่ยวพันกับอดีตรัฐมนตรีช่วยคนหนึ่ง

พรรคประชาธิปัตย์เตรียมแถลงข้อเรียกร้อง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า พรรคฯ จะใช้หลักสากลมาตรวจสอบ โดยเฉพาะธุรกรรมการเงิน เพื่อให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่งต่อให้หน่วยงานเกี่ยวข้องของรัฐตรวจสอบ เช่น ปปง., กลต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่ออายัดเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงถึงการเมือง เพราะหลายเหตุการณ์มีการตั้งข้อสังเกต มีบุคคลพยายามเข้ามาถือหุ้นบริษัทพลังงานไทย และยังอาจโยงถึงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และความสูญเสียทรัพย์สินของประชาชนด้วย พร้อมเปิดเผยอีกว่า เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ รวบรวมข้อมูลเสร็จสิ้น หัวหน้าพรรคฯ จะมีการแถลงข้อเรียกร้อง และข้อเสนอของพรรคฯ

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ประชาธิปัตย์ไม่เคยมาแตะเรื่องเหล่านี้นั้น ร้อยตำรวจเอกพงศกร ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาพรรคฯ มีการดำเนินการตลอด ตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย แต่ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน อาจไม่ได้ดำเนินการ แต่ก็ถือเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองในการช่วยกันตรวจสอบ โดยเฉพาะอุดมการณ์ของพรรคประชาธิัตย์ ที่ยึดถือการเมืองสุจริต จึงต้องการทำให้เป็นตัวอย่างการเมืองสุจริต เพราะหากการเมืองทุจริต ก็จะเป็นปัญหาอย่างที่เกิดขึ้น เช่น ดีลลับ เรื่องเทา หรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยยืนยันว่า พรรคฯ จะทำเพื่อประโยชน์ประเทศ หลังจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ยังจะมีการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้อีกครั้ง เพื่อให้สังคมเห็นความเชื่อมโยง และให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการต่อไป

แคมเปญ “เปิดฟ้าใหม่ไล่เมฆเทา” ของพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นความพยายามที่จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาการฟอกเงินและอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย การตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้สังคมตระหนักถึงภัยคุกคามเหล่านี้ และเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

ที่มา – พรรคประชาธิปัตย์เปิดแคมเปญ “เปิดฟ้าใหม่ไล่เมฆเทา” เผยข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติฟอกเงินโยงอดีตรัฐมนตรี

เพื่อไทยจัดสวดพระอภิธรรม วิโรจน์ เปาอินทร์

พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม คืนที่ 5 บำเพ็ญกุศลศพ “พล.ต.ท. วิโรจน์ เปาอินทร์” อดีตหัวหน้าพรรค

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมงานบำเพ็ญกุศลศพ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคืนที่ 5 ของพิธี โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และแกนนำสมาชิกพรรคเพื่อไทย และบุคคลสำคัญทางการเมืองเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้คณะผู้ร่วมงานประกอบด้วยแกนนำและอดีตรัฐมนตรีชุดที่ผ่านมา อาทิ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายจตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางมนพร เจริญศรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายจักรพงษ์ แสงมณี อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

งานสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ จะมีไปจนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568

พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม “วิโรจน์ เปาอินทร์” อดีตหัวหน้าพรรค

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 พรรคเพื่อไทยได้เป็นเจ้าภาพในการสวดพระอภิธรรม พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรคและอดีตรองนายกรัฐมนตรี ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน การจัดงานนี้แสดงให้เห็นถึงความเคารพและความผูกพันที่พรรคเพื่อไทยมีต่ออดีตผู้นำของพวกเขา ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์มากมายแก่พรรคและประเทศชาติ

รายละเอียดพิธีสวดพระอภิธรรม วิโรจน์ เปาอินทร์

ในพิธีครั้งนี้ มีบุคคลสำคัญทางการเมืองเข้าร่วมอย่างคับคั่ง รวมถึงอดีตรัฐมนตรีและแกนนำพรรคหลายท่าน การรวมตัวกันของผู้มีบทบาทสำคัญเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและความเคารพที่บุคคลในวงการการเมืองมีต่อ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์

การจัดงานสวดพระอภิธรรมนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการไว้อาลัย แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่มีต่อกันและกัน รวมถึงเป็นการระลึกถึงคุณงามความดีของ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ที่ได้สร้างไว้

การสูญเสียบุคคลสำคัญอย่าง พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของพรรคเพื่อไทยและวงการการเมืองไทย ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของท่านเป็นสิ่งที่ประเมินค่ามิได้ และจะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักการเมืองรุ่นหลังต่อไป

พิธีสวดพระอภิธรรมนี้เป็นช่วงเวลาที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยและบุคคลใกล้ชิดได้ร่วมกันไว้อาลัยและระลึกถึงคุณงามความดีของ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ และเป็นการให้กำลังใจแก่ครอบครัวและคนใกล้ชิดของท่าน

การจัดงานสวดพระอภิธรรมแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรำลึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และเป็นการแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อผู้ที่ได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม การจัดงานเช่นนี้เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย

ที่มา – พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม “วิโรจน์ เปาอินทร์” อดีตหัวหน้าพรรค

Scroll to top