อธิบดีกรมราชทัณฑ์

รมว.ยุติธรรม สั่ง! “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” พ้นตำแหน่ง

ความคืบหน้าล่าสุด กรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังชาวจีน ล่าสุด รมว.ยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าของการดำเนินการทางวินัยต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีคำสั่งให้ “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” และเลขานุการ ออกจากราชการไว้ก่อน

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ข้อมูลจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีความคืบหน้าอย่างมาก และเริ่มมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งนำไปสู่การลงนามคำสั่งโดยปลัดกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้ “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” และเลขานุการ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน ออกจากราชการไว้ก่อน

รมว.ยุติธรรม สั่ง! “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” พ้นตำแหน่ง

พล.ต.ท.รุทธพล ย้ำว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ และมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรโดยรวม ซึ่งกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดระเบียบและเร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร และการเร่งรัดตรวจสอบ

การที่กระทรวงยุติธรรมตัดสินใจลงดาบอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความโปร่งใส และความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม การดำเนินการกับ “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” และเลขานุการ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า จะไม่มีการละเว้นผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตาม

นอกจากนี้ การเร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า กระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา และป้องกันการเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต

ความสำคัญของการรักษากฎหมายและวินัย

กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้กับข้าราชการทุกคนว่า การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และถูกต้องตามกฎหมาย เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การกระทำที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ต้องขัง หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด

กระทรวงยุติธรรมจึงขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และพร้อมที่จะสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมของไทยมีความโปร่งใส และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน

ผลกระทบต่อผู้ต้องขังชาวจีน

แม้ว่าการดำเนินการในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การจัดการกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด แต่ก็อาจมีผลกระทบต่อผู้ต้องขังชาวจีนที่ได้รับการเอื้อประโยชน์ด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจมีการทบทวนสิทธิพิเศษที่เคยได้รับ และอาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย

ดังนั้น การดำเนินการในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการลงโทษผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงยุติธรรม และความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม

การดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดต่อกรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เอื้อประโยชน์ผู้ต้องขังชาวจีน ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม และเป็นการยืนยันว่ากระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง

ที่มา – รมว.ยุติธรรม เผย ลงดาบแล้ว “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ-เลขานุการ” ให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ราชทัณฑ์แจง! ไม่จริงเรื่องผู้ต้องขังหญิง เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

จากกระแสข่าวลือที่แพร่กระจายในโลกออนไลน์ กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการนำผู้ต้องขังหญิงไปให้บริการแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ข่าวดังกล่าวสร้างความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนกให้กับสังคมเป็นอย่างมาก กรมราชทัณฑ์จึงขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 กรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงเพื่อตอบโต้กระแสข่าวที่พาดพิงถึงการนำผู้ต้องขังหญิงจากทัณฑสถานหญิงกลางไปให้บริการภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงข่าวลือต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำฯ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง

กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า ข่าวลือและภาพประกอบที่ถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียนั้นเกินความจริง และไม่ได้สะท้อนสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำแต่อย่างใด ข่าวที่ว่ามีการนำผู้ต้องขังหญิงไปให้บริการแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังใน เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นั้นไม่เป็นความจริง และไม่มีเจ้าหน้าที่หรือผู้ต้องขังคนใดกระทำการดังกล่าวอย่างแน่นอน กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่าเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย ภายใต้กฎระเบียบและกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

ราชทัณฑ์ แจงไม่เป็นความจริง นำผู้ต้องขังหญิง ไปให้บริการ “ผู้คุม” เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

พ.ต.ท. ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว แต่สื่อมวลชนบางส่วนยังคงนำเสนอข่าวและภาพประกอบที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ กรมราชทัณฑ์จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบ ถูกต้อง และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน

กรมราชทัณฑ์ยืนยันความโปร่งใส กรณีข่าวผู้ต้องขังหญิง เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส เคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน และยึดมั่นในการดำเนินงานเพื่อประโยชน์ขององค์กรและประเทศชาติอย่างแท้จริง กรมฯ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดเพื่อให้กลับตนเป็นคนดีของสังคม และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการบริหารงานราชทัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ตอกย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารก่อนที่จะเชื่อหรือส่งต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง การมีวิจารณญาณและตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและการสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น

กรมราชทัณฑ์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสังคมจะเข้าใจและให้ความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกรมราชทัณฑ์ได้โดยตรงเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง

ถึงเเม้ว่ากรมราชทัณฑ์จะออกมายืนยันความโปร่งใส เเต่ก็ยังคงต้องจับตามองถึงกระเเสข่าวที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เราควรตั้งคำถามว่าอะไรคือเเรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังข่าวลือเหล่านี้ และมีวิธีการใดบ้างที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกในอนาคต การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ

ที่มา – ราชทัณฑ์ แจงไม่เป็นความจริง นำผู้ต้องขังหญิง ไปให้บริการ “ผู้คุม” เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

รมว.ยุติธรรม สั่งสอบ คดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษ

รมว.ยุติธรรมลั่น “รับไม่ได้” สั่งดีเอสไอลุยตรวจสอบคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ พบเจ้าหน้าที่เอี่ยว 6–7 ราย กล้องวงจรปิดถูกลบไปแล้วแต่กู้คืนได้บางส่วน สั่งจัดระเบียบนักโทษ VIP ทุกเรือนจำ

วันที่ 21 พ.ย. 2568 วันนี้ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการเวทีสาธารณะ “เห็นคุณค่าทุกชีวิต เดินหน้ากับร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. ….” หลังพิธีเปิดงาน ผู้สื่อข่าวสอบถามรัฐมนตรีฯ ถึงกรณีกรมราชทัณฑ์มีคำสั่งย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ภายหลังพบพฤติการณ์เอื้อประโยชน์ให้ผู้ต้องขังชาวจีน พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า ตั้งแต่รับราชการจนเกษียณไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน และยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง เพราะเป็นการบ่อนทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศ พร้อมเชื่อว่าประชาชนก็ไม่อาจยอมรับเรื่องนี้เช่นกัน

ยันดำเนินคดีอาญาและวินัยทุกคน

รมว.ยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ตนได้รับรายงานเบื้องต้นด้วยวาจาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์จะสั่งตรวจค้นและโยกย้ายผู้บัญชาการเรือนจำทันที โดยรายละเอียดที่ได้รับรายงานก็เป็นไปตามที่เป็นข่าว พร้อมสั่งการให้อธิบดีและคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจัดทำรายงานสรุป เพื่อนำเสนอในการประชุมช่วงบ่ายวันนี้ที่กระทรวงยุติธรรม  ยืนยันกระทรวงจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มที่ ทั้งพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง พร้อมเร่งรัดดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางวินัยกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่มีปล่อยผ่าน และหากจำเป็นจะตรวจสอบย้อนหลังการปฏิบัติงานของผู้บัญชาการเรือนจำคนดังกล่าวอย่างครอบคลุม

ปรนเปรอกามนักโทษ เรื่องจริง

ในส่วนของข้อมูลที่ปรากฏในข่าว ทั้งเรื่อง “ห้องใต้บันได”, ถุงยางอนามัย และการนำหญิงสาวเข้าไปให้บริการผู้ต้องขังชาวจีน รัฐมนตรีระบุว่า จากรายงานเบื้องต้นเป็นเรื่องจริง แต่ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานให้ละเอียดอีกครั้ง เพื่อแก้ไขในส่วนที่จำเป็น และจะใช้โอกาสนี้ปรับปรุงระบบเรือนจำของไทยทั้งระบบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ

สอบสวนนางแบบจีน

ต่อมา พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงยุติธรรม รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนางแบบหญิงต่างชาติเข้าไปในเขตราชทัณฑ์ โดยระบุว่าคณะกรรมการได้สอบสวนไปแล้วบางส่วน ทั้งในประเด็นการเข้าพื้นที่ของนางแบบ และบทบาทของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาร่วมสืบสวน พร้อมประสาน ปปง. ตรวจเส้นทางการเงิน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมด ยืนยันต้องให้ความกระจ่างในทุกมิติ โดยในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.) เวลา 09.00 น. จะลงพื้นที่ตรวจสอบเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ด้วยตนเอง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่กว่า 300 คน โดยจะคัดกรองสอบผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด

จีนเทาในเรือนจำกรุงเทพ 200 คน

ส่วนผู้ต้องขังกลุ่ม “จีนเทา” ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีราว 200 คน โดยพบว่ามี 2 รายเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ รู้ตัวทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยข้อมูล อยู่ระหว่างพิจารณาคดีในชั้นศาล  สำหรับเจ้าหน้าที่ในเรือนจำพบว่ามีผู้เกี่ยวข้อง 6–7 คน ตั้งแต่ด่านประตูจนถึงจุดที่เกิดเหตุ โดยจุดเกิดเหตุไม่ใช่ห้องทำงานผู้บัญชาการเรือนจำ แต่เป็นห้องของผู้คุมที่ถูกดัดแปลงคล้ายห้องรับรอง ส่วนห้อง ผบ. อยู่ชั้นบน ซึ่งพรุ่งนี้จะเข้าไปตรวจสอบให้ชัดเจน

ย้ายผู้ต้องขังวีไอพีแล้ว

พล.ต.ท.รุทธพล  กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีของนางแบบสาวชาวจีน พบว่าเดินทางเข้ามา โดยใช้เส้นทางปกติ เป็นส่วนอาคารของเจ้าหน้าที่ โดยเหตุเกิดช่วงกลางวัน และการสอบปากคำนางแบบชาวจีนทั้งสองคนแล้ว เบื้องต้นสอบปากคำและตรวจสอบพาสปอร์ต โดยให้การแค่ว่า มาพบเจ้าหน้าที่ที่อยู่จุดนั้น แต่ส่วนตัวเชื่อว่าเต็มใจมา รวมถึงเรื่องค่าตอบแทนของนางแบบชาวจีนทั้งสองคน ทั้งคู่ยังปฏิเสธอยู่ ส่วนผู้ต้องขังชาวจีนทั้งสองคนถูกย้ายเรือนจำไปแล้ว เป็นเรือนจำใกล้เคียงแต่ขอไม่เปิดเผย

กล้องวงจรปิดถูกลบ

ด้านกล้องวงจรปิดพบว่าถูกลบในวันเกิดเหตุ แต่สามารถกู้คืนบางส่วน พบภาพผู้ต้องขังเดินในพื้นที่ต้องห้าม พร้อมมีพยานหลักฐานอื่นประกอบ  เมื่อถามถึงมาตรการจัดระเบียบนักโทษวีไอพี รมว.ยุติธรรมระบุว่า ได้สั่งให้ตรวจทั้งระบบทุกเรือนจำ เพราะหากปล่อยให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก จะสร้างความเสียหายอย่างมากต่อหน่วยงาน

รมว.ยุติธรรมลั่น “รับไม่ได้” สั่งดีเอสไอลุยตรวจสอบคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ

จากกรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ ทางกระทรวงยุติธรรมได้ออกมาแสดงความไม่พอใจและสั่งการให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกมิติ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

ความคืบหน้าคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ

ล่าสุด รมว.ยุติธรรมได้สั่งการให้ดีเอสไอเข้ามาร่วมสืบสวนคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ พร้อมทั้งประสาน ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม นอกจากนี้ ยังมีการสั่งย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดทางให้การสอบสวนเป็นไปอย่างราบรื่น

การตรวจสอบคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เจ้าหน้าที่ระดับล่างเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการตรวจสอบย้อนหลังการปฏิบัติงานของผู้บัญชาการเรือนจำคนดังกล่าวอย่างครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการละเลยหรือปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ รมว.ยุติธรรมยังได้สั่งการให้มีการจัดระเบียบนักโทษ VIP ในทุกเรือนจำทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอื้อประโยชน์หรือการกระทำผิดกฎหมายในลักษณะเดียวกันอีก

  • ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้อง
  • ตรวจสอบย้อนหลังการปฏิบัติงานของผู้บัญชาการเรือนจำ
  • จัดระเบียบนักโทษ VIP ในทุกเรือนจำ

การดำเนินการอย่างจริงจังและรวดเร็วของกระทรวงยุติธรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษากระบวนการยุติธรรมของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย

คดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ต้องทบทวนมาตรฐานการปฏิบัติงานและความโปร่งใสในการบริหารจัดการเรือนจำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมและความเชื่อมั่นของประชาชนอีกต่อไป

ที่มา – รมว.ยุติธรรมลั่น “รับไม่ได้” สั่งดีเอสไอลุยตรวจสอบคดีนางแบบจีนบำเรอกามนักโทษเรือนจำ

อิ๊งค์-เอม เยี่ยมทักษิณ เผยอยู่ครบ 6 อาทิตย์

อัปเดตอาการล่าสุดของ “ทักษิณ” หลัง “อิ๊งค์-เอม” เข้าเยี่ยม เผยพ่อนับวันอยู่ในเรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี อาการนิ้วชาดีขึ้น แต่ยังมีความเครียดและนอนไม่หลับ

อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นวันที่ 10 ของการเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังตามคำสั่งศาล โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อิ๊งค์ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยม

กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงยังคงเดินทางมาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง หวังว่าจะได้รับทราบข่าวคราวเกี่ยวกับสถานการณ์ของนายทักษิณ เมื่ออิ๊งค์และเอมลงจากรถ ได้เดินตรงไปยังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปรบมือให้กำลังใจ พร้อมยกมือไหว้ทักทาย ก่อนเดินเข้าไปในเรือนจำ โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ร่วมเข้าเยี่ยมด้วย ก่อนเข้าประตู ทั้งสองพี่น้องโอบเอวกัน ก่อนเข้าไปด้านใน

ต่อมาเวลา 12.25 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ได้เดินออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร แล้วเสร็จ ทั้งคู่มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีท่าทีเครียดหรือวิตกกังวลใดๆ

น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่า เพิ่งกลับจากต่างประเทศ ไม่ได้เจอคุณพ่อหลายวัน ตอนนี้คุณพ่อนับวันบอกกับลูก ๆ ว่า อยู่มาครบ 6 อาทิตย์พอดี คุณพ่ออยู่อย่างเรื่อย ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มีอาการเครียดบ้างและนอนไม่หลับบ้าง อาการนิ้วชาดีขึ้นแล้ว

หลังจากนั้น ทั้งสองได้เดินไปพูดคุยทักทาย และจับมือกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่รอให้กำลังใจ นอกจากนี้ มีคนเสื้อแดงยื่นแก้วพลาสติกใส่มะม่วงหาวมะนาวโห่ มอบให้กับ น.ส.แพทองธาร โดย น.ส.พินทองทา เป็นผู้รับมอบและยื่นให้กับทีมงาน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงตะโกนว่า “นายกสู้ๆ”

อาการล่าสุดของทักษิณหลัง อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม

นอกจากเรื่องที่ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี สภาพจิตใจของคุณทักษิณก็เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการเครียดและนอนไม่หลับที่บุตรสาวได้กล่าวถึง แม้ว่าอาการนิ้วชาจะดีขึ้นแล้วก็ตาม การใช้ชีวิตในเรือนจำย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การได้รับกำลังใจจากครอบครัวและผู้สนับสนุนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้

สถานการณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตาของสังคม การเข้าเยี่ยมของบุตรสาวทั้งสองและการให้กำลังใจจากกลุ่มผู้สนับสนุน แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความหวังที่ผู้คนมีต่อสถานการณ์ดังกล่าว แม้ว่าการใช้ชีวิตในเรือนจำอาจมีความยากลำบาก แต่การได้รับกำลังใจจากคนรอบข้างย่อมเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้

  • การ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี สะท้อนถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว
  • อาการป่วยและความเครียดของทักษิณเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง
  • กำลังใจจากผู้สนับสนุนมีความสำคัญต่อสภาพจิตใจ

การที่ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นในครอบครัวชินวัตร และความห่วงใยที่พวกเขามีต่อคุณทักษิณ การเข้าเยี่ยมครั้งนี้จึงเป็นกำลังใจสำคัญที่ช่วยให้คุณทักษิณสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

ที่มา – “อิ๊งค์-เอม” เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี

“พินทองทา” พร้อมสามี เยี่ยม “ทักษิณ” เสื้อแดงรอให้กำลังใจ

ในวันที่ 29 กันยายน 2568 บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมคึกคักไปด้วยผู้สื่อข่าวและมวลชนที่มารอติดตามเหตุการณ์สำคัญ โดยเฉพาะการเข้าเยี่ยมของ “พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ

“พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักต่างพากันมารอหน้าศูนย์บริการเยี่ยมญาติของเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของครอบครัวชินวัตร โดยวันนี้ น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ เอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวแทนครอบครัวที่เดินทางมาเยี่ยมพ่อ

ข่าวลือเรื่องการยื่นทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 ของนายทักษิณ ทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด ผู้สื่อข่าวต่างรอสัมภาษณ์เพื่อเคลียร์ประเด็นนี้ ขณะที่มวลชนเสื้อแดงจากจังหวัดสิงห์บุรีและนนทบุรีเดินทางมาร่วมให้กำลังใจอย่างคึกคัก พวกเขาปักหลักรอตั้งแต่เช้า สร้างความอบอุ่นให้กับครอบครัวชินวัตร

เวลา 11.00 น. น.ส.พินทองทาและนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของเธอ เดินทางมาถึงเรือนจำ ท่ามกลางเสียงตะโกน “เรารักทักษิณ” ที่ดังกึกก้องจากกลุ่มเสื้อแดง นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ รอต้อนรับและพาครอบครัวเข้าไปด้านใน ระหว่างทาง ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงเรื่องยื่นขออภัยโทษ แต่น.ส.พินทองทายิ้มรับโดยไม่ตอบคำถาม

รายละเอียดการเยี่ยมและสุขภาพของนายทักษิณ

การเยี่ยมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนที่น.ส.พินทองทาและสามีจะเดินออกมา เมื่อผู้สื่อข่าวถามซ้ำเรื่องขออภัยโทษ เธอรีบขึ้นรถโดยไม่ตอบ ขณะที่นายณัฐพงศ์ก็ยิ้มให้แทนคำตอบเมื่อถูกถามถึงการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย

นายวิญญัติให้สัมภาษณ์ว่า สุขภาพของนายทักษิณดีขึ้น หน้าตาสดใส แม้ยังมีอาการป่วยเรื่องความดันและระบบหัวใจ แต่เขาพยายามปรับตัวและรักษาตัวเองในเรือนจำ กิจวัตรประจำวันยังปกติ โดยเฉพาะปัญหากระดูกต้นคอที่ต้องระวังเพราะอาจทับเส้นประสาท แต่ยังไม่รุนแรงถึงขั้นเดินไม่ได้ แพทย์ในเรือนจำตรวจสุขภาพเป็นประจำ และนายทักษิณอยู่ในแดนพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ

ส่วนการเยี่ยมญาติ มีทั้งแบบเห็นหน้าค่าตาและทางไลน์ ซึ่งครอบครัวเลือกแบบเห็นหน้ากันเพื่อให้กำลังใจ นายวิญญัติเชื่อว่าถ้ามีกิจกรรมเยี่ยมใกล้ชิด นายทักษิณก็จะได้รับสิทธิ์ตามปกติ การสนทนาระหว่างทนายและนายทักษิณเป็นเรื่องทั่วไป เช่น ความห่วงใยต่าง ๆ และขอบคุณมวลชนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ โดยนายทักษิณขอให้ทุกคนสงบเรียบร้อยเพราะเป็นสถานที่ราชการ

เมื่อถูกถามถึงผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 นายวิญญัติปฏิเสธไม่ตอบประเด็นการเมือง และยืนยันว่าการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องขังทุกคน กระบวนการใช้เวลานานกว่าเดิม ราว 14 วัน เพื่อทำความเห็นเอกสาร โดยเป็นพระราชอำนาจที่ไม่อาจก้าวล่วง

  • สุขภาพนายทักษิณ: ดีขึ้นแต่ต้องระวังความดันและกระดูกต้นคอ
  • การเยี่ยมญาติ: เน้นแบบเห็นหน้ากันเพื่อกำลังใจ
  • มวลชนเสื้อแดง: มาร่วมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง
  • ประเด็นอภัยโทษ: ยื่นครั้งที่ 2 ตามกระบวนการปกติ

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างครอบครัวชินวัตรและฐานเสียงที่เหนียวแน่น แม้จะมีประเด็นการเมืองร้อนแรง แต่ครอบครัวยังคงเงียบขรึมและมุ่งเน้นเรื่องส่วนตัว

สำหรับผู้อ่านที่สนใจข่าวการเมืองไทย ลองติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อเข้าใจสถานการณ์ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – “พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ

ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันทำตามระเบียบ

“ทนายวิญญัติ” เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มีการให้กำลังใจ-พูดคุยเรื่องคดี พบมีอาการอิดโรยในช่วงพักผ่อน ยันจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อประโยชน์ของลูกความที่เป็นผู้ต้องขัง ภายใต้กฎระเบียบ

วันที่ 16 ก.ย. 68 เมื่อเวลา 14.45 น. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมนายทักษิณ กว่า 1 ชั่วโมง ว่า วันนี้เข้าเยี่ยมนายทักษิณ มีการพูดคุยเรื่องงานที่ต้องดูแลให้ท่านเกี่ยวกับคดีว่า ตอนนี้มีอะไรบ้าง เรื่องภารกิจต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการ เป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรพิเศษ ส่วนเรื่องอื่นก็เป็นการให้กำลังใจท่าน เห็นดูมีอาการอิดโรย เพราะตอนบ่ายเป็นช่วงที่ต้องพักผ่อน ปกติท่านต้องอ่านหนังสือเป็นหลักอยู่แล้ว

ส่วนคดีความไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นเรื่องระหว่างทนายความกับลูกความ แต่ไม่ได้เป็นความลับกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ขอให้คนที่ชอบมโน อย่าคิดไปแบบนั้น อยากเรียนให้ทราบว่า ในฐานะทนายความจะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ ที่เป็นผู้ต้องขังในฐานะนักโทษเด็ดขาด อะไรที่ทำได้ก็จะใช้สิทธิ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎระเบียบ แม้ในทางคดีจะมีข้อถกเถียง ซึ่งมีผู้ไม่เห็นด้วยหลายฝ่ายกับคำสั่งศาลที่ออกมาว่านายทักษิณ ที่ผ่านมาขาดอิสรภาพโดยถูกคุมขังที่โรงพยาบาลตำรวจ จะไม่ถือเป็นการคุมขังหรืออย่างไร เป็นการตั้งประเด็นข้อสงสัยจากหลายฝ่าย

ส่วนตนในฐานะทนายความ ได้ดำเนินการตามสิทธิของท่านแล้ว ก็พร้อมยอมรับคำวินิจฉัยของศาล ส่วนอนาคตจะมีข้อโต้แย้ง หรือกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อถกเถียงทางวิชาการ เชื่อว่าสังคมคงไม่เงียบกับเรื่องแบบนี้เพราะว่าจะเป็นปัญหาทางนิติศาสตร์ หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่นักกฎหมายเห็นว่ามีปัญหาที่ต้องถกเถียงกัน

นายวิญญัติ กล่าวว่า สำหรับคดีชั้น 14 ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. อาจมีปัญหาในกระบวนการที่ซ้ำซ้อนกับประเด็นอื่นหรือไม่ ส่วนเรื่องผู้ที่ถูกกล่าวหาต้องมีการเตรียมการอยู่แล้ว เพราะต้องชี้แจงต่อสู้ข้อกล่าวหา แม้ในอนาคตจะมีการมากล่าวหาถือเป็นการใช้สิทธิ์ของท่าน ก็ต้องต่อสู้เต็มที่อยู่แล้ว เรื่องสิทธิผู้ต้องขังเด็ดขาด สิ่งที่ต้องมีเป็นเรื่องพื้นฐานตามมาตรฐานผู้ต้องขังทั่วไป และไม่ได้มีอะไรเรียกร้องไปมากกว่านี้ เพราะว่าเงื่อนไขเวลาการคุมขังเป็นช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ไม่สามารถเรียกร้องอะไรที่ยังมาไม่ถึงไม่ได้ ส่วนอนาคตอาจมีกฎเกณฑ์ใด เงื่อนไขใด จะก่อให้เกิดสิทธิประโยชน์ เราก็จะพยายามที่จะตรวจสอบว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ตามปกติอยู่แล้ว และตนเชื่อว่าคนที่ถูกคุมขังสูญเสียอิสรภาพ ไม่มีใครไม่อยากได้อิสรภาพ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

ส่วนกระแสข่าวเรื่องการโมฆะพระราชทานอภัยโทษ จำคุก 1 ปี นายทักษิณ เพราะไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบนั้น ตนขอไม่มีความคิดเห็น แต่ขอให้ระวัง เพราะทั้งหมดคือพระราชอำนาจ มองว่าอาจเกิดเป็นการล้างแค้นหรือล่าแม่มดหรือไม่ ตนเพียงมีหน้าที่ชี้แจงและปฏิบัติตามระเบียบ ซึ่งนายทักษิณก็ทำตามอยู่แล้ว กลับมารับโทษตามคำพิพากษา ในขณะที่หลายคนบอกว่านายทักษิณจะหนี แต่ท่านก็กลับมา เป็นคำไหนคำนั้น ส่วนมีกระแสข่าวว่ามีการเลี้ยงพิซซ่าภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องการได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้ต้องขังเด็ดขาด ท่ามกลางกระแสข่าวลือและความคิดเห็นที่หลากหลาย ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ได้ออกมาให้ข้อมูลที่สำคัญหลายประการหลังการเข้าเยี่ยม

ทนายยันทำทุกอย่างภายใต้กฎระเบียบ

นายวิญญัติเน้นย้ำว่า การดำเนินการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคดีความของนายทักษิณ จะเป็นไปภายใต้กฎระเบียบที่กำหนด แม้ว่าจะมีข้อถกเถียงและความเห็นต่างจากหลายฝ่ายก็ตาม เขายืนยันว่าจะใช้สิทธิในฐานะทนายความอย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกความ

นอกจากนี้ ทนายวิญญัติยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด โดยระบุว่าสิ่งที่นายทักษิณได้รับนั้นเป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป และยังเร็วเกินไปที่จะเรียกร้องสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ยังมาไม่ถึง อย่างไรก็ตาม เขาจะตรวจสอบอย่างละเอียดหากมีกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่อาจก่อให้เกิดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ กระแสข่าวเรื่องการโมฆะพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งทนายวิญญัติขอสงวนความเห็น แต่เตือนให้ระวังว่าอาจเป็นการล้างแค้นหรือล่าแม่มด พร้อมทั้งย้ำว่านายทักษิณได้ปฏิบัติตามระเบียบและกลับมารับโทษตามคำพิพากษาแล้ว

จากข้อมูลที่ทนายวิญญัติให้ไว้ พบว่าสถานการณ์ของนายทักษิณยังคงมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ สิ่งสำคัญคือการยึดมั่นในหลักการของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

การที่ทนายความออกมาให้ข้อมูลและยืนยันถึงการปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย ช่วยสร้างความกระจ่างและความมั่นใจให้กับสังคมว่าทุกฝ่ายกำลังทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือพัฒนาการของคดีความและประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและรอบด้าน

ทนายความย้ำว่าจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ และพร้อมที่จะดำเนินการตามสิทธิที่พึงมีพึงได้

การดำเนินการใดๆ ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย

ที่มา – ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว ทำใจได้ อยู่แดนพยาบาล

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล! อธิบดีราชทัณฑ์ เผยล่าสุด “ท่านทำใจได้แล้ว” อ่านหนังสือ ดูทีวีคลายเครียด พร้อมยืนยันการเยี่ยมญาติวันนี้เป็นไปตามระเบียบ ไม่มี VVIP แน่นอน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 กันยายน 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีการคุมขังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี และเมื่อวานนี้ครบ 5 วันที่ต้องกักโรคโควิด-19 ตามระเบียบของราชทัณฑ์แล้ว

พ.ต.ท.เชน ให้ข้อมูลว่า การเข้าเยี่ยมนายทักษิณวันนี้ ถือเป็นวันแรก และทางเรือนจำฯ ยึดตามระเบียบการเยี่ยมญาติอย่างเข้มงวด ไม่มีการเยี่ยมแบบ VVIP ครอบครัวของนายทักษิณต้องเข้าเยี่ยมเหมือนญาติผู้ต้องขังรายอื่น ๆ ทั่วไป ซึ่งจะต้องเดินต่อแถวเรียงหนึ่ง ก่อนเข้าห้องเยี่ยม พร้อมพูดคุยผ่านกระจกใส ใช้โทรศัพท์พูดคุยสื่อสาร และญาติสามารถเข้าไปได้พร้อมกันทั้งหมด

ทั้งนี้ มีรายงานว่าสำหรับการคุมขังของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักโทษเด็ดขาด และได้กักโรคโควิด-19 ครบ 5 วันตามระเบียบตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว

โดยล่าสุดทางเรือนจำฯ ได้ให้นายทักษิณไปอยู่ที่ “แดนพยาบาล” ซึ่งรวมนักโทษผู้สูงอายุ พร้อมตัดผมแล้วตามระเบียบ ยังไม่ได้เริ่มให้ช่วยงานอะไร เพราะให้พักผ่อน คลายความเครียดก่อน

ส่วนสภาพจิตใจเบื้องต้นของนายทักษิณ เท่าที่สังเกตอาการ “ท่านทำใจได้แล้ว มียาโรคประจำตัวรับประทานตลอด อ่านหนังสือ และดูทีวีคลายเครียด“ โดยวันนี้จะมีญาติและครอบครัวชินวัตรเดินทางมาเยี่ยมเป็นครั้งแรก เวลา 10.00 น.

อย่างไรก็ตาม วันนี้ เวลา 10.00 น. ทางครอบครัวชินวัตร จะเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นอกจากทนายความส่วนตัวแล้ว ยังมีคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาว, ลูกเขย และบรรดาหลาน ๆ ของนายทักษิณ

ต่อมา นายวิญญัติ ชาติมนตรี พร้อมทีมทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงที่เรือนจำกลางคลองเปรม และเข้าติดต่อเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ ที่บริเวณศูนย์บริการร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง เพื่อยื่นคำร้องขอเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ตามระเบียบของเรือนจำ หลังจากครบกำหนดการกักโรคและสามารถเข้าเยี่ยมได้

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.42 น. คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา, พิณทองทา ชินวัตร ลูกสาว เดินทางมาเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีทนายความมายืนรอรับที่ทางเข้าเรือนจำ.

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล

สถานการณ์ล่าสุดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรม กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม หลายคนอยากทราบความเป็นอยู่ของท่านหลังต้องใช้ชีวิตในเรือนจำ

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว จริงหรือไม่?

ตามรายงานล่าสุด “ทักษิณ” ตัดผมแล้ว และปรับตัวเข้ากับชีวิตในเรือนจำได้ดี โดยย้ายไปอยู่แดนพยาบาล อ่านหนังสือ ดูทีวีคลายเครียด

การที่นายทักษิณสามารถปรับตัวได้รวดเร็ว ถือเป็นสัญญาณที่ดี และแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งทางจิตใจของท่าน อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล อธิบดีราชทัณฑ์ บอก “ท่านทำใจได้แล้ว”

ราชทัณฑ์เผย ทักษิณนอนเรือนจำคืนที่ 2 หลับสนิท

จากกรณีที่ กรมราชทัณฑ์ ได้รายงานอาการของ “ทักษิณ” ในการนอนเรือนจำกลางคลองเปรมคืนที่ 2 พบว่า นอนหลับสนิท ไม่ซึมเศร้า ทานข้าวได้ครบทุกมื้อ และไม่มีอาการเครียด สามารถปรับตัวได้ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อคุมขังตามคำพิพากษาของศาลให้บังคับโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี ต่อมา เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมราชทัณฑ์กำหนดให้เป็นเรือนจำศูนย์กลางระหว่างการพิจารณาคดี (HUB) ได้ดำเนินการย้ายนายทักษิณไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม เนื่องจากเป็นนักโทษเด็ดขาด เพื่อแยกการปฏิบัติตามประเภทของผู้ต้องขังให้เหมาะสม ตามที่มีรายงานข่าวไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด วันที่ 11 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากภายในกรมราชทัณฑ์ว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการกักโรคโควิด-19 เป็นเวลา 5 วัน ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยอาการนอนห้องกักโรคในคืนที่สอง พบว่าเมื่อคืนวันที่ 10 กันยายน นายทักษิณ แม้จะมีอายุ 76 ปี แต่ยังคงนอนหลับได้เป็นปกติ ไม่มีอาการนอนกระสับกระส่าย รวมถึงไม่มีอาการเครียดหรือซึมเศร้าให้เห็น ค่อนข้างปรับตัวได้ดี การรับประทานอาหาร สามารถรับประทานได้ครบทุกมื้อ และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามคำแนะนำของราชทัณฑ์เป็นอย่างดี

ราชทัณฑ์เผย ทักษิณนอนเรือนจำคืนที่ 2 หลับสนิท

นอกจากนี้ รายงานภายในกรมราชทัณฑ์ยังเปิดเผยว่า การป้องกันความปลอดภัยในการคุมขังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ราชทัณฑ์ค่อนข้างเข้มงวด โดยมีการมอบหมายผู้ต้องขังที่ได้รับการพิจารณาแล้วว่าผ่านการอบรมทักษะต่างๆ ทั้งการช่วยเหลือพยาบาล หรือการช่วยงานเรือนจำ และมีความประพฤติดีเยี่ยม มาเป็นผู้ช่วยเหลือดูแลนายทักษิณระหว่างถูกคุมขัง เพราะต้องยอมรับว่าภายในเรือนจำนั้น ไม่มีใครรู้ได้ว่าใครชอบหรือไม่ชอบกันอย่างไร ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ ดังนั้น ราชทัณฑ์จึงต้องวางมาตรการดูแลให้เหมาะสม

มาตรการดูแล “ทักษิณ” ในเรือนจำ

มาตรการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นเรื่องที่กรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของทุกฝ่าย การจัดผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีมาช่วยดูแลเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดังกล่าว แต่ก็ต้องมีการประเมินความเสี่ยงและทบทวนมาตรการอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ในส่วนของความเป็นไปได้ที่นายทักษิณจะออกมาบริการงานสาธารณะของเรือนจำฯ เกี่ยวกับเชิงวิชาการตามงานหนังสือนั้น ทางกรมราชทัณฑ์แจ้งว่า การที่เรือนจำจะนำผู้ต้องขังเด็ดขาดออกมาบริการงานสาธารณะ จะต้องมีการเขียนโครงการเพื่อขออนุมัติก่อน ยกตัวอย่างเช่น กรณีของนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ที่เคยออกมาเล่นดนตรี เพราะเป็นโครงการฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะดนตรี จึงสามารถออกมาบริการงานสาธารณะได้

เรื่องราวของนายทักษิณที่ ราชทัณฑ์ดูแลในเรือนจำ ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมและเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และการที่ราชทัณฑ์ออกมาให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน

การที่ราชทัณฑ์ ดูแลนักโทษอย่างดีถือเป็นมาตรฐานที่สำคัญ แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เพื่อความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำภายในเรือนจำ

ที่มา – “ราชทัณฑ์” เผย “ทักษิณ” นอนเรือนจำคืน 2 หลับสนิท ไม่ซึมเศร้า ทานข้าวได้ครบมื้อ

ทนายยังไม่เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” รถตู้เบนซ์เข้าเรือนจำ

“ทนายวิญญัติ” ยังไม่มีกำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ล่าสุดพบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำคลองเปรม

วันที่ 10 ก.ย. 2568 มีรายงานว่า ความเคลื่อนไหวที่บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม มีสื่อมวลชนมาปักหลักเฝ้ารอติดตามกรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำเมื่อคืนนี้ โดยคาดว่าในตอนนี้ยังอยู่ในห้องกักโรคตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ โดยระหว่างนี้คนที่จะเข้าเยี่ยมได้มีแค่ทนายความเท่านั้น หลังจากนี้อีก 5 วัน ครอบครัวจึงจะสามารถเข้าเยี่ยมได้

ขณะที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของ นายทักษิณ เผยว่า ในวันนี้ไม่มีกำหนดที่จะเข้าเยี่ยมนายทักษิณเนื่องจากติดธุระ

ทั้งนี้ ยังมีรายงานอีกว่า บริเวณด้านหน้าเรือนจำ เวลา 9.45 น. พบรถตู้เบนซ์ ทะเบียน ธห 1155 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของครอบครัวชินวัตร ผ่านบริเวณหน้าเรือนจำมุ่งไปทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพ แต่ไม่ได้จอด จากนั้นผ่านไปประมาณ 20 นาที รถคันดังกล่าว ก็ขับออกไปจากพื้นที่ของเรือนจำกลางคลองเปรม.

ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” พบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำ

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นที่จับตาของสื่อมวลชนและประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเข้าเยี่ยมของทนายความและครอบครัว หลังจากที่ท่านถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อคืนที่ผ่านมา ข่าวล่าสุดรายงานว่าทนายความยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ในวันนี้

ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ในช่วงแรกของการคุมขัง ผู้ต้องขังจะต้องอยู่ในห้องกักโรคเพื่อสังเกตอาการ และในช่วงเวลานี้ ผู้ที่จะสามารถเข้าเยี่ยมได้คือทนายความเท่านั้น ทำให้ประเด็นเรื่องทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” กลายเป็นที่สนใจของหลายฝ่าย ว่าจะมีผลต่อกระบวนการทางกฎหมาย หรือการดำเนินการใดๆ หรือไม่

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับ ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ”

ถึงแม้ว่าทนายความจะยังไม่มีกำหนดเข้าเยี่ยมในวันนี้ แต่มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือการปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์ของครอบครัวชินวัตร บริเวณด้านหน้าเรือนจำ ทำให้เกิดคำถามว่าครอบครัวมีความพยายามที่จะเข้าเยี่ยมหรือไม่ หรือมีเหตุผลอื่นใดในการเดินทางมายังบริเวณเรือนจำ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ารถตู้คันดังกล่าวไม่ได้จอดที่เรือนจำกลางคลองเปรม แต่ได้ขับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนที่จะขับออกจากพื้นที่ไปในเวลาต่อมา ซึ่งยังไม่มีการยืนยันถึงเหตุผลของการเดินทางมายังบริเวณเรือนจำในครั้งนี้

ประเด็นที่น่าสนใจคือ หลังจาก 5 วัน ครอบครัวจึงจะสามารถเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ได้ตามระเบียบ ดังนั้น การปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์ของครอบครัวชินวัตร อาจเป็นการมาเพื่อสังเกตการณ์ หรือเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าเยี่ยมในอนาคต

สถานการณ์เรื่อง ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” และความเคลื่อนไหวของครอบครัวชินวัตร ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อนายทักษิณ ชินวัตร

การที่ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” อาจมีเหตุผลส่วนตัวหรือข้อจำกัดทางธุระ แต่ก็อาจส่งผลต่อการเตรียมตัวด้านกฎหมายและการให้คำปรึกษาแก่นายทักษิณได้เช่นกัน ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับประชาชนที่สนใจข่าวสารเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร และสถานการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง สามารถติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง

การเข้าเรือนจำของนายทักษิณและการที่ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

ในส่วนของครอบครัวชินวัตร การปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์บริเวณเรือนจำ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความผูกพันที่มีต่อนายทักษิณ แม้ว่าจะยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ในทันที แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้กำลังใจและสนับสนุน

สถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป และหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพในกระบวนการยุติธรรม และให้ความเป็นธรรมแก่นายทักษิณ ชินวัตร อย่างเต็มที่

ที่มา – ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” พบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำ

Scroll to top