อธิบดี

เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ปัดเอี่ยวปม ทุจริตสอบท้องถิ่น

เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ปัดเอี่ยวปม ทุจริตสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีข่าวการ ทุจริตสอบท้องถิ่น หรือการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโซเชียลมีเดีย โดยล่าสุดทาง เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องชื่อเสียงขององค์กรแล้ว

หากคุณได้ติดตามข่าวสารในช่วงนี้ จะพบว่ามีการพาดพิงถึงหน่วยงานหลายแห่งที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว แต่ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ สำนักงานเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ออกประกาศชี้แจงอย่างชัดเจนว่าทางเทศบาลไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับขบวนการทุจริตที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ในขณะนี้

ยืนยันความโปร่งใส เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ปัดเอี่ยวปม ทุจริตสอบท้องถิ่น

ทางเทศบาลฯ ได้ระบุถึงเหตุผลที่ต้องออกมาแถลงการณ์ในครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการป้องกันความเข้าใจผิดของพี่น้องประชาชน โดยทางหน่วยงานขอยืนยันหลักการสำคัญดังต่อไปนี้:

  • ยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าทางเทศบาลไม่มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระบวนการทุจริตแต่อย่างใด
  • พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และ บก.ป.ป.ป. อย่างเต็มที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและความซื่อสัตย์สุจริตในการบริหารงานราชการ

ด้วยเหตุนี้ ทางเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จึงขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และใช้วิจารณญาณก่อนจะแชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร เพราะหากพบว่ามีการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของเทศบาล ทางหน่วยงานจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาสิทธิของหน่วยงานต่อไป

ท้ายที่สุดนี้ การติดตามการดำเนินงานของ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ปัดเอี่ยวปม ทุจริตสอบท้องถิ่น ในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนที่ดีให้กับสังคมไทยในการรอฟังข้อเท็จจริงจากหน่วยงานโดยตรง มากกว่าการเชื่อข่าวปลอมหรือกระแสสังคมที่ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน นอกจากจะเป็นการให้ความเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติงานแล้ว ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมการเสพสื่อที่ถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอีกด้วย

ที่มา – เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ปัดเอี่ยวปม “ทุจริตสอบท้องถิ่น” พร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

“ราเชน” ลาออกกรมฝนหลวง ลั่น “ผมผิดอะไร”

เหตุการณ์ล่าสุดที่สร้างความสนใจในแวดวงราชการและเกษตรกรชาวไทย เมื่อ “ราเชน” ยื่นขอลาออกจากอธิบดีกรมฝนหลวงหลังถูกสั่งย้าย ลั่น “ผมผิดอะไร” ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงเบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรแก้ปัญหาภัยแล้ง กลับกลายเป็นประเด็นร้อนจากดราม่าภายใน

“ราเชน” ยื่นขอลาออกจากอธิบดีกรมฝนหลวงหลังถูกสั่งย้าย ลั่น “ผมผิดอะไร”

วันที่ 29 เมษายน 2567 เวลาประมาณ 13.50 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หลังจากได้รับคำสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ซึ่งถือเป็นการ “เด้งเข้ากรุ” ก่อนเกษียณอายุราชการเพียง 5 เดือนเท่านั้น ในคำเปิดใจของนายราเชน เขาได้ตั้งคำถามตรงๆ ว่า “ผมผิดอะไรถึงย้ายผม” พร้อมแฉประเด็นน่าสนใจว่ามีบุคคลปริศนาเข้ามาติดต่อขอโควตางานทำฝนหลวงหลายครั้ง โดยอ้างความสัมพันธ์กับบุคคลระดับสูง และยังมีการเรียกตัวไปพูดคุยเรื่องงบประมาณปี 2570 อีกด้วย นายราเชนทิ้งท้ายว่า “ให้ไปตรวจสอบกันเองว่าจริงหรือไม่” ซึ่งน่าจะจุดประกายให้เกิดการสืบสวนเพิ่มเติม

พื้นหลังของกรมฝนหลวงและบทบาทอธิบดีราเชน

กรมฝนหลวงและการบินเกษตรก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการโครงการทำฝนหลวง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยเพิ่มปริมาณฝนให้กับพื้นที่เกษตรกรรม โดยใช้เครื่องบินโปรยสารเคมีกระตุ้นเมฆ ช่วยบรรเทาภัยแล้งและภัยแล้งไฟป่า ภายใต้การนำของนายราเชนในช่วงที่ผ่านมา กรมฯ ได้ขยายการปฏิบัติการไปยังหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือที่มักเผชิญปัญหาน้ำแล้ง นายราเชนซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในวงการเกษตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีเมื่อไม่กี่ปีก่อน และผลงานเด่นคือการพัฒนาระบบการบินเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สาเหตุที่อาจนำไปสู่การลาออก

จากข้อมูลที่นายราเชนเปิดเผย สาเหตุหลักน่าจะมาจากแรงกดดันภายนอก โดยเฉพาะการขอโควตางานจากบุคคลภายนอกที่อาจเชื่อมโยงกับนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพล นอกจากนี้ ยังมีประเด็นงบประมาณปี 2570 ที่ถูกเรียกไปหารือ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการจัดสรรทรัพยากรของกรม การย้ายตำแหน่งก่อนเกษียณแบบนี้ มักถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อเคลียร์ทางให้บุคคลใหม่

  • ถูกสั่งย้ายไปผู้ตรวจราชการกระทรวง
  • เหลือเวลาก่อนเกษียณเพียง 5 เดือน
  • มีบุคคลปริศนาขอโควตางานทำฝนหลวง
  • ถูกเรียกคุยงบประมาณปี 2570
  • ยื่นลาออกทันทีหลังคำสั่งย้าย

ประเด็นเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารงานราชการ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำซึ่งเป็นหัวใจของภาคเกษตร

ปฏิกิริยาจากสังคมและเกษตรกร

ข่าว “ราเชน” ยื่นขอลาออกจากอธิบดีกรมฝนหลวงหลังถูกสั่งย้าย ลั่น “ผมผิดอะไร” แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเพจข่าวเกษตรอย่าง “อีเสี้ยม ขยี้เกษตร” ที่นำเสนอภาพและรายละเอียด เกษตรกรหลายคนแสดงความเสียใจ เพราะเชื่อมั่นในผลงานของนายราเชน ขณะที่นักวิจารณ์การเมืองมองว่านี่เป็นตัวอย่างของการแทรกแซงจากภายนอก ในช่วงฤดูแล้งปีนี้ การทำฝนหลวงมีความสำคัญยิ่งต่อผลผลิตข้าวและพืชผลอื่นๆ หากเกิดช่องว่างในการบริหาร อาจกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีกระแสเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องโควตางานและงบประมาณ เพื่อความโปร่งใส บางคนเปรียบเทียบกับกรณีคล้ายๆ กันในอดีตที่อธิบดีหลายคนถูกย้ายก่อนเกษียณแบบกะทันหัน

จากมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาเชิงระบบในการเมืองไทยที่มักมีอิทธิพลต่อราชการ โดยเฉพาะหน่วยงานที่ควบคุมทรัพยากรสำคัญอย่างน้ำและอากาศ การลาออกของนายราเชนอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูป หากมีการตรวจสอบอย่างจริงจัง คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามพัฒนาการข่าว “ราเชน” ยื่นขอลาออกจากอธิบดีกรมฝนหลวงหลังถูกสั่งย้าย ลั่น “ผมผิดอะไร” ต่อไป

ขอบคุณภาพจาก: เพจอีเสี้ยม ขยี้เกษตร

ที่มา – “ราเชน” ยื่นขอลาออกจากอธิบดีกรมฝนหลวงหลังถูกสั่งย้าย ลั่น “ผมผิดอะไร”

สส.วรรณวิภา แฉงบฯ บิ้วอินห้องอธิบดี

กลายเป็นประเด็นร้อนในการประชุมสภา เมื่อ “วรรณวิภา ไม้สน” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาแฉงบประมาณของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่มีการจัดสรรงบประมาณในการบิ้วอินห้องทำงานอธิบดีและรองอธิบดีอย่างหรูหราเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาของตู้เสื้อผ้าและตู้โชว์ที่มีราคาสูงถึงหลักแสนบาท สวนทางกับการตัดลดงบประมาณในการซ่อมแซมบ้านให้กับผู้พิการ

สส.วรรณวิภา แฉงบฯ พม. จัดบิ้วอินห้องอธิบดีฉ่ำ ราคาแพงหูฉี่

นางสาววรรณวิภา ไม้สน ได้อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยเน้นย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลในการจัดสรรงบประมาณของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่มีการปรับลดงบประมาณในการซ่อมแซมบ้านให้กับผู้พิการ แต่กลับไปเพิ่มงบประมาณในการก่อสร้างและตกแต่งภายในสำนักงาน

“งบประมาณในการตกแต่งผนังกำแพงสูงถึงตารางเมตรละ 6,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 8 ล้านบาท มีการจัดซื้อตู้เอกสาร 493 ตู้ เป็นเงินกว่า 7.6 ล้านบาท และมีการจัดซื้อตู้โชว์ 29 ตู้ เป็นเงิน 4.3 ล้านบาท ราคานี้ไม่ธรรมดา ไม่รู้ว่าประดับด้วยทองคำหรืออย่างไร” นางสาววรรณวิภากล่าว

บิ้วอินห้องอธิบดีสุดหรู งบประมาณบานปลาย

นอกจากนี้ นางสาววรรณวิภายังได้ตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณในการปรับปรุงห้องทำงานของอธิบดี ที่มีการจัดซื้อตู้โชว์ราคา 580,000 บาท ตู้เสื้อผ้าราคา 180,000 บาท ตู้เก็บเอกสารราคา 280,000 บาท และตู้วาง TV ราคา 140,000 บาท ในขณะที่ห้องทำงานของรองอธิบดีทั้งสองท่านก็มีการจัดซื้อตู้เสื้อผ้าในราคาสูงถึงห้องละ 270,000 บาท

“ดิฉันอ่านแล้วอ่านอีก นึกว่าอ่านผิด แต่มันราคานี้จริงๆ จึงได้แต่คิดและก็สงสัยว่าตู้เสื้อผ้าราคา 280,000 บาท หน้าตามันเป็นยังไง ในขณะที่ตัดงบซ่อมแซมบ้านผู้พิการหลังละ 40,000 บาท แต่มีการจัดงบบิ้วอินห้องทำงานกันแบบฉ่ำๆ แล้วจะตอบกับผู้พิการได้อย่างไร” นางสาววรรณวิภากล่าวด้วยความสงสัย

ประเด็นที่นางสาววรรณวิภาหยิบยกมา ทำให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณ ที่ให้ความสำคัญกับการตกแต่งสำนักงานของผู้บริหารระดับสูงมากกว่าการช่วยเหลือผู้พิการที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการจ้างงานผู้พิการในภาครัฐ ที่ยังต่ำกว่าภาคเอกชน

ด้านนายพัฒนา สัพโส กรรมาธิการ ได้ชี้แจงว่า ในชั้นคณะกรรมาธิการมีการแปรญัติเพิ่มงบประมาณสำหรับผู้พิการจำนวน 153 ล้านบาท ซึ่งเป็นความเห็นพ้องกันของทั้งกรรมาธิการเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย และฝ่ายบริหาร อย่างไรก็ตาม นางสาววรรณวิภายังคงติดใจในประเด็นการจัดสรรงบประมาณที่ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้บริหารมากกว่าผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในการจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ ที่อาจไม่ได้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และยังคงมีช่องว่างให้เกิดการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่โปร่งใสและไม่คุ้มค่า การตรวจสอบและติดตามการใช้จ่ายงบประมาณอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง การออกมาแฉงบฯ​ พม. จัดบิ้วอินห้องอธิบดี ครั้งนี้จึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบและปรับปรุงการทำงานของภาครัฐให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

ประเด็นเรื่อง สส.วรรณวิภา แฉงบฯ พม. จัดบิ้วอินห้องอธิบดี นี้ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม และคาดว่าจะมีการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่องจากหลายภาคส่วน เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

การตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาครัฐเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชนถูกใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมส่วนรวม

ที่มา – “สส.วรรณวิภา” แฉงบฯ พม. จัดบิ้วอินห้องอธิบดีฉ่ำ ราคาแพงหูฉี่ ตู้โชว์ ตู้เสื้อผ้าราคาหลายแสน

Scroll to top